มะม่วงหิมพานต์
ในยุคปัจจุบันต้องยอมรับเลยว่าผู้บริโภคหันมาใส่ใจ “สุขภาพ” กันมากขึ้น คำนึงถึงต้นทางของแหล่งวัตถุดิบ ว่าแท้จริงแล้ววัตถุดิบแต่ละอย่างนั้น มีจุดเริ่มต้นมาจากที่ใด และการดูแลนั้นผ่านกระบวนการอะไรมาบ้าง เพราะเหตุนี้ทำให้กระแสสุขภาพที่มาแรงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ตลาดออร์แกนิก เติบโตอย่างรวดเร็วมากกว่าในอดีตที่ผ่านๆ มา ออร์แกนิก คือผลผลิตจากการเกษตร ที่ได้ผ่านกระบวนการผลิตทางเกษตรที่ปลอดสารเคมีทุกชนิดที่จะเป็นอันตรายต่อมนุษย์ สัตว์ และสิ่งแวดล้อม ตลอดจนกระบวนการเลี้ยง การปลูก ต้องมีการดูแลอย่างพิถีพิถัน คุณอังคนา ก้อนเพรช หรือ คุณแก้ม ชาวตำบลตะเคียน อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ เกษตรกรปลูกเม็ดมะม่วงหิมพานต์ และทำการเกษตรผสมผสาน คุณอังคนาเป็นหนึ่งในเกษตรกรรุ่นใหม่ ที่เมื่อเรียนจบการศึกษาปริญญาตรีแล้ว ก็ได้มีแนวคิดกลับมาพัฒนาการเกษตรบ้านเกิด และเพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิตทางการเกษตรของทางครอบครัว คุณอังคนา เล่าว่า จุดเริ่มต้นของสวนมะม่วงหิมพานต์แห่งนี้ เกิดขึ้นบนที่ดินจำนวน 4 ไร่ ของคุณตา คุณตา เล่าว่า ในอดีตพื้นที่แห่งนี้เป็นพื้นที่รกร้าง แต่ได้มีหน่วยงานของภาครัฐเข้ามาให้ความรู้แก่เกษตรกร มีการแนะน
เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ยังคงเป็นที่นิยมตลอดกาล ด้วยรสชาติที่ดี มีความอร่อย และมีราคาสูง ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน แต่ประโยชน์และรสชาติความมันของเม็ดมะม่วงหิมพานต์นั้น คุ้มค่า คุ้มราคาจริงๆ มะม่วงหิมพานต์เป็นไม้ไม่ผลัดใบ ลำต้นมีความสูง 10-12 เมตร ต้นเตี้ย กิ่งก้านสยายไม่สม่ำเสมอ ใบเรียงเป็นแบบเกลียว ผิวมันลื่น รูปโค้งจนถึงรูปไข่ มีความยาว 4-22 เซนติเมตร และกว้าง 2-15 เซนติเมตร ขอบใบเรียบ ดอกมีสีเขียวซีด จากนั้นเปลี่ยนเป็นแดงจัด มี 5 กลีบ ปลายแหลม เรียว ยาว 7-15 มิลลิเมตร ผลมีรูปไข่หรือรูปลูกแพร์ เมื่อสุกจะมีสีเหลืองหรือส้มแดง มีความยาวประมาณ 5-11 เซนติเมตร เม็ดมะม่วงหิมพานต์สามารถนำมาแปรรูปได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะนำเม็ดมะม่วงหิมพานต์มาอบ ทอดเป็นของขบเคี้ยว หรือนำมาประกอบอาหารก็ทานได้อย่างเพลิดเพลิน ด้วยความมันที่ได้ลิ้มรส ทำให้พากันคิดว่า เม็ดมะม่วงหิมพานต์เป็นพืชตระกูลเดียวกันกับถั่ว ทั้งที่ความจริงแล้วไม่ใช่ มะม่วงหิมพานต์ หรือ Cashew nut เป็นไม้ดอกยืนต้น กลุ่มเดียวกับมะม่วง และถั่วพิสตาชิโอ มะม่วงหิมพานต์เป็นพืชพื้นเมืองของภาคตะวันออกเฉียงเหนือของบราซิล นำเข้ามาปลูกครั้งแรกที่ภาคใต้ของปร
เม็ดมะม่วงหิมพานต์ (Cashew) เป็นหนึ่งในถั่วที่มีเส้นใยอาหาร อุดมด้วยวิตามิน แร่ธาตุ และสารต้านอนุมูลอิสระ ประกอบด้วยวิตามินอี วิตามินเค วิตามินบี 6 ทองแดง ฟอสฟอรัส สังกะสี แมกนีเซียม เหล็ก และซีลีเนียม ซึ่งล้วนแต่สำคัญต่อการทำงานของร่างกาย จากคุณประโยชน์หลากหลายดังกล่าว กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) นำมาเพิ่มมูลค่าด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม ผ่านการดำเนินโครงการการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปมูลค่าเพิ่มจากมะม่วงหิมพานต์ (Anacardium occidentale L.) โดยมุ่งเน้นการแปรรูปผลิตผลการเกษตรเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มในรูปผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพจากเมล็ดมะม่วงหิมพานต์ โดยการพัฒนาเป็น Functional Food “น้ำนมธัญพืช” เพื่อเป็นทางเลือกให้กับผู้บริโภคที่รักสุขภาพ พร้อมเป็นทางเลือกในการประกอบธุรกิจ ผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มน้ำนมธัญพืชเสริมน้ำผลมะม่วงหิมพานต์ (แบบบรรจุกล่อง UHT) มีปริมาณโปรตีน 3 กรัม/200 มล. ไม่มีน้ำตาล และคอเลสเตอรอล มีปริมาณสารกลุ่มฟินอลิ
โลกที่น่ารักน่าอยู่ใบนี้มีของขวัญที่มอบให้กับมวลมนุษย์ 2 อย่าง อย่างแรกคือเวลา แถมอีกอย่างคือความยุติธรรมกับทุกคน มีและได้เท่ากันหมด ไม่มีใครได้พิเศษกว่า ถือเป็นสุดยอดแห่งของขวัญอย่างที่สุดของที่สุดสำหรับทุกชีวิต จะต่างกันแค่ชีวิตของแต่ละคนเท่านั้น ตัวเราต้องมีความพร้อม นำมาใช้ตอบรับกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นตลอดเวลา ให้สามารถเป็นเวลาที่อัศจรรย์แห่งชีวิตให้ได้มากที่สุด คนที่สามารถใช้หนึ่งชีวิตที่มีอยู่ได้อย่างมีความสุขแก่ชีวิตชนิดสมบูรณ์แบบ ไม่ใช่คนที่ฉลาดหรือแข็งแรงที่สุด แต่ต้องเป็นคนที่สามารถตอบสนองพร้อมต้อนรับต่อการเปลี่ยนแปลงได้มากที่สุดต่างหาก ก่อนอื่นขอกราบ สวัสดี และขอบพระคุณแฟนๆ อย่างมากมายจริงๆ จากนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้านและผู้เขียน ที่ได้ให้แรงใจตลอดมา จากการส่งเสียงไปหาที่โทร. 081-846-0652 หรือในเฟซบุ๊ก ที่ใช้ชื่อ สมยศ ศรีสุโร หรือ ID Line. Janyos และบอกกันไปเยอะว่า ชอบทุกเรื่องราวที่นำมาเสนอ อ่านง่าย ไม่ปวดหัว ไม่เครียด สนุกเพลินดี ขอขอบพระคุณอีกครั้งนะครับ ปักษ์นี้มีความภูมิใจนำเสนออย่างมากจริงๆ สำหรับต้องการให้แฟนๆ ได้รู้จักกับเกาะแห่งหนึ่งที่มีชื่อเหมือนกับเกาะที่จังห
ปี 2560 อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ ดำเนินโครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อ ภายใต้ร่มพระบารมี เพื่อการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน มีหลายชุมชนเกษตรที่พิจารณาจัดทำโครงการขยายพันธุ์พืช เพื่อจะได้มีพันธุ์พืชปลูกในพื้นที่ พืชหลักๆ ที่ขยายพันธุ์ โดยฝีมือเกษตรกรเอง แต่ตามหลักวิชาการเกษตร มีพืชที่เพาะขยายด้วยเมล็ด ลงถุงขนาดตามความเหมาะสม และวัตถุประสงค์ที่จะให้ประชาชนนำไปดำเนินการต่อ เช่น นำไปปลูกในสวน นำไปตั้งประดับบ้านเรือน ผลผลิตที่ชุมชนเกษตรอำเภอน้ำปาดทำได้ รวมจำนวน 2,248,900 ต้น ประกอบด้วย ต้นดาวเรือง กว่า 160,000 ต้น มะม่วง 374,600 ต้น มะขามเปรี้ยว 277,800 ต้น ไผ่ข้าวหลาม ไผ่ซางหม่น กว่า 43,000 ต้น และที่มีความตั้งใจผลิตออกมาเพื่อการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน และวาดฝันให้พื้นที่เกษตรอำเภอน้ำปาด เป็นแดนพืชผลที่อนาคตไกล คือ มะม่วงหิมพานต์ ผลผลิตกว่า 1,364,000 ต้น ณ วันนี้ เริ่มทยอยจากเรือนเพาะชำทั้ง 23 โรงเรือน 4 ชุมชน สู่ชุมชน สู่ผืนดิน เพื่อนำมาซึ่งความยั่งยืน ด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม การเกษตรหลายพื้นที่ กำลังคิดจะเปลี่ยนแปลงปลูกพืชอื่น เพราะเหตุผลหลายๆ อย่าง อาทิ ด้านราคาตกต่ำ การระบาดของศ
ในยุคนี้ปฏิเสธไม่ได้ว่า การแปรรูปสินค้าเกษตรต่างๆ เป็นสิ่งที่จำเป็น และเกษตรกรหลายๆ คนเริ่มให้ความสนใจ โดยไม่เน้นจำหน่ายผ่านพ่อค้าคนกลางเพียงอย่างเดียว แต่นำสินค้าเกษตรที่ตนเองทำ มาผ่านกระบวนการแปรรูปให้เป็นสินค้าสุดท้ายจากสวนของตนเอง โดยผลิตแบบต้นน้ำและปลายน้ำเอง จึงทำให้สามารถจำหน่ายสินค้าทางการเกษตรได้ราคาที่สูงขึ้นตามไปด้วย คุณอรรถพล หมิดเจริญ อยู่บ้านเลขที่ 20 หมู่ที่ 10 ตำบลนาโพธิ์กลาง อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี เป็นผู้ที่เห็นถึงความสำคัญของการแปรรูปสินค้าทางการเกษตรนั้นก็คือ การแปรรูปเม็ดมะม่วงหิมพานต์ เพราะเมื่อเขามีโอกาสได้กลับมายังบ้านภรรยา จะเห็นพ่อตาเก็บเม็ดมะม่วงหิมพานต์ส่งจำหน่ายให้กับพ่อค้าคนกลางเพียงอย่างเดียว ทำให้ได้ในราคาที่ถูก เมื่อเขาได้มีโอกาสกลับมาอยู่บ้านเกิดภรรยาอย่างถาวร จึงได้นำความรู้ที่มีมาทำการแปรรูปเม็ดมะม่วงหิมพานต์จำหน่ายเอง จึงทำให้สินค้ามีมูลค่าเพิ่มและจำหน่ายได้ราคาดีอีกด้วย คุณอรรถพล เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนเป็นหนุ่มโรงงานอยู่ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ด้วยสมัยนั้นก็มีโอกาสได้เดินทางไปยังบ้านเกิดภรรยาที่จังหวัดอุบลราชธานีอยู่เสมอในช่วงวันหยุดประจ
“มะม่วงหิมพานต์” เป็นพืชอุตสาหกรรมที่สำคัญชนิดหนึ่งของประเทศไทย กำลังได้รับความสนใจจากภาครัฐบาลและภาคเอกชนที่จะพัฒนาให้เป็นพืชเศรษฐกิจเพื่อเป็นสินค้าส่งออก มะม่วงหิมพานต์สามารถเจริญได้ดีในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้ของประเทศ เนื่องจากเป็นพืชที่ทนแล้ง ปลูกง่าย เจริญเติบโตเร็ว ดูแลง่าย ขึ้นได้ในดินแทบทุกชนิดที่ระบายน้ำดี หน้าดินลึกไม่เป็นดินดาน ไม่เป็นดินด่างจัด หรือกรดจัด การปลูกมะม่วงหิมพานต์นอกจากเป็นการเพิ่มรายได้แก่เกษตรกรแล้วยังเป็นการเพิ่มการปลูกป่า ทำให้สภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมดีขึ้น มะม่วงหิมพานต์ พืชทำเงินของอุตรติตถ์ ปัจจุบัน มะม่วงหิมพานต์ เป็นพืชเศรษฐกิจทำเงินของจังหวัดอุตรดิตถ์ โดยเฉพาะอำเภอท่าปลา ซึ่งมีพื้นที่ที่เหมาะสมในการปลูกไม้ผลชนิดนี้ เกษตรกรจังหวัดอุตรดิตถ์เริ่มปลูกมะม่วงหิมพานต์ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2514 ภายใต้การสนับสนุนจากโครงการไทย-เยอรมัน โดยให้เงินทุนกู้ยืมดำเนินการปลูกมะม่วงหิมพานต์ในพื้นที่ ทั้งในแปลงจัดสรรและแปลงราษฎรเดิม ในอดีตมะม่วงหิมพานต์มีราคาต่ำ เกษตรกรส่วนใหญ่ตัดสินใจโค่นต้นมะม่วงหิมพานต์ทิ้งและปลูกพืชชนิดอื่นที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า แต่มีเกษตรกรบางคนที
ครั้งนี้จะชวนปลูกต้นไม้ที่มีผลกินได้ และมีคุณค่าทางสมุนไพรอย่างมาก ต้นไม้ที่ว่าคือ ต้น “มะม่วงหิมพานต์” มะม่วงหิมพานต์ ทางวิชาการจัดอยู่ในพันธุ์ไม้ยืนต้นขนาดกลาง มีความสูงโดยเฉลี่ย 10 เมตร มีใบเป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับกัน รูปใบรูปไข่ ปลายใบมน โคนใบแหลม เนื้อใบหนาคล้ายใบลั่นทม เมื่อมีดอกจะออกเป็นช่อกระจาย แรกออกจะสีขาว ก่อนจะเปลี่ยนเป็นสีชมพู มีเกสรอยู่หลายอัน พอดอกเริ่มจะโรยจะติดผล ลักษณะผลคล้ายผลชมพู่ ผลที่ยังอ่อนจะมีสีเหลืองอมชมพู เมื่อผลสุกจะเป็นสีแดงสด ปลายผลจะมีเมล็ดอยู่ 1 เมล็ด รูปคล้ายไต เปลือกนอกแข็ง สีน้ำตาลอมเทา คนแต่โบราณรู้จักนำเอาใบ ยางจากผล เมล็ด และยางลำต้น มาใช้ประโยชน์ทางยาสมุนไพร สรรพคุณของใบ ใช้ใบสดมาบด พอกแก้โรคผิวหนัง แผลน้ำร้อนลวก แผลไฟไหม้ หากนำใบสดมาเผาไฟ สูดดมควัน แก้โรคไอ และเจ็บคอ สรรพคุณยางจากผล ใช้กัดหูด กัดตาปลา แก้โรคเท้าช้าง สรรพคุณจากผล เป็นยาแก้โรคเลือดออกตามไรฟัน แก้แผลในปาก และแก้อาเจียน สรรพคุณของเมล็ด ใช้กินสด หรือคั่วเกลือ แก้โรคบวมน้ำ ขับปัสสาวะ หากนำเมล็ดมาสกัดเอาน้ำมัน ใช้ทาแก้กลาก เกลื้อน แก้โรคเรื้อน และโรคผิวหนังอื่นๆ ทั้งนี้คือภูมิปัญญาของค
ช่วงนี้ต้นมะม่วงหิมพานต์เริ่มเข้าสู่ระยะพัฒนาผล กรมวิชาการเกษตร แนะเกษตรกรชาวสวนมะม่วงหิมพานต์เฝ้าระวังในช่วงที่มีสภาพอากาศร้อน และมีแดดจัดในเวลากลางวัน ให้สังเกตการเข้าทำลายของเพลี้ยแป้ง จะพบตัวอ่อนและตัวเต็มวัยดูดกินน้ำเลี้ยงจากผลอ่อน ทำให้เมล็ดและผลปลอมไม่เจริญ แคระแกร็น เมล็ดลีบหรืออาจทำให้ผลอ่อนร่วงหล่นได้ กรณีที่มีเพลี้ยแป้งปริมาณมาก มักพบเพลี้ยแป้งเกาะเป็นกระจุกที่ลำต้น และอยู่ร่วมกันกับมด โดยมีมดเป็นพาหะนำเพลี้ยแป้งเคลื่อนย้ายไปตามส่วนต่างๆ ของต้นมะม่วงหิมพานต์ ซึ่งมดอาศัยน้ำหวานจากเพลี้ยแป้งที่ถ่ายออกมา เกษตรกรควรหมั่นสำรวจผลอ่อนมะม่วงหิมพานต์อย่างสม่ำเสมอ หากพบกลุ่มเพลี้ยแป้งเป็นปุยสีขาวเกิดขึ้น ให้เกษตรกรพ่นด้วยสารฆ่าแมลงพิริมิฟอส–เมทิล 50% อีซี อัตรา 20 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารมาลาไทออน 83% อีซี อัตรา 40 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร โดยพ่นป้องกันกำจัด 2-3 ครั้ง ห่างกัน 7 วัน เพราะตัวอ่อนเพลี้ยแป้งหลบอยู่ใต้ท้องตัวเต็มวัยเพศเมียอาจยังไม่ตายจากการพ่นครั้งแรก หลีกเลี่ยง การพ่นสารฆ่าแมลงในระยะดอกบาน เพราะอาจเป็นอันตรายต่อแมลงผสมเกสร
ปี 2560 อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ ดำเนินโครงการ 9101 ตามรอยเท้าพ่อ ภายใต้ร่มพระบารมี เพื่อการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน มีหลายชุมชนเกษตรที่พิจารณาจัดทำโครงการขยายพันธุ์พืช เพื่อจะได้มีพันธุ์พืชปลูกในพื้นที่ พืชหลักๆ ที่ขยายพันธุ์ โดยฝีมือเกษตรกรเอง แต่ตามหลักวิชาการเกษตร มีพืชที่เพาะขยายด้วยเมล็ด ลงถุงขนาดตามความเหมาะสม และวัตถุประสงค์ที่จะให้ประชาชนนำไปดำเนินการต่อ เช่น นำไปปลูกในสวน นำไปตั้งประดับบ้านเรือน ผลผลิตที่ชุมชนเกษตรอำเภอน้ำปาดทำได้ รวมจำนวน 2,248,900 ต้น ประกอบด้วย ต้นดาวเรือง กว่า 160,000 ต้น มะม่วง 374,600 ต้น มะขามเปรี้ยว 277,800 ต้น ไผ่ข้าวหลาม ไผ่ซางหม่น กว่า 43,000 ต้น และที่มีความตั้งใจผลิตออกมาเพื่อการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน และวาดฝันให้พื้นที่เกษตรอำเภอน้ำปาด เป็นแดนพืชผลที่อนาคตไกล คือ มะม่วงหิมพานต์ ผลผลิตกว่า 1,364,000 ต้น ณ วันนี้ เริ่มทยอยจากเรือนเพาะชำทั้ง 23 โรงเรือน 4 ชุมชน สู่ชุมชน สู่ผืนดิน เพื่อนำมาซึ่งความยั่งยืน ด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม การเกษตรหลายพื้นที่ กำลังคิดจะเปลี่ยนแปลงปลูกพืชอื่น เพราะเหตุผลหลายๆ อย่าง อาทิ ด้านราคาตกต่ำ การระบาดของศ
