ร่วมฟังการสัมมนาออนไลน์ ฟรี!
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมฟังการสัมมนาออนไลน์ ฟรี เรื่อง “กลยุทธ์ธุรกิจไทย…สู่ตลาดจีนหลังโควิด : ปลดล็อกผู้ส่งออกไทยด้วย วทน.” ในวันที่ 15 กันยายน 2564 เวลา 09.00-12.30 น. “วว. พร้อมเป็นหุ้นส่วนความสำเร็จของผู้ประกอบการ”
LATEST NEWS
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เช่น คาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) และมีเทน (CH4) สู่บรรยากาศ เป็นปัญหาระดับโลกที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจและสังคมในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก โดยประเทศไทยขานรับนโยบายประชาคมโลก ลดผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยตั้งเป้าบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี พ.ศ. 2593 และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์( Net Zero) ภายในปี พ.ศ. 2608 อย่างไรก็ตาม การบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ได้สำเร็จ ไม่สามารถดำเนินกิจกรรมการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสู่ชั้นบรรยากาศเพียงอย่างเดียวได้ จำเป็นต้องกำจัดหรือดูดซับก๊าซเรือนกระจกที่มีอยู่ออกจากชั้นบรรยากาศร่วมด้วย “ ยางพารา” มีศักยภาพสูงดูดซับคาร์บอน ในปี 2569 ประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกยางพารารวมประมาณ 23.8 ล้านไร่ โดยมีสวนยางที่เปิดกรีดแล้วประมาณ 22.5 ล้านไร่ ปัจจุบัน การปลูกยางพารา เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยลดภาวะโลกร้อนได้ โดยเกษตรกรชาวสวนยางมีโอกาสสร้างรายได้จากการขายคาร์บอนเครดิตประมาณ 805 บาท/ไร่ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับราคาซื้อขายในตลาดแล
ถ้าพูดถึง ‘นม’ ทุกคนนึกถึงแบรนด์ไหนกันบ้าง เชื่อว่าหลายคนอาจจะนึกถึงนมของต่างประเทศก่อนเป็นอันดับแรก ด้วยเหตุผลที่ว่า นมต่างประเทศดื่มแล้วหอมกว่า รสชาติมันนุ่มละมุน มีกลิ่นอายและรสสัมผัสที่สนุก มีนวัตกรรมให้เลือกหลากหลาย หรือบางคนก็ชอบเพราะ ‘สตอรี่’ เรื่องราวฟาร์มในฝันของต่างแดน ในทางกลับกัน หลายคนมักจะมองข้ามนมไทยไป ด้วยภาพจำเดิมๆ ที่คิดว่านมไทยรสชาติธรรมดา แพ็กเกจจิ้งไม่ดึงดูด วันนี้นมไทยเปลี่ยนไปแล้ว เพราะยุคนี้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่ไม่ได้มองเกษตรกรเป็นแค่ผู้ส่งวัตถุดิบ แต่หันมาจับมือร่วมเดินทางไปพร้อมกับเกษตรกร ในรูปแบบโมเดลธุรกิจที่ยั่งยืน ยกระดับฟาร์มดั้งเดิมสู่ฟาร์มก้าวหน้า ที่ดูแลตั้งแต่สารอาหารของแม่วัว การจัดการสิ่งแวดล้อม ไปจนถึงการส่งต่อรสชาติแท้ๆ ที่บริสุทธิ์จากฟาร์มถึงมือผู้บริโภค ภายใต้แนวคิดที่ว่า ‘เรื่องการเลี้ยง ปล่อยให้เป็นหน้าที่และความใส่ใจของเกษตรกรไทย…ส่วนเรื่องการบอกเล่าเรื่องราวนมดีๆ มีคุณภาพนี้ ให้เป็นหน้าที่ของผู้ประกอบการอย่างพวกเราเอง’ คุณมิว-พาณิภัค คุณวโรตม์ Founder & Managing Director NYŪ (NYŪ Thai Fine Dairy) แบรนด์นมสดและกรีกโยเกิร์ตพรีเมียมสัญ
ปัจจุบันผู้คนทั่วโลกหันมาใส่ใจบริโภคเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพกันเพิ่มมากขึ้น ซึ่งชาไทย เป็นหนึ่งในสินค้าทางเลือกที่ได้รับความนิยมสูงอย่างต่อเนื่อง ทั้งในประเทศและส่งออก เกษตรกรไทยส่วนใหญ่นิยมปลูกชาพันธุ์อัสสัม (Assam Tea) ถึง 93.0% ที่เหลือปลูกพันธุ์ชาจีน (Chinese Tea) สำหรับพันธุ์ชาอัสสัมจะถูกแปรรูปเป็นชาดำ ชาเขียว และชาไทย ส่วนพันธุ์ชาจีนจะแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ชาอู่หลง ชาเขียว และชาแดง (ชาฝรั่ง) ในปี 2567 ประเทศไทยผลิตใบชาได้ 106,643 ตัน มูลค่าตลาดรวมอยู่ที่ 2,262.7 ล้านบาท โดยแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ชาเขียวประมาณ 46.3% คิดเป็นมูลค่า 1,040 ล้านบาท รองลงมาคือ ผลิตภัณฑ์ชาผลไม้และชาสมุนไพร 23.0% ที่เหลืออีก 13.5% เป็นผลิตภัณฑ์ชาดำ ประเทศไทยมีศักยภาพในการปลูกชาในระดับอุตสาหกรรม โดยปลูกมากที่สุดในจังหวัดเชียงรายรองลงมาคือ จังหวัดเชียงใหม่ แพร่ น่าน และแม่ฮ่องสอน ฯลฯ ชาไทย สินค้าดาวรุ่งที่น่าจับตามอง ผลิตภัณฑ์ชาเป็นสินค้าที่ไทยมีศักยภาพในการส่งออก เนื่องจากมูลค่าการส่งออกชาไทยมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการส่งออกไปกลุ่มประเทศอาเซียนและจีนซึ่งเป็นตลาดส่งออกที่สำคัญของไทย ห
คุณศิริวัฒน์ ศรีสระคู อายุ 65 ปี กำลังศึกษาปริญญาโท จากมหาวิทยาลัยรามคําแหง อาชีพปลูกสวนป่า อยู่บ้านเลขที่ 144 หมู่ที่ 4 ตําบลกําแพง อําเภอเกษตรวิสัย จังหวัดร้อยเอ็ด โทรศัพท์ (087) 947-0812 ผลงานดีเด่น ความคิดริเริ่มและความพยายามฟันฝ่าอุปสรรคในการสร้างผลงาน ในปี 2538 มีเจ้าหน้าที่ป่าไม้จากสํานักงานป่าไม้ จังหวัดร้อยเอ็ด เข้ามาส่งเสริมให้มีการปลูกป่าในที่ดินของตนเอง จึงได้ตัดสินใจปลูกไม้ประดู่ซึ่งเป็นไม้ถิ่นเดิม จํานวน 28 ไร่ โดย มีการศึกษาหาความรู้พลิกฟื้นผืนไร่เป็นสวนป่าและไม้ผล มีการใช้พื้นที่อย่างเต็มศักยภาพ โดยปลูกไม้มีค่าทางเศรษฐกิจร่วมกับไม้ผลและพืชเกษตร เช่น – ไม้เศรษฐกิจรอบตัดฟันปานกลาง – ไม้เศรษฐกิจรอบตัดฟันสั้น ได้แก่ วิธีเจาะบ่อน้ำบาดาลมาใช้ในสวนป่า สวนผลไม้ และพืช ไม้ยูคาลิปตัส – ไม้ผล ได้แก่ มะม่วง – พืชเกษตร ได้แก่ กระชาย ขิง ข่า ฯลฯ มีการนํานวัตกรรมมาใช้ในสวนป่า โดยการระหว่างรอผลผลิตจากไม้สวนป่าที่ปลูก โดยการใช้ใบเลื่อยกลมแบบประยุกต์ติดตั้งกับเครื่องตัดหญ้าแบบสะพายไหล่มาประยุกต์ใช้ในการทําไม้ออก สามารถลดต้นทุนและระยะเวลาในการทําไม้ออกได้เป็นอย่างด
