ศุลกากร
ภายหลังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ Kick Off การนำสินค้ายางพาราผ่านแดนและเขตควบคุมการขนย้ายยาง การยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ได้บูรณาการร่วมกับเจ้าหน้าที่จากกรมศุลกากรและกรมวิชาการเกษตร ดำเนินการตามนโยบายกำกับดูแลการขนส่งยางพาราผ่านราชอาณาจักร โดย กยท. จะเข้าไปทำหน้าที่ให้บริการตรวจสอบรับรองชนิดหรือประเภทของยางพาราที่นำผ่านราชอาณาจักรแก่ผู้ประกอบการอย่างเป็นทางการ เพื่อให้การขนส่งยางพาราผ่านแดนเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด มีมาตรฐาน โปร่งใส และตรวจสอบได้ ซึ่ง กยท. ได้จัดทำประกาศ กยท. เรื่อง อัตราค่าบริการตรวจรับรองชนิดหรือประเภทของยางนำผ่านราชอาณาจักร (ประกาศเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2568) ซึ่งระบุรายละเอียดขั้นตอน ระยะเวลาการตรวจ การยื่นคำขอรับบริการและการออกหนังสือรับรอง ตลอดจนคู่มือปฏิบัติงานที่ชัดเจน เพื่อให้การดำเนินงานตรวจสอบการนำสินค้ายางพาราผ่านแดนเป็นไปตามขั้นตอนที่ถูกต้องที่สุด โดยหลังการ Kick Off การนำสินค้ายางพาราผ่านแดนและเขตควบคุมการขนย้ายยางจนถึงปัจจุบัน (1 พฤศจิกายน 2568 – 12 มกราคม 2569) มีผู้ประกอบการยื่นแบบคำขอลงทะเบียนเพื่อชำระค่าบริการตรวจรับรองชนิดหรือประเภทยางนำผ่านราชอาณาจักรแ
หน.ผู้ตรวจคลังทำแผนตรวจเข้ารีดภาษีปีหน้า 2.61 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นสรรพกร 1.9 ล้านล้าน สรรพสามิต 6 แสนล้าน และศุลกากร 1.1 แสนล้าน เผยเดือน ต.ค. เก็บได้เกินเป้าแล้ว เชื่อทำได้ไม่มีปัญหาแม้ยังออกกฎหมายเก็บภาษีอีคอมเมิร์ซไม่ได้ก็ตาม นายยุทธนา หยิมการุณ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ทำแผนการตรวจการทำงานของหน่วยงานต่างๆ โดยเฉพาะการเก็บภาษีและการเบิกจ่ายของรัฐวิสาหกิจให้ได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ เพื่อช่วยสนับสนุนการขยายตัวเศรษฐกิจมากที่สุด สำหรับการเก็บภาษีปีงบประมาณ 2561 กรมสรรพากรมีเป้าหมายเก็บภาษี 1.9 ล้านล้านบาท กรมสรรพสามิต 6 แสนล้านบาท กรมศุลกากร 1.1 แสนล้านบาท ในเดือน ต.ค. 2560 ซึ่งเป็นเดือนแรกของปีงบประมาณ 2560 ทางกรมสรรพากรสามารถเก็บภาษีได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ นายยุทธนา กล่าวอีกว่า นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง ให้ความสำคัญการเก็บภาษีของกรมสรรพากร โดยให้เร่งไปแก้ไขกฎหมายประมวลรัษฎากร เพื่อขยายฐานการเก็บภาษีให้มากขึ้น โดยเฉพาะการออกกฎหมาย (พ.ร.บ.) เก็บภาษีจากผู้ประกอบการธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ (e-Business) หรือภาษีอีคอมเมิร์ซ ที่มีปัญหาต้องเปิดรับฟังความเห็นตามมาต
