สงครามตะวันออกกลาง
ฮานอย, 25 มี.ค. (ซินหัว) – สื่อท้องถิ่นของเวียดนามรายงานว่าการส่งออกข้าวของเวียดนามกำลังเผชิญอุปสรรคจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ต้นทุนการขนส่งและเบี้ยประกันภัยสูงขึ้น โดยผู้ส่งออกกำลังเผชิญกับปัญหาขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์และการเปลี่ยนเส้นทางการขนส่ง ทำให้ผู้ค้าต้องเจรจาต่อรองสัญญาใหม่ เลื่อนการจัดส่ง หรือระงับคำสั่งซื้อใหม่ เหงวียน แอง เซิน ผู้อำนวยการสำนักงานการค้าต่างประเทศ สังกัดกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าของเวียดนาม รายงานว่าระยะเวลาการจัดส่งนานขึ้น 10-15 วัน ขณะที่ค่าขนส่งภายในประเทศเพิ่มขึ้น 20,000-30,000 ดองเวียดนาม (ราว 25-37 บาท) ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรและสิ่งแวดล้อมของเวียดนามคาดการณ์ว่าผลผลิตข้าวเปลือกของเวียดนามในปี 2026 จะอยู่ที่ราว 45.6 ล้านตัน โดยมีปริมาณที่สามารถส่งออกได้ 7.73 ล้านตัน
ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางที่ยังคงตึงเครียด “ปุ๋ย” ซึ่งเป็นปัจจัยการผลิตสำคัญของภาคเกษตรไทย กำลังเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยภายนอกประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เสียงสะท้อนจากภาคธุรกิจ โดย นายกองเอก เปล่งศักดิ์ ประกาศเภสัช นายกสมาคมการค้าปุ๋ยและธุรกิจเกษตรไทย ชี้ให้เห็นภาพรวมของสถานการณ์ได้อย่างชัดเจนว่า ความไม่แน่นอนของราคาปุ๋ยในปัจจุบันไม่ได้เกิดจากปัจจัยภายในประเทศเป็นหลัก หากแต่มีต้นตอมาจากปัจจัยระดับโลก ทั้งด้านพลังงาน การขนส่ง และความขัดแย้งระหว่างประเทศที่ยังคงยืดเยื้อ แม้จะมีความกังวลเกี่ยวกับราคาปุ๋ย แต่ในแง่ของปริมาณ นายกสมาคมฯ ยืนยันว่า ประเทศไทยยังคงมีปุ๋ยในสต๊อกเพียงพอ สำหรับการใช้งานประมาณ 2-2 เดือนครึ่ง โดยข้อมูลดังกล่าวสอดคล้องกับตัวเลขของหน่วยงานภาครัฐอย่างกรมการค้าภายในและกรมวิชาการเกษตร ซึ่งตัวเลขสต๊อกที่แท้จริงนั้น ภาคเอกชนไม่สามารถเข้าถึงได้โดยตรง เนื่องจากถือเป็นข้อมูลเชิงความมั่นคงที่อยู่ในความดูแลของภาครัฐ ซึ่งเป็นผู้มีหน้าที่บริหารจัดการภาพรวมของประเทศ ในอีกด้านหนึ่ง นายกองเอก เปล่งศักดิ์ เล่าว่า ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญยังคงมาจากสถานก
