สมาคมชาวสวนผลไม้จังหวัดระยอง
นายวสันต์ รื่นรมย์ เจ้าของ “ฟาร์มรื่นรมย์” และเป็นนายกสมาคมชาวสวนผลไม้จังหวัดระยอง เปิดเผยว่า ปัจจุบัน สวนทุเรียนของผมใช้หลักการบำรุงฟื้นฟูดินด้วยการตัดหญ้าเพิ่มอินทรีย์วัตถุในดิน ใส่ซังปาล์มรอบโคนต้น เพื่อเพิ่มธาตุอาหารบำรุงดิน พร้อมคำนวณสัดส่วนการใช้ปุ๋ยเคมี ตามขนาดทรงพุ่มของต้นทุเรียน รวมทั้งใส่ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน การบริหารจัดการสวนด้วยวิธีนี้ สามารถลดต้นทุนค่าปุ๋ยได้มากถึง 60% และได้ทุเรียนคุณภาพดีสูงถึง 3 ตันต่อไร่ “ ที่ผ่านมา เกษตรกรมักใส่ปุ๋ยตามความเคยชิน คือ ต้องหว่านให้เม็ดปุ๋ยกระจายอยู่เต็มโคนต้นจึงรู้สึกสบายใจ ในยุคปุ๋ยแพงแบบนี้ ผมแนะนำใส่ปุ๋ยได้ตรงกับความต้องการของพืช คือ คำนวณสัดส่วนการใช้ปุ๋ย ตามขนาดทรงพุ่มของต้นทุเรียน รวมทั้งใส่ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน ส่วนปุ๋ยอินทรีย์ ทุกวันนี้ ไม่ต้องใช้แล้วเพราะว่า หลังจากตัดหญ้าไป ดอกและลูกทุเรียนที่ร่วงหล่น ย่อยสลายเป็นอินทรีย์วัตถุอย่างดี จึงไม่ต้องควักเงินซื้อปุ๋ยอินทรีย์จากข้างนอกเข้ามา ผมใช้วิธีนี้ สามารถประหยัดค่าปุ๋ยได้มากกว่าเกษตรกรทั่วไปถึง 60% ” ใช้วิธีตัดหญ้าเพิ่มอินทรีย์วัตถุในดิน คุณวสันต์ เล่าย้อนอดีต
นายวสันต์ รื่นรมย์ นายกสมาคมชาวสวนผลไม้จังหวัดระยอง และนายกสมาพันธ์ชาวสวนทุเรียนไทยภาคตะวันออก เปิดเผยว่า ในปีนี้ผลผลิตทุเรียนไทยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากการขยายพื้นที่เพาะปลูกในช่วงที่ผ่านมา ในเบื้องต้นประเมินผลผลิตทุเรียนอยู่ที่ 1,100,000 ตัน เสี่ยงเจอผลกระทบจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง ทั้งสภาพอากาศร้อนสุดขั้ว พายุฤดูร้อนฯลฯ ผลผลิตอาจลดลง 15% หรือ ประมาณ 160,000 ตัน คาดว่าจะมีผลผลิตเข้าสู่ตลาดประมาณ 8 – 9.5 แสนตัน แต่ผลผลิตก็ยังมากกว่าปีก่อน ประมาณ 10% “ผมเชื่อว่า ปัญหาสารปนเปื้อนในทุเรียน ทั้งแคดเมียม และ BY 2 ไม่น่าจะเป็นอุปสรรคต่อการส่งออกทุเรียนไปยังตลาดจีนในปีนี้ เพราะทุกวันนี้ ชาวสวนส่วนใหญ่ต่างเข้าใจขั้นตอนปฏิบัติในสวนทั้งปฏิบัติตาม GAP และปัจจัยการผลิตมากขึ้นแล้ว ดังนั้นด้านตลาดส่งออกจึงไม่มีปัญหาอะไร” คุณวสันต์กล่าว นายกสมาคมชาวสวนผลไม้จังหวัดระยอง แสดงความห่วงกังวล ผลผลิตจะล้นตลาดในประเทศปีนี้ เนื่องจากประเทศไทยเผชิญภาวะภัยยาวนานตั้งแต่ปลายเดือนพฤศจิกายน จนถึงเดือนกุมภาพันธ์ตลอดระยะเวลา 4 เดือนเต็ม เกิดภาวะแห้งแล้ง อากาศร้อน ทำให้เกิดการแพร่ระบาดของเพลี้ยไฟไรแดงค
