สวทช.
ดร.ศราวุธ เลิศพลังสันติ รองผู้อำนวยการ ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) ภายใต้ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวบรรยายในหัวข้อ “Material Solutions for Low-Carbon Economy: นวัตกรรมวัสดุพร้อมเสิร์ฟ สำหรับเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ” ภายในงาน NSTDA Annual Conference 2026 หรือ NAC 2026 ว่า วันนี้ทีม MTEC สวทช. ไม่ได้ต้องการนำเสนอเพียง ‘งานวิจัย’ แต่ต้องการส่งต่อ ‘โอกาส’ ไปสู่ภาคการลงทุน ภาคอุตสาหกรรม และประชาชนทั่วไปที่สนใจเทคโนโลยีด้านเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ โดยระบุว่า ปัจจุบันโจทย์ของโลกเปลี่ยนไปแล้ว การแข่งขันทางธุรกิจไม่ได้วัดกันเพียงเรื่อง ‘ราคา’ หรือ ‘คุณภาพสินค้า’ เท่านั้น แต่ตลาดโลกเริ่มตั้งคำถามถึงที่มาของสินค้า ว่ากระบวนการผลิตปล่อยคาร์บอนเท่าไร ผลิตที่ใด สามารถรีไซเคิลได้หรือไม่ รวมถึงข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมสามารถตรวจสอบย้อนกลับและยืนยันความถูกต้องได้มากน้อยเพียงใด ยกตัวอย่างประเด็นที่ ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้กล่าวไว้ว่า โลกกำลังเผชิญผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ท
ในยุคที่ผู้บริโภคหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น ตลาดสินค้าเกษตรปลอดภัยและเกษตรอินทรีย์กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่กว่าที่ผักผลไม้จะมาถึงมือผู้บริโภคได้อย่างสมบูรณ์เกษตรกรต้องผ่านศึกหนักกับแมลงศัตรูพืชมาก่อนเสมอ คำถามคือ แล้วจะกำจัดแมลงอย่างไรให้ได้ผล โดยไม่ทิ้งสารพิษไว้ในผลผลิตและสิ่งแวดล้อม คุณกรรณิกา หัตถะปะนิตย์ นักวิจัยจากกลุ่มวิจัยนวัตกรรมการแปรรูปยาง ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) สวทช. มองเห็นช่องว่างตรงนี้ เล่าว่า ปกติแล้วการอารักขาพืชจะพึ่งพาสารเคมีฆ่าแมลง น้ำส้มควันไม้ หรือการใช้แมลงกำจัดแมลง รวมถึงกาวดักแมลงแบบสังเคราะห์ที่ทำมาจากพอลิเมอร์ ซึ่งมีลักษณะเหนียวหนืด มีกลิ่นเหม็นรบกวน และมีสารระเหยที่ไม่ปลอดภัยต่อร่างกาย “เมื่อมองเห็นผลเสียตรงนี้ เราเลยมองหาสิ่งใหม่ ที่จะทดแทนกาวดักแมลงสังเคราะห์ อาจจะเป็นอันตราย โดยมองไปถึงความปลอดภัยของผู้ใช้ และไม่มีสารอันตรายตกลงไปถึงผู้ใช้หรือลงสู่ผลผลิตทางการเกษตรที่เราทานเข้าไปด้วย” จากแนวคิดดังกล่าว คุณกรรณิกา เล่าว่า จึงทำให้เกิดการทดลองผลิตกาวดักแมลงจากน้ำยางพารา หรือที่รู้จักกันในชื่อ Para TRAP โดยเลือกใช้ยางพาราแห้งเป็นวัตถ
ปัญหาแมลงวันผลไม้ (Bactrocera dorsalis) ถือเป็นฝันร้ายของเกษตรกรไทยที่สร้างความเสียหายต่อผลไม้เศรษฐกิจอย่างมหาศาล ทั้งยังเป็นอุปสรรคสำคัญในการส่งออก เนื่องจากมาตรการสุขอนามัยพืชที่เข้มงวด ส่งผลให้ที่ผ่านมาเกษตรกรต้องพึ่งพาสารเคมี ที่อาจเกิดสารตกค้างและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ในวันนี้ ไบโอเทค สวทช. ได้ปลดล็อกข้อจำกัดดังกล่าวด้วยการพัฒนานวัตกรรม “กับดักชีวภัณฑ์” ที่ใช้พลังของเชื้อราแมลงมาเป็นอาวุธลับในการควบคุมศัตรูพืชอย่างยั่งยืน นวัตกรรมนี้โดดเด่นด้วยกลยุทธ์ “ดักและปล่อย” ที่เปลี่ยนแมลงวันผลไม้ให้กลายเป็นพาหะแพร่กระจายเชื้อราสู่ประชากรแมลงในธรรมชาติ ช่วยควบคุมแมลงได้ทั้งในและนอกกับดักอย่างต่อเนื่อง โดยจากการทดสอบจริง ณ สวนสุขจรัล พบว่าสามารถลดจำนวนแมลงได้สูงถึง 91% และช่วยเกษตรกรลดต้นทุนค่าสารเคมีได้มากกว่า 1,000 บาทต่อไร่ต่อเดือน นับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการยกระดับผลไม้ไทยสู่มาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล และสร้างโอกาสทางการแข่งขันที่เหนือกว่าในตลาดโลกอย่างเป็นรูปธรรม ดร.อลงกรณ์ อำนวยกาญจนสิน นักวิจัยอาวุโส ไบโอเทค สวทช. กล่าวว่า แมลงวันผลไม้ชนิด Bactrocera dorsalis เป็นศัตรูพืชสำคัญที่ส
ปัจจุบันแวดวงการเกษตรเริ่มนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ประโยชน์อย่างแพร่หลาย เช่น การจัดเก็บข้อมูลสภาพแวดล้อมในพื้นที่เพาะปลูก การดูแลพืชด้วยระบบอัตโนมัติ การใช้ AI วินิจฉัยโรคพืช แต่โดยส่วนใหญ่เทคโนโลยีเหล่านี้ยังทำงานแยกจากกัน ทำให้ขาดบูรณาการและใช้ฐานข้อมูลเพื่อการทำเกษตรแม่นยำได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) พัฒนา AgriNEXT (อะกริเน็กซต์) แพลตฟอร์มจัดเก็บข้อมูลการเกษตรจากอุปกรณ์ที่ติดตั้งในพื้นที่เพาะปลูกและข้อมูลจากดาวเทียม เพื่อประมวลผลและวางแผนการทำเกษตรด้วย AI ดร.โอภาส ตรีทวีศักดิ์ นักวิจัยทีมวิจัยเทคโนโลยีเกษตรดิจิทัล เนคเทค สวทช. อธิบายว่า AgriNEXT คือ โครงการวิจัยที่ต่อยอดจากผลงาน WiMaRC (Wireless sensor network for Management and Remote Control: WiMaRC) หรือไวมาก ซึ่งเป็นระบบตรวจวัดและจัดเก็บข้อมูลสภาวะแวดล้อมในพื้นที่เพาะปลูกแบบอัตโนมัติและเรียลไทม์ ตัวอย่างข้อมูลที่จัดเก็บได้ เช่น อุณหภูมิและความชื้นในอากาศ อุณหภูมิและควา
