สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (ผอ.สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงภาพรวมและทิศทางตลาดเกษตรอินทรีย์โลกว่า ตลาดเกษตรอินทรีย์ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง แม้ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ปัจจุบันมูลค่าตลาดอาหารและเครื่องดื่มอินทรีย์ทั่วโลกทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 145,000 ล้านยูโร หรือประมาณ 157,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่พื้นที่เกษตรอินทรีย์ทั่วโลก ขยายตัวแตะ 619 ล้านไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 2.1 ของพื้นที่เกษตรทั้งหมด นอกจากนี้ จำนวนเกษตรกรผู้ผลิตอินทรีย์ทั่วโลกยังเพิ่มขึ้นเป็น 4.84 ล้านราย โดยทวีปเอเชียยังคงครองแชมป์ภูมิภาคที่มีผู้ผลิตมากที่สุดถึงร้อยละ 56 ของโลก ข้อมูลเหล่านี้สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า เกษตรและอาหารอินทรีย์ได้กลายเป็นกุญแจสำคัญด้านความยั่งยืนของระบบอาหารโลกในปัจจุบัน เมื่อเจาะลึกลงในรายละเอียดของพื้นที่เพาะปลูก 619 ล้านไร่ จากรายงาน The World of Organic Agriculture 2026 เผยให้เห็นสถิติที่น่าสนใจ โดยภูมิภาคโอเชียเนีย ครองแชมป์พื้นที่เกษตรอินทรีย์สูงสุดถึง 332 ล้านไร่ (ร้อยละ 53 ของโลก) ซึ่งมีออสเตรเลียเป็นหัวหอกสำคัญ ขณะที่ประเทศในยุโรปอย
นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า สนค.ได้ติดตามและศึกษาทิศทางการค้าสินค้าไข่ไก่อย่างใกล้ชิด ควบคู่กับการวิเคราะห์รายงาน “From Commodity to Concept: How the US Egg Industry Reinvented Itself” ของ Rabobank สถาบันการเงินชั้นนำด้านธุรกิจเกษตรและอาหารจากเนเธอร์แลนด์ เพื่อถอดบทเรียนจากอุตสาหกรรมไข่ไก่ของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นหนึ่งในประเทศผู้ผลิตไข่รายใหญ่ของโลก จากการศึกษา พบว่า อุตสาหกรรมไข่ไก่สหรัฐฯ กำลังเผชิญการเปลี่ยนผ่านเชิงโครงสร้างครั้งสำคัญจากการผลิตจากระบบเลี้ยงแบบขังกรง สู่การผลิตที่ให้ความสำคัญกับสวัสดิภาพสัตว์ โดยเฉพาะการเลี้ยงไก่ไข่แบบไม่ใช้กรง (Cage-free) อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งแม้การปรับตัวนี้จะมีความท้าทายด้านต้นทุน แต่ก็นับเป็นโอกาสสำคัญสำหรับผู้ประกอบการในการยกระดับไข่ไก่สู่การเป็นสินค้าทางเลือกที่มีมูลค่าเพิ่มสูง (High Value Added) รายงานดังกล่าวชี้ว่า การเปลี่ยนผ่านสู่การผลิตไข่ไก่แบบ Cage-free ของสหรัฐฯ ไม่ได้เกิดจากแรงจูงใจด้านการตลาดเพียงอย่างเดียว แต่มีจุดเริ่มต้นจากแรงกดดันด้านกฎระเบียบและข้อบังคับของรัฐ ซึ่งกลายเป็นเงื่อน
นางสาวพิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (เงินเฟ้อ) เดือนธันวาคม 2560 เท่ากับ 101.37 ลดลง 0.08% เมื่อเทียบเดือนพฤศจิกายน 2560 และสูงขึ้น 0.78% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่อัตราเงินเฟ้อ ทั้งปี 2560 สูงขึ้น 0.66% ซึ่งเป็นการสูงขึ้นในรอบ 2 ปี จากปี 2558 ที่เงินเฟ้อลดลง 0.90% อย่างไรก็ตามยังเป็นไปตามกรอบที่ สนค.คาดการณ์ไว้ทั้งปี 0.4-1.0% ทั้งนี้ เงินเฟ้อที่ปรับตัวสูงขึ้น เป็นผลมาจากการปรับขึ้นของราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศที่ปรับขึ้นตามราคาน้ำมันดิบ ขณะที่กลุ่มอาหารสด ลดลง 0.91% ซึ่งมีผลตามอัตราเงินเฟ้อทั้งปี ทั้งนี้ เงินเฟ้อทั้งปีสูงขึ้นแต่รับว่าสูงไม่มาก แม้ประชาชนมีรายได้สูงขึ้นแต่ก็ระวังการซื้อสินค้ามาก และกรอบเงินเฟ้อทั้งปีหากเทียบกับต่างประเทศก็ยังใกล้เคียงไม่สูงเกินไป เช่น สิงคโปร์ สำหรับอัตราเงินเฟ้อเทียบเดือนที่ลดลง 0.08% เนื่องจากหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ลดลง 0.23% ตามการลดลงของหมวดผักสดและผลไม้ เช่น ผักสด ส่วนผลไม้ลดลง 1.33% รวมไปถึงการลดลงของไก่สด เนื้อสุกร ไข่ไก
