สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
(19 สิงหาคม 2569) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) และสถาบันการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตร (สท.) ร่วมกับ กรมหม่อนไหม ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และหน่วยงานพันธมิตร จัดงาน “SilkPro Innovation Day: From Heritage to High Value จากภูมิปัญญาผ้าไหมไทย สู่คุณค่าแห่งอนาคตด้วยเทคโนโลยีชีวภาพ นวัตกรรมเอนไซม์เพื่อยกระดับผ้าไหมทุ่งกุลาสู่อนาคต” ณ โครงการส่งเสริมศิลปาชีพบ้านดอนหลี่ ต.หนองบัวแก้ว อ.พยัคฆภูมิพิสัย จ.มหาสารคาม หนึ่งในแหล่งเรียนรู้และชุมชนต้นแบบการถ่ายทอดเทคโนโลยี นวัตกรรม “SilkPro” เอนไซม์โปรติเอสที่จำเพาะต่อโปรตีนกาวไหม ลดการใช้สารเคมี ลดพลังงานและเวลาผลิต ประยุกต์ใช้กับน้ำประปาในพื้นที่และอุปกรณ์เดิมของชุมชนได้ทันที พร้อมคงเส้นใยให้นุ่ม มันวาว แข็งแรง และย้อมสีธรรมชาติได้ดียิ่งขึ้น มุ่งยกระดับสิ่งทอทุ่งกุลาร้องไห้สู่ผลิตภัณฑ์ผ้าไหมรักษ์โลกมาตรฐานสากล ยกระดับพื้นที่ตามแนวทาง ‘ทุ่งกุลาม่วนชื่น’ ของ สวทช. อย่างยั่งยืน นายสมเกียรติ วิริยะกุลนันท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม ประธานในพ
ศาสตราจารย์ นายแพทย์ปิยะมิตร ศรีธรา ประธานคณะกรรมการบริหาร ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ อธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นประธานเปิดงานแถลงข่าวเปิดตัวบริการ 3 กลุ่มใหม่ ภายใต้ ฟูดเซิร์ป แพลตฟอร์ม “FoodSERP Platform” ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ประกอบด้วย PxSERP: โภชนาการแม่นยำและเมแทบอโลมิกส์ FlavorSERP: นวัตกรรมกลิ่นรส ยกระดับเอกลักษณ์สินค้า และ PetSERP: ผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยงมาตรฐานสูง ภายใต้แนวคิด “Wellness for All: Better Living for People and Pets” พร้อมเดินหน้ายกระดับประเทศไทยสู่เศรษฐกิจฐานนวัตกรรม ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับอุตสาหกรรมอาหารและสุขภาพของไทย เพื่อตอบโจทย์เทรนด์โลกที่ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน (Preventive healthcare) และการมีอายุยืนยาวอย่างมีคุณภาพ (Healthy longevity) ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการเปลี่ยนผ่านประเทศด้วยฐานรากทางวิทยาศาสตร์ที่พร้อมแข่งขันในระดับสากล ศาสตราจารย์ นายแพทย์ปิยะมิตร กล่าวว่า ขุมพลังแห่งงานวิจัย คือกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยแพลตฟอร์ม FoodSERP ของ สวทช. ได้พิสู
เมื่อวันที่ 16 พ.ค. 2568 ที่เมืองโคลัมบัส รัฐโอไฮโอ ประเทศสหรัฐอเมริกา ในการแข่งขันโครงงานวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์สำหรับเยาวชนระดับโลก REGENERON ISEF 2025 (Regeneron International Science and Engineering Fair 2025) จัดโดย Society for Science ซึ่งเป็นเวทีการแข่งขันด้านวิทยาศาสตร์สำหรับเยาวชนที่ใหญ่ที่สุดในโลก กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) หรือ NSM ร่วมกับ สมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ได้ส่งทีมเยาวชนไทย จำนวน 14 ทีม เข้าร่วมชิงชัยกับทีมเยาวชน 66 ประเทศทั่วโลก ราว 1,700 คน ในระหว่างวันที่ 10 – 16 พฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งผลการแข่งขันฯ ปรากฏว่า รร.ปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย จ.เชียงใหม่ คว้ารางวัลที่ 1 สาขาเทคโนโลยีส่งเสริมศิลปะ กับ โครงงาน“ไอเบรลล์ : การปฏิรูปการศึกษาเบรลล์อย่างเป็นระบบด้วย AI และเทคโนโลยีสัมผัสต้นทุนต่ำ เพื่อสังคมแห่งความเท่าเทียมที่
พี่น้องเกษตรกรจังหวัดยโสธร หันมาปลูก ‘ถั่วเขียว KUML’ เพียง 2 ปี สายพันธุ์ที่สนับสนุนการวิจัยโดย สวทช. วิจัยสายพันธุ์ โดย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กำแพงแสน ระดมนักวิชาการถ่ายทอดความรู้ให้เจ้าหน้าที่และเกษตรกรปลูกแบบครบวงจร ‘ถั่วเขียว KUML’ ขึ้นแท่นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ของชาวทุ่งกุลาร้องไห้ พืชจิ๋ว-ราคาแจ๋ว ราคารับซื้อสูงถึงกิโลกรัมละ 40 บาท ปลูกระยะสั้นเพียง 2 เดือนเศษ เก็บเกี่ยวผลผลิต-สร้างรายได้ 22,000บาท/ครัวเรือน ด้วยจุดเด่น ‘เมล็ดโต-น้ำหนักดี’ แถมต้นถั่วเขียวยังช่วยบำรุงดินเป็นปุ๋ยพืชสดให้ผลผลิตข้าวเพิ่มขึ้น ช่วยทั้งลดต้นทุน-สร้างรายได้เพิ่ม และไม่สร้างฝุ่น PM 2.5 จากการไม่เผาตอซังในนาข้าว ด้าน เกษตรจังหวัดยโสธร เตรียมส่งเสริมเกษตรกร ขยายพื้นที่ปลูกจาก 350 ไร่ในปี 68 ขยายเป็น 1 พันไร่ ! ต้นปี 69 เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2568 ณ บ้านกุดเสถียร ตำบลสร้างมิ่ง อำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร น.ส.วิราภรณ์ มงคลไชยสิทธิ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และผู้อำนวยการ สถาบันการจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรมเกษตร (สท.) นำสื่อมวลชนร่วมงานวันเก็บเกี่ยวถั่วเขียว KUML และเ
“ต้นขลู่” เป็นไม้พุ่มที่อยู่ในวงศ์ Asteraceae สามารถพบได้ทั่วไปในบริเวณที่ชื้นแฉะของประเทศแถบเอเชีย สำหรับประเทศไทย พบในพื้นที่ภาคใต้ ภาคกลาง ภาคอีสาน มีชื่อเรียกแตกต่างในแต่ละท้องถิ่น ภาคกลางเรียก “ขลู่” จังหวัดอุดรธานี เรียกว่า “หนวดงัว” สามารถขยายพันธุ์ด้วยวิธีตัดกิ่งปักชำ สมุนไพรใบขลู่ มีสารพฤกษเคมีมากมายหลายชนิดที่ดีต่อสุขภาพ โดยเฉพาะฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระ สามารถลดน้ำตาลในเลือด ลดความดันโลหิต ในตำราแพทย์แผนไทยนำใบขลู่มาใช้รักษาอาการขัดเบา นำมาอาบเพื่อดับกลิ่นตัว ปัจจุบัน มีการนำใบขลู่มาประยุกต์ใช้ในรูปแบบของชา เพื่อช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ช่วยขับปัสสาวะ “ชาใบขลู่” สร้างอาชีพ วิสาหกิจชุมชนลุงแกละชาใบขลู่ บ้านตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร ได้นำต้นขลู่ ซึ่งเป็นวัชพืชที่งอกงามอยู่ใกล้กับป่าชายเลนมาจำหน่ายในรูปแบบผลิตภัณฑ์ชาใบขลู่ ที่ขายดีเป็นที่นิยมในกลุ่มผู้บริโภคที่รักสุขภาพ ต่อมา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนครได้นำนวัตกรรมเข้ามายกระดับการผลิตทำให้ผลิตภัณฑ์ใบขลู่อบแห้ง มีคุณภาพและผ่านเกณฑ์มาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.) เป็นรายแรกในประเทศไทย สร้างความ
นักวิจัยจากศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมกับ นักวิทยาศาสตร์สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) ใช้ซินโครตรอนหาตำแหน่งของเห็ดหลินจือที่มีโปรตีนสูงสุด เพื่อพัฒนากรรมวิธีสกัดสารจากเห็ดหลินจือ สำหรับต่อยอดเป็นครีมทาลดการสะสมของเซลลูไลท์ นครราชสีมา – ดร.บัวบาล กัวประเสริฐ นักวิทยาศาสตร์ระบบลำเลียงแสง สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน กล่าวว่า “ดร.สุชีวิน กรอบทอง และ รศ.ดร.เกียรติทวี ชูวงศ์โกมล ร่วมกับทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้แก่ นายยอดยิ่ง ยิ่งชูตระกูล และ ผศ.ดร.ปวิตตราภรณ์ สมุทรทัย ให้ความสนใจสารสกัดจากเห็ดหลินจือประเภทโปรตีนไฮโดรไลเสท ซึ่งมีฤทธิ์ในการลดการสะสมไขมันในเซลล์ จึงได้ร่วมกันพัฒนากรรมวิธีสกัดสารจากเห็ดหลินจือ เพื่อพัฒนาเป็นครีมทาสำหรับลดการสะสมของเซลลูไลท์” สำหรับเซลลูไลท์นั้นเป็นลักษณะผิวหนังที่เป็
วิศวกรของสถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) ช่วยสร้างกล่องอุปกรณ์เลี้ยง “ไข่น้ำ” พืชที่มีโปรตีนสูงให้แก่ทีมวิจัยมหิดล และสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) เพื่อใช้จำลองการเลี้ยงในสภาวะแรงโน้มถ่วงสูงที่องค์การอวกาศยุโรป (ESA) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการคัดกรองพืชที่เหมาะสมต่อการใช้งานในการสำรวจอวกาศ นครราชสีมา – ดร.สุทธิพงษ์ วรรณไพบูลย์ หัวหน้าส่วนปฏิบัติการระบบลำเลียงแสง สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน ให้ข้อมูลว่า “คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ขอความอนุเคราะห์สถาบันฯ ให้การสนับสนุนคณะผู้วิจัยเข้าร่วมโครงการ HyperGES เพื่อออกแบบวิศวกรรมและดำเนินการผลิตอุปกรณ์วิทยาศาสตร์สำหรับโครงการ เนื่องจาก อาจารย์ ดร.ทัฏพงศ์ ตุลยานนท์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้รับทุนจากโครงการดังกล่าวที่สนับสนุนองค์การอวกาศยุโรป และสำนักกิจการอวกาศแห่งองค์การสหประชาชาติ” “ดร.ทัฏพงศ์ ตุลยานนท์ ได้รับการสนับสนุนในการศึกษาการตอบสนองของ ‘ไข่น้ำ’ พืชดอกที่เล็กที่สุดในโลกต่อสภาวะแรงโน้มถ่วงสูงจำลอง และสถาบันฯ ได้รับโจทย์ให้ออกแบบและพ
วช. หนุนทีมวิจัย เอ็นเทค สวทช.พัฒนาเครื่องผลิตน้ำยาฆ่าเชื้อสำหรับบำบัดมูลฝอยติดเชื้อภายในสถานประกอบการด้านสาธารณสุข สามารถลดการนำเข้าเทคโนโลยีและสารเคมี เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ช่วยลดปริมาณขยะติดเชื้อ สร้างความตระหนักในการบริหารจัดการขยะติดเชื้อในสถานพยาบาลในแต่ละจังหวัดได้ ดร. วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า ขยะเป็นปัญหาสำคัญระดับประเทศ หากไม่ได้รับการกำจัดอย่างถูกวิธี จะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน ทั้งนี้ ในช่วงที่ประเทศไทยรวมถึงทั่วโลกประสบกับปัญหาวิกฤติการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้ในสถานประกอบการด้านสาธารณสุขต่างๆ มีขยะติดเชื้อรวมถึงเครื่องมือ เครื่องใช้ อุปกรณ์ทางการแพทย์ ที่สัมผัสเชื้อก่อโรคเป็นจำนวนมาก จึงจำเป็นต้องมีการบำบัดอย่างถูกวิธีเพื่อความปลอดภัยและป้องกันการแพร่ระบาดของโรค กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) จึงสนับสนุนทุนวิจัยประจำปี 2563 ให้กับโครงการ “การพัฒนาชุดผลิตน้ำยาฆ่าเชื้อที่มีสารประกอบคลอรีนเป็นส่วนประกอบด้วยวิธีทางไฟฟ้าเคมี สำหรับบำบัดมูลฝอยติดเชื้อภายในสถานประกอบก
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) นำโดย ดร. ณัฐภพ สุวรรณเมฆ นักวิจัย ทีมวิจัยสิ่งทอ กลุ่มวิจัยเทคโนโลยีโพลิเมอร์ขั้นสูง ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) สวทช. ผศ.ดร. ลำแพน ขวัญพูล อาจารย์ประจำภาควิชาเทคโนโลยีการผลิตพืช คณะเทคโนโลยีการเกษตร สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) คุณนวลนภา เจริญรวย เจ้าของสวนทุเรียน“สวนสไตล์ช๊าลฮิ” อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ร่วมเปิดตัว “นวัตกรรมถุงห่อทุเรียน Magik Growth เพื่อชาวสวนยุคใหม่ ลดใช้สารเคมี” ภายใต้โครงการการขยายผลนวัตกรรมถุงห่อผลไม้นอนวูฟเวนเพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตชาวสวนทุเรียน ดร. ณัฐภพ สุวรรณเมฆ นักวิจัยทีมวิจัยสิ่งทอ กลุ่มวิจัยเทคโนโลยีโพลิเมอร์ขั้นสูง ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สวทช. กล่าวว่า ในปี 2564 ทุเรียนเป็นพืชส่งออกอันดับ 2 รองจากยางพารา โดยการส่งออกทุเรียนสดและแช่แข็งตลอดเดือนมกราคม-พฤษภาคมที่ผ่านมา มีมูลค่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 58,344 ล้านบาท แต่ชาวสวนทุเรียนยังประสบปัญห
(28 มีนาคม 2565) ณ อาคารศูนย์ประชุมอุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จังหวัดปทุมธานี : สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นองค์ประธานในพิธีเปิดการประชุมวิชาการ สวทช. ประจำปี 2565 (NSTDA Annual Conference : NAC2022) ภายใต้แนวคิด “พลิกฟื้นเศรษฐกิจและสังคมไทย ด้วยงานวิจัยและนวัตกรรม BCG” (Revitalizing Thai Economy through BCG Research and Innovation) ซึ่งปีนี้จัดขึ้นเป็นปีที่ 17 ระหว่างวันที่ 28-31 มีนาคม 2565 บนแพลตฟอร์มออนไลน์เต็มรูปแบบผ่านเว็บไซต์ www.nstda.or.th/nac โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดธัญบุรี ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 11 ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี คณะผู้บริหารกระทรวง อว. นักวิจัยและพนักงาน สวทช. ร่วมรับเสด็จฯ ศาสตราจารย์ (พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
