สินค้าจีไอ
รายงานข่าว โดย กาญจนา จินตกานนท์ /ตราด “หอยนางรมท่าโสม” มีแหล่งเพาะเลี้ยงที่ ต.ท่าโสม อ.เขาสมิง จ.ตราด สร้างรายได้ให้จังหวัดปีละ 6 ล้านบาทเศษ เป็นสัตว์น้ำเศรษฐกิจที่มีอัตลักษณ์ของจังหวัดตราด สำนักงานประมงจังหวัดตราดได้ยื่นขอขึ้นทะเบียนใช้ตราสัญญลักษณ์สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indications : GI) จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา ได้รับการขึ้นทะเบียนเมื่อ 25 ธันวาคม 2567 (มีผลตั้งแต่ 27 ธันวาคม 2565) ชื่อสินค้า หอยนางรมท่าโสม (Tha Som Oyster หรือ Hoi Nang-rom Tha-Som) เป็นหอยนางรมพันธุ์เล็กหรือหอยนางรมปากจีบ (Oyster) ”อ่าวท่าโสม”…เลี้ยงหอยได้คุณภาพ ว่าที่ ร.ต.หญิง พลอยณิศา พวงบุปผา ประมงอำเภอเขาสมิง จ.ตราด ให้ข้อมูลว่า พื้นที่การเลี้ยงหอยนางรมท่าโสม อยู่บริเวณอ่าวท่าโสมแม่น้ำเวฬุ เป็นเขตเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำควบคุมที่อุดมสมบูรณ์ ครอบคลุมพื้นที่ ต.ท่าโสม อ.เขาสมิง จ.ตราด ใน 4 หมู่บ้าน คือ บ้านท่าโสม บ้านละมีบ บ้านสลัก และบ้านอ่างกระป่อง มีพื้นที่เลี้ยงหอย 1,527 ไร่ ปี 2568 มีผู้ขอเช่าพื้นที่เลี้ยงหอยนางรม 63 ราย พื้นที่เช่า 196.25 ไร่ ผลผลิตจำนวน 860 ตัน ราคาเฉลี่ยกิโลกรัมละ 7 บา
ปลาสลิดดอนกำยานเป็นสินค้าอร่อยที่มีชื่อเสียงมานานกว่า 80 ปี มีบันทึกของกรมประมงว่า อธิบดีประมงท่านหนึ่งติดใจรสชาติความอร่อยของปลาสลิดดอนกำยานจึงได้นำพันธุ์ปลาชนิดนี้ไปเผยแพร่ในพื้นที่อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ ทำให้เกิดการเลี้ยงปลาสลิดเชิงพาณิชย์ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ที่มาของ “ ปลาสลิดดอนกำยาน ” ที่มาของชื่อปลาสลิดดอนกำยาน มาจากชื่อคลองดอนกำยาน ที่ไหลผ่าน 8 อำเภอในจังหวัดสุพรรณบุรี ได้แก่ อำเภอเมือง ศรีประจันต์ สามชุก เดิมบางนางบวช ดอนเจดีย์ บางปลาม้า สองพี่น้อง และอู่ทอง โซนนี้ปลาสลิดชุกชุมมาก เนื่องจากเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ มักประสบปัญหาน้ำท่วมขังนาน ทำให้ต้นกำยานหรืออบเชยเถาที่ขึ้นอยู่ทั่วไป เกิดการเน่าเปื่อย เมื่อปลาสลิดมากินรากกำยาน ซึ่งเป็นส่วนที่หอม ทำให้ปลาสลิดดอนกำยาน มีรสชาติหอมอร่อย ถือเป็นอัตลักษณ์ที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร จึงได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ลำดับที่ 2 ของจังหวัดสุพรรณบุรี ต่อจากแห้วสุพรรณ “ ปลาสลิดดอนกำยาน เป็นสายพันธุ์โบราณมีลักษณะรูปร่างคล้ายใบไม้ ลำตัวแบนยาว มีลายริ้วสีดำ เนื้อปลาสีขาวอมชมพู ช่องท้องมีไขมันน้อย จุดก
“ กระท้อนนาปริก ”เป็นกระท้อนพื้นเมืองที่มีประวัติการปลูกมายาวนานกว่า 30 ปี ปลูกในพื้นที่บ้านนาปริก ตำบลควนโดน อำเภอควนโดน จังหวัดสตูล เนื่องจากปลูกในแหล่งดินที่อุดมด้วยแร่ธาตุ มีน้ำใต้ดินที่มีคุณภาพ และเพียงพอต่อการเพาะปลูก ประกอบกับเกษตรกรมีความเชี่ยวชาญในการปลูก และพัฒนาผลผลิตมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้กระท้อนนาปริกสตูลมีรสชาติหวานอร่อย เนื้อหนานุ่ม ปุยหุ้มเมล็ดหนาฟูไม่เหนียว รสชาติหวาน มีลักษณะเฉพาะที่โดดเด่นแตกต่างจากกระท้อนในพื้นที่อื่น จึงได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indication: GI) เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2567 นับเป็นสินค้า GI ที่ขับเคลื่อนตามนโยบาย Soft Power ผลไม้ไทย สร้างมูลค่าให้จังหวัดกว่า 15 ล้านบาท/ปี สร้างรายได้ให้เกษตรกรรวมทั้งขยายผลไปสู่การเชื่อมโยงท่องเที่ยวชุมชน การปลูก นายไพฑูรย์ สีลาพัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 9 สงขลา (สศท.9) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า เกษตรกรในพื้นที่เริ่มปลูกกระท้อนตั้งแต่ปี 2537 และได้รับความนิยมปลูกเพิ่มขึ้นในปี 2562 – 2563 ปัจจุบันเกษตรกรมีการปรับวิธีการปลูกกระท
“ จังหวัดชุมพร” นับเป็นเมืองหลวงของกาแฟโรบัสต้า เป็นแหล่งผลิตกาแฟพันธุ์โรบัสต้า อันดับ 1 ของประเทศไทย เกษตรกรส่วนใหญ่นิยมปลูกกาแฟผสมผสานในสวนผลไม้ สร้างมูลค่าให้กับท้องถิ่นมากกว่า 573.71 ล้านบาทต่อปี กาแฟพันธุ์โรบัสต้าของจังหวัดชุมพรที่ได้รับความนิยมมีหลายกลุ่ม เช่น กาแฟเขาทะลุ เอสที กาแฟชุมพร และกาแฟถ้ำสิงห์ เรียกว่า กาแฟโรบัสต้าชุมพรมีคุณภาพดี จนหลายคนต้องออกปากชม กาแฟถ้ำสิงห์ชุมพร ตำบลถ้ำสิงห์เริ่มต้นปลูกกาแฟโรบัสต้าตั้งแต่ปี พ.ศ.2510 สร้างอาชีพและรายได้ให้แก่ชุมชนมาอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งปี 2532 ต้นกาแฟอายุเยอะ รัฐบาลในยุคนั้นมีนโยบายลดพื้นที่ปลูกกาแฟ เกษตรกรจึงตัดต้นกาแฟทิ้งและหันมาปลูกทุเรียนเป็นพืชเชิงเดี่ยวมีการใช้สารเคมีอย่างเข้มข้นเกิดปัญหาสารเคมีตกค้าง กระทบต่อสุขภาพเกษตรกรและสิ่งแวดล้อม เกษตรกรจึงรื้อฟื้นการปลูกกาแฟสายพันธุ์โรบัสต้าพร้อมนำนวัตกรรมองค์ความรู้มาใช้เพื่อลดความสูญเสียในกระบวนการผลิต จากเดิมที่เก็บเมล็ดกาแฟสดโดยไม่ได้คัด และนำเมล็ดกาแฟมาตากแห้งบนพื้นปูน ที่ต้องใช้เวลานาน 20-25 วันทำให้เมล็ดกาแฟเน่า และมีรสเปรี้ยว กาแฟถ้ำสิงห์ เป็นผู้ผลิตกาแฟรายเเรกใ
กรมส่งเสริมการเกษตร โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดสมุทรสงคราม ร่วมกับสำนักงานพาณิชย์จังหวัดสมุทรสงคราม เตรียมจัดงาน “เทศกาลลิ้นจี่ค่อมสมุทรสงครามและของดีเมืองแม่กลอง” ครั้งที่ 1 ประจำปี 2566 ระหว่างวันที่ 21- 30 เมษายน 2566 ณ บริเวณลานหน้าศาลากลางจังหวัดสมุทรสงคราม เพื่อส่งเสริมการตลาดและประชาสัมพันธ์ลิ้นจี่พันธุ์ค่อม สินค้าเกษตร สินค้า OTOP และผลิตภัณฑ์เด่นของจังหวัดสมุทรสงครามให้เป็นที่รู้จักแพร่หลาย และช่วยระบายผลผลิตลิ้นจี่พันธุ์ค่อมให้กับเกษตรกรในช่วงที่ผลผลิตออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก โดยกิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย บูธจำหน่ายสินค้าภายในงานกว่า 100 ร้านค้า และการประกวดลิ้นจี่ค่อมสมุทรสงคราม โดยคาดว่าจะมีประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเข้าร่วมงานจำนวนมาก นายรพีทัศน์ อุ่นจิตตพันธ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ลิ้นจี่ค่อมสมุทรสงคราม หรือหอมลำเจียก เป็นลิ้นจี่ที่มีรสชาติหอมหวาน มีลักษณะเด่น คือ หนามตั้ง หนังตึง เนื้อเต่ง เมื่อแกะดูด้านในเปลือกจะมีสีแดง (ร่องชาด) ผลกลม รูปไข่หรือรูปหัวใจ เมล็ดยาว เปลือกมีหนามตั้งหรือหนามแหลมห่างเสมอกันทั้งผลและไม่เป็นกระจุก เน
ส้มโอทับทิมสยาม ถือเป็นอีกหนึ่งผลไม้ที่เป็นของดีขึ้นชื่อของจังหวัดนครศรีธรรมราชในเวลานี้ ที่สามารถปั่นรายได้เข้าสู่กระเป๋าเกษตรกร เนื่องจากความต้องการของตลาดที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ จนไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค คุณปรเมศวร์ วัลดาว เกษตรตำบลคลองน้อย เล่าว่า คุณเสริม แขดวง ถือเป็นบุคคลที่ประสบความสำเร็จทั้ง 2 ด้าน ทั้งด้านการเงิน เศรษฐกิจ หรือพูดง่ายคือความเก่ง ความรอบรู้ ต่อมาด้านศีลธรรม คือเรื่องของการแบ่งปันความรู้ การช่วยเหลือผู้อื่น รวมไปถึงส่งมอบโอกาสดีๆ ให้แก่เกษตรกร โดยเฉพาะในพื้นที่ตำบลคลองน้อย อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่มีพืชผลเศรษฐกิจทำรายได้ดีอย่างส้มโอทับทิมสยาม ด้วยสาเหตุที่ว่า ยังไม่มีคู่แข่งผลิตส้มโอทับทิมสยามที่ได้คุณภาพ และผ่านการรับรองจาก GI ถึงแม้อาจจะมีเกษตรกรนอกอำเภอ นอกจังหวัด เอากิ่งพันธุ์ไปปลูก แต่ก็ยังไม่สามารถตอบโจทย์ในเรื่องของรสชาติ ความหวาน ได้ดีกว่าส้มโอทับทิมสยามของตำบลคลองน้อย อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช “ผมมองว่าในพื้นที่นี้ มันก็เป็นส้มโอทับทิมสยาม และถ้าให้พูดกันตรงๆ พืชที่ทำรายได้ดีที่สุดของอำเภอปากพนัง คือส้มโอทับทิมสยาม แต่ว่า
คุณประเสริฐศักดิ์ แสงสัทธา ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 2 (สศท.2 พิษณุโลก) เปิดเผยว่า ทุเรียนหลงลับแลของจังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นหนึ่งในสินค้าเกษตรที่ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indication : GI) จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2555 ทุเรียนหลงลับแลของจังหวัดอุตรดิตถ์ มีศักยภาพและโอกาสทางการตลาดสูง โดยทุเรียนหลงลับแลมีลักษณะเด่นคือ มีผลทรงกลมหรือกลมรี ขนาดเล็ก เปลือกบาง เนื้อมาก สีเหลืองเข้ม เนื้อแห้งละเอียดเหนียว มีกลิ่นอ่อน รสชาติหวานมัน เมล็ดลีบเล็ก จุดกำเนิดของทุเรียนหลงลับแล อุตรดิตถ์ มาจากทุเรียนสายพันธุ์พื้นเมืองที่มีความพิเศษแตกต่างจากทุเรียนพื้นเมืองทั่วไป คือเป็นทุเรียนที่มีรสชาติดี เมล็ดลีบ ซึ่งภายหลังจากส่งเข้าประกวดทุเรียนและได้รับรางวัลยอดเยี่ยม เกษตรกรจึงได้รับการส่งเสริมให้ปลูกและขยายพันธุ์มาอย่างต่อเนื่อง ช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าและภูมิปัญญาท้องถิ่น พร้อมช่วยเพิ่มช่องทางการจำหน่ายมากยิ่งขึ้น สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 2 พิษณุโลก (สศท.2) ศึกษาแนวทางการพัฒนาทุเรียนหลงลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ ที่ได้รับการร
นายประภัสสร์ มาลากาญจน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เป็นประธานการแถลงข่าว การขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI มะพร้าวน้ำหอมบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร ณ ศูนย์การเรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร สวนลุงบุญลอย ทรัพย์มา หมู่ที่ 5 ต.บ้านแพ้ว อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร โดยมีนางสาวมารศรี ติปยานนท์ พาณิชย์จังหวัดสมุทรสาคร นายชาญศักดิ์ ขจรบุญ เกษตรอำเภอบ้านแพ้ว นายบุญลอย ทรัพย์มา ประธานกลุ่มเกษตรกรผู้เพาะปลูกมะพร้าวน้ำหอมบ้านแพ้ว และนายบุญประเสริฐ ทรัพย์มา เกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวน้ำหอม ร่วมแถลงข่าวต่อส่วนราชการ เกษตรกรผู้เพาะปลูกมะพร้าวน้ำหอมจาก 3 อำเภอ และสื่อมวลชน ที่เข้าร่วมรับฟังการแถลงข่าวเป็นจำนวนมาก นายประภัสสร์ กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลได้ให้นโยบายและให้ความสำคัญในการสร้างฐานการผลิต จากผลิตภัณฑ์ชุมชนให้เข้มแข็ง เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของชุมชนท้องถิ่นอย่างยั่งยืน โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญาได้ให้การส่งเสริมผลิตภัณฑ์ชุมชนด้วยสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI ให้ครบทั้ง 77 จังหวัด และส่งเสริมการขึ้นทะเบียน GI ไทยในต่างประเทศ เพื่อขยายตลาดสินค้า GI ไทยที่มีศักยภาพ ซึ่งจังห
นายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ให้ความรู้เกษตรกร และผู้ประกอบการสินค้าในชุมชนที่มีสินค้าเป็นเอกลักษณ์ ทั้งที่ได้ขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (จีไอ) และไม่ได้ขึ้นทะเบียนจีไอ เช่น ผลไม้, อาหาร, พืชผลทางการเกษตร และสินค้าของชุมชน ให้รวมกลุ่มกันตั้งทีมตรวจสอบไม่ให้พ่อค้าที่แอบอ้างนำสินค้าจากแหล่งอื่นมาแอบใช้ชื่อสินค้าในชุมชน เพื่อหลอกขายตามตลาดต่างๆ จนสร้างความเสียหายแก่สินค้าของชุมชน “กรม กังวลว่าหากพ่อค้านำสินค้าจากแหล่งอื่นมาอ้างว่าเป็นสินค้าดังจากชุมชนต่างๆ ไปขายในท้องตลาด อาจทำให้สินค้าที่มีชื่อเสียงของชุมชนได้รับความเสียหายเพราะคุณภาพสินค้าหรือรสชาดความอร่อยไม่เหมือนกัน ซึ่งที่ผ่านมาก็มีเหตุการณ์ดังกล่าวมาแล้ว ดังนั้นหากชุมชนมีความเข้มแข็ง ด้วยการร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานท้องถิ่น ในการตรวจสอบว่ามีพ่อค้ารายใดมาแอบมาอ้างชื่อก็สามารถร้องเรียนมายังกรมหรือผู้เกี่ยวข้องให้ช่วยดำเนินคดี” นายทศพล กล่าวว่า สินค้าที่เห็นได้ชัดเจน เช่น สับปะรดภูแล มีการจำหน่ายกันทั่วประเทศโดยไม่ทราบว่าสับปะรดที่พ่อค้านำมาจำหน่ายจะเป็นภูแลของ
