สินค้าเกษตรมูลค่าสูง
กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเวทีการประกวด Agri Plus Award 2026 เฟ้นหาสุดยอดสินค้าเกษตรนวัตกรรมไทยสร้างมูลค่าเพิ่มสู่ตลาดโลก ชิงถ้วยพระราชทานอันทรงเกียรติจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เปิดโอกาสให้เจ้าของผลิตภัณฑ์ นิสิต นักศึกษา นักวิจัย และคนรุ่นใหม่ทั่วประเทศได้โชว์ไอเดีย พลิกโฉมสินค้าเกษตรไทยให้ก้าวไกลระดับสากล โดยในปีนี้ กรมฯ ได้รับเกียรติจากผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ (ดร. กิริฎา เภาพิจิตร) ให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธี และเป็นสักขีพยานในการลงนาม MOU ระหว่างกรมการค้าต่างประเทศและจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมปั้น SMEs สินค้าเกษตรนวัตกรรมไทย ก้าวไกลสู่อินเตอร์ นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยหลังการจัดงานเปิดตัวการประกวด Agri Plus Award 2026 เมื่อวันศุกร์ที่ 27 มีนาคม 2569 ว่ากรมฯ ดำเนินโครงการสร้างสรรค์มูลค่าเพิ่มสินค้าเกษตรนวัตกรรมสู่ตลาดสากล หรือการประกวด “Agri Plus Award 2026 โดยในครั้งนี้ จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 5 โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมาร
หากใครกำลังมองหาโอกาสและทางเลือกสำหรับการลงทุนเพื่ออนาคต “Exotic Plant ไม้แปลกและไม้หายาก” อาจเป็นหนึ่งในทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะสินค้ากลุ่มนี้กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในตลาดโลก ไทยได้เปรียบด้านสภาพภูมิอากาศและสภาวะแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการเพาะปลูกพืชกลุ่มนี้ มากกว่าฝั่งยุโรปที่ต้องเลี้ยงดูไม้แปลก-ไม้หายาก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพืชเขตร้อนในโรงเรือนกระจก EVAP ทำให้มีต้นทุนผลิตสูง Exotic Plant พืชทำเงิน มูลค่าสูง ปัจจุบันไทยเป็นฐานการส่งออก Exotic Plant ไปทั่วทุกมุมโลก มีมูลค่าการส่งออกในลักษณะล็อตใหญ่ไปยังตลาดหลักอย่างอเมริกา ยุโรป ซึ่งตลาดอเมริกันชอบ Exotic Plant คุณภาพดี ไม่เกี่ยงราคา ขณะที่ตลาดยุโรปชอบสินค้าราคาปานกลางแต่สั่งจำนวนมาก สำหรับตลาดใหม่ที่น่าจับตามองคือ ตลาดแอฟริกา ตะวันออกกลาง รวมทั้งจีน ซึ่งมีกำลังซื้อสูง ตลาด Exotic Plant ในจีน กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด สินค้าขายดี ได้แก่ ไม้ด่าง ประเภท มอนสเตอร่า ฟิโลเดนดรอน เน้นแข่งขันกันด้วยการสร้างลวดลายหรือแพตเทิร์นใหม่ๆ คุณโฮม – สรรพสิริ เชาวน์วาณิชย์ นักสะสม Exotic Plants ไม้แปลกหายากจากทั่วทุกมุมโลก มากว่า 30 ปี เป็นที่รู้จักใ
วันที่ 10 มีนาคม 2569, กรุงเทพมหานคร – ดีป้า มอบรางวัลเกษตรกรดีเด่นภายในงานเชิดชูเกียรติเกษตรกรทุเรียนดิจิทัล เพื่อยกย่องเกษตรกรชาวสวนทุเรียนที่ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการบริหารจัดการสวนอย่างเป็นรูปธรรม ภายในงานยังมีกิจกรรมยกระดับความรู้และทักษะดิจิทัลแก่เกษตรกรที่สนใจ ตั้งเป้าส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลแก่เกษตรกรชาวสวนทุเรียนไทย เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการบริหารจัดการกระบวนการเพาะปลูก ลดต้นทุน เพิ่มรายได้ และขีดความสามารถทางการแข่งขัน ควบคู่ไปกับการพัฒนาและวางรากฐานที่มั่นคงแก่ภาคเกษตรกรรมไทย พร้อมขับเคลื่อนประเทศสู่การเป็นผู้นำด้านสินค้าเกษตรมูลค่าสูงในตลาดโลกอย่างยั่งยืน สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า จัดงานเชิดชูเกียรติเกษตรกรทุเรียนดิจิทัล งานสำคัญภายใต้โครงการทุเรียนดิจิทัล โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเชิดชูเกียรติ และมอบรางวัลแก่เกษตรกรดีเด่นใน 5 ภูมิภาคทั่วประเทศ ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินการไปแล้วใน 3 ภูมิภาค ได้แก่ ภาคใต้ ที่อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร ภาคตะวันออก ที่อำเภอเมืองจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่อำเภอโนนสุวรรณ จังห
“ จังหวัดชุมพร” เป็นแหล่งปลูกกาแฟโรบัสตาที่สำคัญและใหญ่ที่สุดของประเทศไทย ถือเป็นพืชเศรษฐกิจที่สร้างรายได้ให้เกษตรกรจำนวนมาก และเป็นส่วนหนึ่งของคำขวัญประจำจังหวัด สะท้อนถึงเอกลักษณ์และความภาคภูมิใจของชาวชุมพร ชุมพร มุ่งพัฒนาสู่มหานครโรบัสตา เนื่องจาก กาแฟเป็นพืชเศรษฐกิจ ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าและกระแสความต้องการบริโภคกาแฟในประเทศเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จังหวัดชุมพร จึงเปิดโครงการยกระดับกาแฟโรบัสตา มุ่งพัฒนาการผลิต–แปรรูป สู่มหานครโรบัสตา เพื่อพัฒนาศักยภาพเกษตรกรในกระบวนการผลิตกาแฟคุณภาพครบวงจร ทั้งในช่วงต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ถ่ายทอดองค์ความรู้เทคโนโลยีการผลิต การดูแลสวนกาแฟให้สอดคล้องกับเทคนิคสมัยใหม่ เพื่อให้เกษตรกรสามารถนำความรู้ไปต่อยอด เพิ่มมูลค่ากาแฟโรบัสตาเป็นผลิตภัณฑ์ระดับครัวเรือนหรือชุมชนได้อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมเปิดหลักสูตรการคั่ว การชง และการชิมกาแฟ เพื่อเพิ่มมูลค่ากาแฟโรบัสตา กิจกรรมพัฒนาการแปรรูปและสร้างมูลค่ากาแฟโรบัสตาเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสู
วิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรกรปลากรายจังหวัดชัยนาท เป็นหนึ่งในต้นแบบความสำเร็จ ของการเกษตรแบบแปลงใหญ่ที่เกษตรกรรวมกลุ่มกันได้อย่างเข้มแข็ง เปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส ใช้หลักการตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ สามารถยกระดับสินค้าต่อยอดสู่โครงการสินค้าเกษตรและบริการมูลค่าสูง 1 ท้องถิ่น 1 สินค้าเกษตรมูลค่าสูง พัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์แปรรูปที่หลากหลาย พร้อมเปิดช่องทางจำหน่ายทั้งออฟไลน์และออนไลน์ สอดรับกับความต้องการของตลาดและผู้บริโภค สร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้เกษตรกรสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน จุดเริ่มต้น เกษตรกรในพื้นที่จังหวัดชัยนาท ได้เริ่มต้นเลี้ยงปลากรายเมื่อปี2558 แต่เดิมจำหน่ายผลผลิตให้พ่อค้าคนกลาง ทำให้ถูกกดราคา และไม่มีอำนาจการต่อรอง สำนักงานประมงจังหวัดชัยนาท และศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดชัยนาท ได้เข้ามาส่งเสริมให้มีการรวมกลุ่มเป็นวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรกรปลากราย จังหวัดชัยนาท พร้อมสนับสนุนปัจจัยการผลิต และการถ่ายทอดความรู้ด้านการเลี้ยง ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตลดลง และมีผลผลิตเพิ่มขึ้น ต่อมาเข้าสู่โครงการ แปลงใหญ่ “ปลากราย จ.ชัยนาท”เมื่อปี 2563 แปลงใหญ่
“ ปลากะพงสามน้ำทะเลสาบสงขลา” ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2565 เนื่องจากมีเอกลักษณ์โดดเด่นเฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร เพราะถูกเลี้ยงในทะเลสาบสงขลาที่เป็นแหล่งบรรจบของน้ำจืด น้ำเค็ม และน้ำกร่อย ทำให้ปลากระพงเนื้อแน่น นุ่มลิ้น รสชาติอร่อยที่สำคัญ ไม่มีกลิ่นคาว จึงเป็นสินค้าขายดี เป็นที่นิยมบริโภคของคนไทยและต่างชาติ ช่วยสร้างงาน สร้างอาชีพ และสร้างรายได้ที่มั่นคงให้แก่ชาวประมงในชุมชนแห่งนี้มาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันกลุ่มวิสาหกิจชุมชนรักเกาะยอ ตำบลเกาะยอ อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา นับเป็นกลุ่มชาวประมงที่ประสบความสำเร็จในการผลิตปลากะพงสามน้ำทะเลสาบสงขลาและเป็นศูนย์กลางในการรวบรวมผลผลิตจากกลุ่มเครือข่าย จำนวน 19 กลุ่ม ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอเมือง และอำเภอสิงหนคร เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรรายอื่นในการกระจายผลผลิต กลุ่มวิสาหกิจชุมชนรักเกาะยอ เริ่มดำเนินการปี 2563 อยู่ภายใต้การนำของประธานกลุ่ม คือ นางจีรวัฒน์ ชุตินธร กลุ่มฯ แห่งนี้ใช้พื้นที่กลางทะเลสาบสงขลา 4 ไร่ เลี้ยงปลากระพงในกระชังจำนวน 320 กระชัง ซึ่งสมาชิกเลี้ยงปลาในกระชังเฉลี่ย 10 กระชังต่อคร
กรมประมงได้เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการสินค้าเกษตรและบริการมูลค่าสูง 1 ท้องถิ่น 1 สินค้าเกษตรมูลค่าสูง ตามนโยบายสำคัญของรัฐบาล และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ สำนักงานประมงจังหวัดอุบลราชธานีได้ส่งเสริมชุมชนชาวประมงนำทรัพยากรสัตว์น้ำในท้องถิ่นมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตรมูลค่าสูง ที่สะท้อนถึงเอกลักษณ์และเสน่ห์ชุมชนชาวประมง ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวรอบเขื่อนสิรินธร เพื่อให้สามารถยกระดับการพัฒนาอาชีพและสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้กับชุมชน หมู่บ้านคำกลาง ตำบลฝางคำ อำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรสัตว์น้ำ อาทิ เช่น ปลาชิวแก้ว หรือปลาแก้ว ปลาตะเพียน และปลาหางแดง (ปลากระแห) ซึ่งเป็นวัตถุดิบตามธรรมชาติที่มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของชาวบ้านในชุมชน และบริเวณพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งเป็นชุมชนชาวประมงรอบเขื่อนสิรินธร กลุ่มแม่บ้านที่ว่างงานในพื้นที่บ้านคำกลาง มองเห็นโอกาสในการสร้างงาน สร้างรายได้ จึงได้รวมกลุ่มกันในชื่อ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนปลาส้มบ้านคำกลาง นำวัตถุดิบในท้องถิ่นดังกล่าวมาใช้ประโยชน์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด คุ้มค่า โดยพ่อบ้านที่ทำอาชีพ ประม
นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้จัดทำโครงการสินค้าเกษตรและบริการมูลค่าสูง “1 ท้องถิ่น 1 สินค้าเกษตรมูลค่าสูง” เพื่อพัฒนาและเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรและบริการตามหลักการ “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริมเพิ่มรายได้” โดยหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ บูรณาการเพื่อขับเคลื่อนนโยบายระดับพื้นที่ตำบลอย่างแท้จริง โดยโครงการกำหนดเป้าหมาย 500 ตำบล โดยมีเป้าหมายปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 จำนวน 100 ตำบล ปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 จำนวน 200 ตำบล และปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 จำนวน 200 ตำบล เพื่อส่งเสริมพัฒนาการผลิตสินค้าเกษตรและบริการมูลค่าสูง ด้านพืช แมลงเศรษฐกิจและบริการเชิงสร้างสรรค์ ด้านปศุสัตว์ และด้านประมง สำหรับกรอบแนวทางการขับเคลื่อนและจำแนกประเภทกลุ่มสินค้าและบริการ ประกอบด้วย 3 กลุ่ม คือ 1. กลุ่มสินค้าเกษตรมูลค่าสูงเพื่อส่งออก เป็นสินค้าที่มีการรวมกลุ่มกันผลิต รวมกลุ่มจำหน่าย โดยมีผลผลิตสู่ตลาดต่างประเทศและตลาดภายในประเทศ 2. กลุ่มสินค้าเกษตรมูลค่าสูง มีการแปรรูปเป็นสินค้าที่มีตลาดภายในประเทศมีการจำหน่ายเป็นผลผลิตโดยตรงหรื
ในยุคที่เทคโนโลยีและนวัตกรรมเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว “ความรู้” เปรียบเสมือนเมล็ดพันธุ์ที่สามารถงอกเงยให้ผลผลิตอันล้ำค่า และกลายเป็นกลไกสำคัญที่ขับเคลื่อนชีวิตของผู้คนในทุกมิติ โดยเฉพาะในภาคการเกษตร ซึ่งเห็นได้จากแนวโน้มการเกิดขึ้นของเกษตรสมัยใหม่ที่ให้ความสำคัญต่อการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาช่วยในการทำเกษตร อาทิ การช่วยให้เกษตรกรเลือกวิธีการเตรียมดินให้เหมาะสมต่อการปลูกพืชแต่ละชนิด ช่วยลดต้นทุนที่ไม่จำเป็น นำมาสู่การเพิ่มคุณภาพเพิ่มผลผลิตสินค้าเกษตรได้อย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกันนี้รัฐบาลไทยต่างให้ความสำคัญ ต่อการพัฒนาส่งเสริมเกษตรกรให้เติบโตอย่างมีศักยภาพและมีความรู้เสมอมา โดยเฉพาะการนำทัพของ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มุ่งเน้นเรื่อง “เกษตรต้องอยู่ดี สินค้าเกษตรมูลค่าสูง ทรัพยากรเกษตรยั่งยืน” ผ่านการทำงานภายใต้หลักการ “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” โดยต้องดำเนินการขับเคลื่อนให้เกิดผลสำเร็จ อาทิ ผลักดันสินค้าเกษตรมูลค่าสูง 1 ท้องถิ่น 1 สินค้าเกษตรมูลค่าสูง เป็นต้น ซึ่งหนึ่งในหน่วยงานสำคัญที่จะทำให้เป้าประสงค์นี้สัมฤทธิผลคือ “กรมส
