หญ้าอาหารสัตว์
โคเนื้อ เป็นอีกหนึ่งสัตว์เลี้ยงที่นอกจากเลี้ยงเป็นอาชีพหลักได้แล้ว บางท่านยังเลี้ยงเป็นอาชีพเสริมสำหรับสร้างเป็นเงินเก็บรายปี และไม่เกิดความยุ่งยากที่จะทำควบคู่ไปกับการทำงานประจำ ซึ่งโคเนื้อหากเลี้ยงแบบมีการจัดการที่ดีแบ่งพื้นที่ชัดเจน โดยเฉพาะในเรื่องของหญ้าอาหารสัตว์ ก็จะช่วยให้ผู้เลี้ยงไม่เหนื่อยต่อการเลี้ยง ซึ่งการเลือกสายพันธุ์โคขึ้นอยู่กับผู้เลี้ยงว่าต้องการสายพันธุ์ใด จึงทำให้การเลือกสายพันธุ์ไม่ใช่เรื่องที่ตายตัว เพราะแต่ละพื้นที่มีความต้องการและทำตลาดที่แตกต่างกันไป คุณกชพรรณ กุกไชย ได้นำโคเนื้อลูกผสมชาร์โรเล่ส์มาเลี้ยงเพื่อเป็นอาชีพเสริมรายได้ เพราะด้วยฟาร์มของเธอตั้งอยู่ที่ตำบลอวน อำเภอปัว จังหวัดน่าน ค่อนข้างเป็นพื้นที่สูงบนภูเขา และที่สำคัญครอบครัวของเธอทำการเกษตรเป็นพืชเชิงเดี่ยวมาก่อน ด้วยราคาผลผลิตที่ไม่แน่นอนในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ จึงเกิดความสนใจที่อยากจะทำปศุสัตว์ในพื้นที่มาเสริมรายได้ ซึ่งโคลูกผสมชาโรเล่ส์เป็นสายพันธุ์ที่เธอเลือก เพราะในพื้นที่พ่อค้าเข้ามาติดต่อซื้อถึงฟาร์ม จึงเน้นเลี้ยงโคที่ตลาดมีความต้องการเป็นหลัก จากซื้อมาขายไป สู่เกษตรกรผู้เลี้ยงเต็มตัว คุ
จุดเริ่มต้น หญ้าหวายข้อ ณ ตำบลนาหมื่นศรี คุณนิคม เสนี ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 5 บ้านนาจิก ตำบลนาหมื่นศรี อำเภอนาโยง จังหวัดตรัง เกษตรกรผู้ปลูกหญ้าหวายข้อ เล่าว่า เมื่อปี 2547 จุดเริ่มต้นของการปลูกหญ้าหวายข้อนั้นเริ่มจาก คุณวีรศักดิ์ ดำชุม หรือ น้าลา เกษตรกรหมู่ที่ 6 บ้านหัวเขา ตำบลนาหมื่นศรี เป็นผู้นำพันธุ์หญ้าหวายข้อจากจังหวัดกระบี่เข้ามาปลูกในพื้นที่ตำบลนาหมื่นศรีเป็นคนแรก และได้แบ่งพันธุ์ให้เกษตรกรที่สนใจนำไปขยายพันธุ์ปลูกเพื่อเลี้ยงสัตว์และจำหน่ายให้กับกลุ่มผู้เลี้ยงวัวชนมาจนถึงปัจจุบัน คุณนิคม กล่าวว่า นอกจากงานประจำแล้ว ตนเองและภรรยาทำสวนยางพารา ทำนาปี ปลูกผักสวนครัว และสนใจทำอาชีพเสริมหารายได้เพิ่มให้แก่ครอบครัว โดยปลูกหญ้าหวายข้อมาเป็นเวลากว่า 10 ปี ซึ่งเช่าพื้นที่ประมาณกว่า 1 ไร่ นำพันธุ์หญ้าหวายข้อมาปลูก เนื่องจากปลูกง่าย รายได้ดี ปลูกครั้งเดียวสามารถตัดขายได้ ทุก 40 วัน หมุนเวียนตลอดทั้งปี หลังจากตัดแล้วหมั่นดูแลกำจัดวัชพืช เน้นการบำรุงดินโดยใช้ปุ๋ยหมักและน้ำหมักชีวภาพที่ทำใช้เอง ร่วมกับการใส่ปุ๋ยเคมีเพียงครั้งเดียวต่อรอบ ให้น้ำโดยวางระบบแบบสปริงเกลอร์วันละครั้ง หลังจากตัดหญ้าขา
สวัสดีครับ ฉบับนี้ไปดูคนปลูกหญ้า ขายพันธุ์หญ้าอาหารสัตว์ผ่านโซเชียลมีเดีย รับทรัพย์เป็นว่าเล่น ปลูกหญ้าให้วัวกิน พาท่านมาที่ 107 หมู่ที่ 2 ตำบลทุ่งกระเชาะ อำเภอบ้านตาก จังหวัดตาก ไปพบกับ คุณนิตยา จันทะโพธิ์ คุณนิตยา เล่าว่า เริ่มทำแปลงหญ้าอาหารสัตว์ เมื่อปี 2535 โดยปลูกหญ้าไว้เพื่อเลี้ยงวัวในฟาร์มตัวเอง ที่เน้นสายพันธุ์วัวลูกผสมบราห์มัน ชาโรเล่ส์กว่า 100 ตัว ทั้งวัวขุนและวัวปล่อยเลี้ยงเป็นฝูง แต่เนื่องด้วยฟาร์มของเราติดกับป่าชุมชน หน้าฝนจึงแบ่งช่วงการเลี้ยงในฟาร์มเป็นระยะเวลาสั้นๆ คือเดือนพฤษภาคมถึงเดือนกรกฎาคม หลังจากนั้นจะให้วัวออกหากินข้างนอกเสริมด้วยหญ้าเนเปียร์และฟาง เหตุผลคือ เราต้องการเก็บหญ้าในฟาร์มไว้ให้กินในฤดูที่มีน้ำน้อย คือช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนมีนาคม หลังจากนั้นหญ้าจะหมด จะให้กินหญ้าเสริม เช่น หญ้าเนเปียร์และหญ้าสวิทจัมโบ้ คุณนิตยา บอกว่า พ่อกับแม่ทำเมล็ดพันธุ์หญ้าขายมาตั้งแต่ก่อนปี 2538 โดยจะขายเมล็ดพันธุ์หญ้าให้เพื่อนบ้านหลังนำไปปลูก ต่อมาจึงมีพ่อค้าคนกลางมารับเมล็ดพันธุ์หญ้าไปขายต่อ จึงเป็นที่มาของการจำหน่ายเมล็ดพันธุ์หญ้า หลังจากนั้นคุณนิตยาจึงมาสานต่อโดยขายเมล็ดพ
ปัจจุบัน การทำปศุสัตว์กำลังได้รับความนิยมควบคู่กับการทำเกษตรผสมผสานมากขึ้น โดยแบ่งพื้นที่จากที่เคยทำสวนทำไร่เพียงอย่างเดียว แบ่งสันปันส่วนสำหรับเลี้ยงสัตว์สร้างรายได้อีกช่องทาง เช่น การเลี้ยงโค แพะ แกะ ซึ่งสัตว์เหล่านี้กำลังเป็นที่นิยมของตลาด สามารถขายได้ราคา ส่งผลตอบแทนกับผู้เลี้ยงได้ค่อนข้างดีทีเดียว โดยการเลี้ยงให้ประสบผลสำเร็จมีกำไรเพิ่มขึ้น ในเรื่องของการลดต้นทุนการผลิตเป็นอีกสิ่งที่ต้องคำนึงถึง จึงทำให้ผู้เลี้ยงบางรายแบ่งพื้นที่สำหรับปลูกหญ้าสายพันธุ์ต่างๆ โดยเฉพาะหญ้าเนเปียร์ไว้ให้สัตว์ที่เลี้ยงได้กิน ทำให้เป็นอีกหนึ่งช่องทางในการประหยัดต้นทุนในเรื่องของการซื้อหญ้าเนเปียร์ ซึ่งหญ้าเนเปียร์เป็นพืชอาหารสัตว์ที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะมีคุณค่าทางอาหารสูง เมื่อปลูกและมีการจัดการที่ดี หญ้าชนิดนี้สามารถเจริญเติบโตได้เร็วให้ผลผลิตที่สูง เก็บเกี่ยวผลผลิตได้ตลอดทั้งปี และที่สำคัญเมื่อปลูกไปแล้วอายุของหญ้าเนเปียร์สามารถอยู่ได้นานถึง 5 ปี ทำให้การปลูกไม่จำเป็นต้องลงทุนในเรื่องของต้นใหม่ คุณอารีย์ พุ่มมะปราง อยู่ที่บ้านเลขที่ 130 หมู่ที่ 7 ตำบลหัวนา อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุ
