เห็ดเยื่อไผ่
คุณฝ้าย – จันทร์พิมพ์ อินทร์ภิบาล ตัดสินใจลาออกจากงานประจำที่จังหวัดระยองเพื่อกลับมาดูแลพ่อแม่ เนื่องจากช่วงนั้นคุณพ่อป่วย เป็นเนื้องอกในสมอง หลังผ่าตัดเธอค้นหาอาหารเป็นยาที่ช่วยบำรุงร่างกาย พบว่า ในโลกมีเห็ดอยู่ 2 ชนิดที่มีสรรพคุณเด่นด้านการบำรุงสมองและช่วยป้องกันการเกิดเนื้องอกในสมอง คือ เห็ดยามาบูชิตาเกะ (เห็ดหัวลิง) และเห็ดเยื่อไผ่ ซึ่งเห็ดชนิดแรกมีราคาแพงและหาซื้อยาก คุณฝ้ายตัดสินใจหาซื้อเห็ดเยื่อไผ่ จากท้องตลาด พบว่า เป็นสินค้านำเข้าจากจีน ซึ่งมีปริมาณสารฟอกขาวสูงกว่าที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด เมื่อเกือบ 10 ปีที่แล้ว ก้อนเชื้อเห็ดเยื่อไผ่มีราคาสูงมาก เธอจึงตัดสินใจทดลองเพาะเห็ดด้วยตัวเองที่บ้าน ลองผิดลองถูกจนประสบ ต่อมาเธอตัดสินใจไปเรียนต่อเรื่องการเพาะเห็ดเป็นยา กับดร.อานนท์ เอื้อตระกูล ผู้ก่อตั้ง สถาบันอานนท์ไบโอเทค หลังจากคุณฝ้ายได้ใช้เห็ดเยื่อไผ่ อาหารเป็นยาดูแลสุขภาพคุณพ่ออย่างต่อเนื่อง ช่วยให้คุณพ่อฟื้นตัวได้ไว และมีสุขภาพแข็งแรงในเวลาต่อมา เมื่อคุณฝ้ายได้ศึกษาเรื่องเห็ดเยื่อไผ่อย่างจริงจัง จึงพบว่า เห็ดชนิดนี้นอกจากมีสรรพคุณเด่นด้านบำรุงสมองแล้ว เมือกของเห็ดเ
เห็ดเยื่อไผ่ เป็นที่นิยมบริโภคมานานกว่า 3,000 ปี โดยประเทศจีนใช้เห็ดเยื่อไผ่เป็นอาหารและยาบำรุงร่างกายฮ่องเต้ และขุนนางชั้นสูง มณฑลเจียงซู ถือเป็นจุดเริ่มต้นการเพาะเห็ดเยื่อไผ่ในป่าไผ่ ก่อนจะมีการขยายพื้นที่เพาะเห็ดเยื่อไผ่ไปทั่วประเทศ จีนมุ่งมั่นศึกษาวิจัยเทคโนโลยีการเพาะเห็ดเยื่อไผ่สายพันธุ์กระโปรงยาวสีขาวมายาวนานกว่า 80 ปี โดยผลิตเห็ดเยื่อไผ่เชิงการค้าได้แก่ Phallus indusioto Fisch และ P. echinovolvato ที่มีราคาซื้อขายสูงกิโลกรัมละ 3,000-5,000 บาท ป้อนอุตสาหกรรมยา ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ผลิตภัณฑ์เวชสำอาง และอุตสาหกรรมอาหาร โดยเมนูอาหารยอดนิยมคือ เมนูซุปเยื่อไผ่ เห็ดเยื่อไผ่ (Dictyophora spp. Synonyme : Phallus) มีชื่อเรียกตามลักษณะเด่นที่เห็นทั่วไป เช่น เห็ดร่างแห เห็ดเต้นรำ (Dancing mushroom) ในประเทศญี่ปุ่น เรียกว่า เห็ดราชา (King of mushroom) นอกจากนี้ยังเรียกว่า “stinkhorn” ต่อท้ายชื่อ เพราะส่วนบนสุดของเห็ดเป็นแหล่งผลิตสปอร์และมีกลิ่นเหม็น ใช้ล่อแมลงให้มาดูดกิน และช่วยในการขยายพันธุ์เชื้อเห็ดตามธรรมชาติ ลักษณะทั่วไปของเห็ดเยื่อไผ่ ดอก
วันที่ 14-15 มีนาคม 2568 เชิญชมงานอานนท์ไบโอเทคแฟร์ ครั้งที่ 1 เทศกาลเห็ด อาหารเห็ด และเห็ดเป็นยา ระหว่าง ณ สถาบันอานนท์ไบโอเทค ซอยไอยรา 38 อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี วัตถุประสงค์หลักของการจัดงานครั้งนี้ เพื่อใช้เป็นเวทีแลกเปลี่ยนความรู้เรื่องเห็ดเป็นยาและฉลองวันเกิด 6 รอบ 72ปี ของ ดร.อานนท์ เอื้อตระกูล อดีตผู้เชี่ยวชาญอาวุโสด้านเห็ดองค์การสหประชาชาติ (ระหว่างปี 2524-2548) และผู้ก่อตั้ง สถาบันอานนท์ไบโอเทค วันศุกร์ที่ 14 มีนาคม พ.ศ. 2568 08.30 น.- ลงทะเบียน ผู้เข้าร่วมกิจกรรม 10.00-12.00 u. Live Online : รับชมรายการสด ทาง KU Radio Plus “เห็ดเป็นยา และการพัฒนาผลิตภัณฑ์” ของเครือข่ายสถาบันอานนท์ไบโอเทคดำเนินรายการโดย นายถวิล สุวรรณมณี 09.30 – 12.00 น. เสวนา งานวิจัยด้านเห็ดเป็นยา และการพัฒนาเห็ดเป็นยา นำโดย : – รศ.ดร.เกียรติทวี ชูวงศ์โกมล, คณะวิทยาศาสตร์ มก. – ดร.ภัทร์ หนังสือ, เวชกรโอสถ – หมอทวีศักดิ์ พลสวัสดิ์ (หมอวี คนคอน) – Mr. Idan Benshimol, อิสราเอล ผู้ดำเนินรายการ : กาญจนา เพชรมณี (ช่อลัดา) 13.30 – 16.30 น. – เสวนา เห็ดเป็นยา และการใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ นำโดย : – พอ.นพ.พงศ
เห็ด เป็นอาหารโปรตีนพื้นบ้านที่นิยมรับประทานกันมาก โดยเฉพาะในบริเวณที่มีป่าอุดมสมบูรณ์ พอเริ่มเข้าหน้าฝนเห็ดนานาชนิดมีให้กินกันอย่างสำราญ บางชนิดก็เหลือเฟือขนาดเก็บมาขายจนเป็นอาชีพเสริมได้ในหน้าฝน ได้เงินกันเป็นล่ำเป็นสัน เพราะสนนราคาก็เป็นสิ่งจูงใจ เห็ดที่เก็บจากป่าเกือบทุกชนิดมีราคาแพงกว่าหมูกว่าไก่ ซึ่งเป็นโปรตีนหลักในการบริโภค เห็ดเยื่อไผ่ เป็นเห็ดที่เกิดในธรรมชาติของประเทศจีน ชาวจีนนิยมบริโภคมาตั้งแต่สมัยก่อนสร้างกำแพงเมืองจีน มีการบันทึกว่า เห็ดเยื่อไผ่เป็นหนึ่งในยาบำรุงร่างกายของจิ๋นซีฮ่องเต้และบรรดาขุนนางชั้นสูงของจีน เมื่อปี พ.ศ. 2514 อเมริกาได้ส่ง นายเฮนรี่ คิสซิงเจอร์ รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐอเมริกาไปเจรจาการค้าที่ประเทศจีน ได้มีโอกาสรับประทานเห็ดเยื่อไผ่กับประธานเหมาและนายโจเอินไหล นายเฮนรี่ ถึงกับพูดถึงความอร่อยของเห็ดเยื่อไผ่ ต่อมาอีกไม่นานนายเฮนรี่ได้ไปเยือนจีนอีกครั้ง ก็ได้รับการต้อนรับด้วยเมนูเห็ดเยื่อไผ่ที่ปรุงขึ้นเป็นพิเศษตามความชอบของท่าน เห็ดเยื่อไผ่จึงเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก คนไทยก็เพิ่งจะรู้จักกินเมื่อไม่กี่สิบปีนี้ ในตอนแรกๆ มีราคาแพงจึงมาเป็นอาหารเฉพาะในภัต
คุณปราณี เพชรสวัสดิ์ แห่งปราณีฟาร์มเห็ดเยื่อไผ่ เลขที่ 119 หมู่ที่ 14 ตำบลฝายกวาง อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา โทรศัพท์ (095) 462-8982 เล่าให้ฟังว่า ทำฟาร์มเห็ดเยื่อไผ่มาหลายปีแล้ว โดยได้ไปศึกษาหาความรู้จาก ดร.อานนท์ ปรมาจารย์ด้านเห็ด การเพาะเห็ดเยื่อไผ่ขั้นแรกต้องทำเชื้อก่อน สูตรที่ใช้ในการเขี่ยเชื้อ เป็นสูตร RDA คือ ใช้มันฝรั่ง 200 กรัม น้ำสะอาด 1 ลิตร กลูโคส 20 กรัม ผสมกันแล้วต้มให้มันฝรั่งเปื่อย แล้วใส่ขวดแก้วทิ้งไว้ให้เย็น แล้วนำหมวกเห็ดมาเขี่ยสปอร์เชื้อเห็ดใส่ นำมาวางไว้ในที่ร่ม ประมาณ 30 วัน อุณหภูมิที่ดีคือ ประมาณ 22-25 องศาเซลเซียส ถ้าอากาศหนาวเกินกว่านี้เชื้อจะเดินค่อนข้างช้ากว่าปกติ เมื่อเชื้อเดินดีแล้ว จึงนำมาเขี่ยใส่ขวดเพาะเชื้อ โดยใช้สูตร ข้าวฟ่างนึ่ง จนสุกดีแล้วนำมาผึ่งให้คลายร้อน แล้วบรรจุขวดเพียงครึ่งขวด รอให้เชื้อเดินจนเต็มที่ สูตรก้อนเห็ด ใช้ขี้เลื่อยไม้ยางพารา 94 เปอร์เซ็นต์ รำละเอียด 5 เปอร์เซ็นต์ ปูนขาว 0.8 เปอร์เซ็นต์ ดีเกลือ 0.2 เปอร์เซ็นต์ ผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน นำมาบรรจุถุง ขนาดของถุงที่บรรจุเชื้อเห็ดปกติแต่ใส่ในปริมาณแค่ 60 เปอร์เซ็นต์ คือประมาณ 500-600 กรัม ซึ่
ดร. วรวิกัลยา เกียรติ์พงษ์ลาภ นักวิทยาศาสตร์ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เปิดเผยว่า สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) ร่วมกับสาขาวิชาเทคโนโลยีการเกษตรและสิ่งแวดล้อม คณะวิทยาศาสตร์และศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน จังหวัดนครราชสีมา มี ผศ.ดร. นิภาพร อามัสสา หัวหน้าโครงการวิจัยต้นแบบการผลิตเห็ดเยื่อไผ่ในสวนไผ่ครบวงจร ภายใต้ทุนสนับสนุนจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ได้ศึกษาองค์ประกอบและสารสำคัญของเห็ดเยื่อไผ่สายพันธุ์กระโปรงยาวสีขาว เพื่อนำความรู้จากงานวิจัยไปสู่การใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ด้านต่างๆ ทั้งนี้ สืบเนื่องจาก เห็ดเยื่อไผ่ หรือ เห็ดร่างแห (Dictyophora indusiata) เป็นที่นิยมบริโภคในประเทศจีนมานาน เนื่องจากเชื่อว่ามีสรรพคุณทางยามากมาย เช่น บำรุงร่างกาย บำรุงสมอง และลดความดัน เป็นต้น ซึ่งประเทศจีนเป็นประเทศที่มีการวิจัยพัฒนาเห็ดเยื่อไผ่มาเป็นเวลาหลายสิบปี จนสามารถผลิตเป็นการค้าได้เพียงประเทศเดียวในโลก เห็ดเยื่อไผ่นี้สามารถเติบโตได้เช่นกันในพื้นที่เขตร้อนชื้น เช่น เขตป่าไม้ไผ่ในประเทศไทย ซึ่งพบมีอยู่ 4 สายพันธุ์ ได
นักวิจัยไทยสุดยอด ใช้เทคโนโลยีแสงซินโครตรอน วิจัยพบ “เห็ดเยื่อไผ่” สุดมหัศจรรย์! อุดมไปด้วยสารมีคุณประโยชน์สูงทุกส่วนประกอบ ทั้งสารต้านอนุมูลอิสระยับยั้งมะเร็ง ป้องกันโรคสมองเสื่อม มีฤทธิ์ต่อต้านการอักเสบ ช่วยฟื้นฟูเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพ ลดริ้วรอย และเร่งผลิตเซลล์ผิวใหม่ อีกทั้งพบสารสำคัญที่สามารถนำมาผลิตยาโด๊ปขนานเอกได้ เผยเร่งต่อยอดงานวิจัยผลิตอาหารเสริมและเวชสำอาง พร้อมส่งเสริมเกษตรกรเพาะเห็ดเยื่อไผ่ คาด 1 ปี คนไทยได้ใช้แน่ ดร.วรวิกัลยา เกียรติ์พงษ์ลาภ นักวิทยาศาสตร์ สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เปิดเผยว่า สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (องค์การมหาชน) ร่วมกับสาขาวิชาเทคโนโลยีการเกษตรและสิ่งแวดล้อม คณะวิทยาศาสตร์และศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน จ.นครราชสีมา มี ผศ.ดร.นิภาพร อามัสสา หัวหน้าโครงการวิจัยต้นแบบการผลิตเห็ดเยื่อไผ่ในสวนไผ่ครบวงจร ภายใต้ทุนสนับสนุนจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ได้ทำการศึกษาองค์ประกอบและสารสำคัญของเห็ดเยื่อไผ่สายพันธุ์กระโปรงยาวสีขาว เพื่อนำความรู้จากงานวิจัยไปสู่การใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ด้านต่างๆ เ
เห็ด เป็นอาหารโปรตีนพื้นบ้านที่นิยมรับประทานกันมาก โดยเฉพาะในบริเวณที่มีป่าอุดมสมบูรณ์ พอเริ่มเข้าหน้าฝนเห็ดนานาชนิดมีให้กินกันอย่างสำราญ บางชนิดก็เหลือเฟือขนาดเก็บมาขายจนเป็นอาชีพเสริมได้ในหน้าฝน ได้เงินกันเป็นล่ำเป็นสัน เพราะสนนราคาก็เป็นสิ่งจูงใจ เห็ดที่เก็บจากป่าเกือบทุกชนิดมีราคาแพงกว่าหมูกว่าไก่ ซึ่งเป็นโปรตีนหลักในการบริโภค เห็ดเยื่อไผ่ เป็นเห็ดที่เกิดในธรรมชาติของประเทศจีน ชาวจีนนิยมบริโภคมาตั้งแต่สมัยก่อนสร้างกำแพงเมืองจีน มีการบันทึกว่า เห็ดเยื่อไผ่เป็นหนึ่งในยาบำรุงร่างกายของจิ๋นซีฮ่องเต้และบรรดาขุนนางชั้นสูงของจีน เมื่อปี พ.ศ. 2514 อเมริกาได้ส่ง นายเฮนรี่ คิสซิงเจอร์ รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐอเมริกาไปเจรจาการค้าที่ประเทศจีน ได้มีโอกาสรับประทานเห็ดเยื่อไผ่กับประธานเหมาและนายโจเอินไหล นายเฮนรี่ ถึงกับพูดถึงความอร่อยของเห็ดเยื่อไผ่ ต่อมาอีกไม่นานนายเฮนรี่ได้ไปเยือนจีนอีกครั้ง ก็ได้รับการต้อนรับด้วยเมนูเห็ดเยื่อไผ่ที่ปรุงขึ้นเป็นพิเศษตามความชอบของท่าน เห็ดเยื่อไผ่จึงเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก คนไทยก็เพิ่งจะรู้จักกินเมื่อไม่กี่สิบปีนี้ ในตอนแรกๆ มีราคาแพงจึงมาเป็นอาหารเฉพาะในภัต
วันที่ 18 มกราคม 2560 หลังฤดูกาลทำนา เกษตรกรชาวสุรินทร์ ต่างหันมายึดอาชีพทำฟาร์มไก่ชน สร้างรายได้หลายหมื่นบาท โดยมีการเพาะเลี้ยงไก่ชน เป็นไก่พื้นเมืองชนิดหนึ่ง ที่มีลักษณะและความสามารถพิเศษในเรื่องการต่อสู้ ไก่ชนในบางท้องถิ่นจึงอาจเรียกว่า “ไก่ตี” หรือ “ไก่นักมวย” เป็นต้น นิยมเลี้ยงหลายสายพันธุ์ แต่ละตัวล้วนมีราคาแพงหลักพันจนถึงหลักหมื่นบาทเลยทีเดียว นับเป็นการสร้างรายได้เสริมหลังฤดูกาลทำนาได้เป็นอย่างดี สำหรับการเลี้ยงไก่ชนเพื่อการกีฬาเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่มีมาแต่อดีต การชนไก่เป็นการคัดเลือกสายพันธุ์เพื่อหาตัวผู้ที่เก่ง แข็งแกร่งและสุขภาพสมบูรณ์เมื่อผ่านการคัดเลือกแล้วจะทำให้เกษตรกรขายได้ราคาเพิ่มขึ้น 10 – 100 เท่า ของราคาไก่พื้นเมืองปกติ จึงนับว่าเป็นการเพิ่มมูลค่าได้อย่างดียิ่ง โดยสายพันธุ์ไก่เก่งที่นิยมเลี้ยงส่วนใหญ่เป็นไก่ชนไทย ได้แก่เหลืองหางขาว ประดู่หางดำ เขียวหางดำ เทาหางขาว นกแดง นกกรดทองแดง และสายพันธุ์ลูกผสมไทย – พม่า ลูกผสมไทย-เวียดนาม (ลูกผสมไซง่อน) เป็นต้น ส่วนการจำหน่ายไก่ชนเพศผู้ที่คัดเป็นไก่เก่ง ไก่ชนที่คัดเป็นไก่ทดแทนและไก่ชนคัดทิ้ง ที่ขายเป็นไก่เก่ง โดยจะมีผลตอบแท
