เห็ดเยื่อไผ่ เป็นที่นิยมบริโภคมานานกว่า 3,000 ปี โดยประเทศจีนใช้เห็ดเยื่อไผ่เป็นอาหารและยาบำรุงร่างกายฮ่องเต้ และขุนนางชั้นสูง มณฑลเจียงซู ถือเป็นจุดเริ่มต้นการเพาะเห็ดเยื่อไผ่ในป่าไผ่ ก่อนจะมีการขยายพื้นที่เพาะเห็ดเยื่อไผ่ไปทั่วประเทศ จีนมุ่งมั่นศึกษาวิจัยเทคโนโลยีการเพาะเห็ดเยื่อไผ่สายพันธุ์กระโปรงยาวสีขาวมายาวนานกว่า 80 ปี โดยผลิตเห็ดเยื่อไผ่เชิงการค้าได้แก่ Phallus indusioto Fisch และ P. echinovolvato ที่มีราคาซื้อขายสูงกิโลกรัมละ 3,000-5,000 บาท ป้อนอุตสาหกรรมยา ผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ผลิตภัณฑ์เวชสำอาง และอุตสาหกรรมอาหาร โดยเมนูอาหารยอดนิยมคือ เมนูซุปเยื่อไผ่

เห็ดเยื่อไผ่ (Dictyophora spp. Synonyme : Phallus) มีชื่อเรียกตามลักษณะเด่นที่เห็นทั่วไป เช่น เห็ดร่างแห เห็ดเต้นรำ (Dancing mushroom) ในประเทศญี่ปุ่น เรียกว่า เห็ดราชา (King of mushroom) นอกจากนี้ยังเรียกว่า “stinkhorn” ต่อท้ายชื่อ เพราะส่วนบนสุดของเห็ดเป็นแหล่งผลิตสปอร์และมีกลิ่นเหม็น ใช้ล่อแมลงให้มาดูดกิน และช่วยในการขยายพันธุ์เชื้อเห็ดตามธรรมชาติ
ลักษณะทั่วไปของเห็ดเยื่อไผ่
ดอกอ่อนมีลักษณะ ก้อนกลมสีขาวคล้ายไข่นก ระยะดอกบาน ลำต้นและหมวกเห็ดจะยึดตัวแทรกออกจากเปลือก มักขึ้นเป็นดอกเดียวๆ เมื่อโตเต็มที่มีลักษณะเด่น คือหมวก เห็ดมีรูปร่างเหมือนตาข่ายหรือแห หรือกระโปรงลูกไม้ของสุภาพสตรี ก้านเห็ดเป็นรูพรุนคล้ายฟองน้ำ ส่วนบนสุดของดอกมักมีสีเข้ม ทำหน้าที่ผลิตสปอร์และกลิ่นที่เหม็น ล่อแมลงเพื่อการขยายพันธุ์ เห็ดชนิดนี้มีหลายสีเช่น สีส้ม แดง ขาว เหลือง ชมพู มักขึ้นในป่าที่มีฝนซุกหรือป่าช่วงฤดูฝน

คุณค่าทางโภชนาการ
เห็ดเยื่อไผ่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง มีโปรตีนร้อยละ 20 ไขมันร้อยละ 4-5 คาร์โบไฮเดรตร้อยละ 40-50 กรดอะมิโนมากกว่า 14 ชนิด มีวิตามินหลายชนิด เห็ดเยื่อไผ่มีโปรตีนสูงกว่าเห็ดอื่นๆ ส่วนเมือกหุ้มดอกเห็ด มีลักษณะเป็นเจลเข้มข้นที่อุดมด้วยกรดไฮยาลูรอนิคและอัลลันโทอิน มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ ลดการระคายเคืองผิว เพิ่มความชุ่มชื้นฟื้นฟูเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพ และมีกรดกลูโคนิค ช่วยเร่งการผลัดเซลล์ผิวที่ชั้นผิวหนังกำพร้า เสริมสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวหนังชุ่มชื้น นุ่มนวล ผิวยืดหยุ่นดี ลดริ้วรอย สารอัลลันโทอินจากเห็ดเยื่อไผ่ช่วยเติมเต็มผิวที่หย่อนคล้อย เช่นเดียวกับสารในเมือกหอยทาก ที่มีความบริสุทธิ์และเก็บเกี่ยวได้ง่าย
ส่วนลำต้นและกระโปรงเห็ดอุดมด้วยสารพอลิแซคคาไรด์ และเบต้ากลูแคน ช่วยเพิ่มภูมิต้าน เพิ่มประสิทธิภาพระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ส่วนลำต้นยังพบสารดิกทิโอฟอรีน เอ และบี ซึ่งเป็นสารที่พบยากมากในสิ่งมีชีวิตชนิดอื่นๆ มีคุณสมบัติช่วยลดการอักเสบ ยับยั้งมะเร็ง และช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์ประสาท และป้องกันโรคสมองเสื่อม นอกจากนั้นสปอร์เชื้อรา สีน้ำตาลเขียวขี้ม้ามีกลิ่นค่อนข้างเหม็น แต่มีสารต้านอนุมูลอิสระ อยู่ในปริมาณสูงและพบสารสำคัญที่สามารถนำไปทำยาโด๊ปได้
เนื่องจากเห็ดเผื่อไผ่อุดมไปด้วยสารสำคัญเหมาะสำหรับการนำไปเป็นวัตถุดิบ เพื่อพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เชิงพาณิชย์ทั้งในวงการอาหารเพื่อสุขภาพ อาหารเสริม และรวมถึงวงการผลิตภัณฑ์เวชสำอางที่พัฒนาให้มีคุณสมบัติทัดเทียมกับเยื่อเมือกหอยทาก

………
อ้างอิงข้อมูลจาก
: มหัศจรรย์เห็ดร่างแห หรือเห็ดเยื่อไผ่สายพันธุ์ไทย โดยคุณนพวรรณ นิลสุวรรณ
: การเพาะเห็ดเยื่อไผ่ ในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง กรมวิชาการเกษตร
