แมลงวันผลไม้
หากพูดถึงเทคโนโลยีนิวเคลียร์ หลายคนอาจนึกถึงพลังงานหรือการแพทย์ แต่ที่จังหวัดจันทบุรี เทคโนโลยีนิวเคลียร์ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการช่วยเกษตรกรจัดการกับ “แมลงวันผลไม้” ศัตรูสำคัญของผลไม้เศรษฐกิจไทยที่สร้างความเสียหายต่อผลผลิตและรายได้ของเกษตรกรมาอย่างยาวนาน กว่า 20 ปีที่ผ่านมา สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ สทน. ได้ทำงานร่วมกับกรมส่งเสริมการเกษตร หน่วยงานท้องถิ่น ผู้นำชุมชน และเกษตรกรในพื้นที่อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี เพื่อพัฒนาแนวทางควบคุมแมลงวันผลไม้ในทุเรียน มังคุด เงาะ และลองกอง ด้วยการประยุกต์ใช้วิทยาศาสตร์และนวัตกรรมจนเกิดผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม ในอดีต แมลงวันผลไม้สร้างความเสียหายต่อผลผลิตในหลายพื้นที่ของจังหวัดจันทบุรี บางช่วงมีความเสียหายสูงถึง 50-100 เปอร์เซ็นต์ ผลไม้ที่ถูกวางไข่จะเน่าเสียจากภายใน ไม่สามารถจำหน่ายหรือส่งออกได้ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้ของเกษตรกร ขณะที่การพึ่งพาการใช้สารเคมีอย่างต่อเนื่องทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นและส่งผลต่อสิ่งแวดล้อม จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อ สทน. นำ “เทคนิคแมลงเป็นหมัน” หรือ Sterile Insect Technique (SIT) เข้ามาใช้ร่
ปัญหาแมลงวันผลไม้ (Bactrocera dorsalis) ถือเป็นฝันร้ายของเกษตรกรไทยที่สร้างความเสียหายต่อผลไม้เศรษฐกิจอย่างมหาศาล ทั้งยังเป็นอุปสรรคสำคัญในการส่งออก เนื่องจากมาตรการสุขอนามัยพืชที่เข้มงวด ส่งผลให้ที่ผ่านมาเกษตรกรต้องพึ่งพาสารเคมี ที่อาจเกิดสารตกค้างและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ในวันนี้ ไบโอเทค สวทช. ได้ปลดล็อกข้อจำกัดดังกล่าวด้วยการพัฒนานวัตกรรม “กับดักชีวภัณฑ์” ที่ใช้พลังของเชื้อราแมลงมาเป็นอาวุธลับในการควบคุมศัตรูพืชอย่างยั่งยืน นวัตกรรมนี้โดดเด่นด้วยกลยุทธ์ “ดักและปล่อย” ที่เปลี่ยนแมลงวันผลไม้ให้กลายเป็นพาหะแพร่กระจายเชื้อราสู่ประชากรแมลงในธรรมชาติ ช่วยควบคุมแมลงได้ทั้งในและนอกกับดักอย่างต่อเนื่อง โดยจากการทดสอบจริง ณ สวนสุขจรัล พบว่าสามารถลดจำนวนแมลงได้สูงถึง 91% และช่วยเกษตรกรลดต้นทุนค่าสารเคมีได้มากกว่า 1,000 บาทต่อไร่ต่อเดือน นับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการยกระดับผลไม้ไทยสู่มาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล และสร้างโอกาสทางการแข่งขันที่เหนือกว่าในตลาดโลกอย่างเป็นรูปธรรม ดร.อลงกรณ์ อำนวยกาญจนสิน นักวิจัยอาวุโส ไบโอเทค สวทช. กล่าวว่า แมลงวันผลไม้ชนิด Bactrocera dorsalis เป็นศัตรูพืชสำคัญที่ส
แมลงวันผลไม้ชนิด Bactrocera dorsalis นับเป็นศัตรูพืชสำคัญที่สร้างความเสียหายต่อไม้ผลเศรษฐกิจหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นมะม่วง ฝรั่ง ชมพู่ ฯลฯ เกษตรกรจึงต้องพึ่งพาการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชอย่างต่อเนื่อง ก่อให้เกิดปัญหาสารตกค้างในผลผลิต จึงเป็นข้อจำกัดสำคัญต่อการส่งออกผลไม้ไทย ซึ่งการใช้สารเคมีต่อเนื่องยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพเกษตรกรและสิ่งแวดล้อม ทั้งเพิ่มความเสี่ยงต่อการดื้อสารเคมีของแมลงศัตรูพืช ด้วยเหตุนี้ ทีมวิจัยเทคโนโลยีการควบคุมทางชีวภาพ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จึงได้พัฒนา “ชีวภัณฑ์และกับดักชีวภัณฑ์สำหรับควบคุมกำจัดแมลงวันผลไม้” เพื่อเป็นนวัตกรรมทางเลือกใหม่ สำหรับลดปัญหาแมลงศัตรูพืชในสวนผลไม้ โดยทีมนักวิจัยได้นำนวัตกรรมดังกล่าวไปให้เกษตรกรในพื้นที่ ต.ดอนคา อ.บางแพ จ.ราชบุรี ได้ทดลองใช้จริงในแปลงเพาะปลูกผลไม้ หนึ่งในเกษตรกรผู้โชคดีที่มีโอกาสทดลองใช้นวัตกรรมดังกล่าวก็คือ คุณจรัล อรุณคีรีวัฒน์ เจ้าของสวนมะม่วง “สุขจรัล” กล่าวว่า ที่ผ่านมา ทางสวนมีการใช
สำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช กรมวิชาการเกษตร ได้ศึกษาวิธีการแช่น้ำร้อนมะม่วงพันธุ์น้ำดอกไม้สำหรับกำจัดแมลงวันผลไม้หลังการเก็บเกี่ยวเพื่อหาอุณหภูมิและระยะเวลาที่เหมาะสมสำหรับกำจัดแมลงวันผลไม้ ชนิด B. dorsalis ผลการทดลองพบว่า การนำมะม่วงพันธุ์น้ำดอกไม้แช่น้ำร้อนที่อุณหภูมิ 46 องศาเซลเซียส จนอุณหภูมิภายในผลถึง 46 องศาเซลเซียส นาน 10 นาที สามารถกำจัดแมลงวันผลไม้ระยะไข่และหนอนวัยที่ 1 ซึ่งเป็นระยะที่ทนต่อความร้อนมากที่สุดและไม่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพของมะม่วง วิธีการแช่น้ำร้อนเพื่อกำจัดแมลงวันผลไม้ดังกล่าว ประเทศไทยได้ทำการศึกษาวิจัยเป็นครั้งแรก เป็นวิธีการที่ง่าย ขั้นตอนไม่ยุ่งยาก ใช้เวลาน้อย และใช้ต้นทุนการผลิตน้อยมาก เมื่อเทียบกับวิธีการกำจัดแมลงวันผลไม้ด้วยการอบไอน้ำ โดยตู้อบไอน้ำขนาดเล็ก ขนาด 2.5 ตัน ราคาประมาณ 15 ล้านบาท ในขณะที่อ่างแช่น้ำร้อนขนาดกลาง 350 กิโลกรัม ราคาประมาณ 480,000 บาท ทำให้ผู้ประกอบการโรงคัดบรรจุผักและผลไม้สดขนาดเล็กสามารถลงทุนทำได้เอง ทำให้มะม่วงผลสดจากประเทศไทยมีต้นทุนในการผลิตไม่สูงสามารถแข่งขันกับประเทศอื่นๆ ได้ การแช่น้ำร้อน เป็นวิธีหนึ่งที่มีประสิทธิภาพในการกำจัดแ
สทน. จับมือจังหวัดนครนายก ใช้เทคโนโลยีนิวเคลียร์ลดแมลงวันผลไม้ เพิ่มรายได้ให้เกษตรกรสวนมะยงชิดที่ร่วมโครงการ ไม่ต่ำกว่า ร้อยละ 30 สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) และจังหวัดนครนายก ร่วมจัดพิธีปล่อยแมลงวันผลไม้เป็นหมันในพื้นที่ จ.นครนายก ตามโครงการควบคุมแมลงวันผลไม้ด้วยเทคนิคการใช้แมลงเป็นหมันในไม้ผลเศรษฐกิจ จ.นครนายก ซึ่งจัดขึ้น ณ สวนนพรัตน์ ตำบลดงละคร อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก ผู้ร่วมพิธีประกอบด้วย ปลัดจังหวัดนครนายก ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ นายอำเภอเมืองนครนายก เกษตรจังหวัดนครนายก นายกสมาคมชาวสวนมะปรางจังหวัดนครนายก โดยมี ผศ.ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นผู้กล่าวเปิดงาน ผศ.ดร.ดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เปิดเผยว่ามะยงชิด ผลไม้ GI สำคัญของจังหวัด คุณภาพและรสชาติได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคทั่วประเทศ แต่เพราะปัญหาจากแมลงวันผลไม้ที่ทำลายผลมะยงชิด ทำให้เกษตรกรได้ผลผลิตไม่ดีเท่าที่ควร แต
ระยะนี้เข้าสู่ช่วงที่ต้นมะม่วงพัฒนาผล กรมวิชาการเกษตร เตือนเกษตรกรชาวสวนมะม่วงเฝ้าระวังช่วงที่อากาศร้อน และมีฝนตกเล็กน้อยบางพื้นที่ ให้สังเกตการเข้าทำลายของแมลงวันผลไม้ มักพบแมลงวันผลไม้เพศเมียใช้อวัยวะแทงเข้าไปวางไข่ในผลมะม่วง พบรอยช้ำใต้ผิวเปลือก ตัวหนอนจะฟักจากไข่และอาศัยชอนไชอยู่ภายในผล ทำให้ผลเน่าเสียและร่วงหล่นลงพื้น เมื่อตัวหนอนโตขึ้นจะเจาะรูออกมาจากผลมะม่วงเพื่อเข้าดักแด้ในดิน และกลายเป็นแมลงวันผลไม้ตัวเต็มวัย ส่วนผลที่หนอนเจาะเป็นรูจะมีน้ำไหลเยิ้ม ผลเละ เน่าเสีย และร่วงหล่น ผลที่ถูกทำลายมักมีโรคและแมลงชนิดอื่นๆ เข้าทำลายซ้ำ เกษตรกรควรหมั่นทำความสะอาดแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ โดยเก็บผลที่เน่าเสียออกจากแปลงและนำไปฝังกลบให้หน้าดินหนาอย่างน้อย 15 เซนติเมตร จากนั้นให้ห่อผลด้วยถุงกระดาษสีน้ำตาล หรือถุงกระดาษที่ภายใน เคลือบด้วยกระดาษคาร์บอน โดยเริ่มห่อเมื่อมะม่วงติดผลได้ประมาณ 60 วัน และใช้กับดักที่ภายในแขวนก้อนสำลีชุบสารเมทธิลยูจินอลผสมสารฆ่าแมลงมาลาไทออน 83% อีซี ในอัตรา 4:1 นำไปแขวนไว้ในทรงพุ่มที่ระดับความสูง 1-1.5 เมตร จำนวน 1 กับดัก ต่อพื้นที่ 1 ไร่ ให้เกษตรกรหมั่นสังเกตปริมาณแมลงวั
ระยะนี้เข้าสู่ช่วงที่ต้นมะม่วงพัฒนาผล กรมวิชาการเกษตร เตือนเกษตรกรชาวสวนมะม่วงเฝ้าระวังช่วงที่อากาศร้อน และมีฝนตกเล็กน้อย บางพื้นที่ ให้สังเกตการเข้าทำลายของแมลงวันผลไม้ มักพบแมลงวันผลไม้เพศเมียใช้อวัยวะแทงเข้าไปวางไข่ในผลมะม่วง พบรอยช้ำใต้ผิวเปลือก ตัวหนอนจะฟักจากไข่และอาศัยชอนไชอยู่ภายในผล ทำให้ผลเน่าเสียและร่วงหล่นลงพื้น เมื่อตัวหนอนโตขึ้นจะเจาะรูออกมาจากผลมะม่วงเพื่อเข้าดักแด้ในดิน และกลายเป็นแมลงวันผลไม้ตัวเต็มวัย ส่วนผลที่หนอนเจาะเป็นรูจะมีน้ำไหลเยิ้ม ผลเละ เน่าเสีย และร่วงหล่น ผลที่ถูกทำลายมักมีโรคและแมลงชนิดอื่นๆ เข้าทำลายซ้ำ เกษตรกรควรหมั่นทำความสะอาดแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ โดยเก็บผลที่เน่าเสียออกจากแปลงและนำไปฝังกลบให้หน้าดินหนา อย่างน้อย 15 เซนติเมตร จากนั้น ให้ห่อผลด้วยถุงกระดาษสีน้ำตาลหรือถุงกระดาษที่ภายในเคลือบด้วยกระดาษคาร์บอน โดยเริ่มห่อเมื่อมะม่วงติดผลได้ประมาณ 60 วัน และใช้กับดักที่ภายในแขวนก้อนสำลีชุบสารเมทิลยูจินอลผสมสารฆ่าแมลงมาลาไทออน 83% อีซี ในอัตรา 4 :1 นำไปแขวนไว้ในทรงพุ่มที่ระดับความสูง 1-1.5 เมตร จำนวน 1 กับดักต่อพื้นที่ 1 ไร่ ให้เกษตรกรหมั่นสังเกตปริมาณแมลงวั
ฝนตกชุกและอากาศชื้นในระยะนี้ กรมวิชาการเกษตร เตือนเกษตรกรชาวสวนฝรั่งให้เฝ้าระวังแมลงวันผลไม้ มักพบได้ในระยะที่ฝรั่งพัฒนาผล เริ่มแรกจะพบตัวเต็มวัยเพศเมียวางไข่เป็นกลุ่มๆ ละ 2-3 ฟอง อยู่ลึกจากผิวผลฝรั่งประมาณ 2-5 มิลลิเมตร หลังจากฝรั่งติดผลแล้ว 9 สัปดาห์ ตัวหนอนจะทำลายชอนไชกัดกินเนื้อฝรั่งอยู่ภายในผล ทำให้ผลเน่าและร่วงในที่สุด ส่วนแนวทางในการป้องกันกำจัดแมลงวันผลไม้ เกษตรกรควรใช้วิธีป้องกันกำจัดแบบผสมผสาน โดยเกษตรกรควรหมั่นรักษาความสะอาดแปลงปลูก และเก็บผลที่ถูกแมลงวันผลไม้เข้าทำลายหรือผลที่เน่าออกจากแปลงปลูก แล้วนำไปฝังกลบให้หน้าดินหนาอย่างน้อย 15 เซนติเมตร เพื่อลดการสะสมและขยายพันธุ์ของแมลงวันผลไม้ในแปลงปลูก จากนั้น ให้เกษตรกรทำการตัดแต่งกิ่งให้โปร่ง เพื่อลดการเกิดร่มเงาในทรงพุ่ม ทำให้สภาพแวดล้อมไม่เหมาะสมต่อการแพร่ระบาดของแมลงวันผลไม้ และให้ศัตรูธรรมชาติมีบทบาทในการทำลายแมลงวันผลไม้ได้มากขึ้น นอกจากนี้ เกษตรกรควรห่อผลด้วยถุงพลาสติกหูหิ้วสีขาวที่เจาะรูแบบซ่อนรูปสำเร็จมาจากโรงงาน ขนาด 6×14 นิ้ว โดยเริ่มห่อเมื่อผลมีอายุ 8 สัปดาห์หลังดอกบาน ห่อผล 1 ผลต่อถุง เพื่อป้องกันการเข้าทำลายของ
ระยะนี้เข้าสู่ช่วงเก็บเกี่ยวผลผลิตมะม่วง กรมวิชาการเกษตร เตือนเกษตรกรชาวสวนมะม่วงเฝ้าระวังช่วงที่อากาศร้อน และมีแดดจัด ในช่วงที่มะม่วงผลใหญ่ใกล้เก็บเกี่ยว ให้สังเกตการเข้าทำลายของแมลงวันผลไม้ มักพบแมลงวันผลไม้เพศเมียใช้อวัยวะแทงเข้าไปวางไข่ในผลมะม่วง พบรอยช้ำใต้ผิวเปลือก ตัวหนอนจะฟักจากไข่และอาศัยชอนไชอยู่ภายในผล ทำให้ผลเน่าเสียและร่วงหล่นลงพื้น เมื่อตัวหนอนโตขึ้นจะเจาะรูออกมาจากผลมะม่วงเพื่อเข้าดักแด้ในดิน และกลายเป็นแมลงวันผลไม้ตัวเต็มวัย ส่วนผลที่หนอนเจาะเป็นรูจะมีน้ำไหลเยิ้ม ผลเละ เน่าเสีย และร่วงหล่น ผลที่ถูกทำลายมักมีโรคและแมลงชนิดอื่นๆ เข้าทำลายซ้ำ เกษตรกรควรหมั่นทำความสะอาดแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ โดยเก็บผลที่เน่าเสียออกจากแปลงและนำไปฝังกลบให้หน้าดินหนาอย่างน้อย 15 เซนติเมตร จากนั้น ให้ห่อผลด้วยถุงกระดาษสีน้ำตาลหรือถุงกระดาษที่ภายใน เคลือบด้วยกระดาษคาร์บอน โดยเริ่มห่อเมื่อมะม่วงติดผลได้ประมาณ 60 วัน และใช้กับดักที่ภายในแขวนก้อนสำลีชุบสารเมทธิลยูจินอลผสมสารฆ่าแมลงมาลาไทออน 83% อีซี ในอัตรา 4 :1 นำไปแขวนไว้ในทรงพุ่มที่ระดับความสูง 1-1.5 เมตร จำนวน 1 กับดักต่อพื้นที่ 1 ไร่ ให้เกษตรกร
50 ปีที่ผ่านมา การระบาดของแมลงวันผลไม้ยังไม่รุนแรงเท่าปัจจุบัน ชมพู่ที่ปลูกไว้ข้างบ้านสามารถเก็บกินได้โดยไม่ต้องห่อ ปัจจุบันถ้าไม่ห่อจะไม่ได้กินแม้แต่ผลเดียว เพราะแมลงวันผลไม้จะเข้าทำลายตั้งแต่ผลยังเล็ก ทำให้ผลเน่าและร่วงหล่นจนหมด ปัจจัยที่ทำให้แมลงวันผลไม้หรือแมลงวันทองเป็นแมลงศัตรูสำคัญของผลไม้ในประเทศไทย ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม มีการปลูกพืชหลายชนิดหมุนเวียนตลอดปี พืชต่างๆ เหล่านั้น โดยเฉพาะไม้ผลเกือบทุกชนิดเป็นพืชอาศัยของแมลงวันผลไม้ ซึ่งแมลงวันผลไม้ที่สำคัญในบ้านเราคือ Oriental fruit fly (Bactrocera dorsalis Hendel) มีพืชอาศัยมากกว่า 50 ชนิด และ guava fruit fly (Bactrocera correcta Bezzi) มีพืชอาศัยมากกว่า 36 ชนิด พืชอาศัยของแมลงวันผลไม้ทั้งสองชนิดมีทั้งผลไม้ยอดนิยมที่ชาวบ้านชอบปลูกไว้ประจำบ้าน เช่น ชมพู่ ฝรั่ง มะม่วง และผลไม้ในป่าอีกหลายชนิด ผลไม้เหล่านี้จะทยอยออกดอกติดผลตลอดทั้งปี และกระจายอยู่ทั่วพื้นที่ของประเทศไทย ทำให้แมลงวันผลไม้สามารถขยายพันธุ์เพิ่มปริมาณได้ตลอดเวลา โดยไม่จำกัด เพราะมีพืชอาหารต่อเนื่อง ในโครงการการจัดการแมลงวันผลไม้ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เคยคิดว่าก
