แมลงวันผลไม้ชนิด Bactrocera dorsalis นับเป็นศัตรูพืชสำคัญที่สร้างความเสียหายต่อไม้ผลเศรษฐกิจหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นมะม่วง ฝรั่ง ชมพู่ ฯลฯ เกษตรกรจึงต้องพึ่งพาการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชอย่างต่อเนื่อง ก่อให้เกิดปัญหาสารตกค้างในผลผลิต จึงเป็นข้อจำกัดสำคัญต่อการส่งออกผลไม้ไทย ซึ่งการใช้สารเคมีต่อเนื่องยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพเกษตรกรและสิ่งแวดล้อม ทั้งเพิ่มความเสี่ยงต่อการดื้อสารเคมีของแมลงศัตรูพืช
ด้วยเหตุนี้ ทีมวิจัยเทคโนโลยีการควบคุมทางชีวภาพ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) จึงได้พัฒนา “ชีวภัณฑ์และกับดักชีวภัณฑ์สำหรับควบคุมกำจัดแมลงวันผลไม้” เพื่อเป็นนวัตกรรมทางเลือกใหม่ สำหรับลดปัญหาแมลงศัตรูพืชในสวนผลไม้ โดยทีมนักวิจัยได้นำนวัตกรรมดังกล่าวไปให้เกษตรกรในพื้นที่ ต.ดอนคา อ.บางแพ จ.ราชบุรี ได้ทดลองใช้จริงในแปลงเพาะปลูกผลไม้

หนึ่งในเกษตรกรผู้โชคดีที่มีโอกาสทดลองใช้นวัตกรรมดังกล่าวก็คือ คุณจรัล อรุณคีรีวัฒน์ เจ้าของสวนมะม่วง “สุขจรัล” กล่าวว่า ที่ผ่านมา ทางสวนมีการใช้สารเคมีในการจัดการศัตรูพืชมาอย่างต่อเนื่อง แต่ปัจจุบันได้ปรับเปลี่ยนสู่ระบบเกษตรอินทรีย์และลดการพึ่งพาสารเคมี จึงสนใจนำกับดักชีวภัณฑ์ดังกล่าวมาทดลองใช้ในแปลงมะม่วงพบว่า นวัตกรรมดังกล่าวมีประสิทธิภาพในการลดปัญหาแมลงวันผลไม้ได้เป็นอย่างดี
เนื่องจากกับดักชีวภัณฑ์สามารถกำจัดแมลงวันผลไม้ได้ทั้งเพศผู้และเพศเมีย ทั้งตัวที่เข้ากับดักหรือไม่ได้เข้ากับดักได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งแตกต่างจากกับดักฟีโรโมน (เช่น Methyl Eugenol) ที่ดึงดูดและกำจัดได้เฉพาะแมลงเพศผู้เท่านั้น โดยใช้วิธีแขวนกับดักชีวภัณฑ์ 2 ครั้งต่อเดือน (4 กับดักต่อไร่) แทนการฉีดพ่นสารเคมี ซึ่งให้ผลลัพธ์สูง โดยสามารถกำจัดแมลงวันผลไม้ได้สูงถึง 85-91% ลดต้นทุนแรงงาน ลดการใช้ถุงห่อผลไม้ และลดต้นทุนการใช้สารเคมีลงมากกว่า 1,000 บาทต่อไร่ต่อเดือน

“ผมรู้สึกพึงพอใจคุณภาพของนวัตกรรมดังกล่าว ที่ช่วยให้การจัดการแมลงผลไม้กลายเป็นเรื่องง่ายและได้ผลดีเยี่ยมแล้ว ยังทำให้การผลิตผลไม้มีความปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอีกด้วย” คุณจรัล กล่าว
ล่าสุด ทีมวิจัยได้ลงพื้นที่ ต.ดอนคา อ.บางแพ จ.ราชบุรี เพื่อดำเนินกิจกรรมเปิดบ้านแนะนำนวัตกรรมทางเลือกใหม่ “ชีวภัณฑ์และกับดักชีวภัณฑ์สำหรับควบคุมกำจัดแมลงวันผลไม้” โดยมีตัวแทนภาครัฐ ประกอบด้วย นางสาวกนิษฐา วรรณชาติ ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมการควบคุมศัตรูพืชโดยเทคโนโลยีรังสี กองส่งเสริมการอารักขาพืชและจัดการดินปุ๋ย กรมส่งเสริมการเกษตร, นางสาวปิยรักษ์ รัศมี เกษตรอำเภอบางแพ, นายสุทิน ประเสริฐศักดิ์ นายอำเภอบางแพ ร่วมด้วยผู้แทนจากสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) ภาคเอกชน และเกษตรกรในพื้นที่จำนวนมากสนใจเข้าร่วมชมการสาธิตนวัตกรรมและแนวทางการบริหารจัดการสวนผลไม้แบบยั่งยืน


ดร.อลงกรณ์ อำนวยกาญจนสิน นักวิจัยอาวุโส ไบโอเทค สวทช. กล่าวว่า นวัตกรรมกับดักชีวภัณฑ์ ใช้เชื้อราแมลง Beauveria bassiana สายพันธุ์ BCC 2660 และ Metarhizium anisopliae สายพันธุ์ BCC 4849 เป็นองค์ประกอบสำคัญของผลิตภัณฑ์ จุดเด่นคือ เป็นกับดักชีวภัณฑ์แบบ “ดักและปล่อย” ซึ่งทำให้แมลงวันผลไม้ติดเชื้อราแล้วบินกลับไปแพร่กระจายเชื้อสู่ประชากรแมลงในธรรมชาติ ช่วยควบคุมได้ทั้งแมลงที่เข้ากับดักและแมลงที่ไม่ได้เข้ากับดักอย่างต่อเนื่อง


นวัตกรรม “ชีวภัณฑ์และกับดักชีวภัณฑ์สำหรับควบคุมกำจัดแมลงวันผลไม้” มีกระบวนการผลิตที่ไม่ยุ่งยาก ใช้งานสะดวก รวดเร็ว และต้นทุนต่ำ เหมาะสำหรับการนำไปใช้ในภาคการเกษตรเชิงพาณิชย์ เพื่อช่วยลดการใช้สารเคมีในสวนผลไม้ และควบคุมแมลงวันผลไม้ได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งเพิ่มโอกาสในการผลิตผลไม้คุณภาพสูงที่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค เหมาะสำหรับเกษตรกรที่ต้องการผลิตผลไม้ปลอดภัยแล้ว ยังช่วยเพิ่มโอกาสแข่งขันทางการตลาดได้อีกทางหนึ่ง





