Smart Farming
บริษัท ยันม่าร์ เอส.พี. จำกัด ผู้นำด้านเครื่องจักรกลการเกษตรในประเทศไทย เปิดตัว “ศูนย์เรียนรู้และประสบการณ์เกษตร ยันม่าร์” (YANMAR Solution Experience Center) อย่างเป็นทางการ วันศุกร์ที่ 22 พฤษภาคม 2569 ณ อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัด ฉะเชิงเทรา เพื่อส่งเสริมศักยภาพเกษตรกรไทยผ่านการถ่ายทอดองค์ความรู้ เทคโนโลยีสมัยใหม่ และโซลูชั่นการเกษตรแบบบูรณาการ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการผลิตและสนับสนุนความยั่งยืนของภาคการเกษตรไทยในระยะยาว นายมาซาโตชิ ซียามะ ประธานบริษัท ยันม่าร์ เอส.พี. จำกัด กล่าวว่า “ศูนย์เรียนรู้และประสบการณ์เกษตรยันม่าร์ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของยันม่าร์ในการร่วมขับเคลื่อนอนาคตภาคการเกษตรไทย ให้มีความมั่นคงและยั่งยืน เราเชื่อว่าการผสานเทคโนโลยีสมัยใหม่ การฝึกอบรมภาคปฏิบัติ และความร่วมมือกับพันธมิตร บริษัท เจียได้ จำกัด และ XAG จะช่วยให้เกษตรกรสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนใน ระยะยาว” ศูนย์เรียนรู้และประสบการณ์เกษตรยันม่าร์ ตั้งอยู่ภายในพื้นที่เดียวกับเจียไต๋ เอ็กซ์พีเรียนซ์ หรือ ศูนย์เกษตรเจียได้ สถานที่แห่ง การเรียนรู้และถ่ายทอด
ในอดีตเกษตรกรไทยต้องอาศัยประสบการณ์และสภาพอากาศเป็นตัวตัดสินใจการปลูกพืช แต่วันนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไป เมื่อ “การวัดที่แม่นยำ” กลายเป็นหัวใจสำคัญของการทำเกษตรยุคใหม่ ทำให้ระบบนวัตกรรมต่างๆ ขับเคลื่อนไปได้อย่างมั่นคง โดยเฉพาะในภาคการเกษตรที่กำลังเปลี่ยนผ่านสู่ “เกษตรอัจฉริยะ” หรือ Smart Farming ซึ่งต้องอาศัยระบบวัดที่เที่ยงตรง เชื่อถือได้ และสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ เพื่อให้ข้อมูลที่ใช้ในการจัดการฟาร์มมีความถูกต้อง สร้างผลผลิตที่มีคุณภาพและยั่งยืนในระยะยาว หนึ่งในหน่วยงานที่ขับเคลื่อนเรื่องนี้อย่างจริงจังคือ สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ (NIMT) เทคโนโลยีชาวบ้านออนไลน์มีโอกาสได้สัมภาษณ์ คุณอนุสรณ์ ทนหมื่นไวย รองผู้อำนวยการสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ พร้อมด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญ ได้แก่ คุณพิเชษ วงษ์นุช หัวหน้ากลุ่มงานมาตรฐานปฐมภูมิอุณหภูมิ, คุณณัฐชยา รัตนานพ ผู้ช่วยนักวิจัย, และ คุณพลอยทับทิม พ่วงผาด ผู้ช่วยนักวิจัย ซึ่งร่วมกันพัฒนาและขับเคลื่อนการทำงานเพื่อภาคเกษตรอย่างเป็นระบบ สถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ สร้างความแม่นยำให้ทุกการวัดของประเทศ คุณอนุสรณ์ เปิดเผยว่า ภารกิจหลักของสถาบันมาตรวิทยาแห่งชาติ
กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จับมือ เทคโนโลยีชาวบ้าน จัดงานสัมมนา “Agri-Next พลิกโฉมเกษตรกรไทย สู่ผู้นำเกษตรมูลค่าสูง” ในวันศุกร์ที่ 31 ตุลาคม 2568 เวลา 11.00-16.30 น. ณ อาคารหนังสือพิมพ์ข่าวสด ถนนเทศบาลนิมิตใต้ กรุงเทพฯ พร้อมผลักดันโครงการเทคโนโลยี-การสร้างมูลค่าเพิ่ม พร้อมขยายผลสู่สาธารณะ ตั้งแต่ช่วงเช้า ภายในงานเต็มไปด้วยบรรยากาศคึกคัก มีทั้งเกษตรกรรุ่นใหม่จากทั่วประเทศ กลุ่ม Young Smart Farmer ผู้ประกอบการสินค้าเกษตรแปรรูป ตลอดจนเหล่าสตาร์ตอัปด้านเทคโนโลยีเกษตรมาเข้าร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์และจับคู่เจรจาทางธุรกิจ ด้านบูธนิทรรศการและกิจกรรมก็ได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม โดยมีทั้งบูธสาธิตการใช้ระบบ IoT ควบคุมการให้น้ำและปุ๋ยแบบอัตโนมัติ, บูธจำหน่ายโกโก้ไทยพรีเมียม, ผลิตภัณฑ์เกษตรมูลค่าสูงจากหลายจังหวัด รวมถึงโซนให้คำปรึกษาจากกรมส่งเสริมการเกษตร เพื่อช่วยวางแผนการผลิตเชิงพาณิชย์ นายมาทิตย์ พัฒนารุ่งกิจ เกษตรกรจากจังหวัดตาก เปิดเผยว่า ทราบข่าวการจัดงานจากเพจเทคโนโลยีชาวบ้าน ซึ่งติดตามมาโดยตลอด จึงตั้งใจเดินทางจากจังหวัดตากเพื่อมาร่วมงานโดยเฉพาะ ในฐานะเกษตรกรผู้ปลูกข้าว
ขอนแก่น / ชัยภูมิ — เกษตรกรไทยมีเฮ! เมื่อโครงการวิจัยสุดล้ำ “ระบบการให้น้ำอย่างแม่นยำในสวนมะม่วงน้ำดอกไม้สีทองเพื่อการส่งออก” เดินหน้าสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในภาคเกษตรกรรมไทย โดย รศ.ดร.พีระศักดิ์ ฉายประสาท ผู้ร่วมโครงการวิจัย จากคณะเกษตรศาสตร์ฯ มหาวิทยาลัยนเรศวร พร้อมคณะ ได้จัดกิจกรรมลงพื้นที่อบรมเกษตรกรสองจังหวัดใหญ่ คือ ขอนแก่น และ ชัยภูมิ ระหว่างวันที่ 14 – 18 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา กิจกรรมแรกจัดขึ้น ณ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนมะม่วงบ้านแฮด จ.ขอนแก่น ระหว่างวันที่ 14 – 15 ต.ค. โดยเน้นการเสริมองค์ความรู้ด้าน “การใช้สารเคมีทางการเกษตรป้องกันกำจัดแมลงเพื่อการส่งออกมะม่วง” โดยผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศ คุณสุเทพ สหายา นักวิชาการอิสระ อดีต ผอ.กลุ่มกีฏและสัตววิทยา กรมวิชาการเกษตร พร้อมด้วยเวิร์กช็อป “การใช้โดรนทางการเกษตร” ที่เรียกเสียงฮือฮาจากเกษตรกรผู้เข้าร่วม ต่อเนื่องด้วยกิจกรรมที่สอง ณ กลุ่มสตรีสหกรณ์การเกษตรไม้ผลบ้านโหล่น อ.หนองบัวแดง จ.ชัยภูมิ วันที่ 18 ต.ค. ภายใต้หัวข้อเร้าใจ “โอกาสใหม่ของเกษตรกรไทยในยุคดิจิทัล” โดย รองศาสตราจารย์ ดร.ทิพรัตน์ สิทธิวงศ์ ม.นเรศวร ที่เปิดมุมมองใหม่ ๆ ในการน
GIS หรือ Geographic Information System คือ เทคโนโลยีที่ใช้คอมพิวเตอร์มาช่วยในการจัดเก็บ วิเคราะห์ และแสดงผลข้อมูลที่มีพิกัดบนแผนที่ ระบบนี้สามารถทำให้เห็นถึงความเชื่อมโยงระหว่างข้อมูลตัวเลขกับพื้นที่จริง เช่น การกระจายของประชากร เส้นทางถนน พื้นที่น้ำท่วม หรือเขตการใช้ประโยชน์ที่ดิน ทำให้ GIS กลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการวางแผนและตัดสินใจในหลายสาขา GIS กับการเกษตรสมัยใหม่ และอนาคตเกษตรไทย ในภาคเกษตรกรรม GIS ถูกนำมาใช้เพื่อวิเคราะห์ความเหมาะสมของพื้นที่เพาะปลูก ไม่ว่าจะเป็นการดูสภาพดิน ปริมาณน้ำฝน หรือแสงแดดในแต่ละฤดูกาล ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้เกษตรกรสามารถเลือกชนิดพืชที่เหมาะสมกับพื้นที่ได้แม่นยำยิ่งขึ้น นอกจากนี้ GIS ยังช่วยติดตามการเปลี่ยนแปลงของผลผลิต และสามารถใช้ร่วมกับระบบดาวเทียมหรือเซ็นเซอร์ IoT เพื่อตรวจสอบสภาพแปลงแบบเรียลไทม์ ความก้าวหน้าของ GIS ช่วยให้เกษตรไทยก้าวไปสู่ “เกษตรอัจฉริยะ” อย่างแท้จริง เกษตรกรสามารถลดต้นทุนการผลิต วางแผนการใช้ทรัพยากรได้อย่างคุ้มค่า และรับมือกับปัญหาสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงได้ดีกว่าเดิม หากมีการใช้ GIS ร่วมกับข้อมูลขนาดใหญ่ (Big Data) และเทคโ
ในยุคที่โลกของเกษตรกรรมกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว “เกษตรอัจฉริยะ (Smart Farming)” ได้กลายเป็นคำสำคัญของการผลิตอาหารที่มีคุณภาพและยั่งยืน แนวคิดนี้คือการทำเกษตรสมัยใหม่โดยนำเทคโนโลยีและเครื่องจักรที่มีความแม่นยำสูงมาใช้ในกระบวนการผลิต ตั้งแต่การเตรียมแปลง การจัดการน้ำ การใส่ปุ๋ย ไปจนถึงการเก็บเกี่ยว โดยมีพื้นฐานจาก การเกษตรแม่นยำสูง (Precision Farming) ที่เน้นการทำงานให้เหมาะสมกับลักษณะเฉพาะของพื้นที่และความต้องการของพืชในแต่ละช่วงการเจริญเติบโต การใช้ข้อมูลด้านสภาพอากาศ เช่น ปริมาณน้ำฝน ความชื้น อุณหภูมิ หรือแม้แต่ความเร็วลม เข้ามาช่วยวิเคราะห์ก็ช่วยทำให้สามารถใช้ทรัพยากรได้อย่างคุ้มค่า ลดการสูญเสีย ลดต้นทุน และยังแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ศูนย์วิจัยข้าวเชียงรายได้รับงบประมาณให้ดำเนินงาน โครงการ 1 อำเภอ 1 แปลงเกษตรอัจฉริยะ ภายใต้แผนงานยุทธศาสตร์การเกษตรสร้างมูลค่า โดยจัดทำแปลงต้นแบบสาธิตและเผยแพร่องค์ความรู้การผลิตข้าวด้วยเทคโนโลยีเกษตรอัจฉริยะ ครอบคลุมตั้งแต่การปรับระดับพื้นที่นาให้สม่ำเสมอด้วยเลเซอร์ การใช้เครื่องปักดำเพื่อลดการใช้แรงงานและเพิ่มความแม่นยำ การ
สถานการณ์ปัญหาขยะจากอาหารเป็นประเด็นที่ทุกประเทศกำลังร่วมมือกันแก้ไข โดยการผลักดันและประยุกต์เศรษฐกิจหมุนเวียนเพื่อบริหารจัดการและบูรณาการข้อมูลการลดการสูญเสียอาหารและขยะอาหาร (Food loss and Food Waste) ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เป็นกลยุทธ์ที่ทุกภาคส่วนให้ความสำคัญ รวมถึงมหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยมี “Ugly Veggies Thailand” เป็นอีกหนึ่งโครงการในการสนับสนุนเพื่อช่วยลดปัญหาดังกล่าว ผศ.ดร.ชวิศ เกตุแก้ว รองคณบดีฝ่ายกลยุทธ์ วิจัยและต่างประเทศ วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ผู้อำนวยการโครงการ “Ugly Veggies Thailand” กล่าวถึงจุดเริ่มต้นของ “Ugly Veggies Thailand” ว่า วิทยาลัยนานาชาติมีชุมชนเป้าหมาย คือ กลุ่มเกษตรกรอำเภอกระนวน จังหวัดขอนแก่น ที่ได้เข้าไปช่วยสนับสนุนด้าน Smart Farming เมื่อศึกษาไประยะหนึ่ง จึงพบว่าชุมชนมี Pain Point คือผัก Organic หรือผักอินทรีย์ที่ผลิตออกมาเมื่อคัดผักที่มีมาตรฐานตามความต้องการของตลาดประมาณ 50-70 % แล้วจะเหลืออีก 30% ที่ทิ้งไปโดยเปล่าประโยชน์ “ปัญหาที่เกิดขึ้นนี้มีในเกษตรกรกลุ่มอื่น ๆ ด้วย ทำให้นำมาสู่โจทย์ที่ว่าเราจะทำอย่างไร เพื่อสร้าง Zero Waste ในกระบวนการผลิตผ
การทำเกษตรยุคใหม่หรือ Smart Farming ถือได้ว่าเป็นเทรนด์ของทั่วโลกในขณะนี้ สิ่งสำคัญต้องเริ่มปลูกฝังทัศนคติที่ดีตั้งแต่เยาวชน เพราะเยาวชนเป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนพัฒนา และสร้างสรรค์ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงภาคการเกษตรในอนาคต ด้วยเหตุนี้โครงการ KUBOTA Smart Farmer Camp ของบริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด จึงได้เดินทางต่อเนื่องมายังปีที่ 8 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างทัศนคติ และแรงบันดาลใจให้เยาวชนรุ่นใหม่สนใจและเห็นคุณค่าในอาชีพด้านการเกษตร รวมถึงสร้างเมล็ดพันธุ์เกษตรกรยุคใหม่ที่ดีในอนาคตผ่านการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง ทั้งองค์ความรู้ด้านนวัตกรรม เทคโนโลยีการเกษตร และต่อยอดสู่ธุรกิจการเกษตร ตลอดจนเป็นการปลูกฝังและเปิดโลกกว้างให้เยาวชนรุ่นใหม่พร้อมก้าวสู่เป็น Smart Farmer ที่มีศักยภาพ สอดรับนโยบายของประเทศไทยที่มุ่งพัฒนาภาคการเกษตรไทยให้เดินหน้าสู่การเป็น Smart Farming อย่างเต็มรูปแบบ นายพิษณุ มิลินทานุช ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้จัดการทั่วไป สายงานขาย การตลาดและบริการ เปิดเผยว่า กิจกรรม KUBOTA Smart Farmer Camp 2022 ในปีนี้ จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Fun Time Farm Tech” โดยคัดเ
ศาสตราจารย์ ดร. สุวัจน์ ธัญรส อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ศรีวิชัย พร้อมด้วย ผศ.ดร. ขวัญหทัย ใจเปี่ยม รองอธิการบดี, ผศ. อุดร นามเสน รองอธิการบดี, อาจารย์ทวีศักดิ์ ศรีภูงา ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรมและการจัดการ มทร. ศรีวิชัย พื้นที่ขนอม คณะผู้บริหาร อาจารย์ บุคลากร โรงแยกก๊าซธรรมชาติขนอม บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) นำโดย นายวรทัต บันลือเขตร์ ผู้จัดการฝ่าย พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ทีม Smart Farming, นายจิโรจน์ สำแดง นายอำเภอขนอม, เกษตรอำเภอขนอม, กศน.อำเภอขนอม และผู้นำชุมชนในพื้นที่ตำบลท้องเนียน ร่วมพิธีเปิดศูนย์การเรียนรู้เกษตรสมัยใหม่ PTT RUTS Smart Farming ณ วิทยาลัยเทคโนโลยีอุตสาหกรรมและการจัดการ มทร.ศรีวิชัย พื้นที่ขนอม ตำบลท้องเนียน อำเภอขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช สำหรับการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้เกษตรสมัยใหม่ PTT RUTS Smart Farming นั้น เกิดจากความร่วมมือของภาคีเครือข่ายในพื้นที่ โดยมี โรงแยกก๊าซธรรมชาติขนอม บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เป็นผู้สนับสนุนทุนในการดำเนินการ บนพื้นที่ของ มทร.ศรีวิชัย พื้นที่ขนอม กว่า 10 ไร่ และสืบเนื่องจากสถานการณ์จากปัญหา COVID-19 ที่
‘เกษตรสมัยใหม่’ หากจะสร้างความยั่งยืนไม่เพียงต้องปรับตัว ปรับทัศนคติ และยังต้องปรับปรุงองค์ความรู้ที่มีให้ทันสมัยและสอดคล้องกับตลาดด้วย เหตุนี้เองการทำ Smart Farming คือการพัฒนาไปสู่อีกบริบทหนึ่งของภาคเกษตรไทยที่ต้องไปให้ถึง ‘เกษตรอัจฉริยะ’ Bangkok Bank SME จึงชวนศึกษาความสำเร็จของการทำ Smart Farming เกษตรอัจฉริยะยุคใหม่ที่ไม่ได้เป็นเพียงเกษตรกรเท่านั้น แต่ยังเป็นผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จ ทั้งในด้านการเพาะปลูก การบริหารจัดการ และด้านการนำเทคโนโลยีมาใช้ประโยชน์ ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme โดยเทคโนโลยีที่ช่วยเพิ่มผลผลิตต่อไร่ คือ ‘Precision Agriculture’ ช่วยให้ลักษณะการทำ Smart Farming ในอนาคต คล้ายกับการดำเนินงานในอุตสาหกรรมในแง่ที่มีการตรวจวัดค่าตัวแปรต่างๆ เช่น ความชื้น และคุณสมบัติทางแร่ธาตุของดิน การให้น้ำ และปุ๋ยเพื่อให้สภาพแวดล้อมต่างๆ เหมาะกับการสร้างผลผลิตต่อไร่สูงสุด ซึ่งเทคโนโลยีดังกล่าว ประกอบด้วย Precision Planting : เป็นการลงเมล็ดพืชในอัตราที่แตกต่างกันในฟาร์ม โดยลงเมล็ดพืชที่ค่อนข้างหนาแน่นในพื้นที่ซึ่งดินมีคุณภาพสูง และลง
