ยังไม่ทันเปิดตัวอย่างเป็นทางการที่ภูเก็ต แต่ “โก โฮลเซลล์” (GO Wholesale) ศูนย์ค้าส่งวัตถุดิบอาหาร ภายใต้การดำเนินงานของบริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด โฮลเซลล์ จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล รวมพลังพนักงานจิตอาสาในพื้นที่ ขนน้ำดื่มแบรนด์ “ยิ้ม” ไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม โดยมี นายธรรมรงค์ ช่วยอักษร ปลัดอำเภอกะทู้ เป็นผู้รับมอบ ณ ที่ว่าการอำเภอกะทู้ เพื่อนำไปแจกจ่ายให้แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากกรณีเกิดเหตุน้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เนื่องจากฝนตกหนัก จนมีการประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย 2 อำเภอ 7 ตำบล 41 หมู่บ้าน 4 ชุมชน 740 ครัวเรือน ประชาชนได้รับผลกระทบ 1,468 คน

ทั้งนี้ โก โฮลเซลล์ มีโครงการเปิดสาขาในจังหวัดภูเก็ต 2 แห่งในเร็วๆ นี้ ที่ ราไวย์ และอำเภอเมืองภูเก็ต
MOST POPULAR
“มะละกอ” จัดเป็นผลไม้ที่มีคุณค่าทางอาหารสูง หาซื้อได้ง่ายและราคาไม่สูงมากนัก แต่เดิมคนไทยจะคุ้นเคยกับ “มะละกอพันธุ์แขกดำ” และ “พันธุ์แขกนวล” โดยพันธุ์แขกดำนำมาบริโภคได้ทั้งดิบและสุก ในขณะที่พันธุ์แขกนวลนิยมนำมาทำเป็นส้มตำ ด้วยความที่ “ส้มตำ” นั้นเป็นที่นิยมของทั่วทุกภาพ ปัจจุบันเกษตรกรไทยเริ่มขยายพื้นที่ปลูกมะละกอพันธุ์ทานดิบอย่าง “ครั่ง” กันมากขึ้น เนื่องจากเป็นสายพันธุ์มะละกอไทยที่พัฒนาสายพันธุ์ขึ้นมาเพื่อบริโภคดิบ เพื่อนำมาทำส้มตำโดยเฉพาะ เนื้อกรอบและรสชาติอร่อยมาก นอกจากนั้น ยังมีมะละกออีกหลายๆ สายพันธุ์ที่น่าจะเป็นทางเลือกใหม่สำหรับเกษตรกรที่คิดจะปลูกและบริโภค เช่น มะละกอ “ขอนแก่น 80” และมะละกอยักษ์ “เรดแคริเบี้ยน” เป็นต้น 1. มะละกอแขกดำศรีสะเกษ “มะละกอแขกดำศรีสะเกษ” สายพันธุ์มะละกอที่ดีพันธุ์หนึ่งของไทย เป็นมะละกอไทยอีกสายพันธุ์หนึ่งที่ศูนย์วิจัยพืชสวนศรีสะเกษ กรมวิชาการเกษตร ได้รวบรวมพันธุ์มะละกอแขกดำจากจังหวัดราชบุรีและจังหวัดนครราชสีมา โดยได้นำเมล็ดมาปลูกในระหว่างปี พ.ศ. 2527-2533 เพื่อศึกษาและคัดเลือกสายพันธุ์แขกดำที่ให้ผลผลิตสูงและได้ตั้งชื่อสายพันธุ์ว่า “แขกดำศรีสะเกษ” ปัจจ
ร.ต.อ. วิศิลป์ ทองฤทธิ์ หรือคนส่วนใหญ่เรียกว่า ครูศิลป์ อดีตครูใหญ่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) สันติราษฎร์ประชาบำรุง อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง ใช้ชีวิตหลังเกษียณอายุราชการ หันมาปลูกพริกไทยพันธุ์ปะเหลียน ซึ่งเป็นพันธุ์พื้นเมืองที่มีเอกลักษณ์เฉพาะที่โดดเด่นกว่าพริกไทยสายพันธุ์อื่นๆ ด้วยรสชาติที่เผ็ดร้อน มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว จึงทำให้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังเป็นพืชที่ดูแลง่าย ทนทานต่อโรค ปลูกได้ทุกสภาพอากาศ ให้ผลผลิตเร็ว และสามารถเก็บได้ตลอดทั้งปี ที่สำคัญคือ มีราคาดี จึงถือเป็นพืชแซมในสวนยางพารา สวนปาล์มน้ำมัน ที่สามารถสร้างรายได้อย่างดีอีกชนิดหนึ่ง จุดเริ่มของตำนาน ครูศิลป์ เล่าว่า ปี 2560 ได้เกษียณอายุราชการ โดยตนเองรับราชการครูในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนมากว่า 30 ปี จึงมีโอกาสไปศึกษาดูงานตามโครงการพระราชดำริทั่วประเทศ ทำให้รับความรู้ด้านการเกษตรมากมาย ประกอบกับในปีนั้น ประสบปัญหาราคายางพาราตกต่ำ จึงได้มีแนวคิดในการปรับเปลี่ยนพื้นที่ปลูกยางพาราที่อยู่ติดกับบ้าน จำนวน 2 ไร่ มาทำเกษตรแบบผสมผสาน ซึ่งภายในแปลงมีการปลูกพืชผักหลายชนิด พร้อมกับเริ่มต้นปลูกพริกไทยพันธุ์ปะเหลียน
หลายคนอาจคิดว่า การเริ่มต้นธุรกิจสักแห่งต้องอาศัยแผนงานที่รัดกุม เงินทุนจำนวนมาก หรือการมองเห็นโอกาสทางการตลาดที่แตกต่างจากคนอื่น แต่ในความเป็นจริงแล้ว ธุรกิจที่เติบโตอย่างงดงามหลายแห่ง กลับมีจุดเริ่มต้นที่เรียบง่ายกว่านั้นมากเพราะบางครั้ง เมล็ดพันธุ์แห่งความสำเร็จอาจงอกงามขึ้นจาก “ความสุขเล็กๆ” ที่เกิดจากการได้ทำในสิ่งที่รัก และค่อยๆ เติบโตตามกาลเวลา วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้าน จะมาแชร์เรื่องราวของ “ทำสวนกับมาดาม” ที่เป็นทั้งสวนผัก คาเฟ่ และพื้นที่สีเขียวกลางย่านพระราม 2 ที่ถือกำเนิดขึ้นจากความหลงใหลในต้นไม้ของเพื่อนสนิทสองคน คุณยุ้ย อภิรดี นกสุวรรณ และ คุณแหม่ม พัฐพศิญา ทิพย์สุมณฑา จากความชอบปลูกต้นไม้ในวันว่าง สู่การสร้างพื้นที่แห่งความสุขที่เปิดโอกาสให้ผู้คนได้สัมผัสธรรมชาติ เรียนรู้เรื่องการปลูกผัก และค้นพบคุณค่าของวิถีชีวิตที่เรียบง่ายท่ามกลางเมืองใหญ่ เมื่อความคลั่งไคล้ต้นไม้ เจอกับเพื่อนที่เข้าใจ จุดเริ่มต้นของ “ทำสวนกับมาดาม” เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่โลกกำลังเผชิญกับวิกฤตโควิด-19 ช่วงเวลาที่หลายคนต้องใช้ชีวิตอยู่ภายในบ้าน และเริ่มหันกลับมาให้ความสำคัญกับสุขภาพและคุณภาพอาหารที่รับประทาน
“ผมล้างหนี้ 10 ล้านได้ เพราะรายได้จากฟาร์มเห็ดนี่แหละ เห็ดเป็นพืชเศรษฐกิจที่สร้างอาชีพและทำเงินดีมาก” เรื่องเล่าจากประสบการณ์ตรงของ คุณศักดิ์ชัย พลชัย เจ้าของสวนเห็ดตระการ อำเภอตระการพืชผล จังหวัดอุบลราชธานี เห็ด พืชเศรษฐกิจทำเงิน คุณศักดิ์ชัยเล่าให้ฟังว่า ผมเป็นคนนครปฐมทำไร่ทำนาเป็นหลัก ต่อมาหันมาทำฟาร์มเห็ด สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ จึงนำผลกำไรจากธุรกิจฟาร์มเห็ดไปต่อยอดธุรกิจหลายอย่าง ลงทุนทำธุรกิจใหม่ด้วยความไม่ชำนาญ ทำให้ธุรกิจล้มเหลว มีภาระหนี้สินก้อนโตถึง 10 ล้านบาทในปี 2539 จึงตัดสินใจย้ายถิ่น มาทำมาหากินที่จังหวัดอุบลราชธานี ด้วยเงินทุนติดกระเป๋า 500 บาทกับรถเก๋งเก่าๆ 1 คัน คุณศักดิ์ชัยใช้เงินทุนหลักร้อยทำธุรกิจซื้อมาขายไป สะสมผลกำไรไปเรื่อยๆ ช่วงปี 2541-2542 ตัดสินใจทำธุรกิจฟาร์มเห็ดอีกครั้งโดยใช้พื้นที่เล็กๆ ข้างบ้านเป็นโรงเรือนเพาะเห็ดนางฟ้า เห็ดนางรม จำนวน 1,000 ก้อน ขายเห็ดในชุมชนรอบบ้านเป็นหลัก ต่อมาเพิ่มสินค้าตัวใหม่คือ เห็ดขอนขาว ฟาร์มแห่งนี้ขายเห็ดสดคุณภาพดี เป็นที่ต้องการของตลาด กิจการก้าวหน้า มีรายได้หลักแสนในระยะเวลา 4-5 ปีต่อมา ทุกวันนี้ สวนเห็ดตระการดำเนินธุรกิจแ
