News

SX2025 ตอกย้ำแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง พาคนไทยก้าวสู่สังคมยั่งยืน

เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เขตคลองเตย กรุงเทพฯ บรรยากาศงาน SUSTAINABILITY EXPO 2025 (SX2025) มหกรรมความยั่งยืนที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน ซึ่งในช่วงเช้ามีผู้ทยอยเข้าร่วมงานอย่างต่อเนื่อง ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยให้ความสนใจกับบูธในโซนต่างๆ รวมถึงเวทีเสวนาหลากหลายหัวข้อ

ในช่วงเวลา 10.00 – 11.00 น. มีการบรรยายหัวข้อ หลักสูตรหลักการทรงงาน เกษตรทฤษฎีใหม่ และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงกับการอยู่รอดในยุคสงครามเศรษฐกิจโลก ท่ามกลางสถานการณ์ที่โลกกำลังเผชิญความผันผวนทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม “เศรษฐกิจพอเพียง” ยังคงเป็นแนวคิดที่ทรงคุณค่าและทันสมัย ไม่ใช่เพียงปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 พระราชทานไว้ แต่ยังเป็นแนวทางการพัฒนาที่พิสูจน์แล้วว่าสามารถสร้างความยั่งยืนให้กับสังคมและประเทศชาติได้อย่างแท้จริง

เวทีเสวนาล่าสุดโดย นายลลิต ถนอมสิงห์ กรรมการและรองเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ได้ชี้ให้เห็นว่า “ศาสตร์พระราชา” ไม่ได้เป็นเพียงทฤษฎีทางการเกษตรหรือวิถีชีวิตชนบทเท่านั้น แต่ยังเป็นกรอบความคิดที่เชื่อมโยงกับเศรษฐกิจโลกในปัจจุบัน ทั้งการปรับตัวของเกษตรกรไทย การพัฒนาที่ยั่งยืน และการสร้างภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจให้กับสังคม

ด้วยหลักความพอประมาณ ความมีเหตุผล และการมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี เศรษฐกิจพอเพียงจึงไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้ประชาชนทุกภาคส่วนก้าวข้ามความท้าทายของโลกยุคใหม่ได้อย่างมั่นคง


นายลลิต กล่าวว่า การขับเคลื่อนสิ่งดีๆ หรือน้อมนำคำสอนของรัชกาลที่ 9 ถือเป็นแนวทางปฏิบัติที่สามารถพิสูจน์ได้ แต่ผลลัพธ์บางครั้งอาจต้องใช้เวลา โดยเฉพาะการเข้าใจและเข้าถึงในด้านความรู้อย่างแท้จริง จะช่วยให้ผู้ปฏิบัติพัฒนาศักยภาพของตนเอง และสามารถนำองค์ความรู้ไปเผยแพร่บอกต่อ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับกลุ่ม

“ปัจจัยของความสำเร็จ ต้องเริ่มจากการปรับเปลี่ยนความคิด โดยมีตัวอย่างที่ดีเป็นต้นแบบที่จะพาสังคมไปในทิศทางที่ดี และช่วยให้ชีวิตเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น” นายลลิต กล่าว

แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงเริ่มมาตั้งแต่รัชกาลที่ 9 เมื่อกว่า 50–60 ปีก่อน เพื่อให้คนไทยพึ่งพาตนเองได้ การพึ่งพาตนเองไม่ใช่เพื่อประโยชน์ส่วนตนเท่านั้น แต่ยังต้องมีการช่วยเหลือและพึ่งพาซึ่งกันและกันในสังคม เพื่อให้ผู้ที่น้อมนำไปปฏิบัติสามารถพอมีพอกิน พอใช้ และสร้างรายได้อย่างยั่งยืน

เมื่อกลุ่มผู้ที่น้อมนำแนวคิดไปปฏิบัติมีความเข้มแข็งมากพอจากการรวมกลุ่ม ก็จะสามารถต่อยอดกิจกรรมอื่นๆ ได้ โดยเฉพาะการหาพันธมิตรจากองค์กรภายนอกมาทำงานร่วมกันกับกลุ่มหรือชุมชน จะช่วยเปิดโอกาสและสร้างทิศทางใหม่ๆ ในการสร้างรายได้

“การที่ชุมชนหรือกลุ่มจะเข้มแข็งได้ นอกจากความรู้แล้ว คุณธรรมถือเป็นสิ่งที่ต้องยึดมั่น เพราะเป็นจุดเริ่มต้นที่จะช่วยให้ผู้ปฏิบัติมีความรู้ความสามารถ และนำพากลุ่มหรือชุมชนให้เข้มแข็ง เมื่อทุกคนมีความสามัคคีและมีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อกัน สังคมและบรรยากาศของการแบ่งปันก็จะช่วยสร้างความมั่นคงอย่างยั่งยืน” นายลลิต กล่าวทิ้งท้าย

Related Posts