News

เกษตรไทยยุคใหม่ โอกาสสินค้าเกษตรสู่ตลาดสุขภาพ สู่ศูนย์กลางเกษตรและอาหารของโลก

ตลาดอาหารเพื่อสุขภาพและตลาดโภชนเภสัช (Nutraceuticals) ทั่วโลกกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และคาดว่าภายในปี 2025 จะมีมูลค่ากว่า 3.4 ล้านล้านบาท รวมถึงภายในกลางทศวรรษ 2030 อาจสูงถึง 4.9–5.3 ล้านล้านบาท สะท้อนว่าผู้บริโภคยุคใหม่มองหาอาหารที่ไม่เพียงอิ่มท้อง แต่ช่วยดูแลสุขภาพด้วยคนรุ่นใหม่ไม่ได้รอให้ป่วยแล้วค่อยหายา แต่เลือกดูแลสุขภาพล่วงหน้าและเสริมภูมิคุ้มกัน ตั้งแต่ยังไม่ป่วย เช่น เสริมโปรตีน เสริมสมรรถภาพกล้ามเนื้อ สุขภาพทางเดินอาหาร เป็นต้น

นายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า แนวโน้มตลาดโลกเหล่านี้ถือเป็นโอกาสทองของเกษตรไทย เมื่อรวมกับความได้เปรียบด้านทรัพยากรธรรมชาติและภูมิศาสตร์ ประเทศไทยกำลังก้าวสู่ศูนย์กลางด้านเกษตรและอาหารของโลก ทั้งในด้านการผลิตพืชเฉพาะทาง การแปรรูปสินค้าพรีเมียม และการส่งออกสินค้าเกษตรเชิงสุขภาพ ผลิตภัณฑ์จากพืชและธรรมชาติ Plant-Based & Organic ข้อมูลจาก Euromonitor International ชี้ว่าตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารของประเทศไทยในปี 2569 คาดว่ามูลค่าจะแตะ 239,000 ล้านบาท โดยรวมช่วงปี 2565-2570 เติบโตเฉลี่ย 9% ต่อปี ในระดับโลกข้อมูลจาก Grand View Research ระบุว่าในปี 2024 ตลาด Nutraceuticals มีมูลค่าประมาณ 22.46 ล้านล้านบาท และมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี 7.6% ตลอดช่วงปี 2025-2030 เส้นทางของธุรกิจนี้ จึงเป็นเมกะเทรนด์และเป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทย โอกาสของเกษตรกรไทยที่จะผลิตอาหารคุณภาพ

ดังนั้น เพื่อคว้าโอกาสนี้ เกษตรไทยต้องเปลี่ยนจากการผลิตที่เน้นเชิงปริมาณ ไปสู่เกษตรมูลค่าสูง โดยเน้นพืชเฉพาะทาง (Specialty Crops) การปลูกพืชเฉพาะทางช่วยให้เกษตรกรสร้างความแตกต่างในตลาด ลดการแข่งขันกับสินค้าโภคภัณฑ์ และสามารถตั้งราคาพรีเมียมได้ การเปลี่ยนผ่านนี้เกิดขึ้นได้ด้วยระบบส่งเสริมการเกษตรที่เท่าทันต่อการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ (Climate Smart Extension System) เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรจะทำหน้าที่ถ่ายทอดเทคโนโลยีและข้อมูลเชิงลึก เช่น การจัดการน้ำและปุ๋ยแม่นยำ การควบคุมสภาพแวดล้อม และการถนอมหลังเก็บเกี่ยวขั้นสูง ถ่ายทอดให้เกษตรกรอย่างตรงจุด

Related Posts