นายนรภัทร ศรีษะนอก ผู้อำนวยการศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวอุดรธานี กรมการข้าว เปิดเผยว่า โครงการเพิ่มศักยภาพระบบงานเกษตรภายใต้แผนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร ตามพระราชดำริสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นการดำเนินงานร่วมกันของหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตข้าวและพัฒนาคุณภาพผลผลิตทางการเกษตรให้แก่โรงเรียนและชุมชนในพื้นที่เป้าหมาย กรมการข้าว โดยศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวอุดรธานี ได้เข้าไปมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนโครงการฯ

โดยมุ่งเน้นการยกระดับการจัดการแปลงนาข้าวในโรงเรียนและชุมชนรอบข้าง เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารและเป็นแหล่งเรียนรู้เชิงปฏิบัติการให้แก่เด็กและเยาวชน เช่น การสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ข้าวพันธุ์ดีที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ เช่น พันธุ์ข้าวเหนียว พันธุ์ข้าวเจ้า ที่มีคุณค่าทางโภชนาการ เพื่อใช้ปลูกในแปลงนาสาธิตของโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) พร้อมทั้ง ถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีการปลูกข้าว (Smart Junior Farmer) โดยสนับสนุนการจัดตั้งแปลงนาสาธิตเพื่อใช้เป็นสื่อการเรียนการสอนแบบลงมือปฏิบัติจริง (Learning by Doing) ตั้งแต่การเตรียมดิน การคัดเลือกเมล็ดพันธุ์ การปักดำ/หยอด ไปจนถึงการเก็บเกี่ยว ซึ่งปัจจุบัน กรมการข้าว โดยศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวอุดรธานี ได้ดำเนินการในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน จำนวน 5 โรงเรียน คือ โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านเมืองทอง ตำบลโนนทอง อำเภอนายูง จังหวัดอุดรธานี , โรงเรียนตำรวจตระชายแดนบ้านห้วยเวียงงาม ตำบลนายูง อำเภอนายูง จังหวัดอุดรธานี , โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านเทพภูเงิน ตำบลน้ำโสม อำเภอน้ำโสม จังหวัดอุดรธานี , โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านนาชมภู ตำบลบ้านก้อง อำเภอนายูง จังหวัดอุดรธานี และโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนไปรษณีย์ไทย์ บ้านห้วยหมากหล่ำ ตำบลทมนางาม อำเภอโนนสะอาด จังหวัดอุดรธานี

ผลจากการดำเนินงาน พบว่าโรงเรียนในโครงการสามารถผลิตข้าวไว้บริโภคเอง ช่วยลดค่าใช้จ่ายวัตถุดิบอาหารกลางวัน นักเรียนได้รับโภชนาการที่ดีขึ้นและมีความมั่นคงทางอาหาร เด็กและเยาวชนในพื้นที่ทุรกันดารได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนและเพียงพอ ส่งผลให้อัตราการขาดสารอาหารในเด็กนักเรียนลดลงอย่างเห็นได้ชัด ขณะเดียวกัน นักเรียนและครูผู้ดูแลแปลงนาได้รับความรู้เรื่องเทคโนโลยีการปลูกข้าว การคัดเลือกพันธุ์ การจัดการปุ๋ย และการจัดการศัตรูพืชแบบผสมผสาน (IPM) เกิดการเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติจริง (Learning by Doing) ทำให้เด็กๆ เข้าใจขั้นตอนการทำนาอย่างเป็นระบบ และพัฒนาทัศนคติที่ดีต่ออาชีพเกษตรกรรม นักเรียนสามารถนำองค์ความรู้และเทคโนโลยีการปลูกข้าวที่ได้รับจากโรงเรียน กลับไปแนะนำและปรับใช้ในแปลงนาของครอบครัว ส่วนแปลงนาสาธิตในโรงเรียน กลายเป็นแหล่งกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีให้แก่เกษตรกรในหมู่บ้านรอบข้าง ชุมชนลดการซื้อเมล็ดพันธุ์จากภายนอก โดยหันมาผลิตเมล็ดพันธุ์ใช้เอง เกิดการรวมกลุ่มของเกษตรกรและผู้ปกครองนักเรียนในการผลิตข้าว เกิดความมั่นคงทางอาหารในระดับตำบลและอำเภอชายแดนอย่างยั่งยืน

ปัจจุบัน โครงการฯ ได้ขยายผลจาก “โรงเรียน” สู่ “ครัวเรือนนักเรียน” (School-to-Home) โดยนักเรียนที่ผ่านการฝึกทักษะการทำนาและผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวในโรงเรียน นำองค์ความรู้ เทคนิคการลดต้นทุน และการจัดการศัตรูพืชแบบผสมผสาน (IPM) ไปปรับใช้ในแปลงนาของครอบครัว ผลผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีที่จากแปลงนาสาธิตในโรงเรียน จะถูกแบ่งปันให้นักเรียนนำกลับไปปลูกที่บ้าน ช่วยยกระดับผลผลิตข้าวของครอบครัว เกิดการขยายผลโดยการรวมกลุ่มผู้ปกครองนักเรียนและเกษตรกรในหมู่บ้านใกล้เคียง เพื่อร่วมกันผลิตและสำรองเมล็ดพันธุ์ไว้ใช้ในพื้นที่ ในขณะเดียวกัน มีการยกระดับแปลงนาสาธิตในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตรของชุมชน ให้ผู้ปกครองและเกษตรกรเข้ามาศึกษาดูงาน ตลอดจน เกิดการเชื่อมโยงตลาดข้าวไปสู่ระดับชุมชน

