News

กำชับกรมชลฯ เร่งระบายน้ำพื้นที่ลุ่มต่ำ หลังฝนตอนบนลดลง พร้อมเดินหน้ารับมือฝนใต้

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากกรมชลประทานว่า ขณะนี้ปริมาณฝนทางตอนบนเริ่มลดลง ทำให้สถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่มีแนวโน้มคลี่คลาย จึงได้เร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่ลุ่มต่ำน้ำท่วมขังอย่างต่อเนื่อง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและเร่งฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว ควบคู่ไปกับการเก็บกักน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการใช้ในอนาคต พร้อมเตรียมรับมือสถานการณ์ฝนในพื้นที่ภาคใต้อย่างใกล้ชิด

สำหรับสถานการณ์น้ำ ณ วันที่ 26 ตุลาคม 2569 อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 64,239 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 84 ของความจุอ่างฯรวมกัน ยังสามารถรองรับน้ำได้อีกกว่า 12,443 ล้านลูกบาศก์เมตร ขณะที่อ่างเก็บน้ำหลัก 4 แห่งในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ได้แก่ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน ด้านเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีปริมาณน้ำ 18,933 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 76 ของความจุอ่างฯ ยังรองรับน้ำได้อีกประมาณ 5,849 ล้านลูกบาศก์เมตร ภาพรวมปริมาณน้ำยังอยู่ในเกณฑ์ที่สามารถบริหารจัดการได้

ในส่วนของสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา หลังปริมาณน้ำทางตอนบนมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง เขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท จะทยอยปรับลดการระบายน้ำจากอัตรา 1,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เหลือในอัตรา 900 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และเร่งสูบระบายน้ำออกจากพื้นที่การเกษตรและพื้นที่ลุ่มต่ำอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้พื้นที่กลับเข้าสู่ภาวะปกติ ช่วยให้เกษตรกรสามารถเตรียมแปลงเพาะปลูกข้าวนาปรังได้โดยเร็ว

ทั้งนี้ การปรับแผนระบายน้ำจะพิจารณาจากปริมาณน้ำทางตอนบน ระดับน้ำในแม่น้ำสายหลัก และศักยภาพการระบายน้ำของพื้นที่ตอนล่างร่วมกัน เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำเป็นไปอย่างเหมาะสมและลดผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ ให้มากที่สุด คาดว่าจะสามารถลดการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาเหลือในอัตรา 700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ได้ภายในต้นเดือนพฤศจิกายนนี้


อย่างไรก็ตาม กรมอุตุนิยมวิทยา ได้คาดการณ์ว่า ในช่วงวันที่ 26 –28 ตุลาคม 69 ภาคใต้ยังต้องเฝ้าระวังฝนตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมขัง โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่ลาดเชิงเขา พื้นที่ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน และพื้นที่ลุ่มต่ำ ขณะที่ประเทศไทยตอนบนในช่วงวันที่ 26–27 ตุลาคม ยังมีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนองในบางพื้นที่ จึงได้กำชับหน่วยงานในพื้นที่ให้ติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด ตรวจสอบความพร้อมของระบบชลประทานและเส้นทางระบายน้ำ รวมถึงเตรียมเครื่องสูบน้ำ เครื่องผลักดันน้ำ เครื่องจักรกล และเจ้าหน้าที่ให้พร้อมปฏิบัติงานทันที เน้นย้ำให้ประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนสถานการณ์น้ำให้ประชาชนรับทราบอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดความเสี่ยงและบรรเทาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

ทั้งนี้ได้กำชับ กรมชลประทาน เดินหน้าบริหารจัดการน้ำและให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มกำลัง จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย โดยให้ความสำคัญทั้งการดูแลความปลอดภัยของประชาชน การฟื้นฟูพื้นที่เกษตรกรรม และการสำรองน้ำต้นทุนสำหรับการใช้น้ำในระยะต่อไป

Related Posts