แปลงเกษตรของเด็กนักเรียนในโรงเรียนรวมไทยพัฒนา 3 ตำบลรวมไทยพัฒนา อำเภอพบพระ จังหวัดตาก มีไอเดียทำบวบงูให้ตรงสวย ขายได้ราคา ซึ่งปกติผลของบวบงูจะมีลักษณะยาว เรียว บิดโค้งไปมาตามความยาวของผล พบผลตรงน้อยมาก มีลายสีเขียวอ่อนหรือขาวพาดยาวเป็นแนวตั้ง แต่บางพันธุ์ก็จะเป็นสีเขียวอ่อนพาดลายขาว หรือเป็นสีขาวไม่เห็นลายก็มี ความยาวของผลบวบงูสามารถยาวได้ถึง 200 เซนติเมตร เลยทีเดียว
สำหรับแปลงเกษตรของเด็กนักเรียนโรงเรียนรวมไทยพัฒนา 3 มีวิธีทำบวบงูให้ตรงสวยงาม ด้วยการเก็บก้อนหินภายในบริเวณโรงเรียน นำมาผูกห้อยไว้กับปลายผลของบวบงู ตั้งแต่ผลของบวบงูมีความยาว ประมาณ 5 เซนติเมตรขึ้นไป ซึ่งทำให้บวบงูมีรูปทรงของผลตรงสวยงาม เมื่อนำไปขายจะได้ราคาดีกว่าผลบวบงูที่บิดโค้งงอไปมา และวิธีนี้หากใครจะนำไปใช้ก็ไม่ขัดข้อง
เผยแพร่ออนไลน์ล่าสุด เมื่อวันพุธที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2559
MOST POPULAR
การปลูกพืชไม่จำเป็นต้องมี “ดิน” เสมอไป เพราะที่ประเทศญี่ปุ่นมีการพัฒนา “เกษตรบนแผ่นฟิล์ม” (Film Farming) นวัตกรรมที่ช่วยให้พืชเติบโตได้บนแผ่นฟิล์มไฮโดรเจล โดยไม่ต้องปลูกลงดิน และใช้น้ำน้อยกว่าการปลูกแบบทั่วไป นวัตกรรมนี้พัฒนาโดย ยูอิจิ โมริ (Yuichi Mori) ผู้ก่อตั้งบริษัท Mebiol ในเมืองฮิราซึกะ จังหวัดคานากาวะ ประเทศญี่ปุ่น จุดเริ่มต้นของแนวคิดมาจากงานวิจัยเกี่ยวกับ ไฮโดรเจล วัสดุที่สามารถดูดซับน้ำได้ ซึ่งเดิมโมริศึกษาการนำไปใช้ในทางการแพทย์ แต่เมื่อเห็นปัญหาด้านพื้นที่และแรงงานในภาคเกษตรของญี่ปุ่น จึงเกิดแนวคิดว่า หากนำวัสดุชนิดนี้มาทำเป็นแผ่นสำหรับปลูกพืช จะสามารถปลูกผักโดยไม่ต้องพึ่งพาดินได้หรือไม่ หลังจากทดลองและพัฒนาต่อเนื่อง ในปี 2002 บริษัท Mebiol สามารถพัฒนา ฟิล์มสำหรับปลูกพืช และจดสิทธิบัตรในหลายประเทศ จุดเด่นสำคัญคือ รากของพืชจะเติบโตอยู่บนผิวฟิล์ม สามารถรับน้ำและสารอาหารที่อยู่ด้านล่างผ่านรูขนาดเล็กที่มองแทบไม่เห็นด้วยตาเปล่า ขณะที่รูเหล่านี้ช่วยกั้นเชื้อโรคอย่างไวรัสและแบคทีเรียไม่ให้เข้าสู่บริเวณรากได้ง่าย ผลที่ตามมาคือ การปลูกพืชด้วยวิธีนี้สามารถลดการใช้น้ำได้สูงถึง 90% เม
ในวันที่โลกการเกษตรไม่ได้วัดความสำเร็จกันเพียงว่าปลูกอะไรได้มากแค่ไหน แต่กำลังมองไปถึงการผลิตที่ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ดูแลธรรมชาติ สร้างมูลค่าเพิ่ม และทำให้คนอยู่กับอาชีพเกษตรได้อย่างมีศักดิ์ศรี “สวนลุงชะเอม” จังหวัดราชบุรี จึงเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างให้เห็นว่า สวนเกษตรในวันนี้ สามารถก้าวไปไกลกว่าการเป็นแหล่งผลิตอาหาร และกลายเป็นทั้งธุรกิจ พื้นที่เรียนรู้ และพื้นที่สร้างแรงบันดาลใจได้ในเวลาเดียวกัน คุณกุ้ง–ชนัญญา เชวงโชติ ทายาทรุ่นที่ 2 ของสวนลุงชะเอม ผู้มีพื้นฐานด้านการเกษตรโดยตรงจากการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาเกษตรศาสตร์ (พืชสวน) ก่อนต่อยอดด้วยปริญญาโท สาขาเศรษฐศาสตร์ (ธุรกิจเกษตร) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ขณะเดียวกันเส้นทางการทำงานกลับพาออกไปสัมผัสโลกธุรกิจอาหารและการบริการในหลายประเทศ โดยเคยดำรงตำแหน่ง Director Food and Beverage ที่โรงแรมเรดิสัน ประเทศอินโดนีเซีย และมีประสบการณ์ทำงานทั้งในสิงคโปร์ มัลดีฟส์ จีน ฮ่องกง มาเก๊า ฟิจิ และอินโดนีเซีย ประสบการณ์เหล่านี้กลายเป็นมุมมองสำคัญ เมื่อวันหนึ่งคุณกุ้งได้มองกลับมายังผืนดินของครอบครัว และตั้งคำถามว่า สิ่งที่มีอยู่ตรงหน้าจะสามารถต่อยอดให้ก
นางกัลยา ภูมิรินทร์ หรือ เจ๊แมว เจ้าของร้านทุเรียนชื่อดังในจังหวัดลำปาง พร้อมด้วยตัวแทนกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อ ร้อยเอก ธรรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรม เพื่อขอให้ทางร้อยเอก ธรรมนัส เข้ามาช่วยเหลือกรณีที่เจ้าของล้งทุเรียนจีนชื่อดังในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ได้เข้ามาติดต่อทำธุรกิจรับซื้อขายทุเรียน แต่สุดท้ายกลับเบี้ยวจ่ายเงินจำนวนกว่า 6 ล้านบาท นางกัลยา กล่าวว่า เมื่อช่วงกลางเดือนเมษายน 2569 ตนเองได้รับการติตต่อจากเพื่อนสนิทรายหนึ่ง ซึ่งได้แจ้งว่ามีเจ้าของล้งทุเรียนชาวจีน ซึ่งมีภรรยาชาวไทย ได้ติดต่อเพื่อขอทำธุรกิจส่งออกทุเรียนไปประเทศจีน โดยในเดือนพฤษภาคมได้การมีจ่ายเงินให้ตนเองจำนวน 5 แสนบาท เพื่อเป็นค่าดำเนินการในการทำทุเรียนในพื้นที่อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร จากนั้นทางล้งทุเรียนจีนแห่งนี้ ก็เริ่มมีการทยอยสั่งให้ตนเองสำรองจ่ายเงินที่เป็นค่าใช้ในการดำเนินการขั้นตอนต่างๆ เช่น ค่าแรงพนักงาน ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอาหารพนักงาน ค่าต่อเติมสถานที่ ค่าเช่าอาคาร อุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้เก็บทุเรียน ซึ่งตนเองก็ได้ทำรายรับรายจ่ายรวมทั้งสิ้น 39-40 ล
นายรัฐ คลังแสง ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดโครงการสัมมนาทางวิชาการ “การขับเคลื่อนสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรสู่ความยั่งยืน ภายใต้นโยบาย CPD DRIVE+S” พร้อมมอบรางวัลแก่หน่วยงานและบุคคลดีเด่นของกรมส่งเสริมสหกรณ์ ประจำปี 2569 โดยมี นายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกรมสหกรณ์จังหวัดทั่วประเทศ และบุคลากรทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค กว่า 600 คน ให้การต้อนรับ ณ โรงแรมเอเชีย แอร์พอร์ท อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า การสัมมนาครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการขับเคลื่อนภารกิจของกรมส่งเสริมสหกรณ์ เพราะบุคลากรทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคได้ร่วมกันทบทวนทิศทาง การทำงาน สร้างความเข้าใจในเป้าหมายเดียวกัน แลกเปลี่ยนประสบการณ์จากการปฏิบัติงานจริง และร่วมกำหนดแนวทางที่จะนำไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม และที่สำคัญที่สุด คือ สามารถสร้างประโยชน์และคุณค่าให้แก่สมาชิกได้อย่างต่อเนื่อง นโยบาย CPD DRIVE+S จึงเป็นกรอบสำคัญที่จะช่วยให้การทำงานของกรมส่งเสริมสหกรณ์มีทิศทางที่ชัดเจนและเป็นระบบ “ขอให้ทุก
