อินทผลัม ไม้ผลทางเลือกใหม่ของเกษตรกรจังหวัดชัยนาท ผู้ที่ประสบวิกฤตเศรษฐกิจจากอาชีพการทำนา ทำให้มีหนี้สิน เป็นเงินนับล้านบาท แต่ก็ยังมีโชคเข้าข้างเมื่อเพื่อนมาเยี่ยมเยียนพร้อมกับนำอินทผลัมผลสดมาฝาก ครั้นกินดูแล้วทำให้ได้กลิ่นหอม รสชาติหวานนุ่มอร่อย เหมือนมีพลังให้ฮึดสู้ ในเวลาต่อมาจึงตัดสินใจหยุดทำนาแล้วเปลี่ยนมาปลูกและผลิตอินทผลัม กระทั่งประสบความสำเร็จให้มาลืมตาอ้าปาก มีรายได้เงินล้านเพื่อสู้กับวิถีนี้ต่อไป

คุณเฉลย ปิ่นทอง เกษตรอำเภอหนองมะโมง จังหวัดชัยนาท เล่าให้ฟังว่า วิถีเกษตรกรรมของเกษตรกรส่วนใหญ่คือ การใช้วิธีการปลูกและผลิตแบบเดิมๆ ขาดองค์ความรู้และการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม ใช้ต้นทุนการผลิตสูง ไม่มีตลาดรองรับ ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ทำให้มีหนี้สินและส่งผลต่อรายได้ที่ไม่เพียงพอในการยังชีพ
การใช้เทคโนโลยีหรือนวัตกรรมที่เหมาะสมเป็นอีกทางเลือกที่จะทำให้เกษตรกรก้าวสู่ความสำเร็จได้ และการปลูกอินทผลัมก็เป็นหนึ่งในทางเลือกนั้น ถึงแม้อินทผลัมไม่ใช่พืชบ้านเรา เป็นพืชเขตเมืองร้อนทะเลทราย แต่ก็ปลูกได้ในบ้านเรา เพราะทนแล้งทนร้อนได้ดี มีอายุการเก็บเกี่ยวหรือให้ผลผลิตนานกว่า 70 ปีขึ้นไป ที่สำคัญเมื่อมีการปฏิบัติดูแลบำรุงรักษาดีเหมาะสมก็จะทำให้ได้ผลผลิตคุ้มค่าต่อการลงทุน โดยเฉพาะการปลูกและผลิตในระบบเกษตรดีที่เหมาะสม GAP ที่ส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพผลผลิตให้ได้มาตรฐาน และช่วงเวลานี้ตลาดผู้บริโภคผลอินทผลัมกำลังสดใสไปได้สวย ซึ่งก็เป็นเส้นทางให้นำไปสู่การมีรายได้เพื่อการยังชีพที่พอเพียงและมั่นคง

คุณลุงไพรัช วัฒนะเขตการณ์ หรือ คุณฮวน เกษตรกรผู้ปลูกอินทผลัม เล่าให้ฟังว่า แต่เดิมนั้นมีอาชีพทำนาและรับจ้างทำนา เมื่อกว่า 4 ปีที่ผ่านมาต้องประสบกับปัญหาสภาวะเศรษฐกิจแปรปรวนที่ทำให้ราคาข้าวตกต่ำ ขายข้าวได้ก็ไม่คุ้มกับต้นทุนการผลิต เป็นหนี้เป็นสินเงินล้านบาท จึงทำให้ต้องหาทางแก้ไขปัญหาดังกล่าว
เหมือนกับโชคช่วยฟ้าเป็นใจ เพื่อนที่คุ้นเคยกันมาเยี่ยมเยียนและได้นำอินทผลัมผลสดมาฝาก เมื่อทดลองกินปรากฏว่าได้ลิ้มรสชาติที่แปลกอร่อย จึงทำให้เกิดแนวคิดว่าน่าจะเป็นทางเลือกใหม่ในการแก้ไขปัญหาที่ผ่านมา เมื่อพูดคุยหารือกันในครอบครัวแล้ว ก็ได้ข้อสรุปว่าต้องเปลี่ยนจากการทำนามาปลูกและผลิตอินทผลัมดีกว่า

จึงเริ่มต้นปลูกอินทผลัม ด้วยการศึกษาเรียนรู้ ค้นหาข้อมูลจากแหล่งความรู้ทั้งจากสื่อต่างๆ รับฟังข้อเสนอแนะด้านวิชาการจากหน่วยงานภาครัฐ จากเอกชนหรือเกษตรกร แล้วนำมาสู่การปลูกและผลิตอินทผลัม ได้ลองผิดลองถูก แก้ไข ปรับปรุง และพัฒนาการผลิต กระทั่ง 3 ปีผ่านไป ก็มีผลผลิตให้เริ่มเก็บเกี่ยวและเป็นผลผลิตคุณภาพด้วย
วิธีการเตรียมแปลงปลูก เนื่องจากสภาพโดยรวมดินไม่มีความอุดมสมบูรณ์ จึงได้ซื้อดินมาถมบริเวณหน้าแปลง พร้อมกับปลูกปอเทืองแล้วไถกลบ 3 รอบ จากนั้นได้ซื้อปุ๋ยคอกแห้งมาหว่านให้ทั่วแปลง เป็นการเพิ่มอินทรียวัตถุในการปรับปรุงดินให้ได้คุณภาพเหมาะสมต่อการปลูกและผลิตอินทผลัม ปัจจุบัน ปลูกพันธุ์บาร์ฮี กว่า 200 ต้น พื้นที่ 30 ไร่ และมีต้นที่ให้เก็บเกี่ยวผลผลิตได้แล้วกว่า 40 ต้น

วิธีการปลูก ขุดหลุมปลูก กว้าง ยาว และลึก ประมาณด้านละ 1 เมตร นำปุ๋ยคอกแห้ง 2 กระสอบ แกลบดำ 1 ถุง ผสมกับดินบนแบ่งใส่รองก้นหลุม ระยะปลูกระหว่างต้นและแถว ห่างกันประมาณ 8×8 เมตร นำกิ่งพันธุ์อินทผลัมพันธุ์บาร์ฮี ที่มีอายุ 1 ปี สูงเกือบ 1 เมตร ลงปลูกเกลี่ยดินกลบให้น้ำแต่พอชุ่ม
การปฏิบัติดูแลบำรุงรักษา ทั้งการใส่ปุ๋ย ให้น้ำหรือการควบคุมและจัดการศัตรูพืช ได้จัดการดังนี้
การใส่ปุ๋ย บำรุงต้นให้เจริญเติบโตสมบูรณ์ จะไม่ใช้สารเคมีแต่เลือกใช้สิ่งที่ผลิตขึ้นมาเอง ทั้งฮอร์โมน ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยอินทรีย์ สารกำจัดแมลงหรือกำจัดเชื้อรา วัสดุที่ใช้ในการผลิตก็เป็นพืชสมุนไพรที่มีในท้องถิ่น จัดการผสมผสาน หมัก เมื่อนำไปใช้ทำให้ได้ผลดีและลดต้นทุนการผลิต ปลอดภัยทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค

การให้น้ำ ต้นอินทผลัมแม้จะเป็นพืชทนแล้ง แต่ก็ต้องให้ได้รับน้ำที่พอเพียง ที่นี่ได้จัดการให้น้ำแบบสปริงเกลอร์ โดยเฉลี่ยจะให้น้ำ 2 วัน ต่อครั้ง แต่ละครั้งจะให้น้ำนาน 1 ชั่วโมง แต่ถ้าตรวจพบว่าดินแห้ง ใบเริ่มเหี่ยวเฉา ก็ได้จัดการเพิ่มน้ำให้ต้นอินทผลัมแต่พอชุ่ม เพื่อให้มีการเจริญเติบโตสมบูรณ์
เมื่อต้นอินทผลัมที่ปลูกเจริญเติบโตสมบูรณ์ได้ 3 ปี ก็จะเริ่มให้ผลผลิต ในเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายนของทุกปีก็เริ่มออกดอก ผู้ปลูกจะช่วยผสมเกสร จากนั้นอีก 6-7 เดือน ก็จะเริ่มเก็บผลผลิตได้ ผลจะออกมาเป็นพวงหรือทะลายคล้ายหมาก ในช่วงปีแรกจะให้ผลผลิต 10-15 กิโลกรัม ต่อต้น แต่หลังจาก 5 ปีขึ้นไป ต้นเจริญเติบโตสมบูรณ์ จะให้ผลผลิต 80-100 กิโลกรัม ต่อต้น

ระยะติดผล ได้คลุมด้วยกระดาษทั้งทะลาย และระยะที่ผลเริ่มโต น้ำหนักเพิ่มมากขึ้น ได้ใช้เชือกมัดทะลายกับลำต้นเพื่อป้องกันการฉีกขาด เพราะช่วงนี้จะทำได้ง่ายกว่าทะลายขนาดใหญ่ ผลที่เริ่มสุกได้ใช้กระดาษสีน้ำตาลคลุมทั้งทะลายเพื่อป้องกันนกหรือค้างคาว และยังเป็นการช่วยให้สีของผลเหลืองหรือแดงสวยงาม ช่วยป้องกันรอยขีดข่วนจากลม หลังจากคลุมประมาณ 3 เดือน ก็ตัดเก็บผล

การเก็บเกี่ยว การพัฒนาของผลมี 4 ระยะ คือ ผลดิบ ผลสมบูรณ์เต็มที่ ผลแก่สุกและระยะผลแห้ง เจ้าของได้ตัดเก็บผลที่มีสีเหลืองเข้มหรือผลสุกสีน้ำตาล เก็บรักษาไว้ในตู้เย็นที่อุณหภูมิต่ำกว่า 8 องศาเซลเซียส จะเก็บได้นาน 1 ปี
การตลาด ได้เปิดขายผลผลิตอินทผลัมที่หน้าสวน ผลสดขาย 450-800 บาท ต่อกิโลกรัม ตามความสวยของพวงหรือทะลายที่เกิดจากการห่อเพื่อป้องกันน้ำและแมลง โดยเฉลี่ยจะมีรายได้ 40,000-45,000 บาท ต่อต้น ต่อปี

นอกจากนี้ ก็ได้แปรรูปทำเป็นเครื่องดื่มจากผลสดอินทผลัมและจากจั่นตัวผู้ ด้วยการนำมาบรรจุขวดขาย 50 บาท ต่อขวด รับรองว่าเป็นอินทรีย์ 100% ที่มีรสชาติหวานหอมอร่อย ซึ่งทำให้มีรายได้เพิ่มอีก 20,000-25,000 บาท

ผลอินทผลัม ช่วยทำให้ร่างกายแข็งแรง ปลอดภัยจากโรคภัยไข้เจ็บ ช่วยบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง ป้องกันโรคกระดูกพรุน หรือช่วยเพิ่มสมรรถนะทางเพศ สอบถามข้อมูลเพิ่มได้ที่ คุณลุงไพรัช (ฮวน) วัฒนะเขตการณ์ เลขที่ 82 หมู่ที่ 3 ตำบลวังตะเคียน อำเภอหนองมะโมง จังหวัดชัยนาท โทร. (081) 740-2714 หรือที่ คุณเฉลย ปิ่นทอง เกษตรอำเภอหนองมะโมง โทร. (089) 705-4440 ก็ได้ครับ
