สายด่วนแจ้งหนอนกระทู้ fall armyworm รุกแปลงข้าวโพด กรมวิชาการเกษตรแนะกำจัดตามหลักวิชาการใช้ร่วมกันทั้งชีวภัณฑ์และสารเคมีชนิดและอัตราที่แนะนำ พ่นทุก 7 วัน พร้อมสลับกลุ่มสาร เตือนอย่าใช้สารเคมีที่ไม่อยู่ในคำแนะนำ ยันไม่ได้ผล แถมระบาดเพิ่มขึ้น
นางสาวเสริมสุข สลักเพ็ชร์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า เมื่อช่วงปลายเดือนธันวาคม 2561 ได้รับรายงานผ่านสายด่วนเฝ้าระวังหนอนกระทู้ fall armyworm ว่า พบการระบาดของหนอนกระทู้ fall armyworm ในแปลงปลูกข้าวโพดจังหวัดตาก กำแพงเพชร อุทัยธานี พิษณุโลก และนครสวรรค์ โดยพบการระบาดของหนอนกระทู้ fall armyworm หลายระยะการเจริญเติบโตในแปลงเดียวกัน

และเริ่มพบตัวเต็มวัยที่เพิ่งออกจากดักแด้ โดยหนอนกระทู้ fall armyworm จะเข้าทำลายข้าวโพดตั้งแต่ระยะเพิ่งงอกไปจนถึงข้าวโพดออกฝัก และถ้าเข้าทำลายข้าวโพดอายุ 1-15 วัน จะทำให้ต้นข้าวโพดตายทั้งแปลง หากไม่สามารถป้องกันกำจัดได้ทันท่วงทีเมื่อข้าวโพดอายุ 30 วัน ขึ้นไป หนอนที่เริ่มโตจะเข้าไปหลบอาศัยอยู่ในส่วนยอด หลังจากนั้น หนอนจะย้ายเข้าไปอาศัยในดอกตัวผู้และฝักทำให้ยากต่อการป้องกันกำจัด หากพบระบาดรุนแรงจะทำให้ผลผลิตเสียหาย 73 เปอร์เซ็นต์


สถานการณ์การระบาดของหนอนกระทู้ fall armyworm ที่สำรวจพบสามารถควบคุมได้ หากปฏิบัติตามคำแนะนำของกรมวิชาการเกษตร โดยเกษตรกรที่พบการระบาดของหนอนกระทู้ fall armyworm เกือบทั้งหมดที่ใช้วิธีการกำจัดตามคำแนะนำ สามารถควบคุมการระบาดของหนอนกระทู้ fall armyworm ได้ผลเป็นที่น่าพอใจ
แต่ที่น่าเป็นห่วงคือ มีเกษตรกรที่ใช้สารฆ่าแมลงชนิดอื่นๆ ที่ไม่ได้แนะนำ รวมทั้งยังพ่นสารไม่ถูกช่วงเวลาที่หนอนออกจากที่หลบซ่อน ทำให้การกำจัดไม่ได้ผลและเป็นสาเหตุให้เกิดการระบาดเพิ่มมากขึ้น


อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า วิธีการป้องกันกำจัดหนอนกระทู้ fall armyworm ที่ได้ผลตามหลักวิชาการ คือ หากพบหนอนขนาดเล็กให้เก็บหนอนทำลายทิ้ง และใช้ชีวภัณฑ์ ได้แก่ เชื้อ BT สายพันธุ์ไอซาไว หรือ สายพันธุ์เคอร์สตากี้ ชนิดผง อัตรา 40-80 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร พ่นทุก 4-7 วัน เมื่อพบการระบาด
หากพบไข่ให้ทำลายโดยเก็บกลุ่มไข่ทำลายทิ้งและใช้แมลงหางหนีบ ส่วนตัวเต็มวัยให้ทำลายโดยใช้กับดักกาวเหนียวสีเหลือง จำนวน 80 กับดัก/ไร่ สำหรับหนอนขนาดใหญ่ให้ทำลายโดยใช้แมลงตัวห้ำ ได้แก่ แมลงหางหนีบหรือมวนพิฆาต และในกรณีที่ใช้เคมีให้ใช้สารเคมีตามคำแนะนำของกรมวิชาการเกษตร ชนิดใดชนิดหนึ่ง ได้แก่
1.สารสไปนีโทแรม (spinetoram) 12% SC อัตรา 20 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร
2.สารคลอแรนทรานิลิโพรล (chlorantraniliprole) 5.17% SC อัตรา 20 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ สารฟลูเบนไดอะไมด์ (flubendiamide) 20% WG อัตรา 6 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร
3.สารคลอร์ฟีนาเพอร์ (chlorfenapyr) 10% SC อัตรา 30 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร
4.สารอินดอกซาคาร์บ (indoxacarb) 15% SC อัตรา 30 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร


ทั้งนี้ ให้พ่นสารฆ่าแมลงทุก 7 วัน ติดต่อกัน 2-4 ครั้ง และต้องสลับกลุ่มสารทุก 30 วัน เพื่อลดความต้านทานสารป้องกันกำจัดศัตรูพืช
“กรมวิชาการเกษตร มีคำแนะนำการป้องกันกำจัดหนอนกระทู้ fall armyworm ซึ่งสามารถกำจัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากมีการระบาดของหนอน fall armyworm จึงไม่น่ากังวลแต่อย่างใด สิ่งที่เป็นห่วงคือ เกษตรกรใช้วิธีการป้องกันกำจัดไม่ถูกวิธีทำให้การระบาดเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งยังเสียค่าใช้จ่ายในการซื้อสารเคมีมาใช้แล้วไม่ได้ผล ดังนั้น หากพบการระบาดของหนอน fall armyworm ขอให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของกรมวิชาการเกษตร หรือหากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามได้ที่สายด่วนหนอนกระทู้ fall armyworm โทร. 06-1415-2517” อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าว
