News
กรณีที่มีกระแสข่าวปลาหมอคางดำแพร่ระบาดในวงกว้าง สร้างความเสียหายให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งในจังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมเรียกร้องให้ทางจังหวัดประกาศเป็นเขตภัยพิบัติเพื่อขอรับเงินชดเชยจากรัฐบาลนั้น นายสมเกียรติ ขวัญเมือง ประมงจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า สถานการณ์ปลาหมอคางดำไม่ได้ระบาดรุนแรงเหมือนที่เป็นข่าว ยอมรับว่ามีปลาหมอคางดำอยู่ในแหล่งน้ำทั่วไป แต่การระบาดอยู่ในระดับไม่รุนแรงพบความชุกชุม ไม่เกิน 10 ตัว ต่อพื้นที่ 100 ตารางเมตร อยู่ในเกณฑ์เฝ้าระวังและควบคุม ยังไม่เข้าข่ายประกาศเขตภัยพิบัติ “ เมื่อ 3-4 เดือนที่แล้ว ก็มีรายงานข่าวลักษณะนี้ว่า เกษตรกรปล่อยกุ้งลงบ่อไป ผ่านไป 4 เดือน จับกุ้งแล้วปรากฎว่า ได้กุ้ง 30 กก. ได้ปลาหมอคางดำ 3 ตัน พูดกันจริงๆ ผมก็อยากรู้ว่าคนให้ข่าวเป็นคนเลี้ยงกุ้งไหม บ่อนั้นเลี้ยงกุ้งจริงหรือเปล่า ผมพยายามชี้แจงมาโดยตลอดว่าข้อมูลไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง ” นายสมเกียรติ กล่าวว่า หากเป็นผู้เลี้ยงกุ้งมืออาชีพจะใส่ใจดูแลบ่อกุ้งอย่างดี คอยตรวจสอบไม่ให้มีปลาอยู่ในบ่อกุ้งเลย หากเจอปลาแค่ 1-2 ตัวจะโรยกากชากำจัดปลาท
นายอานนท์ นนทรีย์ อธิบดีกรมการข้าว เป็นประธาน โดยการประชุมในวันนี้ที่ประชุมได้พิจารณารับรองพันธุ์ข้าวใหม่จำนวน 7 พันธุ์ ประกอบด้วย ข้าวเจ้าไม่ไวต่อช่วงแสง จำนวน 2 พันธุ์ ได้แก่ ข้าวเจ้าสายพันธุ์ SPR16015-16-1-1-1 เสนอเป็นพันธุ์รับรอง ชื่อพันธุ์ กข121 และข้าวเจ้าสายพันธุ์ MJU148927-3-11-12-1 เสนอเป็นพันธุ์รับรอง ชื่อพันธุ์ หอมแม่โจ้ 91 ปี ข้าวเจ้าไวต่อช่วงแสง จำนวน 1 พันธุ์ ได้แก่ ข้าวเจ้าสายพันธุ์ PSL12265-RBR-2-3-1-1 เสนอเป็นพันธุ์รับรอง ชื่อพันธุ์ กข123 ข้าวเจ้าหอมไทย ไวต่อช่วงแสง จำนวน 2 พันธุ์ ได้แก่ ข้าวเจ้าสายพันธุ์ RGD13159-MS21-MS9-2-B เสนอเป็นพันธุ์รับรอง ชื่อพันธุ์ หอมสยาม และข้าวเจ้าสายพันธุ์ RGD03011-MS381-MS193-1-B เสนอเป็นพันธุ์รับรอง ชื่อพันธุ์ สุวรรณภูมิ 1 ข้าวเหนียวไวต่อช่วงแสง จำนวน 1 พันธุ์ ได้แก่ ข้าวเหนียวสายพันธุ์ MHS14010-5-2-4-4-2 เสนอเป็นพันธุ์รับรอง ชื่อพันธุ์ กข28 และข้าวบาร์เลย์ จำนวน 1 พันธุ์ ได้แก่ ข้าวบาร์เลย์พันธุ์ FNBLS#140 เสนอเป็นพันธุ์รับรอง ชื่อพันธุ์ กขบ1 โดยการพิจารณารับรองพันธุ์ข้าวของคณะกรรมการพิจารณารับรองพันธุ์ข้าวนี้เป็นการดำเนินการตามอำนาจแล
“อธิบดีนิรันดร์” เตรียมเงิน กพส. กว่า 500 ล้านบาท ปี 70 ยกระดับศูนย์ CDC เป็น ”ฮับ” แต่ละภูมิภาค 1-2 แห่ง พร้อมจับมือสมาคมขนส่งทางบกฯ คิดค่าบริการขนส่งในอัตราพิเศษ หวังกระจายสินค้าสหกรณ์สู่ผู้บริโภคโดยเร็วที่สุด ตั้งเป้าสิ้นปี 69 ยอดขายสินค้าของสหกรณ์ผ่าน CDC จะพุ่งถึง 5,000 ล้านบาท หลังประสบความสำเร็จการกระจายสินค้า โดยศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์หรือศูนย์ CDC ที่เริ่มดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีสหกรณ์ที่ทำหน้าที่เป็นศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์ จำนวน 125 ศูนย์กระจายอยู่ในจังหวัดต่างๆ อย่างน้อยจังหวัดละ 1 แห่ง ภายใต้การขับคลื่อนนโยบาย CPD DRIVE-S ของกรมส่งเสริมส่งเสริมสหกรณ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ล่าสุด นายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เผยความคืบหน้าการดำเนินงานศูนย์ดังกล่าว โดยระบุว่าขณะนี้กรมส่งเสริมสหกรณ์เตรียมยกระดับศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์ CDC ที่มีความพร้อมให้เป็น ”ฮับ” ของแต่ละภูมิภาค ซึ่งเป็นไปตามข้อสั่งการของ นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อให้การกระจายสินค้าสหกรณ์ถึงมือผู้บริโภคโดยเร็วและได้รับความเสียหายน้อยที่สุด โดยเฉพาะผลไม
SILPIN (ซิลพิน) จัดงานเปิดตัวครั้งแรกในรอบ 9 ปี ภายใต้คอนเซ็ปต์ “From Local Legacy to Global Gastronomy” โดยนำนวัตกรรมเปลี่ยนวัตถุดิบเกษตรไทยเป็น Flavours ตอกย้ำวิสัยทัศน์ “Authentic Thai Flavours to the World” ขับเคลื่อน Agricultural Soft Power ของไทยสู่เวทีโลก แบรนด์ SILPIN (ซิลพิน) จัดงานเปิดตัวครั้งแรกในรอบ 9 ปีของการก่อตั้ง ภายใต้คอนเซ็ปต์ “From Local Legacy to Global Gastronomy” ณ เดอะแบมบู บาร์ โรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ โดยนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาเปลี่ยนวัตถุดิบเกษตรไทยให้เป็น “Flavours” พร้อมเสิร์ฟประสบการณ์ Gastronomy ทั้งอาหารคาว ของหวาน เครื่องดื่ม และเมนู Masterpiece ที่ได้แรงบันดาลใจจากรัชกาลที่ 5 มีเหล่าเซเลบริตี้ร่วมงาน อาทิ นันท์ สิริวัฒนภักดี พีชานนท์, ศุลีรัตน์ ลีนุตพงษ์, นลินี ทวีสิน, ยูกิ ศรีกาญจนา, ลักขณา นะวิโรจน์ และ ม.ล.ภาสันต์ สวัสดิวัตน์ นายปิยะ บุญนำกิจสวัสดิ์ CEO บริษัท ซิลพิน เอเชีย จำกัด ผู้ก่อตั้งแบรนด์ เปิดเผยว่า ตลอด 9 ปีนับจากก่อตั้งในปี 2559 SILPIN น้อมนำแนวพระราชดำรัสของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาตีความวัตถุดิบไทยใหม่ด้วยนวัตกรรมและศิลปกรรม ภายใต้
เตรียมประกาศผล 1 ตุลาคมนี้ เปิดพื้นที่ให้เสียงและประสบการณ์ของผู้หญิงเดินทางผ่านงานวรรณกรรมสู่ผู้อ่านในวงกว้าง กรุงเทพมหานคร – “รางวัลชมนาด” (The Chommanard Book Prize) เดินทางเข้าสู่ครั้งที่ 15 โดยธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ บริษัท สำนักพิมพ์ประพันธ์สาส์น จำกัด เตรียมจัดงานประกาศผลรางวัลชมนาด ครั้งที่ 15 ในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ณ ห้องประชุม ชั้น 29 ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สำนักงานใหญ่ สีลม เพื่อสนับสนุนศักยภาพของนักเขียนหญิงไทย และเปิดพื้นที่ให้ถ่ายทอดความคิด ประสบการณ์ และมุมมองผ่านงานวรรณกรรมสู่ผู้อ่านในวงกว้าง ตลอดระยะเวลาของการดำเนินงาน รางวัลชมนาดมุ่งทำหน้าที่มากกว่าการเป็นเวทีประกวดงานเขียน หากยังเป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้นักเขียนหญิงจากหลากหลายเส้นทางได้นำประสบการณ์ มุมมอง และเรื่องราวของตนเองมาถ่ายทอดผ่านตัวอักษร พร้อมต่อยอดผลงานให้เข้าถึงผู้อ่านหลากหลายกลุ่มมากยิ่งขึ้น หนึ่งในเรื่องราวที่สะท้อนบทบาทของรางวัลชมนาดในฐานะ “พื้นที่สร้างนักเขียน” คือประสบการณ์ของ จันทรา รัศมีทอง เจ้าของผลงาน “ความฝันของฉันทนา” รางวัลรองชนะเลิศ รางวัลชมนาด ครั้งที่ 6 ซึ่งนำประสบการณ์จากช
นางสาวพรสุรีย์ กอนันทา (ที่ 5 จากซ้าย) รองประธานกรรมการบริหาร ฝ่ายกิจการองค์กร บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด เป็นตัวแทนเชฟรอนและบริษัทผู้ร่วมทุน มอบทุนการศึกษาภายใต้โครงการ “ส่งเสริมโอกาสการศึกษาต่อบุตรชาวประมง” ประจำปี 2569 จัดโดย สมาคมการประมงแห่งประเทศไทย จำนวน 8 ทุน รวมมูลค่า 400,000 บาท เพื่อสนับสนุนการศึกษาแก่บุตรหลานชาวประมงในระดับปริญญาตรี คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยมี ผศ.ดร.สุริยัน ธัญกิจจานุกิจ (กลาง) คณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นผู้แทนรับมอบ พร้อมด้วย นางณภัทร สาประเสริฐ (ที่ 5 จากขวา) ผู้จัดการสมาคมประมงแห่งประเทศไทย ให้เกียรติเข้าร่วมในพิธี ณ อาคารสารนิเทศ 50 ปี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด และบริษัทผู้ร่วมทุน มอบทุนการศึกษาภายใต้โครงการ “ส่งเสริมโอกาสการศึกษาต่อบุตรชาวประมง” ประจำปี 2569 ซึ่งจัดโดย สมาคมการประมงแห่งประเทศไทย เพื่อสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาแก่บุตรหลานชาวประมงที่กำลังศึกษาในระดับปริญญาตรี คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จำนวน 8 ทุน รวม 400,000 บาท แบ่งเป็นทุนสำหรับนักศึกษาชั้นปีท
สำนักงาน กปร. ผนึกกำลังสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือทางวิชาการ ยกระดับการติดตามและประเมินผลโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ พร้อมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ข้อมูล และระบบสารสนเทศ มุ่งใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์สะท้อนผลสัมฤทธิ์และประโยชน์ที่ประชาชนได้รับ เพื่อประกอบการวางแผนและกำหนดทิศทางการพัฒนาโครงการในอนาคตอย่างเป็นระบบ เมื่อวันพุธที่ 2 กันยายน 2569 สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนักงาน กปร.) ร่วมกับสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือทางวิชาการว่าด้วยการติดตามและประเมินผล และการแลกเปลี่ยนข้อมูลโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ณ ห้องประชุมหนุมาน 1 สำนักงาน กปร. โดยมี นางสุพร ตรีนรินทร์ เลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และ นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ร่วมลงนาม พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและผู้แทนจากทั้งสองหน่วยงานร่วมเป็นสักขีพยาน ความร่วมมือครั้งนี้มีเป้าหมายสำคัญในการยกระดับการติดตามและประเมินผลโครงการอันเนื่อง
ขอเชิญพบกับ CO-OP Easy Shop 🛍️แพลตฟอร์มที่รวมเอาสินค้าคุณภาพดีจากสหกรณ์ทั่วไทยมาไว้ที่เดียวสะดวก รวดเร็ว สั่งซื้อง่ายเพียงแค่ปลายนิ้ว📱👈🏻✨ครบครันทุกหมวดสินค้า ไม่ว่าจะเป็น🌾 ข้าวหอมมะลิ ข้าวขาว ข้าวกล้อง ข้าวเหนียว🥬 ผักและผลไม้🐟 เนื้อหมู ไก่ วัว และอาหารทะเล🍱 อาหารแปรรูป🏡 ของใช้คุณภาพดีที่ผ่านการคัดสรรมาแล้วว่า เป็นสินค้าคุณภาพดี ได้มาตรฐาน ราคาคุ้มค่า พร้อมส่งตรงจากสหกรณ์ทั่วไทยถึงมือคุณเปิดประสบการณ์ใหม่ของการช้อปสินค้าสหกรณ์ไทยCO-OP Easy Shop ช้อปง่าย สไตล์สหกรณ์ 🛍️
นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานกล่าวแสดงความยินดี พร้อมมอบโล่รางวัลและประกาศนียบัตรแก่ผู้ทำคุณประโยชน์ด้านการประมง ในงาน “วันสถาปนากรมประมง ครบรอบปีที่ 100” ภายใต้แนวคิด “ใต้ร่มพระบารมี 100 ปีกรมประมง ในน้ำมีปลา สร้างคุณค่าสู่ความมั่นคงทางอาหาร” โดยภายในงานมีการจัดแสดงนิทรรศการเรื่องราว 100 ปีกรมประมง ผลงานวิจัยและนวัตกรรม พร้อมเปิดพื้นที่ Open House และตลาดประมงกลางกรุง ให้ประชาชนได้เรียนรู้ภารกิจด้านการประมง รับชมผลงาน และเลือกซื้อสินค้าจากเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการทั่วประเทศ นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า การประมงไทยถือเป็นรากฐานสำคัญในการดำรงชีวิตของประชาชน โดยเป็นแหล่งอาหาร สร้างอาชีพและรายได้ ตลอดจนสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศ โดยในปี 2568 ประเทศไทยมีการส่งออกสินค้าและผลิตภัณฑ์ประมงมากกว่า 1,670,857.78 ตัน สร้างมูลค่ากว่า 223,145.21 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของภาคการประมงที่มีความสำคัญและเชื่อมโยงกับวิถีชีวิตของประชาชน เศรษฐกิจ และความมั่นคงทางอาหาร กรมประมงในฐานะหน่วยงานหลักในการดูแลและพัฒนาภาคการประมง ตั
ดาวเทียม THEOS-2 โดย GISTDA (บันทึกภาพ 20 กันยายน 2569) เผยให้เห็นขอบเขตดินถล่มขนาดใหญ่บริเวณใกล้อาคารเรียน โรงเรียนบ้านดอยติ้ว อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน ซึ่งจากการประเมินความเสียหายเบื้องต้นครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 12 ไร่ ขณะนี้ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากพบร่องรอยแตกและรอยแยกของอาคารสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณเบื้องต้นว่า “ดินยังคงมีการเคลื่อนตัว” อีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้พื้นที่ดังกล่าวมีความเสี่ยงคือ โครงสร้างทางธรณีวิทยาของพื้นที่เป็นดินทรายแป้งและหินดินดาน ส่งผลให้เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดดินถล่ม โดยข้อมูลแผนที่พื้นที่เสี่ยงดินถล่มของกรมทรัพยากรธรณีวิทยา ระบุว่าพื้นที่บริเวณดังกล่าวมีความเสี่ยงต่อการเกิดดินถล่มในระดับปานกลางถึงสูงมาก โดยเฉพาะมื่อเกิดฝนตกหนักและต่อเนื่อง
บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด ร่วมกับ ธุรกิจซีเมนต์และผลิตภัณฑ์ก่อสร้างในเอสซีจี (SCG CBM) เดินหน้าสร้างคุณค่าร่วมให้แก่เกษตรกรไทยและสังคม ผ่านความร่วมมือในการสนับสนุนผลิตภัณฑ์ “น้ำมังคุดแท้ 100% ตราดอยคำ” ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ต่อยอดจากผลผลิตมังคุดของเกษตรกรไทย เพื่อสนับสนุนการสร้างตลาด กระจายรายได้ และเพิ่มโอกาสให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกมังคุดทั่วประเทศ พร้อมสานต่อความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบ ควบคู่กับการสร้างคุณค่าร่วมให้แก่สังคมและชุมชน ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนบทบาทของ SCG ในการขับเคลื่อนแนวคิด “การสร้างคุณค่าร่วม” (Creating Shared Value) ที่มากกว่าการส่งมอบผลิตภัณฑ์และโซลูชันด้านการก่อสร้าง แต่ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมดูแลสังคมและสนับสนุนระบบเศรษฐกิจฐานราก โดยการสนับสนุนผลิตภัณฑ์จากดอยคำ องค์กรที่มีบทบาทในการรับซื้อและนำผลผลิตทางการเกษตรของเกษตรกรไทยมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์คุณภาพ สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิต และช่วยส่งเสริมช่องทางการตลาดให้แก่เกษตรกร คุณชูโชค ศิวะคุณากร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด กล่าวว่า การสนับสนุนผลผลิตทางการเกษตรเป็นส่ว
นาเกลือสมุทร จัดเป็นเกลือสมุทร (Sea Salt) เป็นเกลือที่ผลิตขึ้นโดยพึ่งพาธรรมชาติ “ดิน น้ำ ลม ไฟ” เริ่มจากนำน้ำทะเลขึ้น มาตากแดดให้น้ำระเหยไป หลอมรวมกันจนกลายเป็นผลึกเกลือสีขาวสะอาด โดยทั่วไป หากสภาพลมฟ้าอากาศไม่แปรปรวน เกษตรกรมีโอกาสทำนาเกลือถึงปีละ 4 รอบ ราคาขายเกลือขึ้นอยู่กับฤดูกาล หากปีใดแล้งจัด เกลือมาก ขายได้ราคาถูก หากปีไหน ฝนตกชุก เกลือขาดตลาด ขายได้สูงถึงเกวียนละ 4,000 บาท นาเกลือสมุทรสงคราม ในอดีตจังหวัดสมุทรสาคร ได้ชื่อว่า เป็นแหล่งผลิตนาเกลือมากที่สุดของประเทศไทย เส้นทางสายนาเกลือครอบคลุมตั้งแต่ ตำบลกาหลง ตำบลนาโคก ตำบลบ้านบ่อ ตำบลบางโทรัด ตำบลโคกขาม ตำบลพันท้ายนรสิงห์ และบริเวณสองข้างทางของถนนพระราม 2 จนถึงเขตจังหวัดสมุทรสงคราม แต่กระแสความเจริญของสังคมเมืองรุกขยายเข้าสู่พื้นที่การเกษตร ทำให้ตัวเลขนาเกลือสมุทรสาครลดลงเรื่อยๆ ตำบลนาโคก อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสาคร เป็นที่ราบลุ่ม อยู่ติดกับทะเล ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำนาเกลือและเลี้ยงกุ้ง หากใครสนใจวิถีชาวนาเกลือ สามารถแวะชมได้ที่ ร้านลุงนงป้าน้องค้าเกลือ ถนนพระราม 2 กิโลเมตรที่ 50+600 ขาออก เบอร์โทร. 081-944-8289 นอกจากนา
กองพัฒนาเกษตรอุตสาหกรรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM) ร่วมกับสมาคมส่งเสริมดิจิทัลเพื่อการเกษตรและอุตสาหกรรม เดินหน้ากิจกรรม “พัฒนาต้นแบบชุมชนเกษตรหัวขบวน” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19–20 กันยายน 2569 ณ โรงแรม Blue Hippo Hotel เพื่อสรุปผลการดำเนินงานและประกาศกิจการที่ได้รับคัดเลือกเป็น Success Case จำนวน 4 กิจการ หลังพัฒนาผู้ประกอบการเกษตร 19 ราย ให้ก้าวจาก “ผู้รับการพัฒนา” สู่ “หัวขบวน” ที่สามารถนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมไปใช้กับธุรกิจของตนเอง พร้อมถ่ายทอดและขยายผลสู่เกษตรกรและผู้ประกอบการในเครือข่าย นางสาวศศิวิมล สุทธิเลิศ ผู้อำนวยการกองพัฒนาเกษตรอุตสาหกรรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เผยว่า กิจกรรมเกษตรหัวขบวนเป็นการต่อยอดจากการดำเนินงานโครงการเกษตรแม่นยำในปี 2568 ซึ่งที่ผ่านมาในหนึ่งปีสามารถพัฒนาเกษตรกรและผู้ประกอบการได้ประมาณ 30–40 ราย เนื่องจากข้อจำกัดด้านการลงพื้นที่และการพัฒนาไม่สามารถครอบคลุมเกษตรกรทั้งหมดได้ จึงเกิดแนวคิดในการสร้าง “หัวขบวน” ที่มีศักยภาพ เพื่อให้สามารถนำสิ่งที่ได้รับไปต่อยอดและขยายผลในพื้นที่ของตนเองได้ “จากผู้ประกอบการ 19 ต้น
ปัญหา PM2.5 ในกรุงเทพฯ เป็นความท้าทายของการออกแบบและบริหารเมือง โดยจากข้อมูลพบว่าแหล่งกำเนิด PM2.5 มาจากรถยนต์ดีเซล 46% การเผาชีวมวล 22% อนุภาคทุติยภูมิ 14% รถยนต์เบนซิน 11% และแหล่งอื่นอีก 7% ทำให้บทบาทของ “ต้นไม้” จากพื้นที่เพื่อความร่มรื่นและความสวยงาม สู่ “พื้นที่สีเขียวลดฝุ่น” ด้วยการผสานองค์ความรู้ด้านพืชและกระบวนการพืชบำบัด เข้ากับเทคโนโลยี AI ระบบเซ็นเซอร์ และซอฟต์แวร์จำลองสามมิติ เพื่อช่วยหาคำตอบว่า ควรปลูกต้นไม้ชนิดใด และจัดวางอย่างไร จึงจะสร้าง “กำแพงสีเขียว” ที่ช่วยดักจับฝุ่นในเมืองได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด จึงเป็นที่มาให้ รศ.ดร.ชัยรัตน์ ตรีทรัพย์สุนทร อาจารย์ประจำหลักสูตรวิทยาศาสตร์ชีวภาพเชิงบูรณาการและนวัตกรรม คณะทรัพยากรชีวภาพและเทคโนโลยี และหัวหน้าห้องปฏิบัติการ Remediation (RMT) สถาบันพัฒนาและฝึกอบรมโรงงานต้นแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) และทีมวิจัย ได้พัฒนา “โปรแกรมจัดสวนลดฝุ่น” เพื่อช่วยพยากรณ์ประสิทธิภาพของสวนลดฝุ่น โดยภายในโปร
วงการแพทย์และสกินแคร์ไทยก้าวไปอีกขั้น! ทลายข้อจำกัดการรักษาสิวแบบเดิมๆ ที่ต้องพึ่งพาสารเคมีและยาปฏิชีวนะ ล่าสุด ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ โชว์ศักยภาพระดับโลก พัฒนา “เจลแต้มสิวสมุนไพรไทย” สำเร็จ คว้าการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการแพทย์ชั้นนำของอังกฤษ (Tier Q1) ชูจุดเด่นนวัตกรรมสกัดเย็น ผสาน 3 สมุนไพรตัวท็อป ออกฤทธิ์ดับไฟอักเสบในเซลล์ได้สูงถึง 98.86% สิวยุบไวใน 1-2 วัน โดยไม่ทิ้งสารตกค้าง ปัญหาสิวอักเสบและการดื้อยาจากการใช้ยาปฏิชีวนะต่อเนื่อง เป็นความท้าทายระดับโลก แต่ความท้าทายนี้กำลังจะหมดไปด้วยผลงานวิจัยชิ้นโบแดงจากทีมนักวิจัย มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จังหวัดนครศรีธรรมราช นำโดย รศ.ดร.กิ่งกาญจน์ บรรลือพืช และ รศ.ดร.คมกริช เอี้ยวสกุล ที่ใช้เวลาทุ่มเทกว่า 3 ปีเต็ม ในการทดลองและปรับปรุงสูตรมากกว่า 20 ครั้ง จนได้ตำรับเจลแต้มสิวที่ดีที่สุดและปลอดภัยที่สุด ความสำเร็จนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่ในห้องแล็บ แต่ได้รับการยอมรับในเวทีระดับโลก โดยผลงานวิจัยได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติ “Advances in Pharmacological and Pharmaceutical Sciences” (ประเทศอังกฤษ) ซึ่งถูกจั
เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 ที่โรงแรมเดอะ สุโกศล ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้เป็นประธานเปิดและกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “ปลดล็อกขีดความสามารถของประเทศไทย: โครงสร้างพื้นฐานวิทยาศาสตร์ขั้นแนวหน้าเพื่อวิจัย นวัตกรรม และอุตสาหกรรม” ภายในงานประชุมกลุ่มผู้ใช้ประโยชน์แสงซินโครตรอน ประจำปี 2569 (SLRI User Meeting 2026) โดยได้เน้นย้ำถึงยุทธศาสตร์ระดับชาติว่า หากประเทศไทยต้องการก้าวล่วงพ้นจากการเป็นประเทศรายได้ปานกลางไปสู่การเป็นประเทศรายได้สูง (High-Income Country) เราไม่สามารถพึ่งพาวิธีการเดิมๆ ได้อีกต่อไป แต่จำเป็นต้องหันมาลงทุนอย่างจริงจังในโครงสร้างพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งจะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน ศ.ดร.ยศชนัน ได้ชี้ให้เห็นถึงจุดเปลี่ยนสำคัญของการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านการวิจัยของไทยว่า จะต้องปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์ไปสู่การใช้งานแบบกู้ชีพ (Dual Use) ที่ทำหน้าที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจ (Economic Infrastructure) ไปพร้อมกัน โดยเน้นย้ำว่า ซินโค
ไลอ้อน (ประเทศไทย) เดินหน้าโครงการ LION Smile Express ปีที่ 3 ส่งเสริมสุขภาพช่องปากของคนไทย ผ่านรถทันตกรรมเคลื่อนที่พร้อมบริการและเทคโนโลยีที่ทันสมัย ออกให้บริการแก่ประชาชนที่ยังเผชิญข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการทางทันตกรรม โดยได้รับเกียรติจาก นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข แพทย์หญิงอัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย และ นายแพทย์ธิติ แสวงธรรม ผู้ตรวจราชการ เขตสุขภาพที่ 10 ร่วมพิธีเปิดโครงการ ณ กรมอนามัย พร้อมด้วยคณะผู้บริหารบริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด และสื่อมวลชน เพื่อร่วมตอกย้ำพลังความร่วมมือไลอ้อน-กรมอนามัย ในการส่งเสริมให้คนไทยมีสุขภาพช่องปากที่แข็งแรงและมีสุขภาพดี นายประเสริฐ สุรัตนเมธากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคเคียงข้างคนไทยมายาวนาน 57 ปี เปิดเผยว่า ไลอ้อนฯ ในฐานะผู้นำด้านการดูแลสุขภาพและการสร้างสุขภาวะที่ดี เชื่อว่า “สุขภาพช่องปากที่ดี” คือหนึ่งในรากฐานสำคัญของการมีคุณภาพชีวิตที่ดี บริษัทจึงไม่เพียงมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากเท่านั้น แต่ยังเดินหน้าสร้างโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงบริการทางทันตกรรมผ่า
เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) จัดงาน “THAI TALK” เพื่อนำเสนอแผนการดำเนินงาน การพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ ตลอดจนแผนขยายเครือข่ายเส้นทางบิน โดยมี นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย นายกิตติพงษ์ สารสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่สายการพาณิชย์ ร่วมเสวนา ณ สำนักงานใหญ่ การบินไทย นายชาย เอี่ยมศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ระบุว่า การบินไทยได้ปรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจให้มีความยืดหยุ่น เพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนของสถานการณ์โลก และประสบความสำเร็จในการรักษาเสถียรภาพทางการเงินและความสามารถในการทำธุรกิจ สะท้อนผ่านผลประกอบการของบริษัทในไตรมาส 2 ซึ่งมีกำไรสุทธิ 1,537 ล้านบาท นอกจากนั้น บริษัทได้วางแผนเพิ่มจำนวนเครื่องบินและปรับโครงสร้างฝูงบินให้มี 4 แบบ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารฝูงบินและเครือข่ายเส้นทางบิน ควบคู่กับการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ ทั้งที่นั่ง ระบบสาระบันเทิง รวมถึงอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่องบิน เพื่อยกระดับประสบการณ์การเดินทางของผู้โดยสาร นายกิตติพงษ์ สารสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่สายการพาณิชย์ ระบุว่า ในตารางการบินฤดูหนาว ปี
กรมส่งเสริมการเกษตรจัดงานสัมมนาเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้และพัฒนางานส่งเสริมการเกษตร “DOAE Inspire 2026 : Learn • Share • Shine” รวมพลังบุคลากรกรมส่งเสริมการเกษตรกว่า 1,750 คน จากสำนักงานเกษตรอำเภอ สำนักงานเกษตรจังหวัด ศูนย์ปฏิบัติการ และหัวหน้าส่วนราชการจากทั่วประเทศ ร่วมเรียนรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์จากการทำงานจริง และนำความสำเร็จไปต่อยอดสู่การพัฒนางานส่งเสริมการเกษตรในพื้นที่ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 16–18 กันยายน 2569 ณ โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์แจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า การพัฒนางานส่งเสริมการเกษตรในปัจจุบัน ต้องให้ความสำคัญกับ “การพัฒนาคนควบคู่กับการพัฒนางาน” โดยเฉพาะบุคลากรภาครัฐที่ต้องสามารถเรียนรู้และปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง รวมทั้งนำข้อมูล เทคโนโลยี และองค์ความรู้ มาใช้ในการวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่ บุคลากรระดับหัวหน้างานกว่า 1,750 คน ที่เข้าร่วมงานในครั้งนี้ ถือเป็นกำลังสำคัญของกรมส่งเสริมการเกษตรที่ทำงานใกล้ชิดกับเกษตรกรมากที่สุด เป็นผู้รับฟังปัญหา
ซีเอ็นเอช ประเทศไทย และฟาร์มโชคชัย จัดงาน New Holland Day 2026 นำเสนอการสาธิตการทำงานจริงของเครื่องจักรเพื่อเสนอวิธีการแก้ปัญหาเชิงเกษตรแม่นยำขั้นสูงที่ครอบคลุมตั้งแต่การเพาะปลูกในแปลงไปจนถึงการผลิตอาหารสัตว์ ตอกย้ำแนวทางการนำเทคโนโลยีมาเพิ่มประสิทธิภาพและความแม่นยำให้กับภาคการเกษตรไทย งาน New Holland Day 2026 รวบรวมเกษตรกร ผู้ประกอบการภาคการเกษตร และผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมจากทั่วภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย เพื่อร่วมสัมผัสการสาธิตระบบการทำเกษตรแบบครบวงจรที่เชื่อมโยงทุกขั้นตอนการผลิต ตั้งแต่การเตรียมดิน การเพาะปลูก การเก็บเกี่ยว การจัดการเศษวัสดุหลังการเก็บเกี่ยว ไปจนถึงการผลิตอาหารสัตว์ ด้วยการออกแบบโซลูชันให้ตอบโจทย์ภาคการผลิตข้าวโพดและปศุสัตว์ในภูมิภาค งานดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของเทคโนโลยีเกษตรแม่นยำและเครื่องจักรกลการเกษตรในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การจัดการและผลิตอาหารหยาบสำหรับปศุสัตว์ ตลอดจนช่วยเพิ่มศักยภาพในการสร้างผลกำไรให้แก่เกษตรกรไทย “เกษตรกรไทยต้องการแนวทางและขั้นตอนที่ตอบโจทย์กับการใช้งานจริงในแปลงเกษตร และสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้ตลอดทั้งกระบวนการผลิต” มาร
