ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันจันทร์ที่ 2 พ.ย.69 เวลา 23.50 น. หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) เขตนครพนม โดย สน.เรือมุกดาหาร (หน่วยงานหลัก) ร่วมกับ ร้อย ฉก. ทพ. 2103, ร้อย.ร.กกล.สุรศักดิ์มนตรี ทำการจับกุมชาว สปป.ลาว จำนวน 2 รายซึ่งได้รับการว่าจ้างจาก แม่ค้าชาวลาวในราคา 500 บาท ให้นำหนังหมูแช่แข็งไปส่งให้พ่อค้าชาวไทย ในพื้นที่บ้านพาลุกา ตำบลชะโนด อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร
เนื่องจากผู้ต้องหาเป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต กระทำผิดกฎหมายตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2560 และ พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 พร้อมลักลอบนำเข้าซากสัตว์ คือ “หนังหมูแช่แข็ง” จำนวน 97 กระสอบ น้ำหนักรวมทั้งสิ้นประมาณ 1,843 กิโลกรัม เข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ จึงได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดไปที่ สน.เรือมุกดาหาร เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2569 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยศูนย์อำนวยการร่วมพิทักษ์ความมั่นคงทางเกษตรและอาหารพระพิรุณ (ศพร.) ได้บูรณาการกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องได้ตรวจพบการลักลอบขนส่งสินค้าหนังหมูแช่แข็ง บรรจุในกระสอบพลาสติกสานสีเขียว จำนวน 99 กระสอบ กระสอบละประมาณ 21 กิโลกรัม รวมหนังหมูแช่แข็งทั้งหมด ประมาณ 2,000 กิโลกรัม มูลค่าประมาณ 220,000 บาท ซึ่งเข้าข่ายการกระทำความผิดตามมาตรา 31 และมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 จึงได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรธาตุพนม จังหวัดนครพนม เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ตลอดช่วง 4 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2566 – 2569) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับรายงานการลักลอบนำเข้าเนื้อสุกรและซากสุกรเถื่อนจากต่างประเทศมาอย่างต่อเนื่อง นับเป็นภัยคุกคามต่อระบบเศรษฐกิจไทย นอกจากเสี่ยงต่อการนำโรคระบาดสัตว์ข้ามพรมแดน เข้าสู่ประเทศไทย โดยเฉพาะโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF) และโรคปากและเท้าเปื่อย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยอาหาร สร้างความเสียหายต่ออุตสาหกรรมปศุสัตว์ของประเทศไทยแล้ว

การลักลอบนำเข้าเนื้อหมูเถื่อน ยังส่งผลกระทบต่ออาชีพและรายได้ของเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรโดยตรงอีกด้วย เพราะ หมูเถื่อนราคาถูกจากต่างประเทศ สร้างการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม เพราะเกษตรกรไม่สามารถขายสินค้าได้ตามต้นทุนการผลิตแล้ว ยังส่งผลให้ราคาสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์มตกต่ำต่อเนื่อง เกษตรกรที่แบกรับภาวะขาดทุนไม่ไหว ต้องเลิกกิจการไปในที่สุด
ด้วยเหตุนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมปศุสัตว์ จึงบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น กรมศุลกากร กองทัพเรือ กองทัพบก ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เร่งกวาดล้างการลักลอบนำเข้าหมูเถื่อนผ่านการขนส่งทางเรือ ทางอากาศ การลำเลียงผ่านช่องทางธรรมชาติตามแนวชายแดนมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อปกป้องเกษตรกรและความปลอดภัยอาหารไทย


ปัญหาการลักลอบอาหารเถื่อนไม่ได้มีเฉพาะอาหารมนุษย์เท่านั้น แต่ยังไปรวมไปถึงอาหารสัตว์ด้วย ล่าสุด ศูนย์อำนวยการร่วมพิทักษ์ความมั่นคงทางเกษตรและอาหารพระพิรุณ (ศพร.กษ.)ร่วมกับชุดปฏิบัติการพิเศษพญาไท กองควบคุมอาหารและยาสัตว์ และกองสารวัตรและกักกัน กรมปศุสัตว์ ได้ตรวจพบการลักลอบนำเข้าอาหารสัตว์อย่างผิดกฎหมายกว่า 70 รายการ มูลค่ากว่า 13 ล้านบาท ที่โกดังแห่งหนึ่งในตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาครอีกด้วย
ทั้งนี้ อาหารสัตว์สำหรับสุนัขและแมว จัดเป็นอาหารสัตว์ควบคุมเฉพาะ ซึ่งต้องได้รับอนุญาตและขึ้นทะเบียนตามกฎหมาย การนำเข้าอาหารสัตว์จากต่างประเทศ โดยไม่ผ่านการขึ้นทะเบียน เสี่ยงต่อการปนเปื้อนสารอันตรายและส่งผลกระทบต่อสุขภาพสัตว์เลี้ยงถือว่ามีความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมคุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ. 2558 ฐานผลิตเพื่อขายอาหารสัตว์โดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และฐานผลิตเพื่อขายหรือนำเข้าเพื่อขายอาหารสัตว์ที่ต้องขึ้นทะเบียนแต่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน มีโทษจำคุก 1-5 ปี หรือปรับ 20,000-100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคและความปลอดภัยของสัตว์เลี้ยง จึงขอความร่วมมือประชาชนแจ้งเบาะแสการกระทำผิดผ่านแอปพลิเคชัน DLD 4.0 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
