อื่นๆ
คุณกัญญาภัค ศิลปะรายะ นายก อบต.โพธิ์ไพศาล อำเภอกุสุมาลย์ จังหวัดสกลนคร ชักชวนนำพาไปเยี่ยมโรงเรียนดี กิจกรรมเด่น และเด็กๆ ลูกหลานที่นี่เป็น “ไทโส้” ที่มีภาษาพูดเป็นเอกลักษณ์ ประเพณีวัฒนธรรม ตลอดจนประเพณีที่หลากหลาย ออกจากจุดเริ่มต้นเส้นทางสาย สกลนคร – นครพนม ด้วยสภาพที่ถนนหนทางขยายเป็น 4 เลน รถวิ่งได้ระยะเวลาที่เหมาะสม ใช้เวลาเพียง 30 นาที ก็มาถึงหน้าที่ว่าการอำเภอกุสุมาลย์ ระยะทาง 45 กิโลเมตร จากนั้นเลี้ยวซ้าย ตรงสามแยกหน้าอำเภอกุสุมาลย์ ไปตามถนน กุสุมาลย์-โพนสวรรค์ จังหวัดนครพนม วิ่งมาได้ประมาณ 10 กิโลเมตร ก็ถึงสำนักงานองค์การบริหารส่วนตำบลโพธิ์ไพศาล พบกับ คุณกัญญาภัค ศิลปะรายะ นายก อบต. หลังจากที่นำชา กาแฟ มาคอยรับ แล้วจากนั้นเดินทางต่อไปที่ โรงเรียนบ้านกุดฮู ห่างจาก อบต.โพธิ์ไพศาล เพียง 15 กิโลเมตร เลาะริมสองข้างทาง มองดูบ้านเรือนที่นี่ ถนนหนทาง พัฒนาขึ้นมากจากเมื่อ 5 ปีที่ผ่านมา ราดยางและถนนคอนกรีตเป็นบางช่วง มองจากสภาพภายนอกโรงเรียนสภาพเหมือนโรงเรียนในชนบททั่วไปในภาคอีสาน เหมือนไม่มีอะไร แต่พอเข้าไปด้านหลังโรงเรียนเห็นแล้วต้องบอกว่า ชื่นใจกับกิจกรรมเด่นของทางคณะครูที่ร่วมกับเด็กนั
ตามพิกัดจีพีเอสนำทางไปยังโรงเรียนบ้านกุดขมิ้น มีระยะทางห่างจากตัวเมืองชัยภูมิ ไปราว 10 กิโลเมตรเศษ ถือว่าไม่ไกลนัก สำหรับนักเดินทางทั้งกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด แต่หลังจากแยกถนนสายหลักเข้าไปยังโรงเรียน ตามเส้นทางลาดยางและลูกรังแล้ว ความรู้สึกห่างไกลและกันดารผุดขึ้นทันที แม้ระหว่างทางจะผ่านชุมชน แต่ระหว่างทางก็ผ่านทุ่งนาที่เป็นเวิ้งขนาดใหญ่สองข้างทาง พาลนึกไม่ออกว่าจะบอกจุดพิกัดนัดพบตรงไหนได้ หากไม่ใช่ที่โรงเรียนบ้านกุดขมิ้น พื้นที่โรงเรียนกว้างขวางสุดลูกหูลูกตา แต่เท่าที่ทราบ นักเรียนมีเพียง 42 คน ครูอีก 4 คน คุณเฑียรไชย คำหาญพล ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านกุดขมิ้น หมู่ที่ 7 ตำบลนาฝาย อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ เล่าว่า โรงเรียนก่อตั้งมานาน 77 ปีแล้ว มีพื้นที่ทั้งหมด 42 ไร่ แต่มีการเรียนการสอนเพียงระดับชั้นประถมศึกษาเท่านั้น ไม่ได้รับการขยายโอกาสทางการศึกษาในพื้นที่ของโรงเรียนแต่อย่างใด ทำให้มีครูผู้สอนเพียง 4 คน ซึ่งหากประเมินจากความเป็นจริง ก็ไม่เพียงพอต่อการเรียนการสอน แต่โรงเรียนมีวิธีแก้ปัญหาด้วยการทำการเกษตรในโรงเรียน เพื่อให้มีรายได้เป็นผลกำไร นำไปจ้างครูดูแลระดับชั้นอนุบาล และประกอบอาหา
ที่ผ่านมาผู้อ่านคงเคยได้ยิน ไขชะมด ราคาสูงมาก กิโลกรัมละ 2-4 แสนบาท ปัจจุบัน มีผู้เลี้ยงเพิ่มจำนวนมากขึ้น ทำให้ราคาไขชะมดลดลงเหลือไม่ถึง 2 แสนบาท ต่อกิโลกรัม แต่ถึงอย่างนั้น ก็ถือว่าราคาดี คุณสันติศักดิ์ ถนอมสิงห์ เกษตรกรผู้เคยเพาะเลี้ยงกุ้ง เมื่อถึงช่วงที่ประสบความสำเร็จและต้องการเปลี่ยนแนวการทำงาน โดยยึดเอาเป้าหมายเรื่องของการทำกำไรเป็นที่ตั้ง ก็หันมามองการเลี้ยงสัตว์สวยงาม เริ่มจาก “นกยูง” มาเป็น “ไก่ฟ้า” และส่งท้ายที่ “ชะมดเช็ด”ที่มีใบอนุญาตอย่างถูกต้องจากกรมป่าไม้ เพราะชะมดจัดอยู่ในสัตว์ป่าคุ้มครอง โดยฟาร์มชะมดแห่งนี้ มีใบอนุญาตครอบครอง ใบอนุญาตขยายพันธุ์ ใบอนุญาตซื้อขายผลิตภัณฑ์ที่ได้มาจากชะมด ถือได้ว่าครบทุกขั้นตอน พื้นที่บริเวณเลี้ยง เป็นโรงเรือนขนาดใหญ่ มีความกว้างขวาง โปร่ง อากาศถ่ายเทสะดวก คุณสันติศักดิ์ เลี้ยงชะมดเช็ดไว้ในกรง กรงละ 1 ตัว ขนาดกรงที่เหมาะสำหรับการเลี้ยงชะมดเช็ด 1 ตัว เป็นขนาด 1×2 เมตร สูง 1 เมตร ภายในกรงมีกล่องไม้ขนาด 40-60 เซนติเมตร ไว้ให้หลบนอนพักผ่อน กรงนอนยกสูงจากพื้นดิน ล้อมด้วยลวดตากว้างและไม้ พื้นกรงเป็นไม้ มีเสาไม้ตรงกลาง ซึ่งใช้ไม้โมกเป็นเสา ไว้
ปัจจุบันคนนิยมเลี้ยงสุนัขมากขึ้น แต่ละบ้านมีการเลี้ยงสุนัขมากกว่า 1 ตัว จึงทำให้เกิดปัญหาในการอาบน้ำให้สุนัข โดยการอาบน้ำให้สุนัขแต่ละครั้งต้องใช้เวลานานพอสมควรและต้องใช้การจับบังคับในการอาบน้ำ ซึ่งจะส่งผลให้สุนัขเกิดความเครียดและเกิดความรู้สึกที่ไม่อยากอาบน้ำและเนื่องจากการอาบน้ำแต่ละครั้งต้องใช้อุปกรณ์หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นสายยาง แปรงอาบน้ำ แชมพู รวมถึงต้องจับบังคับสุนัข ผู้จัดทำเลยคิดค้นนวัตกรรมแปรงอาบน้ำอเนกประสงค์สำหรับสุนัขขึ้นเพื่อลดปัญหาดังกล่าว ด้วยเหตุนี้ นิสิตชั้นปีที่ 4 คณะเทคนิคการสัตวแพทย์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จึงคิดค้นนวัตกรรมแปลงอาบน้ำสัตว์ ขึ้น น.ส.กัญญาณัฐ รักขประเสริฐ เล่าว่า เราเริ่มมองจากปัญหาที่เกิดขึ้นรอบตัว คิดเรื่องที่คนส่วนใหญ่ใช้ชีวิตร่วมกับสุนัข ซึ่งการอาบน้ำก็เป็นกิจกรรมส่วนหนึ่ง แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างอาบน้ำสุนัข เช่น เจ้าของไม่มีเวลาอาบน้ำสุนัข ยุ่งยากในการอาบน้ำ จึงได้คิดค้นนวัตกรรมที่จะเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาในการอาบน้ำ จึงเกิดเป็นแนวคิดนวัตกรรมนี้ขึ้นมา เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายแก่เจ้าของ ลดระยะเวลาในการอาบน้ำสุนัข และเสริมสร้างสุขภาพเส้นขนและผิวหนังที
เมื่อกลางปี 2562 มีการเก็บข้อมูลการระบาดทางน้ำของผักตบชวาในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งมีลำน้ำมากมายหลายสาย เป็นทั้งทางไหลผ่านของน้ำ และเป็นเส้นทางคมนาคม หรือแม้กระทั่ง ลำน้ำในจังหวัดต่างๆ ก็ได้รับผลกระทบจากการขยายพันธุ์อย่างรวดเร็วของผักตบชวา จากการสำรวจข้อมูลเชิงนิเวศ พบว่า ผักตบชวา มีอัตราการเจริญเติบโตสูงมาก สะสมมวลชีวภาพได้สูงถึง 20 กรัม น้ำหนักแห้งต่อตารางเมตรต่อวัน โดยมีอัตราการเจริญเติบโตสัมพัทธ์สูงสุดเท่ากับ 1.50 เปอร์เซ็นต์ ต่อวัน ถ้าปล่อยให้เติบโตในแหล่งน้ำ หากจะคำนวณง่ายๆ พิจารณาจากลำต้นสด หนัก 500 กรัม ต่อตารางเมตร ในระยะเวลาเพียง 3 เดือนเศษ พบว่า ผักตบชวา สามารถเจริญเติบโตและขยายพันธุ์ให้มวลชีวภาพสูงถึง 40,580 กรัม น้ำหนักสดต่อตารางเมตร และในระยะเวลา 1 ปี ผักตบชวาจะเจริญเติบโตให้มวลชีวภาพสูงอยู่ในช่วง 717 ตันน้ำหนักแห้งต่อไร่ โดยจะเติบโตสูงสุดในช่วงเดือนเมษายน และต่ำสุดในช่วงเดือนมกราคม การแผ่กอขยายเต็มลำน้ำของผักตบชวา จะลดการไหลของน้ำลงประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์ ที่สำคัญส่วนต่างๆ ของผักตบชวาที่จมลงใต้น้ำ จะก่อให้เกิดอุปสรรคกับการระบายน้ำของฝาย ประตูระบาย และอื่นๆ ทำให้ทางเดินของ
กีฬาชนไก่ หรือการประลองไก่นั้น เป็นกีฬาที่น่าสนใจ มีผู้หลักผู้ใหญ่ และนักร้องเพลงเพื่อชีวิตระดับตำนาน หรือแม้กระทั่งนักการเมืองดังหลายคนที่ชื่นชอบกีฬาประเภทนี้ นอกจากนี้ ยังสร้างอาชีพให้กับเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงขายได้เป็นอย่างดี ตัวอย่าง ดาบตำรวจสังกัดตำรวจสันติบาลจังหวัดพะเยา ใช้เวลาว่างหลังจากงานประจำ เพาะเลี้ยงไก่ชนขาย สร้างรายได้เสริมให้เป็นกอบเป็นกำ ราคาขายมีสนนราคาตั้งแต่ระดับหลักพันถึงระดับหลักหมื่นบาทกันเลยทีเดียว ดาบตำรวจอดิศร แลวงค์นิล เจ้าหน้าที่ตำรวจสังกัดตำรวจสันติบาลจังหวัดพะเยา ใช้เวลาว่างหลังจากงานประจำที่ทำอยู่ เข้าดูแลและให้ข้าวให้น้ำกับไก่ชนของตนเอง หันมาทำอาชีพเสริมโดยการเพาะเลี้ยงไก่ชนจำหน่าย ซึ่งสามารถสร้างรายได้ให้เขาได้เป็นอย่างดี เนื่องจากสายพันธุ์ไก่ชนที่ตนเองนำมาเพาะเลี้ยงนั้น จะเป็นไก่ชนที่มีคุณภาพ และเป็นที่ต้องการของตลาด รวมทั้งมีผู้ชื่นชอบหลังการนำไก่ชนไปประลอง จึงทำให้มีผู้เดินทางมาหาซื้อกันถึงที่บ้านอย่างต่อเนื่อง ดาบตำรวจอดิศร บอกว่า ที่ผ่านมานั้นตนเองถึงแม้จะรับราชการเป็นตำรวจ แต่เป็นคนที่ชื่นชอบในการทำเกษตร หลังจากที่ว่างเว้นจากการทำหน้าที่ตำรวจ ก็จะทำ
รู้ไหมว่า ทำไม คำว่า “Playboy” จึงใช้รูปกระต่ายเป็นสัญลักษณ์ เพราะในพจนานุกรม ให้ความหมายของ คำว่า “Playboy” ว่า หนุ่มเจ้าสำราญ หรือ คนเจ้าชู้ ซึ่งสัญลักษณ์นี้ใช้ได้ทั่วทุกหนแห่ง และความเข้าใจในสัญลักษณ์และความหมายของคำตรงกัน ไม่ผิดเพี้ยน คำตอบแสดงให้เห็นชัดเจนว่า กระต่าย เหมาะที่จะเป็นสัญลักษณ์ของหนุ่มเจ้าสำราญ หรือคนเจ้าชู้ เสียจริงๆ คุณจิรวัฒน์ พยัคฆิน เจ้าของฟาร์มกระต่ายคุณภาพขนาดย่อม ย่านรังสิต คลองสาม ซึ่งมีประสบการณ์การเลี้ยงกระต่าย และศึกษาพฤติกรรมและนิสัยกระต่าย ให้เหตุผลที่สอดรับกับคำตอบข้างต้นว่า ในทุกๆ 1 นาที กระต่ายเพศผู้จะสามารถผลิตน้ำเชื้อและผสมพันธุ์กับกระต่ายเพศเมียได้อย่างสบาย ส่วนเพศเมีย จะเป็นสัด (ตกไข่) หรือพร้อมรับการผสมจากกระต่ายเพศผู้ได้ ทุกๆ 4 วัน คำตอบเพียงเท่านี้ ก็การันตีได้ว่า กระต่าย เหมาะอย่างยิ่งสำหรับใช้เป็นสัญลักษณ์แทน คำว่า “Playboy” สิ่งที่น่ารู้เกี่ยวกับกระต่ายยังมีอีกมาก คุณจิรวัฒน์ เปิดโอกาสให้ “เทคโนโลยีชาวบ้าน” เผยข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกระต่าย ในช่วงบ่ายของวันที่อากาศร้อนอบอ้าว ก่อนเข้าสู่ฤดูหนาวของปี โดยนัดแนะที่ จิรวัฒน์ แรบบิท ฟาร์ม (Jirawat Ra
อีกชื่อของกุ้งเครย์ฟิช ที่คนเรียกติดปากกันคือ กุ้งโกสต์ กุ้งโกสต์ เป็นกุ้งสองสีหรือสามสี ที่ได้รับการพัฒนาสายพันธุ์จนนิ่ง มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Procambarus Clakii Ghost เป็นหนึ่งในสายพันธุ์ย่อยของกุ้งเครย์ฟิช (Crayfish) ตลาดซื้อขายกุ้งโกสต์ ก็ไม่ใช่ตลาดกลุ่มเล็กๆ อย่างที่เข้าใจ แต่เพราะตลาดซื้อขายไม่ได้โจ๋งครึ่มกันมาก มีการซื้อขายทางออนไลน์มากกว่า โดยเฉพาะในกลุ่มที่ตั้งขึ้นผ่านเฟซบุ๊ก คุณพิศิษฐ์ เหล่าอิทธิพร หรือ คุณบอย เป็นหนึ่งในผู้สนใจเพาะเลี้ยงกุ้งโกสต์ ซึ่งแม้จะเป็นมือใหม่หัดเลี้ยงได้ไม่นาน แต่ก็สามารถเพาะลูกกุ้งและขายผ่านตลาดออนไลน์ตามกระแสมาแล้ว ช่วงที่กุ้งโกสต์เริ่มเป็นที่นิยม ประกอบกับคุณพิศิษฐ์เองไปเห็นกุ้งโกสต์ของญาติที่ต่างจังหวัด เพราะสีสันที่สะดุดตา ทำให้หลังจากนั้นคุณพิศิษฐ์เริ่มศึกษาจริงจังอย่างละเอียดทุกขั้นตอนของการเลี้ยง ในที่สุดก็ตัดสินใจซื้อตู้เลี้ยง ซื้อกุ้ง โดยเลือกจากสีที่ชอบ “กุ้งโกสต์ขายได้ตั้งแต่ลงเดิน หมายถึงไซซ์ขนาด 1 เซนติเมตร (5-7 วัน หลังจากออกจากท้องแม่) ในราคา 200-400 บาท ทั้งที่ยังไม่เห็นสีของกุ้งชัดเจน แต่ผู้ขายก็สามารถการันตีจากพ่อพันธุ์แม่พันธุ์
อ่างทอง ได้ชื่อว่าเป็นจังหวัดที่มีการเพาะเลี้ยงปลากัดและทำเป็นฟาร์มปลากัดมากที่สุดจังหวัดหนึ่ง คุณชัยพร ลองซุม หนุ่มอ่างทองโดยกำเนิด ด้วยหน้าตาและบุคลิกมีความเป็นไทยสูง ทำให้ได้รับการทาบทามให้แสดงละครและถ่ายแบบเชิงย้อนยุคอยู่เสมอ จนยึดเป็นอาชีพหลัก และด้วยพื้นฐานที่เกิดและเติบโตมาเป็นเด็กต่างจังหวัด เล่นช้อนปลากัดแถวบ้านอยู่เสมอ ทำให้ชอบและรักในปลากัด ทำให้ราว 9 ปีก่อน เมื่อมีงานประจำทำ จึงขวนขวายหาปลากัดมาเลี้ยง โดยไม่ได้จำเพาะเจาะจงว่าเป็นปลากัดชนิดใด หากเห็นว่าสวย และอยากเลี้ยงก็ซื้อหรือช้อนตามแหล่งน้ำธรรมชาติ นำมาเลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยงสวยงามของบ้าน หลังเลี้ยงเล่นได้เพียงปีเศษ ก็มีรายได้จากการเพาะปลากัดขายผ่านช่องทางอินเตอร์เน็ตเท่าที่มี พอเป็นรายได้เสริมจากอาชีพรับจ้างแสดงและถ่ายแบบเชิงย้อนยุคที่ทำอยู่ คุณชัยพร เริ่มมองเห็นรายได้ที่มีทุกวัน ไม่ต้องมานั่งรองานตามระยะเวลา จึงเริ่มตั้งใจทำฟาร์มปลากัดอย่างจริงจัง โดยเน้นไปที่ปลากัดป่า ซึ่งมีความแตกต่างและโดดเด่นไม่เหมือนปลากัดสวยงามทั่วไป คุณชัยพร ให้ข้อมูลว่า ปลากัดป่าหรือปลากัดลูกทุ่งแต่ละภาคของประเทศไทย มีลักษณะที่แตกต่างและโดดเด่นที
ขึ้นชื่อว่าเป็นแฟนพันธุ์แท้ ที่ผ่านการแข่งขันจนเป็นที่ยอมรับว่า เป็นสุดยอดแฟนพันธุ์แท้แล้ว คงไม่ต้องหาอะไรมารับรองกันอีก เพราะชื่อสุดยอดแฟนพันธุ์แท้ได้การันตีตนเองอย่างสวยงามเป็นที่เรียบร้อย เมื่อปี 2014 (พ.ศ. 2557) มีการแข่งกันสุดยอดแฟนพันธุ์แท้แฟนซีคาร์พ ผลที่ได้ คือ คุณมนู มุสิทธิมณี หรือที่รู้จักกันในวงการผู้นิยมเลี้ยงปลาคาร์พ ว่า นินู จึงเรียกกันติดปาก หลังการแข่งขันแฟนพันธุ์แท้แฟนซีคาร์พ ว่า “นินู แฟนพันธุ์แท้แฟนซีคาร์พ” เจ้าของฟาร์ม “m&m koi farm” ย่านหมู่ที่ 3 ตำบลคลองอุดมชลจร อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา แท้ที่จริง คุณมนู มีอาชีพรับราชการ มีเวลาว่างเพียงเช้า เย็น และวันหยุดราชการ ในการดูแลปลาคาร์พ แต่สามารถเลี้ยงปลาคาร์พได้โตเร็ว สวย สีสด รูปทรงมีขนาดเหมาะสมกับวัย จนวงการนักเลี้ยงปลาคาร์พยอมรับในฝีมือ ช่วงบ่ายของวันหยุดราชการ จึงเป็นโอกาสดีที่จะนัดพบปะกับคุณมนู แดดร่ม ลมตก มีฝนเล็กน้อย เสียงน้ำตกจำลองด้านใดด้านหนึ่งของบ่อปลาคาร์พดังกว่าเสียงฝน ยิ่งเปิดพร้อมกันหลายบ่อด้วยแล้ว ระหว่างพูดคุยจึงต้องออกเสียงให้ดังกว่าปกติ พื้นที่ภายในฟาร์มมีขนาดไม่มากนัก ตามที่คุณมนูบอกไว้ว่า ต
