อื่นๆ
ที่ผ่านมาอดีตถึงปัจจุบัน สัตว์เลี้ยงเล่นก็มีจุดเริ่มต้นมาจากสัตว์ป่า ที่นำมาพัฒนาสายพันธุ์ให้มีพฤติกรรมอยู่ร่วมกับมนุษย์ได้ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์เลื้อยคลาน สัตว์บก หรือสัตว์น้ำ ต่างก็ต้องใช้เวลาในการพัฒนาสายพันธุ์หลายสิบปี แม้จะไม่ใช่เรื่องใหม่ที่ “อ้น” สัตว์ฟันแทะ ถูกนำมาเลี้ยงโดย ผู้ใหญ่ณรงค์ จูมโสดา ตำบลบ้านไร่ อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี เพราะถึงปัจจุบันเกือบ 10 ปีแล้ว ที่ “อ้น” กลายเป็นสัตว์เลี้ยงทำเงินให้กับผู้ใหญ่ณรงค์อยู่ตลอด คุณวัลนา พันสาลี หรือ น้องจ๋า ลูกสาวของผู้ใหญ่ณรงค์ อุ้มอ้นตัวเขื่อง น้ำหนักกว่า 3 กิโลกรัม มาอุ้มเล่นด้วยความคุ้นมือ แต่ก็ไม่ได้ให้ใครเข้าไปจับตัวอ้น เพราะไม่แน่ใจว่า อ้นจะคุ้นมือหรือไม่ เพราะหากไม่คุ้นมือ ก็อาจกัดผู้ที่ไปจับได้ “ตัวนี้อุ้มเล่นได้ เพราะคุ้นมือและเลี้ยงมาตั้งแต่เล็ก จริงๆ แล้ว อ้นไม่เหมาะที่จะนำมาอุ้มเล่น เพราะไม่ใช่สัตว์เลี้ยงตั้งแต่แรก และยังไม่มีการพัฒนาสายพันธุ์ให้เป็นสัตว์เลี้ยง อ้นเป็นสัตว์ป่า อาศัยอยู่ใต้ดินภายในป่า แต่มีชาวบ้านจับได้ 1 คู่ เมื่อปี 2552 แล้วนำมาให้พ่อเลี้ยง พ่อก็เลี้ยงไว้ พออ้นขยายพันธุ์ก็ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ จนม
ซีพีแรม ยืนหยัดเคียงข้างคนไทย #ห่วงใยไม่ห่าง จัดตั้งครัวกลางส่งมอบอาหารพร้อมรับประทาน และกำลังใจให้กับชาวบ้าน ทหาร เจ้าหน้าที่ และผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ และบุรีรัมย์ จากสถานการณ์ความไม่สงบชายแดนไทย-กัมพูชา #ซีพีร้อยเรียงความดี บริษัท ซีพีแรม จำกัด ผนึกกำลัง สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส และบริษัท ซี.พี.อินเตอร์เทรด จำกัด ร่วมจัดตั้งครัวกลางส่งมอบอาหารพร้อมรับประทาน ขนมปังเลอแปง และอื่นๆ เพื่อส่งถึงมือชาวบ้าน ทหาร เจ้าหน้าที่ และผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์และบุรีรัมย์ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา พร้อมสนับสนุนภารกิจของเครือเจริญโภคภัณฑ์ในการยืนหยัดเคียงข้างคนไทยในทุกสถานการณ์สำคัญ พร้อมผ่านพ้นสถานการณ์นี้ไปด้วยกัน ซีพีแรม ยังคงมุ่งมั่นในการส่งมอบความห่วงใยผ่านอาหารคุณภาพ พร้อมอยู่เคียงข้างคนไทย ไม่ว่าจะในยามปกติหรือยามวิกฤต
XAG Thailand ในกลุ่มบริษัท เจียไต๋ จำกัด ผู้นำธุรกิจนวัตกรรมการเกษตรของไทย จัดอบรมพิเศษสำหรับนักบินโดรนเกษตรทุกแบรนด์ ระหว่างวันที่ 7–8 สิงหาคม 2568 โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติตามกฎหมายใหม่ว่าด้วยการบินโดรนในภาคเกษตร อีกทั้งยังเป็นโอกาสในการเตรียมความพร้อมสำหรับนักบิน ในช่วงที่สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยมีประกาศห้ามทำการบินหรือปล่อยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน (โดรน) ทุกประเภทในพื้นที่ทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 30 กรกฎาคม – 15 สิงหาคม 2568 การอบรมในช่วงเวลาดังกล่าวจึงถือเป็นแนวทางหนึ่งในการเสริมความรู้และยกระดับความพร้อม ก่อนกลับมาปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย การอบรมครั้งนี้จัดขึ้นที่ “เจียไต๋ เอ็กซ์พีเรียนซ์” หรือ “ศูนย์เกษตรเจียไต๋” อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยเปิดรับสมัครเข้าร่วมทั้งหมด 3 รอบ ได้แก่ วันที่ 7 สิงหาคม 2568 เวลา 13.30–16.30 น. และวันที่ 8 สิงหาคม 2568 แบ่งเป็น 2 รอบ เวลา 08.30–11.30 น. และ 13.30–16.30 น. ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนล่วงหน้าได้ทาง https://forms.gle/p159S2wUUuS4uwJA8 หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเ
กรมพัฒนาที่ดิน ขอเชิญร่วมงาน “วันสถาปนาศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนฯ และงานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” ภายใต้แนวคิด “ปฐมบทแห่งศูนย์ศึกษาฯ ต้นแบบการเรียนรู้ สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน” ระหว่างวันที่ 7–12 สิงหาคม 2568 เวลา 08.00–20.00 น. ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลเขาหินซ้อน อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน เปิดเผยว่า ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนฯ จัดตั้งขึ้นตามพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2522 เพื่อฟื้นฟูและพัฒนาพื้นที่เสื่อมโทรมให้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตร แบบบูรณาการที่เหมาะสมกับภูมิสังคม ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน และเป็นต้นแบบการพัฒนาพื้นที่ที่สามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตจริง ในโอกาสครบรอบ 46 ปีของการก่อตั้งศูนย์ฯ และเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 93 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง วันที่ 12 สิงหาคม 2568 ศูนย์ฯ ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการพ
🗓 วันและเวลา: วันพฤหัสบดีที่ 14 สิงหาคม 2568🕖 เวลา 13.00 – 16.30 น.👉 สถานที่: ห้องประชุม MR 211 AB ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์🎈 ลงทะเบียนเข้าร่วมงานสัมมนา: https://forms.office.com/r/3rij8azjCd📌 งานสัมมนานี้จะนำเสนอผลงานของนักวิจัยไทยในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีล้ำสมัยนี้ เพื่อขับเคลื่อนโซลูชันจากธรรมชาติในการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน รายละเอียดเพิ่มเติมhttps://www.hub-netzero.com/งานสัมมนาเรื่อง-การใช้/
ไลอ้อน ประเทศไทย เผยกลุ่มสินค้าเพอร์ซันนัลแคร์เติบโตอย่างต่อเนื่องครองผู้นำตลาดหลายหมวดสินค้า เดินหน้าพัฒนานวัตกรรม สื่อสารแบรนด์ Success Story ด้วยจุดยืนเพื่อสุขภาพที่ดีของผู้บริโภค สังคม และสิ่งแวดล้อม พร้อมขยายตลาดครอบคลุมตอบโจทย์ผู้บริโภคทุกเพศ และทุกช่วงวัย นายประเสริฐ สุรัตนเมธากุล กรรมการบริหาร บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคเพื่อคนไทย มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจคู่คุณธรรม พัฒนาสินค้านวัตกรรมเพื่อสุขภาวะที่ดีของผู้บริโภค สังคม และสิ่งแวดล้อม มาตลอดระยะเวลา 56 ปี เปิดเผยความสำเร็จกลุ่มผลิตภัณฑ์ Personal Care ที่เติบโตต่อเนื่อง ทำให้มีสัดส่วนยอดขายเพิ่มจาก 30% เป็น 50% ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยมุ่งเน้นกลยุทธ์การพัฒนาแบรนด์ที่มี Brand Purpose ชัดเจน มีผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์สุขภาพ ความงาม และความยั่งยืน เพื่อสร้าง Brand Loyalty และขยายตลาดในอนาคต ปัจจุบัน กลุ่มผลิตภัณฑ์ Personal Care ของไลอ้อน ประกอบด้วยแบรนด์ชั้นนำที่ประสบความสำเร็จหลากหลาย เช่น Kodomo (กลุ่ม Baby Care) ซึ่งเติบโตเกือบ 20% แม้แนวโน้มเด็กเกิดใหม่ลดลง, Shokubutsu Monogatari ครองแชมป
บริษัท ซีพีแรม จำกัด (CPRAM) ผู้นำอุตสาหกรรมอาหารพร้อมรับประทาน ย้ำความมุ่งมั่นในการเพิ่มพื้นที่สีเขียว สร้างสมดุลโลกอย่างต่อเนื่อง นำคณะผู้บริหารและพนักงาน บริษัท ซีพีแรม จำกัด (ลำพูน) ร่วมกับชาวลำพูน จัดโครงการ “CPRAM GREEN LIFE #ปลูกเพื่อโลกยั่งยืน” ปีที่ 12 ในพื้นที่อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวดูดซับคาร์บอนในเขตภาคเหนือ ผสานความร่วมมือไตรภาคีระหว่างภาครัฐ เอกชน และชาวบ้านในชุมชน ร่วมปลูกต้นไม้พันธุ์ยืนต้นกว่า 200 ต้น ครอบคลุมพื้นที่กว่า 2,000 ตารางเมตร ซึ่งได้รับเกียรติจากนายโยธิน ประสงค์ความดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธานเปิดโครงการฯ โดยมี นายกอบชัย คงทวี ผู้จัดการทั่วไปอาวุโส บริษัท ซีพีแรม จำกัด ให้การต้อนรับ โครงการ CPRAM GREEN LIFE #ปลูกเพื่อโลกยั่งยืน ครั้งที่ 12 ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมในการรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้อย่างเป็นรูปธรรม มีเป้าหมายในการเพิ่มพื้นที่สีเขียวเพื่อขยายแหล่งกักเก็บคาร์บอนผ่านธรรมชาติ (Nature-based Solutions) โดยที่ผ่านมาซีพีแรมได้ปลูกต้นไม้ไปแล้วกว่า 54,412 ต้น บนพื้นที่กว่า 358,400
คว้ามาตรฐานเกษตรยั่งยืนระดับสากล (FSA) การันตีผลผลิตข้าวหอมมะลิและ กข 43 ที่ดูแลสุขภาพ มีความปลอดภัยทางอาหาร เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกร บริษัท ข้าว ซี.พี. จำกัด ผู้ผลิต “ข้าวตราฉัตร” เดินหน้ายกระดับมาตรฐานการผลิตข้าวไทยอย่างยั่งยืน ผ่านการรับรองมาตรฐาน Farm Sustainability Assessment (FSA) Version 3.0 ระดับ “Silver” จากบริษัท คอนโทรล ยูเนียน (ประเทศไทย) จำกัด หนึ่งในองค์กรตรวจประเมินชั้นนำระดับโลก การรับรองในครั้งนี้ครอบคลุมการผลิตข้าวหอมมะลิและข้าว กข43 ในพื้นที่สำคัญของประเทศ ได้แก่ จังหวัดอุบลราชธานี เชียงราย พะเยา สุพรรณบุรี พิษณุโลก กำแพงเพชร พิจิตร นครสวรรค์ ศรีสะเกษ ยโสธร และ บุรีรัมย์ โดยมีเกษตรกรสมาชิกกว่า 4,479 ราย ที่ร่วมขับเคลื่อนการเพาะปลูกข้าวอย่างยั่งยืนบนแพลตฟอร์มมาตรฐานสากล SAI Platform ความสำเร็จนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ “ข้าวตราฉัตร” ในการส่งเสริมเกษตรกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทยอย่างยั่งยืน พร้อมก้าวสู่ตลาดโลกด้วยข้าวคุณภาพดีที่ได้มาตรฐานระดับสากล
ดร.พงศ์ไท ไทโยธิน รองเลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เปิดเผยว่า มกอช. ได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมคณะผู้เชี่ยวชาญด้านมาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืชและมาตรฐานอาหาร (SPS Expert Group) ครั้งที่ 21 ภายใต้กรอบความตกลงการค้าเสรีไทย–ออสเตรเลีย (TAFTA) พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมวิชาการเกษตร กรมปศุสัตว์ กรมประมง สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำกรุงแคนเบอร์รา สำนักการเกษตรต่างประเทศ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กรมศุลกากรโดยมี Mr. Alistair Campbel, Acting First Assistant Secretary, Trade and International Division กระทรวงเกษตร ประมง และป่าไม้เครือรัฐออสเตรเลีย (DAFF) เป็นประธานร่วมฝ่ายออสเตรเลีย และ Dr Rob Atkinson ที่ปรึกษาด้านการเกษตร สถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลีย ประจำประเทศไทย เพื่อผลักดันการเปิดตลาด รวมทั้งการจัดทำความร่วมมือเพื่ออำนวยความสะดวกด้านการค้าสินค้าเกษตรและด้านวิชาการที่อยู่ในความสนใจของประชาคมโลกในปัจจุบัน ดร.พงศ์ไท กล่าวว่า ในการประชุมครั้งนี้ ไทยได้เจรจาเพื่อเร่งรัดคำขอขยายขอบเขตการเปิดตลาดสินค้าเป็ดปรุงสุกส่งออกจากไทยไ
สมาคมผู้สื่อข่าวส่งเสริมเอสเอ็มอีไทย ร่วมกับ สมาคมการค้าปลีกและเอสเอ็มอีทุนไทย และภาคีเครือข่าย จัดงานสัมมนาหัวข้อ “พลิกวิกฤตสงครามการค้า สู่โอกาสใหม่ SMEs ไทยเติบโตอย่างยั่งยืน” เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยเข้าใจแนวโน้มธุรกิจในช่วงวิกฤตและหาโอกาสเติบโตอย่างมั่นคงในยุคดิจิทัล โดยจะพูดถึงกลยุทธ์รับมือกับความท้าทายจากสงครามการค้า รวมถึงเทคโนโลยี AI ที่ช่วยสร้างการเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืน ในวันพุธที่ 30 กรกฎาคม 2568 เวลา 13.00-16.00 น. ณ True Digital Park ชั้น 6 ห้องออดิทอเรียม ฝั่ง East (BTS สถานีปุณณวิถี) พบกับวิทยากรและหัวข้อบรรยายที่เน้นการพลิกวิกฤตเป็นโอกาส เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับ SMEs ไทย1.“ทางรอดของ SMEs ไทยในวิกฤตสงครามการค้า” โดย คุณสุวิทย์ กิ่งแก้ว นายกสมาคมการค้าปลีกและเอสเอ็มอีทุนไทย 2.“ SMEs กับการเตรียมรับมือสินค้าจีนทะลักเข้าไทยใน 6 เดือนหลังปีนี้” โดย รศ.ดร.สมภพ มานะรังสรรค์ อธิการบดี สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์3.“แนวทางการขอสินเชื่อและสนับสนุนจาก SME D Bank” โดย คุณชาตรี เวทสรณสุธี รองกรรมการผู้จัดการ SME D Bank4.“การทำธุรกิจด้วย AI เพื่อความยั่งยืน” โดย โซอี้ –
