อื่นๆ
กรมการข้าว ได้เล็งเห็นถึงความเดือนร้อนของเกษตรกร จากผลกระทบอุทกภัยน้ำท่วม ซึ่งใน ปี 2567 จังหวัดพะเยา คือ 1ใน 17 จังหวัดของภาคเหนือ ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยและน้ำป่าไหล หลาก โดยมีเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจำนวน ๗,๕๗๗ ครัวเรือน พื้นที่เสียหายจำนวน 64,548.69 ไร่ เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือนร้อนให้กับเกษตรกร กรมการข้าว จึงได้จัดทำโครงการเพิ่มประสิทธิภาพ การผลิตข้าวของเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัย ซึ่งเป็นแนวทางช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวที่ประสบอุทกภัย หลังน้ำลด ให้มีรายได้มากขึ้น จากการสนับสนุนปัจจัยการผลิต โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ของเกษตรกรผู้ปลูกข้าว โดยลดค่าใช้จ่าย ในการจัดซื้อปัจจัยการผลิตให้เกษตรกร เพื่อฟื้นฟูให้เกษตรกร ผู้ปลูกข้าวหลังน้ำลด โดยสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ข้าว จำนวน 931,944 กิโลกรัม สารชีวภัณฑ์ จำนวน 14,618,430 กรัม ปุ๋ยอินทรีย์เหลว (ชนิดน้ำ) จำนวน 14,618,430 มิลลิลิตร และปุ๋ยเคมี จำนวน 3,105,133 กิโลกรัม ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกข้าวที่ประสบอุทกภัย ปี 2567 และเพื่อส่งเสริมให้เกษตรกร ลดต้นทุนการผลิตข้าวและมีรายได้เพิ่มขึ้น เป็นการบรรเทาความเดือดร้อน ส่วนการใช้ชีวภัณฑ์จะเป็น
การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวของเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัย ภายใต้โครงการเสริมสร้างศักยภาพ การผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวของศูนย์ข้าวชุมชน ปี 2568 เสริมศักยภาพการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว ฟื้นฟูเกษตรกร ผู้ประสบอุทกภัย จ.พะเยา กรมการข้าวจัดงาน “การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวของเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัย” ภายใต้โครงการเสริมสร้างศักยภาพการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวของศูนย์ข้าวชุมชน ปี 2568 โดยมีนายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วย ว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดงาน ณ โรงเรียนดอกคำใต้วิทยาคม ตำบลดอนศรีชุม อำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวให้มีปัจจัยการผลิตในการเพาะปลูกข้าว หลังน้ำลด และให้มีรายได้มากขึ้น นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ โดยกรมการข้าว เล็งเห็นถึงความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะจังหวัดพะเยา ซึ่งเป็นหนึ่งใน 17 จังหวัดภาคเหนือที่ได้รับผลกระทบในปี 2567 รัฐบาล จึงได้เร่งดำเนินโครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวของเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัย เพื่อช่วยบรรเทา ความเดือดร้อนและฟื้นฟูให
สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ ARDA เผยผลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (ITA) ประจำปีงบประมาณ 2568 ได้คะแนน 96.83 คะแนน อยู่ในระดับ “ผ่านดี” เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ที่ได้ 93.11 คะแนน จากการประเมินโดยสำนักงานคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ⚖️ และคณะกรรมการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสฯผลคะแนนดังกล่าวส่งให้ ARDA ครองอันดับ 1 ขององค์การมหาชนในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ และอันดับ 6 ขององค์การมหาชนทั่วประเทศ ดร.วิชาญ อิงศรีสว่าง ผู้อำนวยการ ARDA กล่าวว่า ในปีนี้มีหน่วยงานภาครัฐที่เข้ารับการประเมินรวม 8,317 หน่วยงานโดยมีหน่วยงานผ่านเกณฑ์ 7,832 หน่วยงาน (94.17%) และคะแนนประเมิน ITA ของ ARDA ที่เพิ่มขึ้นนี้ สะท้อนถึงความทุ่มเทของผู้บริหารและบุคลากรทุกระดับ ที่ยึดมั่นในคุณธรรม ความโปร่งใส และพร้อมรับการตรวจสอบ เพื่อเดินหน้าสู่การเป็น Good Governance Organization ที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และทำงานเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน “ผมขอยกความสำเร็จนี้ให้กับพี่น้องชาว ARDA ทุกคน ที่ช่วยกันนำความรู้และความสามารถมาใช้กับการปฏิบัติหน้าที่อย่างเต
สมาคมผู้สื่อข่าวส่งเสริมเอสเอ็มอีไทยผนึกสมาคมการค้าปลีกและเอสเอ็มอีทุนไทยและเครือข่ายพันธมิตร จัดเสวนาหัวข้อ “พลิกวิกฤตสงครามการค้า สู่โอกาสใหม่ SMEs ไทยเติบโตยั่งยืน” นักวิชาการชี้ต้องเปลี่ยนวิธีคิดใหม่จากมุ่งรับผลิต (OEM)เป็นการสร้างแบรนด์ตัวเอง ขณะนายกสมาคมการค้าปลีกฯแนะเน้นเพิ่มผลิตภัณฑ์หลากหลายและหาช่องทางตลาดเพิ่ม สำหรับแนวโน้มของโลกต่อจากนี้ มีโอกาสที่ประเทศพัฒนาแล้วจะหันมารวมมือกันมากยิ่งขึ้น และจะหันไปทุนระหว่างกันสูงขึ้น เช่น กลุ่มทุนจากญี่ปุ่น ไต้หวัน เกาหลีใต้ หรือแม้แต่สหภาพยุโรป (อียู) จะเข้าไปลงทุนในสหรัฐฯ เพื่อทำให้สินค้ามีภาระภาษีเหลือที่ 0% ซึ่งเป็นความได้เปรียบอย่างมาก และในสหรัฐฯเอง ก็จะมุ่งเน้นการทำงานโดยไม่พึ่งพามนุษย์ แต่จะใช้ AI เข้ามาช่วยอย่างมีนัยสำคัญ
รู้หรือไม่ ? มีเม็ดผลไม้ชนิดหนึ่งที่คนไทยกินเสร็จแล้วทิ้ง ไม่เห็นค่า แต่ที่ประเทศญี่ปุ่นเป็นอาหารสุขภาพ ขายได้ในราคาแพงมาก! เมืองไทยขึ้นชื่อเรื่องอาหารการกินอุดมสมบูรณ์ โดยเฉพาะผลไม้ เรามีผลไม้นานาชนิดที่คุณภาพดี เป็นที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ แต่คนไทยไม่รู้เลยว่าผลไม้บางชนิดที่เรากินเสร็จแล้วทิ้ง กลับมีคุณค่าเป็นอย่างมากในต่างประเทศ สิ่งนั้นคือ “เม็ดขนุน” คนญี่ปุ่นกลับมองเป็นแหล่งอาหารล้ำค่า และขายในราคาสูงราว 300 บาท/กิโลกรัม ซึ่งที่ประเทศญี่ปุ่น เมล็ดขนุนไม่ได้หาซื้อได้ตลอดปี ดังนั้นเมื่อมีการนำเข้าเมล็ดขนุนจะถูกต้มสุก, ตากแห้ง หรือบรรจุสุญญากาศเพื่อเก็บรักษาให้สะดวกขึ้น ชาวญี่ปุ่นนิยมรับประทานเม็ดขนุนเป็นอาหารว่างที่มีคุณค่าทางโภชนาการ โดยใส่ลงในโจ๊ก ซุป สลัด หรือบดเป็นผงเพื่อทำเค้ก พวกเขามองว่านี่เป็นวิธีเสริมใยอาหาร สารอาหารรอง และสารต้านอนุมูลอิสระตามธรรมชาติ โดยไม่จำเป็นต้องรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ ทำไมญี่ปุ่นถึงเชื่อว่า “เม็ดขนุน” มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ? ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการระบุว่า เม็ดขนุนเป็นแหล่งวิตามินบีกลุ่มที่อุดมสมบูรณ์ โดยเฉพาะวิตามินไทอามิน (B1) และไรโบฟ
ท่านเจ้าพระยาอภัยภูเบศรเอง เวลาเข้าป่า เข้าดง มีคนเล่าว่า สิ่งที่ท่านพกติดกระเป๋าย่ามมิได้ขาด คือ เปลือกมังคุด ใช้ได้ทั้งยามกินของผิดสำแดง ท้องเสีย ถ่ายไม่หยุด เปลือกมังคุดมีฤทธิ์ฝาดสมาน ช่วยหยุดถ่ายเป็นแผลเลือดออก ถลอกปอกเปิกก็เอาเปลือกมังคุดฝนกับฝาละมีและน้ำปูนใส ทาแผลทิ้งไว้ไม่กี่วันแผลแห้งสนิท ไม่มีหนอง คนสมัยนี้กลับไม่ค่อยรู้จักวิธีใช้แบบนี้กันแล้ว เวลามีแผลกันทีก็นึกถึงทิงเจอร์ หรือโพวิโดนไอโอดีนกันเสียหมด ซึ่งในฐานะคนที่เคยใช้ทั้งสองแบบต้องขอบอกว่าเปลือกมังคุดนั้นดีกว่าชัดเจน ที่กล้าพูดเช่นนี้ก็เพราะว่ามังคุดนั้นนอกจากจะช่วยฆ่าเชื้อโรค เชื้อแบคทีเรีย แผลไม่เป็นหนอง (อันนี้โพวิโดนไอโอดีนก็ทำได้เหมือนกัน) แต่เปลือกมังคุดกลับโดดเด่นกว่าที่ช่วยสมานแผลได้ด้วย แผลจะหายเร็วกว่าอย่างชัดเจน น่าดีใจที่ยาแผนไทยมีสรรพคุณโดดเด่นเหนือยาแผนปัจจุบันได้ในกรณีนี้ มังคุด จัดเป็นสมุนไพรที่มีประโยชน์มากสำหรับผิวหนังของเรา ช่วยกระชับรูขุมขนสำหรับสาวผิวมัน หรือรูขุมขนกว้าง หากอยากลองทำสารสกัดมังคุดไว้ใช้เอง แนะนำลองนำเปลือกมังคุดตากให้แห้ง แช่หมักไว้ในแอลกอฮอลล์ หรือเหล้าขาวก็ได้ ทิ้งไว้ราว 2 สัปดาห์
ที่ผ่านมาอดีตถึงปัจจุบัน สัตว์เลี้ยงเล่นก็มีจุดเริ่มต้นมาจากสัตว์ป่า ที่นำมาพัฒนาสายพันธุ์ให้มีพฤติกรรมอยู่ร่วมกับมนุษย์ได้ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์เลื้อยคลาน สัตว์บก หรือสัตว์น้ำ ต่างก็ต้องใช้เวลาในการพัฒนาสายพันธุ์หลายสิบปี แม้จะไม่ใช่เรื่องใหม่ที่ “อ้น” สัตว์ฟันแทะ ถูกนำมาเลี้ยงโดย ผู้ใหญ่ณรงค์ จูมโสดา ตำบลบ้านไร่ อำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี เพราะถึงปัจจุบันเกือบ 10 ปีแล้ว ที่ “อ้น” กลายเป็นสัตว์เลี้ยงทำเงินให้กับผู้ใหญ่ณรงค์อยู่ตลอด คุณวัลนา พันสาลี หรือ น้องจ๋า ลูกสาวของผู้ใหญ่ณรงค์ อุ้มอ้นตัวเขื่อง น้ำหนักกว่า 3 กิโลกรัม มาอุ้มเล่นด้วยความคุ้นมือ แต่ก็ไม่ได้ให้ใครเข้าไปจับตัวอ้น เพราะไม่แน่ใจว่า อ้นจะคุ้นมือหรือไม่ เพราะหากไม่คุ้นมือ ก็อาจกัดผู้ที่ไปจับได้ “ตัวนี้อุ้มเล่นได้ เพราะคุ้นมือและเลี้ยงมาตั้งแต่เล็ก จริงๆ แล้ว อ้นไม่เหมาะที่จะนำมาอุ้มเล่น เพราะไม่ใช่สัตว์เลี้ยงตั้งแต่แรก และยังไม่มีการพัฒนาสายพันธุ์ให้เป็นสัตว์เลี้ยง อ้นเป็นสัตว์ป่า อาศัยอยู่ใต้ดินภายในป่า แต่มีชาวบ้านจับได้ 1 คู่ เมื่อปี 2552 แล้วนำมาให้พ่อเลี้ยง พ่อก็เลี้ยงไว้ พออ้นขยายพันธุ์ก็ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ จนม
ซีพีแรม ยืนหยัดเคียงข้างคนไทย #ห่วงใยไม่ห่าง จัดตั้งครัวกลางส่งมอบอาหารพร้อมรับประทาน และกำลังใจให้กับชาวบ้าน ทหาร เจ้าหน้าที่ และผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์ และบุรีรัมย์ จากสถานการณ์ความไม่สงบชายแดนไทย-กัมพูชา #ซีพีร้อยเรียงความดี บริษัท ซีพีแรม จำกัด ผนึกกำลัง สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส และบริษัท ซี.พี.อินเตอร์เทรด จำกัด ร่วมจัดตั้งครัวกลางส่งมอบอาหารพร้อมรับประทาน ขนมปังเลอแปง และอื่นๆ เพื่อส่งถึงมือชาวบ้าน ทหาร เจ้าหน้าที่ และผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่จังหวัดสุรินทร์และบุรีรัมย์ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา พร้อมสนับสนุนภารกิจของเครือเจริญโภคภัณฑ์ในการยืนหยัดเคียงข้างคนไทยในทุกสถานการณ์สำคัญ พร้อมผ่านพ้นสถานการณ์นี้ไปด้วยกัน ซีพีแรม ยังคงมุ่งมั่นในการส่งมอบความห่วงใยผ่านอาหารคุณภาพ พร้อมอยู่เคียงข้างคนไทย ไม่ว่าจะในยามปกติหรือยามวิกฤต
XAG Thailand ในกลุ่มบริษัท เจียไต๋ จำกัด ผู้นำธุรกิจนวัตกรรมการเกษตรของไทย จัดอบรมพิเศษสำหรับนักบินโดรนเกษตรทุกแบรนด์ ระหว่างวันที่ 7–8 สิงหาคม 2568 โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติตามกฎหมายใหม่ว่าด้วยการบินโดรนในภาคเกษตร อีกทั้งยังเป็นโอกาสในการเตรียมความพร้อมสำหรับนักบิน ในช่วงที่สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยมีประกาศห้ามทำการบินหรือปล่อยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน (โดรน) ทุกประเภทในพื้นที่ทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 30 กรกฎาคม – 15 สิงหาคม 2568 การอบรมในช่วงเวลาดังกล่าวจึงถือเป็นแนวทางหนึ่งในการเสริมความรู้และยกระดับความพร้อม ก่อนกลับมาปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย การอบรมครั้งนี้จัดขึ้นที่ “เจียไต๋ เอ็กซ์พีเรียนซ์” หรือ “ศูนย์เกษตรเจียไต๋” อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยเปิดรับสมัครเข้าร่วมทั้งหมด 3 รอบ ได้แก่ วันที่ 7 สิงหาคม 2568 เวลา 13.30–16.30 น. และวันที่ 8 สิงหาคม 2568 แบ่งเป็น 2 รอบ เวลา 08.30–11.30 น. และ 13.30–16.30 น. ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนล่วงหน้าได้ทาง https://forms.gle/p159S2wUUuS4uwJA8 หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเ
กรมพัฒนาที่ดิน ขอเชิญร่วมงาน “วันสถาปนาศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนฯ และงานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” ภายใต้แนวคิด “ปฐมบทแห่งศูนย์ศึกษาฯ ต้นแบบการเรียนรู้ สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน” ระหว่างวันที่ 7–12 สิงหาคม 2568 เวลา 08.00–20.00 น. ณ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ตำบลเขาหินซ้อน อำเภอพนมสารคาม จังหวัดฉะเชิงเทรา ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน เปิดเผยว่า ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนฯ จัดตั้งขึ้นตามพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2522 เพื่อฟื้นฟูและพัฒนาพื้นที่เสื่อมโทรมให้เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตร แบบบูรณาการที่เหมาะสมกับภูมิสังคม ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน และเป็นต้นแบบการพัฒนาพื้นที่ที่สามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตจริง ในโอกาสครบรอบ 46 ปีของการก่อตั้งศูนย์ฯ และเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 93 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง วันที่ 12 สิงหาคม 2568 ศูนย์ฯ ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการพ
