“ปลานิล” เป็นสัตว์น้ำทางเลือกที่มีศักยภาพทางการผลิตและการตลาด เพราะปลานิลเลี้ยงง่าย ทนทานต่อสภาพแวดล้อม และมีคุณค่าทางโภชนาการ โปรตีนสูง ปัจจุบันปลานิลที่นิยมเลี้ยงมี 2 สายพันธุ์ คือ ปลานิลดำ และปลานิลแดง (ปลาทับทิม) ซึ่งปลากลุ่มนี้สามารถนำไปปรุงอาหารได้หลากหลายเมนู จึงเป็นสินค้าขายดีเป็นที่ต้องการของตลาดตลอดทั้งปี
เกษตรกรในพื้นที่บ้านวังม่วง หมู่ 3 ตำบลธารปราสาท อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา เดิมทีมีรายได้หลักจากอาชีพทำนา แต่ประสบปัญหาผลผลิตตกต่ำ จึงเปลี่ยนมาขุดบ่อเลี้ยงปลา สร้างรายได้ เลี้ยงปลามาหลายชนิด แต่ไม่รุ่งจนกระทั่งหันมาเลี้ยงปลานิล สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ โดยเข้าร่วมโครงการระบบส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ ร่วมมือร่วมใจพัฒนาสู่บริษัท ปลานิลแปลงใหญ่วังม่วง จำกัด และที่นี่กลายเป็นแหล่งปลานิลที่ใหญ่ที่สุดของโคราช

ปัจจุบัน ปลานิล เป็นหนึ่งในสินค้าเกษตรทางเลือกของจังหวัดนครราชสีมา พื้นที่เลี้ยงปลานิลทั้ง 2 สายพันธุ์ ครอบคลุม 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอครบุรี อำเภอโนนสูง และอำเภอบ้านเหลื่อม แต่พบว่า เกษตรกรส่วนใหญ่ร้อยละ 90 นิยมเลี้ยงปลานิลดำเป็นหลัก เพราะ เลี้ยงง่าย แถมต้นทุนต่ำกว่าปลานิลแดง (ปลาทับทิม)
เกษตรกรส่วนใหญ่จะเลี้ยงปลานิลในกระชังบริเวณรอบอ่างเก็บน้ำลำแซะ และเขื่อนมูลบน ประมาณ 4 – 6 กระชัง/ครัวเรือน กระชังขนาด 5×7 เมตร สามารถเลี้ยงปลาได้เฉลี่ย 1,000 ตัวสำหรับช่วงฤดูฝน มักมีมรสุมเข้าทำให้คุณภาพน้ำมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้คุณภาพของน้ำเปลี่ยนแปลงตามสภาพภูมิอากาศ อาจจะทำให้ปลานิลในกระชังน็อคน้ำได้ เกษตรกรจึงวางแผนป้องกันโดยติดตั้งเครื่องให้อากาศเพื่อรักษาระดับออกซิเจนในน้ำ พร้อมรับกับการเปลี่ยนแปลงตามสภาพอากาศอย่างทันท่วงที รวมถึงให้วิตามินเพิ่มความแข็งแรงของปลาควบคู่ไปด้วย
ขณะที่เกษตรกรบางรายเลี้ยงปลานิลในกระชังที่บ่อดิน โดยปลอดปัญหาเรื่องกลิ่นดิน เพราะเลือกใช้กระชังที่มีความลึก 1.5 เมตร ไม่ถึงก้นบ่อที่ลึก 3 เมตร ทำให้ปลาไม่ได้สัมผัสดินโคลนที่ก้นบ่อ รวมทั้งติดตั้งกังหันตีน้ำเติมอากาศในบ่อ ครั้งละ 1 ชั่วโมง ในช่วงเช้า กลางวันและเย็น ทำให้ปลามีอัตรารอดสูง


โดยทั่วไป ระยะเวลา 1 ปี เกษตรกรสามารถเลี้ยงปลานิลได้ประมาณ 2 – 3 รุ่น ระยะเวลาในการเลี้ยงประมาณ 157 – 169 วัน/รุ่น ให้ผลผลิตเฉลี่ย 954 – 975 กิโลกรัม/กระชัง/รุ่น ด้านตลาด กลุ่มปลานิลแปลงใหญ่วังม่วง ได้ทำเกษตรพันธสัญญา (contract farming) กับบริษัทที่ตั้งอยู่ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา เป็นผู้จัดหาพันธุ์ปลา และปัจจัยการผลิตอื่น ๆ ได้แก่ อาหาร และยาให้เกษตรกรผู้เลี้ยง ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานประมงจังหวัดนครราชสีมา เนื่องจากมีตลาดรับซื้อผลผลิตที่แน่นอน และมีการรับประกันราคา ทำให้เกษตรกรไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงเมื่อสินค้าล้นตลาด แถมเกษตรกรสามารถควบคุมต้นทุนการผลิตได้
เมื่อปลานิลได้ 1 – 1.15 กิโลกรัม/ตัว ซึ่งเป็นขนาดตามมาตรฐานที่บริษัทกำหนด เกษตรกรจะขายปลาได้ในราคาประกันเฉลี่ย 60 – 70 บาท/กิโลกรัม โดยปลานิลดำ ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 55,585 บาท/กระชัง/รุ่น และปลานิลแดง (ปลาทับทิม) ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 65,938 บาท/กระชัง/รุ่น


นอกจากนี้ ยังมีเกษตรกรบางส่วนที่เลี้ยงแบบกระชังในบ่อดิน โดยมีการรวมกลุ่มในรูปของวิสาหกิจชุมชน แปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่มปลาตกเกรด หรือปลาน๊อคน้ำ อาทิ ปลานิลหมักเกลือ ปลานิลปลาร้า ปลานิลแดดเดียว ฯลฯ หากใครสนใจเลี้ยงปลานิล สามารถศึกษาการเลี้ยงปลาและการแปรรูปปลา กับกลุ่มปลานิลแปลงใหญ่วังม่วง ตำบลธารปราสาท อำเภอโนนสูง จังหวัดนครราชสีมา โทร 083 386 8696 รวมทั้งสอบถามข้อมูลการเลี้ยงปลานิลทุกสายพันธุ์ได้ที่สำนักงานประมงจังหวัดนครราชสีมา โทร 0 4425 2670
ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบข่าว จาก สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 5 นครราชสีมา
