ประมง
“อาหารทะเล” จังหวัดตราด เมืองชายทะเลภาคตะวันออก พื้นที่ติดทะเลยาว 165 กิโลเมตร ไม่รวมกับชายทะเลรอบเกาะช้าง เกาะกูด เกาะหมาก และเกาะเล็กเกาะน้อยอีกกว่า 50 เกาะ ทำให้พื้นที่ทะเลอุดมสมบูรณ์ด้วยธรรมชาติสัตว์น้ำนานาชนิด กุ้ง หอย ปู ปลา หมึก กั้ง อำเภอคลองใหญ่เป็นอำเภอที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งทำประมงมากที่สุดของจังหวัดตราด ทั้งเรือประมงขนาดใหญ่และเรือประมงชายฝั่ง มีชุมชนประมงพื้นบ้านตามชายหาดต่างๆ ตลอดแนวชายฝั่ง เป็นที่ซื้อ-ขายอาหารทะเลสดๆ เช้าตรู่จะมีเรือประมงพื้นบ้านที่ออกไปจับปลานำเรือเข้าฝั่ง และมีแม่ค้าพ่อค้ามารอรับซื้อปลา ทำให้อาชีพประมงพื้นบ้านที่รับสืบทอดต่อๆ กันมายังคงอยู่เห็นในวันนี้ วิถีชีวิตชาวประมงร่วม 30 ปี คุณสุบิน บุญลอย ชาวประมงพื้นบ้านวัย 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1/8 หมู่ที่ 3 ตำบลหาดเล็ก อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด เล่าว่า ได้ทำอาชีพประมงมากับพ่อตั้งแต่อายุ 15-16 ปี ถึงปัจจุบันทำเป็นอาชีพหลักให้กับครอบครัว ร่วม 30 ปีแล้ว โดยหมู่บ้าน หมู่ที่ 3 มีชุมชนชาวประมงอยู่ใกล้กัน 3 แห่ง คือ ชุมชนสะพานปลา หาดศาลเจ้า และหาดทรายแดง จำนวนเกือบ 200 ครัวเรือน ประกอบอาชีพทำประมงพื้นบ้านใช้เรือขนา
คุณสุวรรณดี ขวัญเมือง ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดตรัง ให้ข้อมูลว่า ทางศูนย์ได้มีการเพาะพันธุ์สัตว์น้ำจืดหลายชนิด เพื่อปล่อยลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติและอีกส่วนส่งจำหน่ายให้กับเกษตรกร พร้อมกันนี้ยังมีการส่งเสริมเกษตรกรคือการให้องค์ความรู้ เพื่อให้สามารถผลิตและเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่มีคุณภาพดี มีความปลอดภัยต่อผู้บริโภค ดังนั้น การส่งเสริมของศูนย์วิจัยฯ จึงมีความสำคัญต่อการทำประมงของเกษตรกรในพื้นที่ “ศูนย์วิจัยแห่งนี้มีขอบเขตความรับผิดชอบหลายด้าน เพื่อให้การเพาะพันธุ์สัตว์น้ำมีมาตรฐาน ซึ่งเกษตรกรในพื้นที่ยังต้องการพัฒนาอีกหลายด้าน ก็จะมีบางท่านหรือเกษตรกรบางรายเข้ามาเรียนรู้ ในเรื่องของการเพาะพันธุ์สัตว์น้ำจากทางศูนย์ จากนั้นนำความรู้ที่ได้ไปต่อยอด และปรับใช้กับอาชีพของตัวเองให้ดียิ่งขึ้น อยากจะฝากถึงท่านใดที่มีความสนใจจะทำอาชีพประมง อยากให้ศึกษาข้อมูลในหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะในเรื่องของการทำตลาด ถ้าสำรวจตลาดไว้เป็นอย่างดี สินค้าประมงที่ผลิตออกมา มีตลาดรองรับได้อย่างแน่นอน” คุณสุวรรณดี กล่าว คุณชวลิต วรรณบวร หรือ คุณปอ เจ้าของแสงบุญมา กบทองฟาร์ม ตั้งอยู่เลขที่ 128 หมู่ที่ 5
นางสาวกาญจนา ขวัญเมือง รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงผลการศึกษาการบริหารจัดการวัสดุเหลือใช้จากการเพาะเลี้ยงกุ้ง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับการเลี้ยงกุ้ง พัฒนาศักยภาพของฟาร์มเลี้ยงกุ้งไปสู่รูปแบบฟาร์มสีเขียว สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน และเป้าหมายในการพัฒนาประเทศไทยภายใต้แนวคิดการพัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green Economy หรือ BCG Model) การศึกษาครั้งนี้ สศก. ได้ทำการศึกษาเกษตรกรต้นแบบ จำนวน 3 ราย ในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ระนอง และประจวบคีรีขันธ์ ที่มีการบริหารจัดการวัสดุเหลือใช้จากการเพาะเลี้ยงกุ้ง โดยการนำดินตะกอนเลนจากบ่อเพาะเลี้ยงกุ้ง ไปใช้ประโยชน์ให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมและปัจจัยการผลิต และนำมาสร้างมูลค่าเพิ่ม ซึ่งแบ่งเป็น 3 รูปแบบ ได้แก่ 1. การนำมาผลิตเป็นปุ๋ยหมัก หากนำดินตะกอนเลนกุ้งมาผลิตปุ๋ยหมัก 1,200 กิโลกรัม จะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้ 428 บาท หรือคิดเป็นกิโลกรัมละ 0.36 บาท 2. การนำมาใช้ในการทำเกษตร โดยการน
ปลากัด สัตว์น้ำจืดที่มีขนาดเล็ก นิยมเลี้ยงเป็นปลาสวยงาม เพราะลำตัวและครีบมีสีสันที่โดดเด่นชวนมอง ซึ่งปลากัดมีขนาดลำตัวยาวประมาณ 5-8 เซนติเมตร ตัวเรียวยาวแบนข้างและปากมีขนาดเล็กเชิดขึ้นด้านบนเล็กน้อย ปลากัดสามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรไทยได้อย่างดี ไม่ได้จำหน่ายแต่เพียงในประเทศเท่านั้น แต่ยังสามารถทำเพื่อการส่งออกไปได้หลายประเทศทั่วโลก จึงทำให้ปลาชนิดนี้มีการพัฒนาการผสมพันธุ์อยู่เสมอ เพื่อให้สีสันสวยงามและรูปทรงตามความต้องการของตลาด คุณอภิสิทธิ์ แก้วชิงดวง หรือ คุณพุ มีความสนใจในเรื่องของการเลี้ยงปลากัด ซึ่งปลาที่เลี้ยงไม่ได้ทำตลาดแต่เพียงในประเทศเท่านั้น ยังมีลูกค้าจากต่างประเทศที่มารับซื้อถึงหน้าฟาร์มกันเลยทีเดียว ทำให้คุณพุไม่ได้หยุดพัฒนาในเรื่องของการพัฒนาสายพันธุ์ แต่ยังผสมพันธุ์ปลากัดอย่างสม่ำเสมอชนิดที่ว่าทำให้ปลาติดตลาด จากสมัยก่อนที่เคยคิดที่จะเลี้ยงเป็นอาชีพเสริมกลับกลายเป็นการสร้างรายได้หลักให้กับคุณพุมาจนถึงปัจจุบัน จากเลี้ยงปลากัด 10 คู่ พัฒนาจนเกิดรายได้ คุณพุ เล่าให้ฟังว่า เดิมทีทำอาชีพเกี่ยวกับการเกษตรอยู่แล้วคือการเลี้ยงไก่ไข่ และเมื่อการเลี้ยงเริ่มทำรายได้อย่างต่อเนื่
จังหวัดกาญจนบุรี เป็นพื้นที่ราบและเทือกเขา มีภูเขาที่ทอดตัวตั้งขนานกับเส้นพรมแดนประเทศพม่า มีความยาว 460 กิโลเมตร เมื่อเอ่ยถึง จังหวัดกาญจนบุรี สิ่งที่ทุกคนนึกถึงคงจะหนีไม่พ้น การท่องเที่ยวพักผ่อนแบบสบายๆ ท่ามกลางธรรมชาติในบริเวณภูเขาใหญ่น้อยทั้งหลาย เพราะภูมิทัศน์ยังมีความหลากหลาย จังหวัดกาญจนบุรี นับว่ายังมีแหล่งป่าไม้ที่เป็นทรัพยากรสำคัญ ที่เป็นแหล่งเกิดธารน้ำ และห้วยเล็กๆ ไหลมาบรรจบเป็นแม่น้ำ 3 สายที่สำคัญ คือ แม่น้ำศรีสวัสดิ์ หรือแควใหญ่ แม่น้ำไทรน้อย หรือแควน้อย และแม่น้ำแม่กลอง คุณเทียมศักดิ์ สง่ากชกร อยู่บ้านเลขที่ 5/9 หมู่ที่ 1 ตำบลเขาน้อย อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี ได้ใช้ประโยชน์จากแม่น้ำแม่กลองทำการเลี้ยงปลากระชัง เพราะบริเวณแห่งนี้ยังมีน้ำที่สะอาดเหมาะสมกับการประกอบอาชีพด้านการประมง ประสบความสำเร็จจากเลี้ยงโคนม จึงมาทดลองเลี้ยงปลากระชังสร้างรายได้ คุณเทียมศักดิ์ เล่าให้ฟังว่า ก่อนที่จะริเริ่มมาเลี้ยงปลากระชังนั้น ได้ทำการเกษตรด้านปศุสัตว์มาก่อน จากนั้นประมาณปี 2540 จึงมาเลี้ยงปลาในกระชัง “เริ่มแรกเดิมทีผมเลี้ยงโคนม พอลูกชายผมเรียนจบมา ก็เลยให้เขาทำโคนมไป ผมก็มาทดลองเลี้ย
ปูทะเล นับเป็นสัตว์นํ้าชนิดหนึ่งที่มีความสําคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศไทย เป็นที่นิยมบริโภคโดยทั่วไปเนื่องจากมีรสชาติดี และมีคุณค่าทางโภชนาการสูง ผลผลิตปูทะเลส่วนใหญ่ได้จากการจับปูในธรรมชาติ ซึ่งนับวันจะมีปริมาณลดลงไปทุกที เนื่องจากความต้องการบริโภคที่เพิ่มขึ้นทุกๆ ปี ปูทะเลพบกระจายอยู่ทั่วไปในแหล่งนํ้ากร่อย ป่าชายเลน และปากแม่นํ้าที่มีนํ้าทะเลท่วมถึง โดยขุดรูอยู่ตามใต้รากไม้หรือเนินดิน บริเวณชายฝั่งทะเลทั้งอ่าวไทยและอันดามัน โดยเฉพาะที่ชุกชุมในบริเวณที่เป็นหาดโคลน หรือเลนที่มีป่าแสม และโกงกาง ตั้งแต่อ่าวไทยฝั่งตะวันออก อ่าวไทยตอนใน อ่าวไทยฝั่งตะวันตก ฝั่งอันดามัน ปูทะเลเป็นสัตว์ออกหากินในเวลากลางคืน จะออกจากที่หลบซ่อนหลังจากดวงอาทิตย์ตกไปแล้วประมาณ 1 ชั่วโมง และเข้าที่หลบซ่อนก่อนดวงอาทิตย์ขึ้นเพียงเล็กน้อย ดังนั้น แสงและอาหารจึงมีอิทธิพลต่อการปรากฏตัวอยู่ภายนอกที่หลบซ่อน ปูทะเลกินพืชน้ำและสัตว์ทะเลขนาดเล็กเป็นอาหาร เช่น หอยฝาเดียว หอยสองฝา กุ้ง ปู ปลา และเศษพืช ซึ่งปูจะชอบกินปูด้วยกันเองมากที่สุด ปูทะเลเจริญเติบโตโดยอาศัยการลอกคราบ เนื่องจากกระดองของปูเป็นสารประกอบพวกหินปูนที่มีความแข็งแ
ปลาหมอ เป็นอีกหนึ่งสัตว์น้ำที่มีการเลี้ยงกันในหลายพื้นที่ เพราะยังเป็นที่ต้องการของตลาดและสามารถประกอบอาหารได้หลายเมนู จึงทำให้ในแต่ละปีความต้องการลูกพันธุ์ปลาหมอ เพื่อนำไปเลี้ยงสร้างรายได้มีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการเพาะพันธุ์ลูกปลาหมอคุณภาพจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ ต้องมีพ่อแม่พันธุ์ที่ดีเพื่อทำการพัฒนาให้เกิดลูกพันธุ์ดี เมื่อเกษตรกรนำมาเลี้ยงแล้วจะช่วยให้ได้ปริมาณผลผลิตต่อรอบสูง และสามารถทำกำไรจากการเลี้ยงได้เป็นอย่างดี คุณวัลลภ วันสุข หรือ คุณเบิ้ม บัณฑิตมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เป็นอีกหนึ่งเกษตรกรที่ได้ทำการเพาะพันธุ์ปลาหมอจำหน่าย คุณเบิ้มได้นำวิชาความรู้ที่ได้ร่ำเรียนมาต่อยอดเป็นอาชีพเสริม ซึ่งภายในฟาร์มมีการเพาะพันธุ์ปลาหลายชนิด แต่ที่เป็นที่ต้องการของตลาดตลอดทั้งปีก็คือปลาหมอ โดยมีลูกค้าที่เข้ามาซื้อตั้งแต่นำไปเลี้ยงในครัวเรือน และการเลี้ยงเพื่อเป็นการค้าจำหน่ายเป็นปลาเนื้อ ใช้เวลาว่างจากงานประจำ เพาะพันธุ์ปลาเสริมรายได้ คุณเบิ้ม เล่าให้ฟังว่า เมื่อจบการศึกษาเกี่ยวกับด้านประมงก็ได้เข้ามาทำงานเกี่ยวกับสาขาที่ได้เล่าเรียนมา เมื่อมีประสบการณ์มากขึ้น จึงได้เห็นช่องทางของการสร้างรายได้ให้กับตัวเอง จ
ปลาเทวดา (Angelfish) เป็นปลาน้ำจืด ที่มีรูปสี่เหลี่ยมรูปว่าว ลำตัวแบนข้าง มีปากขนาดเล็ก ครีบหลังเป็นกระโดงสูงอยู่ค่อนไปทางด้านหาง ครีบหลังยาวออกมาจากลำตัว ครีบท้องมีอยู่หนึ่งคู่เรียวเล็กและปลายชี้แหลม โดยส่วนมากจะนิยมนำปลาเทวดามาเลี้ยงในตู้เพื่อเป็นปลาสวยงามคู่กับพรรณไม้น้ำต่างๆ ปลาเทวดา เป็นปลาที่มีอุปนิสัยเรียบง่าย รักสงบ แต่ถ้าบางตัวมีลักษณะนิสัยก้าวร้าวก็ไม่สามารถนำไปเลี้ยงร่วมกับปลาสวยงามชนิดอื่นได้ โดยปลาชนิดนี้มีการพัฒนาสายพันธุ์ให้มีสีสันและลวดลายที่สวยงามมากขึ้น เช่น ปลาเทวดาหินอ่อน ที่มีสีสันเป็นสีดำสลับกับสีขาวตลอดทั้งตัว การขยายพันธุ์ สามารถกระทำได้ง่ายๆ ทั้งในตู้เลี้ยง หรืออาจจะจัดพื้นที่สำหรับเพาะพันธุ์ให้ก็ได้ เพียงแต่ในบริเวณเพาะพันธุ์ใต้น้ำต้องมีวัตถุใส่ไว้ให้เป็นที่เกาะเวลาวางไข่บนวัตถุนั้น การวางไข่ของปลาเทวดาแต่ละครั้งอยู่ที่ 300-1,000 ฟอง ซึ่งพ่อแม่พันธุ์ที่พร้อมจะขยายพันธุ์ได้ ต้องมีอายุอย่างน้อย 8 เดือน ขึ้นไป คุณฐาปกรณ์ โสนะมิตร์ อยู่บ้านเลขที่ 6/1 หมู่ที่ 4 ตำบลศีรษะทอง อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม เป็นเกษตรกรผู้เพาะพันธุ์ปลามาหลายสิบปี โดยปลาที่เขาเพาะส่วนใหญ่
ปลาตะเพียน เป็นปลาน้ำจืดพื้นเมืองที่อยู่ในประเทศไทยนานพอสมควร เพราะสามารถพบได้ในแม่น้ำ บึง คลอง ฯลฯ ในภูมิมาคนี้นับตั้งแต่สมัยสุโขทัย หรือนานกว่านั้น เพราะมีหลักฐานการเขียนลายของถ้วยชามเครื่องเคลือบ เป็นรูปปลาตะเพียนให้เห็น จึงนับว่าปลาชนิดนี้เป็นปลาที่อยู่คู่บ้านเมืองนี้อย่างแท้จริง ซึ่งการนำมาเลี้ยงและขยายพันธุ์ก็ทำได้ง่าย จึงทำให้ปลาชนิดนี้มีการขยายพันธุ์และส่งเสริมการเลี้ยง และนำมาทำการค้าที่ทำรายได้ให้กับเกษตรกรได้ดีทีเดียว คุณรุ่งลาวัลย์ เบ้าคำ หรือ คุณน้อย อยู่บ้านเลขที่ 7 หมู่ที่ 8 ตำบลคลองทับจันทร์ อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ได้นำปลาตะเพียนมาเลี้ยงและทำการตลาดแบบแปรรูปเอง ทำให้ตัดปัญหาในเรื่องของการรับซื้อจากพ่อค้าคนกลาง ซึ่งการแปรรูปเป็นปลาส้มทำให้สินค้าที่ผลิตออกมาจำหน่ายได้อย่างต่อเนื่อง เกิดรายได้ในกลุ่มเพื่อนเกษตรกรด้วยกัน กลุ่มมีความร่วมมือกันอย่างสามัคคีในการผลิตสินค้าแปรรูปจากปลาตะเพียน คุณน้อย เล่าให้ฟังว่า ปัจจุบันครอบครัวของเธอมีอาชีพเกี่ยวกับการทำเกษตรอยู่แล้ว โดยในพื้นที่มีการแบ่งการทำเกษตรหลายอย่าง โดยได้มีบ่อปลูกบัวว่างอยู่จึงได้นำปลาตะเพียนมา ทดลองเลี้ยง เม
มีกับข้าวของคนไทยหลายอย่าง ที่มีเฉพาะฤดูกาล เนื่องมาจากฤดูกาลจะเป็นตัวกำหนดวัตถุดิบที่เป็นส่วนประกอบสำคัญของอาหารชนิดนั้นๆ ตัวอย่างเช่น สะเดา น้ำปลาหวานกับกุ้งเผา ซึ่งจะมีดอกสะเดาและยอดอ่อนของสะเดาจะออกต้นฤดูหนาวราวปลายเดือนพฤศจิกายน เรื่อยไปจนถึงมีนาคม หรือสะตอ ก็มีช่วงเดือนกรกฎาคมถึงตุลาคม ถึงแม้ว่าจะมีการทำสะตอนอกฤดูบ้างก็ตาม แต่สะตอก็มีราคาแพงมากกว่าสะตอในฤดูกาล ทำนองเดียวกันกับเห็ดเผาะ ก็เป็นเห็ดที่มีเฉพาะต้นฤดูฝนในระยะเวลาไม่ถึง 2 เดือน ที่สำคัญ เห็ดเผาะเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติในระบบนิเวศที่เอื้ออำนวย เป็นเห็ดที่นำมาประกอบอาหารได้หลายรายการ หากินยากมาก ราคาแพง แกงคั่วเห็ดเผาะก็เป็นเมนูอาหารไทยๆ อีกรายการหนึ่งที่มีเฉพาะต้นฤดูฝน เท่าที่รู้ แกงคั่วเห็ดเผาะไม่มีขาย อยากกินต้องหาซี้อเห็ดเผาะสดๆ มาแกงกินกันเอง เผื่อใครหาซื้อมาได้ลองทำดูตามที่นำเสนอมานี้ครับ เห็ดเผาะ เห็ดที่อยู่ในป่าเขตร้อนชื้น อยู่ในจำพวกราชนิดหนึ่ง อยู่ในวงศ์ Diplocystaceae มีลักษณะเป็นเห็ดรา อยู่ในหมวด Basidiomycota มีลักษณะเป็นเม็ดทรงกลมแบนเมื่อโตขึ้น และเติบโตได้ดีร่วมกับต้นไม้ใหญ่หลายชนิดที่มีดินปนทรายในป่าดิบแล้ง ป
