ประมง
เรียน คุณหมอเกษตร ทองกวาว ที่นับถือ ผมสนใจการเพาะเลี้ยงปลาหมอไทย เพราะเห็นว่าตลาดมีความต้องการ จึงขอเรียนถามว่า ปลาชนิดนี้มีรูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร และมีนิสัยเป็นอย่างไร ถ้าจะเปรียบเทียบปลาสลิดแล้ว ปลาชนิดไหนเลี้ยงง่ายกว่ากัน สำหรับแหล่งจำหน่ายพันธุ์จะติดต่อที่ไหน ผมขอความกรุณาคุณหมอเกษตรแนะนำด้วยครับ ขอแสดงความนับถืออย่างสูง วินัย สุขนันทพัฒน์ ตอบ คุณวินัย สุขนันทพัฒน์ ปลาหมอ หรือ ปลาหมอไทย (Climbing Perch : Anabas testudineus) ปลาสายพันธุ์นี้พบอาศัยอยู่ตามแหล่งน้ำจืดทั่วไป ที่จีนตอนใต้ ไทย พม่า อินเดีย เวียดนาม ลาว ฟิลิปปินส์ และออสเตรเลีย ปลาหมอดังกล่าว เจริญเติบโตได้ดีทั้งในน้ำจืดและน้ำกร่อย นอกจากนี้แล้วยังมีความสามารถพิเศษในการหมกตัวอยู่ในโคลนตมได้เป็นเวลานานกว่าปลาสายพันธุ์อื่นๆ ปลาหมอเป็นปลากินเนื้อ ชอบกินสัตว์น้ำขนาดเล็ก เช่น ตัวอ่อนของแมลงที่อาศัยอยู่ในน้ำ กุ้งฝอย หรือลูกปลาขนาดเล็ก แม้แต่เมล็ดข้าว และเมล็ดธัญพืชอื่นๆ ก็เป็นอาหารโปรดอีกด้วย รูปร่างปลาหมอ มีลำตัวป้อม ด้านข้างแบน ลำตัวยาวเป็นสามเท่าของความลึก ที่วัดจากสันหลังลงมาที่หน้าท้อง ลำตัวมีสีน้ำตาลเหลืองปนดำ ส่วนท้องมี
“ปลาตะเพียน” เป็นปลาน้ำจืดที่คนไทยรู้จักดี แล้วยังอยู่ในวิถีชีวิตความเป็นอยู่มาแต่โบราณ พบชุกชุมในแหล่งน้ำทุกภาคของไทย เป็นปลากินพืช แมลง และสัตว์หน้าดิน ปัจจุบัน มีการเพาะพันธุ์ปลาตะเพียนเพื่อนำไปปล่อยในแหล่งน้ำ สำหรับให้ชาวบ้านนำไปประกอบอาชีพ หรือแปรรูปเป็นอาหารยอดนิยม เช่น ปลาตะเพียนต้มเค็ม หรือปลาส้ม สำนักงานประมงจังหวัดสระแก้ว ร่วมกับ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด สระแก้ว (ศพจ.สระแก้ว) พร้อมกับอีกหลายภาคส่วนบูรณาการส่งเสริมอาชีพให้กลุ่มชาวบ้านคลองยาง (ละลุ) เลี้ยงปลาตะเพียน แล้วจัดตั้งเป็นกลุ่ม “วิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่ปลาตะเพียน ละลุ” ตั้งอยู่ตำบลทัพราช อำเภอตาพระยา จังหวัดสระแก้ว มีสมาชิกรวม 37 ราย มีพื้นที่เลี้ยงปลา รวม 50 ไร่ กระทั่งสามารถสร้างมูลค่าปลาตะเพียนด้วยการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์หลายชนิด ช่วยให้มีรายได้เพิ่มขึ้น คุณเมธี เสมา นักวิชาการประมงปฏิบัติการประมง ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด สระแก้ว เปิดเผยว่า สมาชิกกลุ่มมีอาชีพทำเกษตรกรรมปลูกพืชและมีบ่อเลี้ยงปลา โดยแต่ละรายผ่านการคัดเลือกจากประมงจังหวัด และศพจ.สระแก้ว จนได้ขึ้นทะเบียนกับทางประมงจังหวัดไว
ระยะเวลาเพียงไม่กี่ปี จากการเริ่มต้นขุดบ่อดินเลี้ยงปลาด้วยเงินเพียง 30,000 บาท บนพื้นที่ 3 ไร่ แต่ปัจจุบันกิจการทำฟาร์มปลาขยายพื้นที่มากเกือบ 20 ไร่ มีบ่อพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ บ่ออนุบาลลูกปลา เป็นเจ้าของฟาร์มปลาที่มีลูกค้าในวงแคบ (พื้นที่ไม่ไกลจากฟาร์ม) แต่มูลค่าการสั่งซื้อสูง ทั้งยังเปิดตลาดค้าส่งลูกปลานิลไปยังประเทศเพื่อนบ้าน แต่ถึงกระนั้น จำนวนลูกปลาที่ผลิตส่งให้กับเกษตรกรและเอเย่นต์ขายปลาแต่ละเดือน ไม่เคยเพียงพอต่อความต้องการ ปราชญ์ปลานิล แห่งจังหวัดนครสวรรค์ คุณเศวตฉัตร สมสวย ประสบความสำเร็จการทำฟาร์มปลา เพาะพันธุ์ปลานิลและปลาทับทิม ได้รับการยอมรับว่าเป็นฟาร์มเพาะพันธุ์ปลาที่มีระบบการจัดการภายในฟาร์มที่ดี เป็นต้นแบบและครบวงจร ที่ได้ชื่อว่าเป็นปราชญ์ปลานิล แห่งจังหวัดนครสวรรค์ เพราะเป็นบุคคลที่พร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีการเลี้ยงและแนวคิดในการทำฟาร์มให้ประสบความสำเร็จ ให้กับผู้สนใจและเกษตรกรทุกรายที่ก้าวเข้ามา คุณเศวตฉัตร มีความรู้พื้นฐานด้านการทำฟาร์มมาก่อน แต่เป็นฟาร์มสุกร ซึ่งร่ำเรียนมาเฉพาะทาง ไม่เกี่ยวข้องกับการทำประมง ดังนั้น พื้นฐานความรู้ในการทำประมงจึงเริ่มต้นจากศูนย์ เป็นความโชคดี
ความบังเอิญและภูมิปัญญาจากวิถีชีวิตของชาวบ้าน พลิกผันชีวิตและสามารถแก้วิกฤตให้เป็นโอกาส เปลี่ยนอาชีพและต่อยอดจากสิ่งที่มีมาดั้งเดิมไปสู่ความสำเร็จได้ จนสามารถสร้างอาชีพใหม่ สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ และกลายเป็นคนต้นแบบให้กับผู้อื่นได้อีกด้วย อย่าง คุณไตรศักดิ์ ศรีเสาวนิตย์ หรือ เฮียฮ้ง ชาวนาเกลือวัย 60 ปี ที่ตอนนี้ได้กลายมาเป็นเจ้าของบ่อเลี้ยงปลากะพง ด้วยเพราะเกิดจากความบังเอิญ จึงได้ปรับเปลี่ยนพื้นที่ทำนาเกลือเดิม มาทำบ่อเลี้ยงปลากะพงอยู่ที่ อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี เฮียฮ้ง เริ่มต้นเล่าให้ฟังถึงภูมิปัญญาชาวบ้าน จนมาสู่การต่อยอดอาชีพการเลี้ยงปลากะพงในพื้นที่นาเกลือนี้ว่า “แต่ก่อนก็ทำนาเกลือ ทำมาเกือบ 30 ปี โดยมีพื้นที่สำหรับทำนาเกลืออยู่ประมาณ 100 กว่าไร่ และมีพื้นที่ทำนาเกลือแปลงเล็กแปลงน้อยอีกหลายแปลง แต่ในพื้นที่อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี ก็มีพื้นที่ทำนาเกลืออีกมากมาย พอมีพื้นที่ทำนาเกลือเยอะ เกลือก็ล้นตลาด ราคาก็ต่ำลง ชาวนาเกลือก็ขายไม่ค่อยได้ สำหรับการเริ่มต้นเลี้ยงปลากะพง ในพื้นที่นาเกลือ เกิดมาจากความบังเอิญในครั้งแรก เนื่องจากเห็นว่าปลาพวกปลาหมอเทศ ปลานิล สามารถเข้ามาอยู่ใ
ปลาสเตอร์เจียน แหล่งเพาะคาเวียร์ ไข่ปลาล้ำค่าอาหารชั้นเลิศที่ทุกคนอยากลิ้มลอง มีแหล่งกำเนิดในแถบซีกโลกเหนือ อาศัยอยู่ในน้ำจืด ทะเลสาบ หรือตามปากแม่น้ำ มีรูปร่างลักษณะคล้ายปลาฉลาม มีหนามแหลมสั้นๆ บริเวณหลัง หัว และเส้นข้างลำตัวไว้เพื่อป้องกันตัว มีหนวดทั้งหมด 2 คู่ อยู่บริเวณปลายจมูก ลำตัวไม่มีเกล็ด ภายในปากไม่มีฟัน หาอาหารตามพื้นน้ำ สถานะปัจจุบันของปลาชนิดนี้ในธรรมชาติใกล้สูญพันธุ์เต็มที แต่ปัจจุบันสามารถเพาะขยายพันธุ์ได้แล้วในบางชนิด ในประเทศไทย ปลาสเตอร์เจียน ได้มีการทดลองเลี้ยงในโครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ ตั้งอยู่ในพื้นที่ บ้านนามน หมู่ที่ 7 (ดอยดำ) ตำบลเมืองแหง อำเภอเวียงแหง จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อปี พ.ศ. 2548 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 มีพระราชดำริให้กรมประมง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการหาแนวทางพัฒนาการเลี้ยงปลาสเตอร์เจียนบนพื้นที่สูง เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนและชาวเขาเผ่าต่างๆ ได้มีอาชีพ คุณสมพร กันธิยะวงศ์ นักวิชาการประมงปฏิบัติการ ศูนย์วิจัยพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด เขต 1 (เชียงใหม่) เล่าถึงความเป็นมาของโครงการว่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบ
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ทัศนีย์ นลวชัย พร้อมด้วย ดร. มัสธูรา ละใบเด็น ดร. วิญญู บุญประเสริฐ และ อาจารย์ทินวุฒิ ล่องพริก ทีมอาจารย์ประจำสาขาวิชาวิทยาศาสตร์การประมง คณะเทคโนโลยีการเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ (มทร.สุวรรณภูมิ) ลงพื้นที่จัดโครงการถ่ายทอดองค์ความรู้ และเทคโนโลยีการคัดเลือกโพรไบโอติกที่แยกได้จากทางเดินอาหารของกุ้งก้ามกราม (Macrobrachium rosenbergii) เพื่อเพิ่มศักยภาพในการเลี้ยงกุ้ง พร้อมทั้งมอบผลิตภัณฑ์ต้นแบบ RUS Probiotic ให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกราม ตำบลบางหลวง อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ทัศนีย์ นลวชัย หัวหน้าโครงการ เปิดเผยว่า เกษตรกรชุมชนตำบลบางหลวง จังหวัดนครปฐม ส่วนใหญ่จะประกอบอาชีพเลี้ยงกุ้งก้ามกราม วิธีการเลี้ยงส่วนใหญ่จะเลี้ยงในรูปแบบดั้งเดิม เลี้ยงแบบหนาแน่น ปัญหาและอุปสรรคตามมา ได้แก่ ลูกกุ้งมีอัตราการรอดต่ำ กุ้งโตช้า มีสภาพแคระแกร็น เกิดโรคระบาดจากเชื้อไวรัสและแบคทีเรีย ทำให้มีการใช้สารเคมีและยาปฏิชีวนะเพื่อเป็นการป้องกันโรค ส่งผลต่อต้นทุนการผลิตและก่อให้เกิดการตกค้างของสารเคมีในตัวกุ้ง และเป็นอันตรายต่อ
ความบังเอิญและภูมิปัญญาจากวิถีชีวิตของชาวบ้าน พลิกผันชีวิตและสามารถแก้วิกฤตให้เป็นโอกาส เปลี่ยนอาชีพและต่อยอดจากสิ่งที่มีมาดั้งเดิมไปสู่ความสำเร็จได้ จนสามารถสร้างอาชีพใหม่ สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ และกลายเป็นคนต้นแบบให้กับผู้อื่นได้อีกด้วย อย่าง คุณไตรศักดิ์ ศรีเสาวนิตย์ หรือ เฮียฮ้ง ชาวนาเกลือวัย 60 ปี ที่ตอนนี้ได้กลายมาเป็นเจ้าของบ่อเลี้ยงปลากะพง ด้วยเพราะเกิดจากความบังเอิญ จึงได้ปรับเปลี่ยนพื้นที่ทำนาเกลือเดิม มาทำบ่อเลี้ยงปลากะพงอยู่ที่ อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี เฮียฮ้ง เริ่มต้นเล่าให้ฟังถึงภูมิปัญญาชาวบ้าน จนมาสู่การต่อยอดอาชีพการเลี้ยงปลากะพงในพื้นที่นาเกลือนี้ว่า “แต่ก่อนก็ทำนาเกลือ ทำมาเกือบ 30 ปี โดยมีพื้นที่สำหรับทำนาเกลืออยู่ประมาณ 100 กว่าไร่ และมีพื้นที่ทำนาเกลือแปลงเล็กแปลงน้อยอีกหลายแปลง แต่ในพื้นที่อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี ก็มีพื้นที่ทำนาเกลืออีกมากมาย พอมีพื้นที่ทำนาเกลือเยอะ เกลือก็ล้นตลาด ราคาก็ต่ำลง ชาวนาเกลือก็ขายไม่ค่อยได้ สำหรับการเริ่มต้นเลี้ยงปลากะพง ในพื้นที่นาเกลือ เกิดมาจากความบังเอิญในครั้งแรก เนื่องจากเห็นว่าปลาพวกปลาหมอเทศ ปลานิล สามารถเข้ามาอยู่ใ
“หอยขม” เป็นหอยฝาเดียวอาศัยในน้ำจืดมีขนาดเล็ก เปลือกเป็นเกลียวกลมยอดแหลม เปลือกหนาและแข็ง ผิวชั้นนอกเป็นสีเขียวแก่ ฝาปิดเปลือกเป็นแผ่นกลม ตีนใหญ่ จะงอยปากสั้นทู่ ตามีสีดำอยู่ตรงกลางระหว่างโคนหนวด ตัวผู้มีหนวดเส้นข้างขวาพองโตกว่าเส้นข้างซ้าย ลักษณะพิเศษของหอยชนิดนี้ จะมีอวัยวะเพศทั้งเพศผู้และเพศเมียอยู่ในตัวเดียวกัน ออกลูกเป็นตัว และผสมพันธุ์ได้ด้วยตัวของมันเองเมื่ออายุได้ 60 วัน และออกลูกเป็นตัวครั้งละประมาณ 40-50 ตัว โดยมากการเลี้ยงหอยขมมักเลี้ยงในกระชัง หรืออีกวิธีคือการเลี้ยงในร่องสวน นายสัญญา โยธวงษ์ อายุ 53 ปี เกษตรกรต้นแบบ ที่ศูนย์เรียนรู้บ้านสีกายเหนือ ตำบลสีกาย อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย ที่ทำการเกษตรแบบเศรษฐกิจพอเพียง มีการปลูกมะพร้าวน้ำหอมกว่า 200 ต้น ปลูกมา 7 ปี มะพร้อมน้ำหอมที่ปลูกให้ผลผลิตสร้างรายได้ให้กับครอบครัวตลอดทั้งปีแล้ว ล่าสุดได้หันมาเลี้ยงหอยขมสองสายพันธุ์ คือ สายพันธุ์แบบเปลือกแดงที่ได้มาจากหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นหอยขมที่มีขนาดใหญ่เนื้อนุ่ม ส่วนหอยขมอีกสายพันธุ์หนึ่งคือ หอยขมพันธุ์เปลือกดำ เป็นหอยขมที่มีในธรรมชาติทั่วไป ที่มีขนาดตัวเล็
“ปลาหมอ” เป็นอีกปลาน้ำจืดที่มีการพัฒนาสายพันธุ์ให้สามารถนำมาเลี้ยงเป็นเชิงการค้าได้เป็นผลดี เพราะย้อนไปเมื่อหลายปีก่อนปลาหมอในแหล่งน้ำธรรมชาติเริ่มมีจำนวนลดลง ทำให้ปริมาณความต้องการที่จะนำมาบริโภคไม่เพียงพอ จึงเกิดเป็นการสร้างอาชีพและรายได้ให้กับเกษตรกรในหลายพื้นที่ เพราะปลาหมอเมื่อมีการพัฒนาสายพันธุ์ที่ดี มีการแปลงเพศที่มีประสิทธิภาพ เมื่อเกษตรกรนำมาเลี้ยงแบบมีระบบ จะช่วยส่งเสริมรายได้ให้ผลกำไรไม่น้อยทีเดียว คุณวิทยา ศรยินดี หรือ โอ๋ คลองสวน อยู่บ้านเลขที่ 37/1 หมู่ที่ 13 ตำบลบางพลีใหญ่ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ได้สนใจการเลี้ยงปลาหมอสร้างรายได้ เพราะมองไปถึงความต้องการของตลาดว่ามีความต้องการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปลาหมอสามารถนำมาประกอบอาหารได้หลายเมนู เช่น ปลาหมอย่างทานกับน้ำพริก แกงต่างๆ หรือจะฉู่ฉี่ ก็มีรสชาติความอร่อยที่ลงตัวไม่น้อย จึงทำให้เขาเริ่มมาสนใจและเริ่มเลี้ยงตั้งแต่ปี 2561 ทดลองเลี้ยงปลาหมอ เพราะบ่อว่างจากใช้งาน คุณวิทยา เล่าให้ฟังว่า เดิมที่ที่บ้านมีบ่อสำหรับเลี้ยงปลาให้กับผู้ที่สนใจเลี้ยงมาเช่าอยู่ ต่อมาผู้เช่าได้ยกเลิกไปจึงทำให้เห็นพื้นที่บ่อยังว่างอยู่ จึงคิดว่าน่าจ
การปรับพื้นที่ทำนาเพื่อใช้เลี้ยงปลา เป็นวิธีการที่ดีอย่างหนึ่งของการใช้ประโยชน์จากธรรมชาติ เนื่องจากสภาพแวดล้อมไม่ว่าจะเป็นดิน น้ำ และหญ้า ล้วนเป็นปัจจัยที่เอื้อต่อการพัฒนาคุณภาพสัตว์น้ำเป็นอย่างดี คุณศุภกิตติ์ เซียนประเสริฐ หรือ คุณอ้วน อยู่บ้านเลขที่ 102 หมู่ที่ 9 ตำบลบางบ่อ อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ โทรศัพท์ 063-328-9962 ได้ปรับพื้นที่จำนวน 16 ไร่ ซึ่งเคยทำนามาเป็นบ่อเลี้ยงปลา/กุ้ง แบบผสมผสานเพียงบ่อเดียว สามารถสร้างรายได้ตลอดทั้งปี คุณอ้วน เลี้ยงปลาหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นปลานิล ปลาตะเพียน และปลายี่สก รวมอยู่ในบ่อเดียวกัน แต่เลี้ยงปลานิลเป็นหลักเพราะเป็นปลาตลาดที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคสูงต่อเนื่อง สามารถนำมาปรุงอาหารได้หลายชนิด จึงทำให้ที่ผ่านมาราคาไม่ค่อยลดต่ำ อีกทั้งยังเป็นพันธุ์ปลาแปลงเพศที่เหมาะกับการเลี้ยงเพื่อบริโภคทางการค้า เพราะโตเร็ว มีอัตราเนื้อมาก เหตุผลที่คุณอ้วนเลือกเลี้ยงปลาเพียงบ่อเดียว เพราะง่ายและสะดวกต่อการดูแลบริหารจัดการ อีกทั้งบ่อเลี้ยงขนาดใหญ่ช่วยทำให้ประชากรปลาอยู่อย่างมีความสุขโดยไม่แออัดจนเครียด มีผลทำให้ปลามีสุขภาพดี กินอาหารได้มาก แข็งแรง โตเร็ว จับ
