ประมง
ฟาร์มปูนาพิษณุโลก ขายดี มีเท่าไหร่ไม่พอขาย ทั้งพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ และปูกิโลฯ จนเจ้าของฟาร์มต้องขยายบ่อเร่งผลิตปูนานอกฤดู หลังจากช่วงก่อนหน้านี้พิษณุโลกฝนทิ้งช่วงเป็นเวลานาน ทำให้ปูนาหายาก ไม่มีวางขายตามท้องตลาดทั่วไป นายวัชระ เสือรอด อายุ 41 ปี เจ้าของฟาร์มปูนาขนาดประมาณ 25 ตารางเมตร รอบบริเวณบ้านเลขที่ 66/1 ม.3 บ้านวังแร่ ต.มะขามสูง อ.เมือง จ.พิษณุโลก กว่าวว่า ตอนนี้ ตลาดปูนาในพื้นที่ภาคเหนือนั้นกำลังไปได้ดีมาก โดยตอนนี้ที่ฟาร์มของตนเองนั้นต้องขยายบ่อเพาะเลี้ยงปูนเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัว เนื่องจากผลกระทบจากฝนทิ้งช่วงทำให้ปูนาขาดตลาด ทำให้ผู้ประกอบการร้านอาหารป่า รวมถึงร้านส้มตำ หาซื้อยาก “ตอนนี้ออเดอร์สั่งปูนาของตนมีเยอะมาก มีทั้งสั่งพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ สั่งปูนาท้องแก่ หรือแม้แต่ปูนาชั่งกิโล เรียกว่าตอนนี้มีจองไว้หมดแล้วต้องไล่ตามคิวที่จองกันเข้ามา และตอนนี้ต้องขยายบ่อเพิ่มขึ้นถึง 5 บ่อ เพราะต้องแยกปูนาออกมาเป็นรุ่นตามออเดอร์อย่างปู่ท้องแก่ที่พร้อมลงเดินตอนนี้สั่งเข้ามาไม่ต่ำกว่า 100 แม่ พ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ ยอดสั่งไม่ต่ำกว่า 500 คู่ ส่วนปูชั่งกิโลตอนนี้ก็มีกว่า 100 กิโลกรัม เรียกได้
ปลากดคัง เป็นปลาน้ำจืดที่ไม่มีเกล็ด มีชื่อสามัญว่า Red tail Mystus มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Mystus ruckioides ชื่อที่เรียกตามท้องถิ่นยังมีอีกหลายชื่อ เช่น ปลากดแก้ว ปลากดเขี้ยว กดหางแดง กดข้างหม้อ เป็นต้น อยู่ในวงศ์ปลากด (Bagriidae) เมื่อเติบโตเต็มที่จะมีความยาวตัวราว 1.5 เมตร หนักได้ถึง 100 กิโลกรัม แต่ที่พบโดยเฉลี่ยจะมีขนาดประมาณ 50-60 เซนติเมตร ลำตัวมีสีดำเทาอ่อนอมฟ้าหรือเขียวมะกอก ครีบหางและครีบอื่นๆ มีสีแดงสดหรือสีส้มสด มีรูปทรงยาวเพรียว ส่วนหัวแบนกว้าง ด้านบนของหัวเรียบ ปากกว้าง จะงอยปากทู่ มีหนวด 4 คู่ ครีบหูมีสีเทาดำ ปลากดคัง จัดเป็นปลาขนาดใหญ่ที่พบได้ตามธรรมชาติในแม่น้ำของไทยทุกภาค และในแหล่งน้ำนิ่งขนาดใหญ่ ในประเทศไทยพบที่แม่น้ำน่าน แม่น้ำยม แม่น้ำเจ้าพระยา ฯลฯ หรือแม้แต่ในอ่างเก็บน้ำและเขื่อนต่างๆ เช่น เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนภูมิพล เขื่อนรัชชประภา คุณชัยพร โชคภรณ์ประเสริฐ อยู่บ้านเลขที่ 6 หมู่ที่ 1 ตำบลหัวสำโรง อำเภอแปลงยาว จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นเกษตรกรที่เพาะเลี้ยงปลากดคังแล้วประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก มีส่งจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ นับเป็นอาชีพที่สร้างเงินล้านกันเลยก็ว่าได้ ซ
คุณอรอนงค์ ธนพันธุ์ภูวเดช อยู่บ้านเลขที่ 87 หมู่ที่ 13 ตำบลรางหวาย อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี อีกหนึ่งเกษตรกรผู้ที่เคยปลูกพืชไร่ ผันชีวิตมาเลี้ยงกุ้งก้ามกราม จนเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ให้เธอได้เป็นอย่างดี ช่วงประมาณ ปี 2541 คุณอรอนงค์ บอกว่า ทดลองเลี้ยงประมาณ 2 บ่อ นับว่าประสบผลสำเร็จเป็นที่น่าพอใจสำหรับเธอ “ปรากฏว่าดีมากในช่วงแรกที่ทำ ราคาก็ได้ดีด้วย กุ้งประมาณ 20 ตัว ต่อกิโลกรัม ได้ราคาประมาณ 180-200 บาท พอเรามาเปรียบเทียบดูระหว่างทำไร่อ้อยกับเลี้ยงกุ้ง กุ้งนี้น่าจะดีกว่ามาก แถมช่วงนั้นไม่ค่อยมีปัญหาเลย เลี้ยงง่าย กุ้งแข็งแรงดี เป็นอาชีพที่ดีมาก” คุณอรอนงค์ กล่าวถึงความสำเร็จที่ผ่านมาของเธอ คุณอรอนงค์ บอกว่า ในช่วงที่ทำบ่อเลี้ยงใหม่ๆ มีพื้นที่เท่าไหร่ก็จะขุดบ่อทั้งหมด แต่ขนาดที่เหมาะสำหรับเลี้ยงกุ้งก้ามกราม ขนาดบ่อประมาณ 4 ไร่ “เราต้องเอาที่ดินเราเป็นเกณฑ์ ว่าที่ดินเรามีกี่ไร่ แต่ถ้าจะดีสำหรับเลี้ยงกุ้ง ต้องประมาณ 4-5 ไร่ ความลึกประมาณ 1.50 เมตร ซึ่งบ่อใหม่ไม่ต้องทำอะไรมาก เพราะว่ามันยังสะอาดอยู่ ไม่มีเรื่องโรคมากนัก แต่ถ้าพื้นที่ที่ผ่านการเลี้ยงมาแล้ว ก็มีการเตรียมบ่อโดยโรยปูนขาวเพ
จากสภาวะเศรษฐกิจไม่กี่ปีมานี้ ส่งผลให้สินค้าเกษตรหลายชนิดราคาตกต่ำ จึงทำให้เกษตรกรมีการปรับตัวมากขึ้น โดยทำเกษตรแบบผสมผสานที่ไม่เน้นทำเป็นเกษตรเชิงเดี่ยวมากเกินไป เพราะนอกจากจะช่วยลดความเสี่ยงในเรื่องของราคาที่ผันผวนแล้ว ยังสามารถมีรายได้จากการจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรบางชนิดทดแทน จึงช่วยเสริมรายได้สลับไปมาในแต่ละช่วงการผลิต จึงเกิดรายได้หลากหลายส่งผลให้ไม่มีหนี้สิน คุณขาว เสมอหัต อยู่บ้านเลขที่ 58/3 หมู่ที่ 8 ตำบลคลองควาย อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี มีอาชีพหลักทำนาด้วยราคาข้าวที่ผลิตได้ไม่แน่นอน จึงได้หาอาชีพเสริมเข้ามาช่วย คือการเลี้ยงปลาดุก โดยใช้บ่อน้ำที่มีอยู่เดิมจากการขุดไว้ใช้ภายในสวน มาเลี้ยงปลาให้เกิดประโยชน์มากขึ้น พร้อมทั้งใช้เหยื่อสดต้นทุนต่ำมาเป็นอาหารให้ปลากิน ทำให้ปลาเติบโตดีตลาดต้องการ จำหน่ายได้ราคา อาชีพหลักทำนา เลี้ยงปลาดุกเสริมรายได้ คุณขาว เล่าให้ฟังว่า ตั้งแต่ประกอบสัมมาอาชีพมาถึงปัจจุบัน รายได้หลักของครอบครัวคือเกษตรกรรมเพียงอย่างเดียว โดยยึดการทำนามานานหลายสิบปี แต่ด้วยบางปีราคาข้าวที่ได้ไม่แน่นอน จึงเกิดความคิดที่อยากจะเสริมรายได้ เห็นบ่อน้ำที่อยู่บริเวณบ้านว่าง
ราชบุรี เป็นจังหวัดหนึ่งในภาคกลางด้านตะวันตก ภูมิประเทศมีความหลากหลาย จากพื้นที่ราบต่ำลุ่มแม่น้ำแม่กลองอันอุดมสมบูรณ์ สู่พื้นที่สูงทิวเทือกเขาตะนาวศรี ทอดตัวยาวทางทิศตะวันตกจรดชายแดนไทย-พม่า นอกจากนี้ ยังถือเป็นแหล่งเพาะปลูกพืชผัก และผลไม้เศรษฐกิจนานาชนิด เรียกได้ว่ามีการทำการเกษตรที่หลากหลาย ส่วนด้านการประมงที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรในจังหวัดราชบุรีคือ การเลี้ยงกุ้งทะเล กุ้งก้ามกราม และปลาสวยงาม สร้างรายได้หลักพันล้านบาทต่อปีเลยทีเดียว คุณวสันต์ อินคล้าย อยู่บ้านเลขที่ 179 หมู่ที่ 7 ตำบลบ้านไร่ อำเภอดำเนินสะดวก เป็นอีกหนึ่งเกษตรกรในจังหวัดราชบุรี ที่เลี้ยงปลาแบบแหวกแนว โดยเลี้ยงในรูปแบบที่ไม่เน้นปลาชนิดใดชนิดหนึ่ง แต่เลี้ยงในรูปแบบผสมผสานหรือเรียกง่ายๆ ว่า เลี้ยงปลารวมแบบประหยัดต้นทุน ซึ่งใน 1 บ่อ มีปลามากกว่า 2 ชนิด จากการเลี้ยงวิธีนี้ทำให้เขาประสบผลสำเร็จ เป็นอาชีพที่สร้างรายได้ให้เขาได้เป็นอย่างดี ทดลองทำหลากหลายอาชีพสุดท้าย จบที่การเลี้ยงปลา คุณวสันต์ เล่าให้ฟังว่า เริ่มแรกเดิมทีมีอาชีพเย็บผ้าอยู่ที่กรุงเทพมหานคร เมื่อแต่งงานกับภรรยาจึงมีแนวคิดที่จะย้ายมาอยู่ที่จังหวัดราชบุรี เพร
คุณบุญช้อง กลิ่นหอม อยู่บ้านเลขที่ 77 หมู่ที่ 1 ตำบลดอนยายหนู อำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นอีกหนึ่งเกษตรกรผู้เลี้ยงปลานวลจันทร์ทะเลได้อย่างประสบผลสำเร็จ จึงทำให้อาชีพการเลี้ยงปลานวลจันทร์ทะเล สามารถสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวให้กับเขาได้เป็นอย่างดี คุณบุญช้อง เล่าให้ฟังว่า ทำอาชีพเกี่ยวกับประมงมาหลายสิบปีแล้ว โดยในช่วงแรกจะเน้นเกี่ยวกับการเลี้ยงกุ้ง ต่อมาเริ่มรู้สึกว่าอยากจะเปลี่ยนเป็นเลี้ยงปลาบ้าง จึงได้ปรับเปลี่ยนเป็นสัตว์น้ำชนิดอื่น จึงได้เลือกเลี้ยงปลานวลจันทร์ทะเลเมื่อประมาณปี 2556 โดยเห็นว่ามีลักษณะของลำตัวสวยจึงเกิดถูกใจที่อยากจะเลี้ยงอย่างจริงจังตั้งแต่นั้นมา พื้นที่บ่อ ขนาดประมาณ 2 ไร่ “ตอนนั้นเลี้ยงกุ้งมานานแล้ว พอมารู้จักกับปลาตัวนี้ ก็เกิดความชอบ เพราะว่าลำตัวเขาสวยมาก จึงได้เปลี่ยนจากเลี้ยงกุ้งมาเป็นเลี้ยงปลานวลจันทร์ทะเลแทน เพราะช่วงก่อนที่จะเปลี่ยนในช่วงนั้น ก็มีเพื่อนที่รู้จักเขาก็เริ่มเลี้ยงกันอยู่ เราก็เลยมองว่าไม่น่าจะเป็นเรื่องที่ยาก เพื่อเป็นการสร้างรายได้ใหม่ขึ้นมา” คุณบุญช้อง บอก ในขั้นตอนของการเตรียมบ่อเพื่อเลี้ยงปลานวลจันทร์ทะเลนั้น คุณบุญช้อง บอกว่า ไ
คุณจิม ครุฑฉ่ำ อยู่บ้านเลขที่ 19 หมู่ที่ 2 ตำบลทรายมูล อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก เป็นเกษตรกรที่เลี้ยงปลาแบบบ่อรวมมาหลายสิบปี ซึ่งการเลี้ยงด้วยวิธีนี้ทำให้เธอสามารถจำหน่ายปลาได้หลากหลายชนิด จึงทำให้การเลี้ยงปลาแบบบ่อรวมเป็นงานที่สร้างรายได้ให้เป็นอย่างดี คุณจิม เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนมีบ้านเกิดอยู่ที่จังหวัดอื่น ต่อมาเมื่อย้ายมาอยู่ที่จังหวัดนครนายก จึงได้บุกเบิกมาปลูกบ้านอยู่ที่นี่และขุดบ่อเพื่อเลี้ยงปลาทันที โดยในช่วงแรกที่มาทำก็ไม่ได้เลี้ยงปลาแบบเชิงเดี่ยว แต่เลี้ยงแบบบ่อรวม ซึ่งใน 1 บ่อ จะประกอบด้วย ปลานิล ปลาตะเพียน ปลายี่สก ปลานวลจันทร์ และปลาจีน “เนื้อที่ทั้งหมดที่มีอยู่ประมาณ 7 ไร่ เราก็แบ่งทำเป็นบ่อเลี้ยงปลา 6 ไร่ และอีก 1 ไร่ ก็แบ่งเป็นพื้นที่ปลูกบ้าน ซึ่งเท่านี้ก็ถือว่าพอเหมาะ เพราะบริเวณบ้านไม่ต้องมีพื้นที่มาก เอาตรงอื่นมาทำบ่อเลี้ยงปลา ส่วนคันบ่อและบริเวณบ้านที่เหลือ ก็แบ่งเป็นเนื้อที่ปลูกพืชผักสวนครัว ก็ทำให้มีรายได้อีกทางในช่วงที่รอปลาโตจนกว่าจะขายได้” คุณจิม เล่าถึงที่มา บ่อเลี้ยงปลา ขนาด 6 ไร่ เน้นเลี้ยงแบบประหยัดต้นทุน ในช่วงแรกก่อนที่จะนำปลามาปล่อยลงบ่อ คุณจิม บอกว่
คุณจำนงค์ บุญเลิศ ปราชญ์ปลานิลแห่งบ้านป่ากว๋าว อ.พาน จ.เชียงราย จบเพียง ป.4 แต่มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านการเพาะพันธุ์ปลานิล คิดค้นเทคนิค และอุปกรณ์ในการเลี้ยงปลานิลได้อย่างน่าทึ่ง ทำให้ได้รับการยกย่องให้เป็นเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ และรางวัลเกียรติยศอีกมากมาย “เริ่มทำฟาร์มเพาะเลี้ยงปลานิลมาตั้งแต่ปี 2522 โดยเริ่มต้นจากการทำบ่อเลี้ยงปลานิลขนาดเล็ก ไปพร้อมกับการเรียนรู้จากประสบการณ์ของผู้รู้ในท้องถิ่น อ่านจากในตำรา ลองผิดลองถูกมาหลายครั้งจนเกิดเป็นองค์ความรู้ สามารถนำความรู้และประสบการณ์ที่สั่งสมมายาวนาน นำมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและขยายรูปแบบการเพาะเลี้ยงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง” ตามปกติแล้วรูปร่างลักษณะภายนอกของปลานิลตัวผู้และตัวเมียจะมีลักษณะคล้ายคลึงกันมาก แต่จะสังเกตได้โดยการดูอวัยวะเพศที่บริเวณใกล้กับช่องทวาร ตัวผู้จะมีอวัยวะเพศลักษณะเรียวยื่นออกมา ส่วนตัวเมียจะมีลักษณะเป็นรูค่อนข้างใหญ่และกลม ขนาดของปลาที่ดูลักษณะเพศได้ชัดเจนนั้น ต้องมีขนาดยาวตั้งแต่ 10 เซนติเมตรขึ้นไป ในกรณีที่ปลามีขนาดโตเต็มที่แล้วนั้น อาจจะสังเกตเพศได้ด้วยการดูสีที่ลำตัว เพราะปลาตัวผู้จะมีสีเข้มตรงบริเวณใต้คางแ
ผลจากการเรียนจบมาทางด้านสัตวแพทย์ ก็ทำให้ น.สพ. ตุลา ตรงเมธีรัตน์ เข้าใกล้ชิดสัตว์บางชนิดมากขึ้น ไม่เฉพาะแค่ระบบร่างกายของสัตว์ชนิดนั้น แต่กลับเป็นเรื่องของการจัดการระบบการเลี้ยง การดูแล การส่งเสริม รวมถึงการขาย น.สพ. ตุลา ตรงเมธีรัตน์ เป็นคนรุ่นใหม่ที่เรียนจบทางด้านสัตวแพทย์ แต่ไม่เปิดคลินิกรักษาสัตว์ กลับเข้าทำงานในบริษัทเอกชน ที่ให้บริการส่งเสริมการเลี้ยงปลาครบวงจร ในตำแหน่งนักวิชาการของบริษัท ทำให้รู้และเข้าใจระบบการเลี้ยงปลาอย่างถูกวิธี จึงมีแนวคิดทำอาชีพอิสระด้วยการเลี้ยงปลากระชัง ตามความรู้ความสามารถและประสบการณ์ที่มี “แหล่งน้ำสำหรับเลี้ยงปลา เป็นประการสำคัญประการแรกที่ควรคำนึงถึง” น.สพ. ตุลา บอก การเลี้ยงปลาที่ถูกต้องสำหรับผู้ที่สนใจต้องการเลี้ยงปลา หรือมือใหม่ที่เริ่มก้าวเข้ามาเป็นเกษตรกรเลี้ยงปลา ควรเลือกแหล่งเลี้ยงที่เหมาะสม เพราะเป็นประการสำคัญที่มีปัจจัยต่อความเสียหายของการเลี้ยงอย่างมาก น.สพ. ตุลา เลือกลำน้ำพอง เป็นแหล่งเริ่มเลี้ยงปลากระชัง และเลือกปลานิล ปลาทับทิม เพราะเห็นว่าเป็นปลาที่สามารถจำหน่ายได้ทั่วไปในท้องตลาด ซื้อ-ขายง่าย และระยะเวลาการเลี้ยงต่อรอบจับจำหน่ายไม่ไ
คุณสุวรรณีย์ แสงดี หรือ “คุณแอน” เจ้าของธุรกิจ เจ๊แอนปลากัด ร้านดังในตลาดนัดจตุจักร เปิดมายาวนาน 11 ปี ร่วมแสดงความคิดเห็นเรื่อง ปลากัดไทยเป็นสัตว์น้ำประจำชาติ ว่า “ปัจจุบัน ปลากัด ในท้องตลาดมีไม่เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้าอยู่แล้ว ยิ่งเมื่อ ครม. มีมติให้ปลากัดไทยเป็นสัตว์น้ำประจำชาติ คาดว่าสัตว์น้ำชนิดนี้จะขายดียิ่งขึ้นไปอีก อีกทั้งไปรษณีย์ไทยอำนวยความสะดวกมีบริการส่งปลากัดภายในประเทศ เชื่อว่าจะส่งผลให้ธุรกิจปลากัดขยายตัวมากขึ้น ตลาดปลากัดจะกว้างขึ้น” คุณสุวรรณีย์ แสงดี เมื่อปลากัดกลายเป็นสัตว์น้ำประจำชาติและส่งผลดีต่อผู้ประกอบการไทย คุณสุวรรณีย์ มีแผนสร้างรายได้เพิ่ม คือ บุกลูกค้าออนไลน์หวังเจาะกลุ่มลูกค้ารุ่นใหม่ “เรามีฟาร์มปลา มีหน้าร้าน รับขุนปลากัดสายพันธุ์ประกวด และส่งออกปลากัดไปต่างประเทศ อาทิ มาเลเซีย สิงคโปร์ ไต้หวัน จีน แคนาดา อเมริกา มีเว็บไซต์ เฟซบุ๊ก แต่ที่ผ่านมายังไม่จริงจังกับช่องทางออนไลน์เท่าที่ควร หลังจากนี้ต่อไปจะเน้นช่องทางนี้มากขึ้น” สำหรับเทคนิคการเพาะพันธุ์ปลากัด หญิงสาวแนะนำบรรดามือใหม่ว่า หากเพิ่งเริ่มเพาะพันธุ์ปลา ให้เริ่มจากสายพันธุ์ที่ชอบก่อน เพราะจะมี
