ไม้ดอกไม้ประดับ
ต้นโมก เป็นพรรณไม้ยืนต้นขนาดกลาง ที่มีความสูงประมาณ 2-12 เมตรขึ้นไป ผิวเปลือกของลำต้นมีสีน้ำตาล กิ่งก้านจะแตกรอบๆ บริเวณต้นแบบไม่มีระบบ ใบเป็นใบเดี่ยวออกเรียงกันเป็นคู่ เป็นรูปไข่ ดอกมีสีขาว การออกดอกของต้นโมกจะคว่ำหน้าลงสู่พื้น ดอกมีกลิ่นหอม ลักษณะเป็นช่อ ใน 1 ช่อ มีดอกประมาณ 4-8 ดอก ด้านความเชื่อของคนไทยสมัยก่อนเชื่อกันว่า บ้านใดปลูกต้นโมกไว้ประจำบ้าน จะทำให้เกิดความสุขและช่วยปกป้องคุ้มครองภัยอันตราย นอกจากนี้ ยังมีความเชื่อกันด้วยว่า เปลือกของต้นโมกนั้นสามารถใช้ป้องกันพิษของสัตว์ต่างๆ ได้ และช่วยเสริมความเป็นสิริมงคลให้แก่บ้านและผู้ที่อยู่อาศัยมากขึ้น ต้องทำการปลูกต้นโมกไว้ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือในวันเสาร์ ปัจจุบัน จำนวนพื้นที่อยู่อาศัย โดยเฉพาะบ้านจัดสรรต่างๆ เริ่มมีมากขึ้น ไม้ดอกไม้ประดับจึงยังเป็นที่ต้องการ ดังนั้น ต้นโมกจึงได้รับความนิยมมากขึ้น เพื่อใช้ตกแต่งบ้านเรือนให้มีความสวยงาม คุณสมศักดิ์ โสขุมา อยู่บ้านเลขที่ 133 หมู่ที่ 1 ตำบลนางบวช อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี มีอาชีพทำนา เพราะชาวบ้านในพื้นที่บริเวณนี้ส่วนใหญ่ทำนาเป็นอาชีพหลัก ซึ่งช่วงวิกฤตแล้งเช่นนี้ทำให้ไม่มี
จันทน์ผาด่าง หรือจันลาย ตามภาษาชาวบ้าน มีแหล่งกำเนิดอยู่บนภูเขาตามหน้าผาสูงชัน พบเห็นได้ยากมาก ย้อนไปเมื่อ 10-20 ปีก่อน จะมีราคาต่อกิ่งเป็นจำนวนเงินสูงมากในกลุ่มผู้นิยม โดยทั่วไปแล้วจันทน์ผาธรรมดา (ไม้ใบเขียว) ถือว่าเป็นไม้ประดับแนวหน้าที่คนส่วนใหญ่รู้จักกันเป็นอย่างดี ด้วยรูปทรงที่มีความหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นทรงของลำต้น หรือทรงของใบ นิยมนำไปจัดสวน ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม รีสอร์ต หรือบ้านพักที่อยู่อาศัย และเป็นไม้ที่ปลูกง่าย ทนทานต่อโรค ทนต่อทุกสภาพอากาศ ต้องการน้ำน้อยและเหมาะกับการจัดสวนหย่อมทุกรูปแบบ ใบสั้น สเตียร์ แต่สิ่งที่อยากจะนำเสนอนั้น ก็คือความแปลกและหายากของจันทน์ผา มีชื่อเรียกกันในนามว่า จันทน์ผาด่าง ที่มีกลุ่มผู้นิยมเสาะหาไม้ด่างชนิดนี้แบบว่าให้ราคาต่อต้น ต่อกิ่งสูงกันเลยทีเดียว ด้วยความหลงใหลในสีสัน ลาย ความแปลกหายากนั่นเอง คุณพรรณนรินทร์ ศรีเพ็ชร์ หรือ เอก เขาแหลม อยู่บ้านเลขที่ 15 หมู่ที่ 15 ตำบลวังทอง อำเภอวังสมบูรณ์ จังหวัดสระแก้ว 27250 เป็นอีกคนหนึ่งที่ชื่นชอบในเรื่องของต้นไม้ บวกกับที่บ้านก็ทำสวนผลไม้ เข้าสวนเป็นประจำอยู่แล้ว ปัจจุบัน คุณพรรณนรินทร์ หรือ เอก เขาแหลม มีอาชี
ชื่อสามัญ Philodendron Pink Princess ชื่อวิทยาศาสตร์ Philodendron erubescens วงศ์ Araceae ป่าเดียวกัน…ฉบับนี้ขอพลิกโฉมจากไม้ป่าเป็นไม้ประดับแสนสวยดูบ้าง…ถึงแม้ว่าไม้ประดับเหล่านี้ถิ่นกำเนิดไม่ได้อยู่ในไทย แต่ก็ปรับตัวรับแสงแดดในเมืองไทยได้เป็นอย่างดี และก็ปลูกเป็นที่แพร่หลาย จนกลมกลืนไปทั่วผืนป่าแล้ว ต้องขอบคุณสถานการณ์โควิดที่ทำให้คนเห็นคุณค่าของต้นไม้ จนปีนี้เป็นปีทองของไม้ประดับ ไม้ฟอกอากาศ ยิ่งเป็นไม้ด่างด้วยแล้ว กระเป๋าฉีกไปตามๆ กัน เสน่ห์อยู่ที่ใบสีชมพู และสีเขียวเข้มสวยงาม ใบใหม่จะออกมามีสีชมพู แต่เมื่อโตขึ้นใบสีชมพูเหล่านั้นจะค่อยๆ กลายเป็นใบเขียว ใบเขียวจุดชมพู หรือครึ่งเขียวครึ่งชมพูก็เป็นได้ ราคาในตลาดตอนนี้เขานับใบขายกันเลยทีเดียว ถ้ามีชมพูจุดน้อยๆ ก็ไม่แพงนัก แต่ถ้าใบเป็นสีชมพู หรือฮาฟราคาจะสูงทันทีเลย ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ฟิโลเดนดรอน พิงค์ปริ๊นเซส เป็นไม้อยู่ในวงศ์บอน Araceae มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Philodendron erubescens เป็นสายพันธุ์จากป่าฝนเขต
หลากพูดถึงดอกกุหลาบสีแดง ที่ใช้ในวันสำคัญต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นช่วงเทศกาล หรือนำไปร้อยใส่มาลัย คงต้องนึกถึงกุหลาบพันธุ์ฟูซีเลีย ซึ่งกุหลาบสายพันธุ์ฟูซีเลีย จะเป็นกุหลาบสีแดง อยู่ในกลุ่มกุหลาบมอญ ที่มีความสวยงาม ออกดอกได้ไว ให้ผลผลิตจำนวนมาก สามารถนำไปใช้ได้หลากหลายโอกาส คุณไชยา สิทธิปราชญางกูล อาศัยอยู่ที่ อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา ไร่ คุณไชยา ประกอบอาชีพเกษตรกร ปลูกกุหลาบพันธุ์ฟูซีเลียตัดดอก และกิ่งชำกุหลาบพันธุ์ฟูซีเลีย ปลูกกุหลาบพันธุ์ฟูซีเลีย บนพื้นที่ 10 ไร่ คุณไชยา บอกว่า จุดเริ่มต้นที่เริ่มมาปลูกกุหลาบพันธุ์ฟูซีเลีย เนื่องจากคุณพ่อมีเพื่อนๆ ที่ปลูกกุหลาบพันธุ์ฟูซีเลียตัดดอก และกิ่งชำกุหลาบพันธุ์ฟูซีเลีย วันหนึ่งเพื่อนๆ ของคุณพ่อก็ได้มีการชักชวนให้ลองปลูกกุหลาบพันธุ์ฟูซีเลีย คุณพ่อของคุณไชยา จึงศึกษาข้อมูลและวิธีการปลูก การดูแลต่างๆ จากเพื่อนๆ ที่ปลูกกุหลาบพันธุ์ฟูซีเลีย คุณไชยา จึงเข้ามาช่วยคุณพ่อทำการตลาด ว่าจะหาตลาดจากไหน ระหว่างนั้นคุณไชยาก็ได้เรียนรู้ข้อมูลการปลูกการดูแลจากคุณพ่อ ปัจจุบัน คุณไชยา ประกอบอาชีพเกษตรกร ปลูกกุหลาบพันธุ์ฟูซีเลียตัดดอก และกิ่งชำกุหลาบพันธุ์ฟูซ
หมากแดง เป็นพรรณไม้ที่มีลักษณะเด่นตรงที่มีหน่อกาบใบ และก้านใบเป็นสีแดงทั้งหมด ซึ่งลักษณะของลำต้นเหมือนกับพวกปาล์มทั่วไปคือ เป็นข้อปล้อง เปลือกต้นสีน้ำตาลเรียบ มีกาบใบห่อลำต้นเป็นสีแดงสด ลำต้นสูงประมาณ 15 ฟุต ใบ เป็นใบรวม ก้านทางใบจะประกอบด้วยใบหลายใบ ทางใบมีความยาวประมาณ 3-4 ฟุต ส่วนใบย่อยเรียงยาวประมาณ 18 นิ้ว มีสีเขียว ซึ่งลักษณะของใบคล้ายกับปาล์มทั่วไป แต่มีสิ่งที่สวยสะดุดตากว่าปาล์มชนิดอื่นคือ ก้านใบและก้านทางใบเป็นสีแดงสด ดอกของหมากแดงออกเป็นช่ออยู่ตามข้อของต้นใต้กาบใบ มีความยาวประมาณ 1-2 ฟุต เมื่อดอกร่วงโรยจะติดผลที่มีขนาดเล็กเท่าเม็ดถั่วเขียวหรือใหญ่กว่าเล็กน้อย ผลเมื่อแก่แล้วจะเป็นสีดำ จึงนิยมนำเมล็ดมาเพาะเพื่อขยายพันธุ์ แต่หมากแดงสามารถขยายพันธุ์ด้วยการแยกหน่อมาทำการปักชำได้อีกด้วย หมากแดงเป็นพรรณไม้ที่ชอบอยู่ที่ร่มรำไร ไม่ชอบแสงแดดจัด เพราะถ้าถูกแดดตลอดทั้งวันจะทำให้สีแดงจางไป มองดูไม่สวยงาม และที่สำคัญควรปลูกหมากแดงในดินร่วนปนทราย เก็บความชื้นได้ดี เพราะหมากแดงต้องการน้ำมาก ไม่ชอบความแห้งแล้ง นาวาเอกประเภท มาอ่วม อยู่บ้านเลขที่ 11/2 หมู่ที่ 1 ตำบลบางกระสอบ อำเภอพระประแดง จัง
จากสภาพความเสื่อมโทรมและการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติ ที่ได้สร้างความเสียหายต่อพืชผลทางการเกษตร โดยเฉพาะข้าวโพด ทั้งด้านราคา ปริมาณ และคุณภาพที่ลดลงเกือบทุกๆ ปี ทำให้เกษตรกรในหลายพื้นที่หันมาปลูกพืชเสริมอย่างทานตะวันหลังเก็บเกี่ยวพืชหลัก จนทานตะวันกลายเป็นพืชเศรษฐกิจชนิดใหม่ที่สร้างรายได้ให้กับพี่น้องเกษตรกรในจังหวัดลพบุรีและพื้นที่ใกล้เคียงได้เป็นอย่างดี นอกจากทานตะวันจะสามารถสร้างรายได้ให้กับพี่น้องเกษตรกรแล้ว ความสวยงามของทุ่งดอกทานตะวันที่ชูช่อบานสะพรั่งสู้กับพระอาทิตย์ในหลายๆ พื้นที่ ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเที่ยวชมจนเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของจังหวัดลพบุรีจนทุกวันนี้ ทุ่งดอกทานตะวัน จังหวัดลพบุรี เป็นแห่งแรกที่ได้รับการโปรโมตให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวอันดับต้นๆ ของประเทศ ซึ่งมีแหล่งปลูกจะกระจายอยู่ทั่วไปในเขตอำเภอเมือง อำเภอพัฒนานิคม อำเภอชัยบาดาล ในทุกปีดอกทานตะวันจะบานสะพรั่งดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวชมกันเป็นจำนวนมาก ทานตะวันเป็นพืชทนแล้งที่เกษตรกรนิยมปลูกหลังจากข้าวโพด เมล็ดทานตะวันจะมีสารอาหารที่มีคุณค่า นิยมใช้สกัดทำน้ำมันปรุงอาห
กระบองเพชร (Cactus) เป็นพรรณไม้ที่มีขนาดต้นเล็กจนถึงขนาดปานกลาง ลำต้นมีสีเขียวหรือเขียวคล้ำ มีขนและหนามรอบลำต้นแล้วแต่ชนิดพันธุ์ บางสายพันธุ์มีดอกและสีที่แตกต่างกันไป เช่น สีแดง สีเหลือง หรือสีขาว ขนาดของดอกเล็กใหญ่ตามชนิดสายพันธุ์ กระบองเพชรโดยทั่วไปหลายๆ ชนิดอยู่ตามทะเลทรายและมีอยู่ตามป่าธรรมชาติ ซึ่งกระบองเพชรที่ขายทั่วไปตามท้องตลาด จะมีลักษณะที่เล็กแบบบอนไซหรือบางชนิดมีขนาดกลาง หนามทั่วลำต้นที่เห็น คือใบที่พัฒนากลายมาเป็นหนาม เพื่อลดการคายน้ำ ด้านความเชื่อเรื่องการปลูกกระบองเพชร แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม โดยกลุ่มความเชื่อหนึ่งเชื่อกันว่าการปลูกกระบองเพชรไว้ในบ้านเป็นสิ่งไม่ดี เพราะกระบองเพชรเป็นพืชที่มีหนามจะทำให้หนามทิ่มแทงคนในบ้าน ทำให้เกิดอุปสรรคเกิดปัญหาในชีวิต มีแต่ขวากหนามในการดำเนินชีวิต ส่วนอีกกลุ่มความเชื่อหนึ่ง เชื่อว่าการปลูกกระบองเพชรเป็นสิ่งที่ช่วยเสริมโชคลาภ เพิ่มพูนเงินทอง ทำให้กิจการงานต่างๆ เจริญก้าวหน้า ยิ่งถ้ากระบองเพชรที่ปลูกออกดอกสวยงาม ผู้ปลูกจะมีโชคลาภเงินทองไม่ขาดมือ แต่ด้วยประการทั้งปวง หากบ้านไหนมีเด็กเล็กๆ ซุกซน ผู้เขียนขอแนะนำว่าไม่ควรปลูกอย่างยิ่ง หรือถ้าปลูก
มะสัง เป็นไม้ยืนต้นแผ่กิ่งก้านจำนวนมาก ลำต้นและกิ่งก้านมีหนามแหลมยาว แข็ง ใบประกอบแบบขนนก แผ่นใบโค้งขึ้นด้านบนเล็กน้อย สีเขียวเข้ม เป็นมันวาว ตามผิวใบมีต่อมน้ำมัน ดอกออกเป็นช่อแยกแขนงที่ซอกใบ คล้ายดอกกระถิน เป็นปุยๆ มีสีขาว มีลักษณะผลทรงกลมสีเขียวคล้ายผลมะนาว ผิวเปลือกของผลมีลายเป็นคลื่น เปลือกแข็งและหนามาก ผลอ่อนเปลือกสีเขียว เมื่อแก่จัดสีน้ำตาล มีเมล็ดจำนวนมาก การนำมาใช้ประโยชน์หลักๆ แล้วจะนิยมมาทำเป็นไม้ประดับ โดยเฉพาะการดัดเข้ากับลวดเพื่อให้เกิดเป็นทรงต่างๆ ตามที่ต้องการ พร้อมทั้งนำมาจัดในสวนถาดหรือปลูกลงกระถาง สร้างเป็นไม้แคระหรือบอนไซก็เกิดความสวยงามไม่น้อยทีเดียว คุณประเสริฐ ศรีสุข อยู่บ้านเลขที่ 1 หมู่ที่ 6 ตำบลดงขี้เหล็ก อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี ได้ปลูกต้นมะสังเป็นอาชีพมากว่า 30 ปี พร้อมทั้งพัฒนาการปลูกมาเรื่อยๆ โดยนำมาจัดเป็นไม้ในสวนถาดสร้างมูลค่าเพิ่มเกิดเป็นรายได้มากขึ้น ส่งผลให้เป็นอาชีพมาจนถึงทุกวันนี้ คุณประเสริฐ เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนนั้นยึดอาชีพทำสวนไผ่และไม้ผลสร้างรายได้ ต่อมาได้ปรับเปลี่ยนมาทำไม้ประดับเพื่อให้สอดรับกับความต้องการของตลาดคือ การปลูกต้นมะสัง เพราะตล
ปัจจุบัน ไม้ดอกไม้ประดับมีความจำเป็นต่อชีวิตความเป็นอยู่ของมนุษย์มากขึ้น ทั้งนี้ เพราะมนุษย์มิใช่มีความต้องการเฉพาะปัจจัยสี่เท่านั้น แต่ยังต้องการจัดสภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัยให้เกิดความร่มรื่น สวยงามน่าอยู่อีกด้วย เช่น มีการจัดสวน ตกแต่งอาคาร สถานที่ บ้านพักอาศัย อาคารสำนักงาน โรงเรียน และสถานที่ต่างๆ ให้เกิดความสวยงาม จะเห็นได้ว่า การผลิตไม้ดอกไม้ประดับเพื่อการค้า นับวันจะมีความสำคัญทางเศรษฐกิจและได้รับความสนใจมากขึ้น และมีมูลค่าของผลิตภัณฑ์สูงเท่าเทียมกับผลิตผลทางการเกษตรสาขาอื่นๆ จนสามารถสร้างรายได้ให้กับผู้จำหน่ายไม้ดอกไม้ประดับได้อย่างงดงาม อาจารย์ราตรี สะดีวงศ์ หรือ อาจารย์หมวย มีภูมิลำเนาอยู่บ้านเลขที่ 999 หมู่ที่ 2ตำบลไร่น้อย อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี มีอาชีพหลักคือ รับราชการ ในตำแหน่ง รองผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคนิคพิบูลมังสาหาร อำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี ส่วนอาชีพเสริมคือ ผลิตและจำหน่ายไม้ดอกไม้ประดับและต้นไม้ดัด รวมทั้งไม้ผลนานาชนิด จนสามารถสร้างรายได้เดือนละไม่ต่ำกว่าหลักแสนบาท คุณบุญเชิด และ อาจารย์ราตรี สะดีวงศ์ อาจารย์ราตรี เล่าว่า เมื่อก่อนตนเป็นอาจารย์สอนอยู
ชื่อวิทยาศาสตร์ Anacardium occidentale L. ชื่อสามัญ Cashew nut ชื่อวงศ์ Anacardiaceae ชื่ออื่นๆ กาหยู กาหยี (ภูเก็ต พังงา ตรัง) มะม่วงหิมพานต์ (กลาง) ยาร่วง ย่าโห้ย ย่าหวัน (พัทลุง สงขลา) ม่วงเล็ดล่อ ท้ายล่อ มะม่วงสิงหล ม่วงชูหน่วย (สุราษฎร์ธานี) หัวโหม่ง ผมถูกนำชื่อไปใช้ในความหมายที่ต้องมีคำอธิบาย เพราะบริบทการตีความขึ้นอยู่กับบรรยากาศ อารมณ์ ในภาษาถิ่นทางภาคใต้ อาจจะมีความหมายถึงคำเรียกของผู้ใหญ่กับเด็กซนๆ เชิงล้อเล่น น่ารักๆ เท่าๆ กับ “บักหำน้อย” แต่หากอารมณ์เกลียด อาจจะเป็นคำด่า ผู้ชายหลอกลวงปลิ้นปล้อน หรือเย้ยหยันก็ได้ “ไอ้…หัวครก” จึงถูกจัดเป็นคำติดลบ สบถ หรือคำอุทานประชด แต่ก็ดีนะที่ยังไม่เคยได้ยิน ว่า “อี..หัวครก” ผมแปลกใจตัวเอง กับคำว่า “ยาร่วง” คืออะไร และที่เรียก “ม่วงเล็ดล่อ”(เมล็ดโผล่) หรือ “ท้ายล่อ” สอดคล้องกับ “ม่วงชูหน่วย” ของชาวอำเภอกาญจนดิษฐ์ สุราษฎร์ธานี ที่เรียกลักษณะเมล็ดโผล่ออกนอกเนื้อ ชูผลลอยไว้ ส่วนที่สงสัยที่สุดคือ ในภาษาเขียน ทำไมเขียนว่า “เม็ดมะม่วงหิมพานต์” ไม่ได้เขียนว่า “เมล็ดมะม่วงหิมพานต์” มะม่วงหิมพานต์ พืชตระกูลเดียวกับมะม่วง แต่แปลกอยู่ที่เห็นเมล็ดอยู
