ไม้ดอกไม้ประดับ
สับปะรดสี (Bromeliad) เป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว ที่มีถิ่นกำเนิดแถวทวีปอเมริกา สามารถเจริญเติบโตได้ในป่าดงดิบชื้น จนถึงสภาพแวดล้อมที่แห้งแล้งทะเลทราย สับปะรดสีมีรูปร่างขนาด และสีสันสวยงาม ลักษณะของใบ มีหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่ใบกว้างจนถึงใบแคบคล้ายใบหญ้า รูปทรงของใบมีทั้งขอบใบเรียบ ขอบใบหยัก และขอบใบเป็นหนาม ใบจะทับกันแน่นโดยรอบฐาน ทำให้ส่วนยอดของสับปะรดสีดูคล้ายมีอ่างน้ำอยู่ตรงกลางยอด น้ำที่ขังอยู่บนยอดจะช่วยกักเก็บน้ำไว้ให้ใช้ในช่วงอากาศแห้ง รากของสับปะรดสี เป็นระบบรากฝอย ที่ทำหน้าที่ดูดอาหาร ความชื้นและยึดเกาะ ซึ่งรากแต่ละสายพันธุ์จะมีความแตกต่างกันออกไป ขึ้นอยู่กับชนิดของสายพันธุ์นั้นๆ บางสายพันธุ์ก็เป็นระบบรากอากาศ จึงทำให้สับปะรดสีขึ้นชื่อว่าเป็นไม้ประดับที่มีความสวยงาม นิยมนำมาจัดสวน เพราะสามารถอยู่ได้นานถึง 8-10 วัน โดยไม่ต้องรดน้ำ ด้วยความมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวนี้เอง คุณพรทิพย์ ทองคำ เจ้าของสวนสับปะรดสีเจ๊เป็ด ติดกับสะพานลอย ตรงข้ามโรงเรียนอาชีวะรักธรรม อยู่หมู่ที่ 4 ตำบลนาโพธิ์ อำเภอสวี จังหวัดชุมพร เจ้าของสวนสับปะรดสีที่จำหน่ายได้ดีในย่านนี้ก็ว่าได้ โดยเลือกมาปลูกเลี้ยงและขยายพันธุ์ยั
คุณพูลศักดิ์ คำหอม อยู่บ้านเลขที่ 422 หมู่ที่ 5 ตำบลสามชุก อำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นอีกหนึ่งครอบครัวที่ได้ทำอาชีพร้อยพวงมาลัย เรียกง่ายๆ ว่า เป็นอาชีพที่เป็นรายได้หลักของครอบครัวเลยก็ว่าได้ โดยไม้ดอกที่นำมาร้อยเขาจะเน้นปลูกเองเป็นส่วนใหญ่ จึงทำให้ได้นำผลผลิตคือดอกมะลิมาใช้ ส่วนที่มากเกินก็ส่งจำหน่าย จึงเกิดเป็นรายได้มากขึ้นหลากหลายทางอีกด้วย คุณพูลศักดิ์ เล่าให้ฟังว่า ครอบครัวก็มีที่นาอยู่บ้างโดยสินค้าทางการเกษตรก็ไม่แน่นอน ต่อมาครอบครัวจึงได้เริ่มที่จะร้อยพวงมาลัยจำหน่าย คุณแม่ก็ได้ปลูกสวนมะลิขึ้นมาด้วย เพื่อให้มีวัตถุดิบมาใช้สำหรับร้อยพวงมาลัย ต่อมาเมื่อเขาโตขึ้นจนเรียนจบระดับปริญญาตรี สาขาวิศวกรรมโทรคมนาคม มหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ก็ได้ทำงานเป็นฟรีแลนซ์เกี่ยวกับวิศวกร จึงมีเวลาว่างในช่วงที่ยังไม่ได้ไปติดตั้งงานระบบ ทำให้มีเวลากลับมาอยู่บ้านบ่อยๆ เมื่อเห็นดงมะลิที่ครอบครัวปลูกก็รู้สึกว่าน่าจะมีผลผลิตได้มากกว่านี้ จึงเป็นจุดเริ่มต้นให้เขามาสนใจการปลูกมะลิในเวลาต่อมา “บอกเลยว่าเกษตร ตอนเด็กๆ ก็ไม่ได้สนใจมากเท่าไร เห็นที่บ้านทำเราก็ช่วยแต่ไม่ได้ศึกษาอะไรจริงจัง พอโตขึ้
ชบา ปัจจุบันมีการนำพันธุ์ใหม่ๆ เข้ามาปลูกในบ้านเรามากขึ้น มีดอกสีสันสวยงาม การติดดอกแล้วร่วง เกิดได้จากหลายกรณี ตั้งแต่ให้น้ำมากเกินไปก็ทำให้ดอกร่วงได้ ประการสำคัญต้นไม่สมบูรณ์ อาหารไม่พอ ควรใส่ปุ๋ยให้บ้าง โดยใช้ปุ๋ย สูตร 15-15-15 หรือ 16-16-16 เพียงเล็กน้อย จะช่วยให้ติดดอกดีขึ้น กุหลาบ เป็นไม้ที่เลี้ยงยาก เพราะเป็นไม้ที่ต้องการอากาศหนาวเย็น จึงปลูกได้ดีที่จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย อำเภอภูเรือ จังหวัดเลย อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา กาญจนบุรี และราชบุรี บางอำเภอ ส่วนใหญ่แล้วกุหลาบที่ใส่กระถางนำมาจำหน่าย มักนำมาจากพื้นที่ดังกล่าว เมื่อนำมาปลูกในถิ่นอื่นมักไปไม่รอด อย่างไรก็ตาม หากต้องการปลูกด้วยใจรักย่อมทำได้ เริ่มจากเปลี่ยนกระถาง ปรุงดินให้โปร่ง ร่วนซุย อย่าให้น้ำขังแฉะขณะรดน้ำ หรือหลังจากฝนตก และควรพรางแสงด้วยซาแรนสีดำ ทั้งด้านบนและแนวตั้งด้านข้างที่มีลมพัดแรง ตัดแสงลงอย่างน้อย 30 เปอร์เซ็นต์ ให้ปุ๋ยชนิดละลายช้า สูตร 15-15-15 หรือ 12-24-12 คราวละ 1 ช้อนชา ทุกๆ 2 เดือน จะช่วยลดปัญหาข้างต้นลงได้ มะนาว ที่ติดผลดกต้องบำรุงต้นให้สมบูรณ์ สูตร 15-15-15 อัตรา 2 ช้อนโต๊ะ ต่อ 1 วงบ
คุณสมาน ดวงอานนท์ อยู่บ้านเลขที่ 143 หมู่ที่ 5 ตำบลลำพญากลาง อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี เป็นผู้ที่ชื่นชอบและหลงใหลในการปลูกชวนชมเป็นอย่างมาก ในตอนแรกมีความคิดแค่จะปลูกไว้เพื่อความสวยงามเป็นไม้ประดับ แต่กลับเป็นไม้ที่สร้างรายได้ให้กับเขาได้ในเวลาต่อมา คุณสมาน เล่าให้ฟังว่า มีอาชีพเลี้ยงโคนมมาตั้งแต่ปี 2540 ต่อมาได้มีโอกาสไปชมงานประกวดเกี่ยวกับชวนชม จึงเกิดความชื่นชอบอย่างบอกไม่ถูก โดยเฉพาะเมื่อเห็นดอกของชวนชมที่ออกมาชวนหลงใหล จึงตัดสินใจที่อยากจะปลูกตั้งแต่นั้นมา “ตอนนั้นประมาณปี 50 ได้ไปดูงานประกวด รู้สึกประทับใจมาก มันสวยอย่างบอกไม่ถูก เริ่มแรกๆ ก็ซื้อมาปลูกเล่นๆ ก่อน เหมือนเป็นไม้ประดับทั่วไป แต่พอเราเริ่มมีความชำนาญมากขึ้น ผลิตกิ่งพันธุ์ออกมาได้สวย คนที่พบเห็นก็เริ่มเข้ามาดู อยู่ไปอยู่มามันก็กลายมาเป็นธุรกิจสร้างรายได้ให้เราได้อีกทาง” คุณสมาน เล่าถึงความเป็นมา คุณสมาน บอกว่า ช่วงที่ซื้อชวนชมมาปลูกเลี้ยงในระยะแรกๆ นั้น เรียกได้ว่าชอบแบบเข้าขั้นบ้าก็ว่าได้ เพราะจะหมดเงินเท่าไรไม่ว่า แต่ขอให้ได้มีต้นพันธุ์ที่ต้องการเข้ามาอยู่ภายในสวนของเขาเท่านั้นพอ ชวนชมที่มาอยู่ภายในสวนทั้งหมด คุณส
กรมวิชาการเกษตร อวดโฉม ปทุมมา 4 พันธุ์ใหม่ สร้างความแปลกใหม่ในวงการไม้ดอกไม้ประดับ ชูจุดเด่นสุดทุกพันธุ์ สีสันสะดุดตา ออกดอกไว ให้ผลผลิตช่อดอกมาก ก้านช่อดอกตรง แข็งแรง อายุการใช้งานนานทั้งในกระถางและปักแจกัน หวังรักษาตลาดส่งออกพร้อมรองรับความต้องการตลาดต่างประเทศไม่น้อยกว่า 200 ล้านบาท/ปี นางสาวเสริมสุข สลักเพ็ชร์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า พืชกลุ่มกระเจียวและปทุมมา เป็นไม้ดอกเมืองร้อนที่มีสีสันสวยงาม โดดเด่น สะดุดตา มีรูปทรงที่สง่า มีความคงทนของอายุการออกดอกบนต้นและอายุการปักแจกัน ชาวต่างชาติจึงขนานนามไม้ดอกชนิดนี้ว่า สยามทิวลิป ประเทศไทยมีพื้นที่การผลิตปทุมมาประมาณ 400 ไร่ แหล่งผลิตใหญ่อยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน เลย ชัยภูมิ และกาญจนบุรี ถือเป็นไม้ดอกเศรษฐกิจที่สำคัญ มีการส่งอออกไปต่างประเทศมากเป็นอันดับ 2 รองจากกล้วยไม้ มีมูลค่าการส่งออก 30 – 40 ล้านบาท/ปี ในขณะที่ตลาดโลกมีความต้องการหัวพันธุ์ปทุมมาไม่น้อยกว่า 200 ล้านบาท/ปี ศูนย์วิจัยพืชสวนเชียงราย กรมวิชาการเกษตร เป็นแหล่งรวบรวมสายพันธุ์ไม้ดอกไม้ประดับประเภทเหง้าและอื่นๆ โดยเฉพาะดอกปทุมมาและกระเจียวมากกว่า 500
ชื่อวิทยาศาสตร์ Thevetia peruviana (Pers.) K. Schum ชื่อสามัญ Yellow oleander, Lucky bean, Trumpet flower ชื่อวงศ์ APOCYNACEAE ชื่ออื่นๆ กระบอก กระทอก ยี่โถฝรั่ง รำพน แซะศาลา แซน่าวา นารีรำพึง นารีสะดุ้ง หนูถูกกล่าวหาว่า “สวยแต่มีพิษ” แต่หนูไม่สนใจคำนินทา เพราะภูมิหลังของหนูน่าภูมิใจ ที่มีประวัติจากทวีปอเมริกา และตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 ส่งคณะสงฆ์ไปประเทศศรีลังกา นำต้นรำเพยกลับมาถวายพระองค์ ซึ่งได้รับพระราชทานชื่อ “รำเพย” ก็ถูกจัดเป็นไม้มงคล ทั้งยังเป็นต้นไม้ประจำโรงเรียนเทพศิรินทร์ ตามสีใบ และดอก แล้วรู้จักกันว่า “ลูกแม่รำเพย” ส่วนที่ปลื้มอีกอย่างคือ ยังมีชื่อในบทพระนิพนธ์เจ้าฟ้าธรรมธิเบศร ในกาพย์เห่เรือ ตอนเห่ชมไม้ ว่า “รวยรินกลิ่นรำเพย คิดถึงเคยเชยกลิ่นปราง นั่งแนบแอบเอวบาง ห่อนแหห่างว่างเว้นวัน ฯลฯ” เรื่องกลิ่นนี้ก็มีเสียงวิพากษ์กันว่า ดอกรำเพยไม่มีกลิ่น บ้างก็ว่ามีกลิ่นหอมอ่อนๆ บางเวลา จึงเป็นที่มาของบทเพลงมากมายหลายค่ายเพลง เช่น “ลมรำเพยเจ้าเอย เจ้าเคยคิดถึงคนรักบ้างไหม เจ้าพัดมาไกล จะไปหาใครหนใด…ฯลฯ” อีกบทเพลงว่า “ลมรำเพยอกเอ๋ยจำได้ กลิ่นดอกไม้ทรามวัยใช้แนมแซมผม เจ้าใช
บัว เป็นพืชประเภทล้มลุกมีหัวอยู่ในดิน การเจริญเติบโตชูใบและดอกขึ้นมาบนผิวน้ำ ใบมีลักษณะแตกต่างกันไปตามสายพันธุ์ ดอกเป็นกลีบที่เรียงซ้อนกันหลายชั้น แต่ละสายพันธุ์มีขนาดและสีสันของดอกเป็นเอกลักษณ์แตกต่างกัน มีความสวยงดงาม สมดังที่ได้รับการยกย่องให้เป็น “ราชินีแห่งไม้น้ำ” บัว นับว่ามีความสำคัญกับมนุษย์มาอย่างยาวนาน จะเห็นได้จากศิลปะแขนงต่างๆ ก็จะนำบัวเข้ามาร่วมกับวิถีชีวิตประจำวัน เช่น พิธีกรรมทางศาสนา การนำใบบัวมาห่ออาหาร ตลอดจนเป็นอาหารและสมุนไพรเพื่อเป็นยา นักพฤกษศาสตร์จำแนกบัวเป็น 2 วงศ์ (Family) ได้แก่ 1.วงศ์ไม้น้ำก้านแข็ง (Nelumbonaceae) มีชื่อที่เรียกสามัญในภาษาอังกฤษว่า Lotus มีลักษณะก้านแข็ง บัวในวงศ์นี้มีเพียงสกุล (Genus) เดียว คือ สกุล Nelumbo (ปทุมชาติ) เช่น บัวหลวง บัวฉัตร และบัวแหลม วงศ์ไม้น้ำก้านอ่อน (Nymphaeaceae) มีชื่อสามัญที่เรียกในภาษาอังกฤษว่า Waterlily ที่รู้จักกันเป็นบัวสาย ก้านมีลักษณะที่อ่อน มีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนและเขตอบอุ่นหนาว บัวในวงศ์นี้มีด้วยกัน 6 สกุล (Genus) คือ สกุล Barclaya, สกุล Euryale, สกุล Nuphar, สกุล Nymphaea, สกุล Ondinea และ สกุล Victoria จาก 6 สก
กุหลาบ ถือเป็นไม้ดอกที่มีการปลูกอย่างแพร่หลายเพื่อเป็นการค้าทั่วโลก เป็นอีกหนึ่งพรรณไม้ที่มีมากมายหลากหลายชนิดและหลายสายพันธุ์ มีทั้งไม้พุ่มและพันธุ์เตี้ย และพันธุ์ต้นสูง ลำต้นและกิ่งก้านของกุหลาบส่วนมากจะมีหนามแหลมและสีเขียว ใบของกุหลาบนั้นเป็นใบร่วมแตกตามกิ่งก้านเฉียงๆ ก้านใบจะมีหูใบด้วย ใบมีสีเขียว ปลายแหลม โคนใบมน ขนาดของใบนั้นจะขึ้นอยู่กับพันธุ์ของต้นกุหลาบนั้นๆ ส่วนดอกของกุหลาบมีหลายสีสัน ตั้งแต่สีแดง สีเหลือง สีขาว สีชมพู ฯลฯ ซึ่งดอกของกุหลาบจะมี 5 กลีบขึ้นไป ขอบดอกมีลักษณะเรียบ มีเกสรตัวผู้และตัวเมียในดอกเดียวกัน ส่วนการขยายพันธุ์ของกุหลาบนั้น สามารถขยายพันธุ์ด้วยกันได้หลายวิธีคือ การตอนกิ่ง การทาบกิ่ง การติดตา และการปักชำ การบำรุงต้นของกุหลาบควรใส่ปุ๋ยเล็กน้อยหากต้องการให้ออกดอกอยู่เสมอ พร้อมทั้งปลูกให้อยู่ในพื้นที่ที่มีแสงแดดตลอดวัน ก็จะช่วยให้กุหลาบมีสีสันที่สวยงาม ปัจจุบันประเทศไทยมีการปลูกกุหลาบเพื่อตัดดอกจำหน่าย และบางส่วนปลูกแบบขยายพันธุ์พร้อมให้ออกดอกแล้วจำหน่ายพร้อมต้น อยู่ทั่วทุกภาคของประเทศ โดยมีแหล่งปลูกสำคัญ ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ ตาก นครปฐม ชลบุรี กาญจนบุรี ฯลฯ
เฟื่องฟ้า เป็นพรรณไม้เถาเลื้อยที่มีลำเถาแข็งแรงและตามเถาจะมีหนามแหลมคมติดอยู่เป็นระยะๆ ซึ่งเถาหากปล่อยไม่ได้ตัดแต่งสามารถเลื้อยไปได้ไกล ดังนั้น ผู้ที่ปลูกเพื่อความสวยงามจะนิยมตัดแต่งให้เป็นทรงพุ่ม ใบของเฟื่องฟ้ามีลักษณะเป็นรูปไข่ปลายใบแหลม โคนใบมน ขอบใบเรียบ ใบมีสีเขียวสด แต่บางชนิดลักษณะของใบจะเป็นรูปหัวใจก็มี โดยใบจะแตกตามลำเถาของต้นเป็นไม้ใบเดี่ยว ลักษณะของดอกที่มองเห็นอยู่ทั่วไปที่เป็นสีๆ นั้น แท้จริงแล้วเป็นใบประดับดอกซึ่งจะมีสีขาว สีบานเย็น สีแดง สีม่วงอ่อน สีม่วงแก่ สีเหลือง และบางชนิดก็มีอยู่ 2 สี คือ สีขาวและสีชมพู โดยใบประดับดอกจะแตกออกเป็นช่อใหญ่อยู่ตามส่วนยอดของต้นมีอยู่ 3 กลีบ ส่วนดอกที่แท้จริงนั้นจะอยู่ตรงกลางของกลีบใบประดับรูปเหมือนแจกันเล็กๆ ตั้งอยู่ยอดขอบแจกันสีขาวอมเขียวเป็นจักๆ ซึ่งพรรณไม้ชนิดนี้ชอบแสงแดดจัด เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนซุยและมีความชุ่มชื้นสม่ำเสมอ ต้องการน้ำปานกลาง ซึ่งจะนิยมปลูกเป็นทั้งทรงพุ่มและให้เลื้อยตามเรือนร้านที่จัดเตรียมไว้ คุณชวน คูทำนา อยู่บ้านเลขที่ 106 หมู่ที่ 9 ตำบลบ้านใหญ่ อำเภอหนองบุญมาก จังหวัดนครราชสีมา เป็นเกษตรกรผู้ปลูกเฟื่องฟ้ามาอย่
กระแสการทำเกษตรกำลังมาแรงมาก คนรุ่นใหม่ให้ความสนใจการทำการเกษตรเพิ่มมากขึ้น กระทั่งคนเมืองหลายคนก็ใฝ่ฝันถึงการมีบ้านท่ามกลางต้นไม้สีเขียว ปลูกผัก ปลูกดอกไม้ และสามารถทำรายได้จากการทำการเกษตรแบบนี้เลี้ยงตัวเองได้ แต่จะทำการปลูกพืชผล หรือต้นไม้ดอกไม้ ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ไหนจะต้องคำนึงถึงเรื่องการตลาด วิธีการปลูก การดูแล หรือการลงทุนอีก ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ที่ใครก็จะสามารถทำได้ในเวลาอันรวดเร็ว ต้องอาศัยการศึกษาและประสบการณ์ไม่น้อย กว่าจะทำการเกษตรจนประสบความสำเร็จได้ ปลูกกล้วยไม้ ที่หนองแขม พื้นที่เกษตรเดิม รูปแบบคนเมือง คุณสมศักดิ์ สัจจานุรักษ์วงศ์ เกษตรกรผู้ปลูกกล้วยไม้ และเป็นผู้แทนเกษตรกรเขตหนองแขม เล่าเรื่องราวการทำสวนกล้วยไม้ให้ฟังว่า “ก่อนหน้าที่จะมาทำกล้วยไม้ เคยทำสวนผักมาก่อน ตอนนั้นคือช่วงปี 2535 ที่ต้องเปลี่ยนมาทำสวนกล้วยไม้เพราะตอนนั้นราคาขายกล้วยไม้ดีมากๆ ราคาค่อนข้างสูง เริ่มแรกก็เอามาทดลองปลูกก่อนประมาณ 5 ไร่ ซึ่งเป็นพื้นที่ของตนที่มีอยู่แล้วในบริเวณบ้าน การปลูกกล้วยไม้ ไม่ยากแต่ก็ไม่ง่าย และการจะได้ทุนคืน ก็ค่อนข้างใช้เวลานาน อย่างผมเองก็เกือบ 2 ปีกว่าจะได้เงินทุนคืน จึงเห็
