ปศุสัตว์
การเลี้ยงหมูหลุม เป็นอีกช่องทางที่สามารถช่วยลดในเรื่องของกลิ่นได้ดี เพราะการเลี้ยงจะเน้นใส่แกลบลงไปภายในเล้า จึงทำให้ของเสียที่เกิดจากการขับถ่ายของหมู ซึมลงไปด้านล่างทำให้ไม่มีกลิ่นส่งออกมารบกวน และที่สำคัญหมูยังได้รับการปฏิบัติที่ดีไม่อยู่กันอย่างแออัด จากหลักการสำคัญนี้เองจึงทำให้หมูมีสุขภาพดี เกษตรกรสามารถลดการใช้ยาปฏิชีวนะไปภายในตัว คุณสุธี ทัศนสุนทรวงศ์ อยู่บ้านเลขที่ 22 หมู่ที่ 11 ตำบลแก้มอ้น อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี ได้ปรับเปลี่ยนจากการเลี้ยงหมูแบบวิธีเดิม มาเลี้ยงด้วยวิธีนี้ นอกจากจะช่วยให้ประหยัดในเรื่องของการใช้น้ำจำนวนมากแล้ว การเลี้ยงหมูหลุมช่วยให้ประหยัดต้นทุนการเลี้ยงได้ดี โดยเฉพาะในเรื่องของการใช้น้ำ ที่ไม่ต้องหมั่นฉีดทำความสะอาดในทุกๆ วัน แบบการเลี้ยงด้วยวิธีการเดิม คุณสุธี บอกว่า การเลี้ยงหมูหลุมถือว่าเป็นการจัดระบบฟาร์มให้ดียิ่งขึ้น เพราะหมูที่เลี้ยงจะอยู่กันอย่างไม่แออัดจนเกินไป ทำให้หมูมีพื้นที่เดินเล่น จากการทดลองจนประสบผลสำเร็จ จึงทำให้เขาได้เลี้ยงแบบครบวงจรในเวลาต่อมา คือการผลิตลูกพันธุ์จำหน่ายและบางส่วนไว้เลี้ยงขุนเองภายในฟาร์ม ก่อนที่จะนำลูกหมูมาใส่เลี้ยงเข้า
แพะนม เป็นอีกหนึ่งสัตว์เลี้ยงทางด้านปศุสัตว์ที่ได้รับความนิยม เพราะนอกจากนำตัวผู้ส่งขายได้แล้ว ตัวเมียยังสามารถผลิตลูกและรีดน้ำนมได้ทุกวันเพื่อสร้างรายได้อีกหนึ่งช่องทาง นอกจากนี้ น้ำนมแพะยังสามารถนำมาแปรรูปเพิ่มมูลค่าทำเป็นสบู่นมแพะ ซึ่งสายพันธุ์ของแพะนมที่เลือกเลี้ยงก็จะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับความชอบของเกษตรกรว่าจะเลี้ยงสายพันธุ์แบบไหนในพื้นที่และสภาพแวดล้อมที่ต้องการ คุณธนา กนกธัญธนัง เกษตรกรเลี้ยงแพะนม ตั้งอยู่หมู่ที่ 3 ตำบลทาเหนือ อำเภอแม่ออน จังหวัดเชียงใหม่ โดยเขาได้เลือกเลี้ยงแพะนมพันธุ์ซาแนนเลือดสูงเป็นหลัก เพราะแพะสายพันธุ์นี้ให้น้ำนมในปริมาณมาก สามารถรีดได้ทุกวันจนมีการกล่าวขานว่าเป็น “ราชินีแห่งนม” ลักษณะประจำพันธุ์คือ มีสีขาว มองแล้วสะอาดตา บางตัวอาจเป็นสีครีม ใบหน้าแบน ใบหูสั้น ตั้งตรงชี้ไปข้างหน้า สนใจทำปศุสัตว์ เพื่อสร้างรายได้ คุณธนา เล่าจุดเริ่มต้นของการเลี้ยงแพะนมให้ฟังว่า เมื่อเขาได้กลับมาอยู่บ้านและต้องการหาอาชีพที่มั่นคงให้กับครอบครัว โดยเขาสนใจในเรื่องของการเลี้ยงแพะนม เพราะได้ศึกษาในเรื่องของตลาดมาแล้วว่ามีแหล่งรับซื้อที่แน่นอน สามารถรีดน้ำนมจำหน่ายได้ทุก
แพะพันธุ์บอร์ เป็นแพะเนื้อที่นิยมนำมาเลี้ยงเป็นสายพันธุ์ที่มีเลือดร้อย เพราะจากการเป็นสายเลือดแท้นี้เอง จึงทำให้แพะพันธุ์บอร์เด่นในเรื่องของการให้เนื้อมาก เป็นแพะที่มีโครงสร้างขนาดตัวที่ใหญ่ โดยเกษตรกรส่วนใหญ่จะนิยมนำมาเลี้ยงเพื่อขยายพันธุ์จำหน่าย เพราะยังมีเกษตรกรหลายท่านที่ต้องการแพะพันธุ์บอร์มาต่อยอด นำไปปรับปรุงและพัฒนาแพะภายในฟาร์มให้มีคุณภาพต่อไป คุณชรินทร์ วิทยาภรณ์ หรือ คุณหนึ่ง เจ้าของแขมณรงค์ฟาร์มแพะ ตั้งอยู่เลขที่ 200 หมู่ที่ 9 ตำบลบางขุด อำเภอสรรคบุรี จังหวัดชัยนาท ดีกรีสถาปนิกหนุ่ม จากสาขาสถาปัตยกรรมและการวางแผน คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ได้ชื่นชอบในเรื่องของการทำปศุสัตว์ จึงได้มีการออกแบบวางแผนการทำฟาร์มแพะสร้างเป็นอาชีพเสริม จนเกิดรายได้ควบคู่ไปกับการทำงานประจำได้เป็นอย่างดี แพะเป็นสัตว์เลี้ยง อาชีพเสริมทำเงินได้ คุณหนึ่ง เล่าให้ฟังว่า อาชีพหลักของเขาเป็นสถาปนิก หลังจากที่แต่งงานและได้มาอยู่กับภรรยา ช่วงนั้นบ้านของภรรยามีการเลี้ยงสุกรไว้ ต่อมาจึงเกิดความสนใจในเรื่องของการเลี้ยงแพะ ทำให้ได้ศึกษาเรื่องของสายพันธุ์แพะจากแหล่งต่างๆ
ไก่เบตงเป็นไก่พันธุ์เนื้อพื้นเมืองที่นำพันธุ์มาจากมณฑลกวางไส ประเทศจีน ในอดีตที่ชาวจีนได้อพยพมาปักหลักถิ่นฐานที่อำเภอเบตง และได้นำไก่พันธุ์นี้มาเลี้ยงจนเป็นที่รู้จักแพร่หลายมาถึงปัจจุบัน ไก่เบตงถือว่าเป็นไก่ที่สร้างชื่อเสียงให้กับอำเภอเบตง จนเป็นสัญลักษณ์ของเมืองเบตง หากใครก็ตามที่ได้มาเป็นต้องมาแวะลิ้มลองความอร่อยของเมนูจากไก่เบตงพันธุ์แท้ อย่างข้าวมันไก่เบตง ไก่สับเบตง ไก่เบตงตุ๋นยาจีน ไก่เบตงคั่วเค็ม ฯลฯ ที่มีเนื้อเหนียวนุ่ม หนังกรอบ และที่สำคัญไก่เบตงเป็นไก่ที่ไร้ไขมัน จึงเป็นที่ชื่นชอบของบรรดานักชิมจากทั่วทั้งในประเทศและต่างประเทศ หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมไก่เบตงถึงมีราคาสูงกว่าไก่ชนิดอื่นๆ แต่ถึงแม้ไก่เบตงจะมีราคาที่สูง แต่ก็ยังเป็นที่ต้องการของตลาดเสมอมา เนื่องจากการเลี้ยงไก่เบตงยังไม่เป็นที่นิยมของเกษตรกร เพราะด้วยระยะเวลาในการเลี้ยงไก่เบตง ต้องใช้ระยะเวลามากกว่าการเลี้ยงไก่ปกติ ไก่เบตงที่สามารถขายได้ต้องมีอายุ 5-6 เดือน ทำให้ระยะเวลาการเลี้ยงนานกว่าไก่ปกติ แต่ก็ได้ผลตอบแทนอย่างคุ้มค่า เพราะไก่เบตงสามารถจำหน่ายได้ถึง 370 บาทต่อกิโลกรัม คุณธนวัฒน์ รัศมีพิไล หรือ คุณสมบัติ อยู่บ้านเ
การเลี้ยงแพะเป็นหนึ่งในอาชีพสำคัญของเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดนราธิวาส ส่วนใหญ่เลี้ยงแพะแบบปล่อยและกึ่งขังคอก โดยปลูกหญ้าเนเปียร์เป็นอาหารหยาบในการเลี้ยงแพะ เนื่องจากจังหวัดนราธิวาสมีฝนตกชุกและมีสภาวะอากาศแปรปรวน เกิดภัยแล้งและน้ำท่วมเป็นระยะ จึงมักประสบปัญหาขาดแคลนอาหารสัตว์เพราะหญ้าธรรมชาติมีไม่เพียงพอในช่วงฝนตก น้ำท่วม หรือภัยแล้ง ที่ผ่านมา เกษตรกรผู้เลี้ยงแพะจึงต้องซื้ออาหารสัตว์สำเร็จรูปจากภายนอก ซึ่งค่าอาหารสัตว์คิดเป็น 60-70% ของต้นทุนการผลิตทั้งหมด (ค่ายาและเวชภัณฑ์ 5-10% ค่าแรง 10-15% และค่าลงทุนอื่นๆ) ทุกวันนี้ ค่าวัตถุดิบอาหารสัตว์ผันผวน ควบคุมไม่ได้ ทำให้เกษตรกรต้องแบกรับภาระต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ผศ.ดร.ซารีนา สือแม คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ ศึกษาพบว่า ในจังหวัดนราธิวาสมีการปลูกและบริโภคทุเรียนอย่างแพร่หลาย ทำให้มีของเหลือทางการเกษตรคือ เปลือกทุเรียนจำนวนมากตลอดฤดูการผลิต ซึ่งเปลือกทุเรียนเป็นขยะทางการเกษตรที่กำจัดยากและเกิดมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อม จึงเกิดแนวคิดนำเปลือกทุเรียนหมักเป็นแหล่งอาหารทางเลือกใหม่ในการเลี้ยงแพะ ปรากฏว่าสามารถลดต้นทุนค่าอาหารได้มากก
คุณอรัญญา อาษาราษฎร์ เจ้าของอรัญญาฟาร์ม ตั้งอยู่ที่บ้านหินลาด ตำบลท่าสองคอน อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม ได้หันมาเลี้ยงโคอเมริกันบราห์มันเป็นอาชีพเสริม โดยอาชีพหลักที่ทำอยู่นั้นเป็นพยาบาล แต่ด้วยมีใจรักใจชอบที่อยากจะเลี้ยงโค จึงได้ใช้เวลาว่างจากงานประจำมาเลี้ยงโคในแบบที่เธอรักและเรียนรู้ที่จะพัฒนาการเลี้ยงไปเรื่อยๆ เพื่อต่อยอดเป็นธุรกิจในอนาคตของเธอเอง คุณอรัญญา เล่าว่า สมัยก่อนนั้นจะเน้นเก็บเงินแบบนำเงินเข้าฝากธนาคาร แต่เห็นว่าได้ผลตอบแทนน้อยจึงเริ่มซื้อโคเนื้อลูกผสมเข้ามาเลี้ยงก่อน พอเลี้ยงแล้วก็ได้ผลตอบแทนได้ไม่ดีนัก ต่อมาจึงได้มารู้จักกับการเลี้ยงโคเนื้ออเมริกันบราห์มันเลือดร้อย จึงได้เริ่มศึกษาการเลี้ยงอย่างจริงจัง และพอเลี้ยงออกมาผลกำไรถือว่าดีมาก ได้ผลตอบแทนมากกว่าการเลี้ยงโคเนื้อลูกผสม หลังจากนั้นมาเธอก็เลี้ยงโคเนื้ออเมริกันบราห์มันมาโดยตลอด สำหรับพื้นที่เพื่อแบ่งเลี้ยงโคเนื้ออเมริกันบราห์มันนั้น คุณอรัญญา บอกว่า จะแบ่งพื้นที่การเลี้ยงอย่างชัดเจนมีการแบ่งโรงเรือนนอน พร้อมกับแบ่งพื้นที่ปลูกหญ้าอาหารสัตว์ที่ชัดเจน ทำให้เธอสบายมากขึ้นในการจัดการ การเลี้ยงโคอเมริกันบราห์มันจึงทำเป็น
เกษตรกรคนเก่งเปลี่ยนความชอบส่วนตัวให้เป็นอาชีพสร้างรายได้คือ นายชเล สมบูรณ์ทรัพย์ อายุ 34 ปี อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 27/1 หมู่ที่ 3 ตำบลหนองปลิง อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร ประสบความสำเร็จในการเพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์ไก่ป่าพันธุ์ลูกผสมไก่แจ้ จนปัจจุบันมีไก่มากกว่า 100 ตัว นายชเล เล่าให้ฟังว่า จุดเริ่มต้นการเลี้ยงไก่ป่าลูกผสมนี้เกิดจากความชื่นชอบส่วนตัว โดยเฉพาะเมื่อได้เห็นกลุ่มนักเล่นไก่เลี้ยงไก่ไว้สำหรับแข่งขันนับดอกหรือการแข่งขันเสียงขันที่เป็นเอกลักษณ์และมีเสน่ห์ จึงเกิดแรงบันดาลใจอยากลองเลี้ยงและศึกษาจริงจัง ด้วยความใส่ใจและหมั่นศึกษาพฤติกรรมของไก่ จากเดิมที่เลี้ยงไว้เพียงไม่กี่ตัวเพื่อความเพลิดเพลิน จึงเริ่มทดลองเพาะขยายพันธุ์เองจนประสบความสำเร็จ ปัจจุบันภายในบริเวณบ้านยังพอมีป่าพงให้อยู่อาศัย ส่งผลให้ไก่มีสุขภาพแข็งแรงและมีลักษณะเด่นตามที่ตลาดต้องการ ตอนนี้มีไก่ป่าลูกผสมรวมแล้วประมาณ 100 ตัว เริ่มมีผู้สนใจติดต่อเข้ามาสอบถามและซื้อไปเลี้ยงต่อ ทั้งเพื่อนำไปประกวดแข่งขันนับดอกและเลี้ยงไว้ดูเล่นเพื่อความเพลิดเพลิน และเปิดจำหน่ายให้ผู้ที่สนใจ โดยสามารถเลือกซื้อ “ตัวผู้” แยกตัวเดี่ยว เพื่อน
การเลี้ยงไก่นอกจากเรื่องของอาหารที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษแล้ว การป้องกันโรคต่างๆ โดยไม่ใช้ยาปฏิชีวนะเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ต้องใส่ใจ ซึ่งพืชสมุนไพรเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่เกษตรกรในหลายพื้นที่นำมาผสมกับอาหารให้ไก่กิน เพราะนอกจากจะหาง่ายแล้ว ยังเป็นตัวช่วยแบบประหยัดต้นทุนให้กับเกษตรกร วันนี้จะพามารู้จักกับพืชสมุนไพร 5 ชนิด ที่นิยมนำมาผสมอาหารให้กับไก่ที่เลี้ยงกิน มีดังนี้ ฟ้าทะลายโจร เป็นสมุนไพรพื้นบ้านของไทยที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก ด้วยสรรพคุณทางยาที่หลากหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่มีการระบาดของโรคติดเชื้อต่างๆ เช่น โควิด-19 ทำให้ฟ้าทะลายโจรกลายเป็นสมุนไพรที่ได้รับความสนใจและถูกนำมาศึกษาอย่างแพร่หลาย ลักษณะของฟ้าทะลายโจร การนำฟ้าทะลายโจรมาใช้กับไก่นั้นเป็นที่นิยมในหมู่เกษตรกรและผู้เลี้ยงไก่ เนื่องจากมีสรรพคุณทางยาที่หลากหลายและสามารถช่วยป้องกันโรคในไก่ได้หลายชนิด สรรพคุณของฟ้าทะลายโจรเมื่อใช้กับไก่ ต้านเชื้อแบคทีเรียช่วยป้องกันและรักษาโรคที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย เช่น โรคท้องเสีย ต้านการอักเสบช่วยลดอาการอักเสบในระบบทางเดินอาหารและระบบหายใจ เสริมสร้างภูมิคุ้มกันช่วยให้ไก่แข็งแรงและต้า
หากพูดถึงการเลี้ยงหมู หลายคนคงคุ้นเคยกับคำว่า “หมูอุตสาหกรรม” ที่เน้นความรวดเร็วและปริมาณ หรือขยับมาสายรักสุขภาพหน่อยก็จะเป็น “หมูอินทรีย์” ที่เลี้ยงด้วยอาหารธรรมชาติและไม่ใช้สารเคมี แต่เคยได้ยินชื่อ “การเลี้ยงหมูระบบไบโอไดนามิก” กันบ้างไหม ถ้ายังไม่คุ้น วันนี้ ‘เทคโนโลยีชาวบ้าน’ จะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับระบบการเลี้ยงหมูที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าหมูอินทรีย์ทั่วไป และเป็นเทรนด์ที่น่าจับตาในกลุ่มเกษตรกรรมยั่งยืน หากจะพูดถึงต้นแบบของการเลี้ยงหมูระบบไบโอไดนามิกในเมืองไทย ชื่อของ “หมอฟิวส์-วานิชย์ วันทวี” ผู้ก่อตั้ง ว.ทวีฟาร์ม ต.บ้านเม็ง อ.หนองเรือ จ.ขอนแก่น คือหนึ่งในบุคคลต้นแบบที่พิสูจน์แล้วว่าระบบนี้สำเร็จได้จริง หมอฟิวส์คือสัตวบาลคนรุ่นใหม่ที่มีโอกาสได้เดินทางไปฝึกงานที่เยอรมนี และได้ซึมซับแนวคิดการทำเกษตรกรรมยั่งยืนแบบยุโรปอย่างลึกซึ้ง เมื่อกลับมาบ้านเกิด เขาจึงไม่เพียงแค่มาสืบทอดอาชีพเกษตรกรรมจากรุ่นคุณพ่อคุณแม่ แต่มาเพื่อปรับเปลี่ยนแนวคิดที่ว่า “เกษตรกรต้องไม่มองว่าตัวเองเป็นแค่เกษตรกร แต่ต้องมองว่าตัวเองเป็นนักธุรกิจเกษตร” หมอฟิวส์เล่าย้อนถึงจุดเริ่มต้นของการทำฟาร์ม
สำหรับคนเลี้ยงโคแล้ว ไม่มีอะไรน่ากลัวไปกว่าการเดินเข้าไปในคอกตอนเช้า แล้วพบว่าโคตัวโปรดนอนท้องโป่งขยายใหญ่ ส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด หายใจหอบถี่ และปฏิเสธอาหารทุกชนิด ทราบหรือไม่ว่า อาการท้องอืดในสัตว์เคี้ยวเอื้องไม่ใช่เรื่องลมในท้องธรรมดาๆ เหมือนในคน แต่เป็นภาวะวิกฤตทางระบบย่อยอาหารที่เฉียบพลันและรุนแรง หากเกษตรกรไม่สามารถช่วยเหลือหรือปฐมพยาบาลได้อย่างทันท่วงที แรงดันแก๊สที่สะสมมหาศาลอาจพรากชีวิตสัตว์เลี้ยงในฟาร์มไปได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น หัวใจสำคัญของการรักษาชีวิตโคคือการเข้าใจกลไกและรู้ทันสาเหตุ เนื่องจากกระเพาะหมักหรือกระเพาะผ้าขี้ริ้ว (Rumen) ของโคนั้น เปรียบเสมือนถังหมักชีวภาพขนาดใหญ่ที่ผลิตแก๊สอยู่ตลอดเวลา โดยปกติโคจะระบายแก๊สเหล่านี้ออกผ่านการเรอ แต่ถ้าวันใดที่ระบบกลไกนี้ล้มเหลว แก๊สถูกกักเก็บและระบายออกช้าเกินไป โรงงานหมักแห่งนี้ก็จะกลายเป็นระเบิดเวลาทันที ดังนั้น อาหารท้องอืด (Bloat) จึงเป็นความผิดปกติของระบบย่อยอาหารในกระเพาะส่วนหน้า (กระเพาะหมักใหญ่) โดยแก๊สที่เกิดจากขบวนการย่อยถูกขับออกช้าหรือไม่ถูกขับออก ปริมาณแก๊สสะสมอยู่ในกระเพาะเป็นจำนวนมาก
