ปศุสัตว์
ในยุคที่ต้นทุนการเลี้ยงสัตว์ปีกพุ่งสูง ทั้งโรคระบาด อากาศแปรปรวน และการลดใช้ยาปฏิชีวนะ กลายเป็นโจทย์สำคัญของเกษตรกรยุคใหม่ “การเสริมภูมิคุ้มกันจากอาหาร” จึงเป็นอีกหนึ่งทางรอดที่ทั้งปลอดภัย ประหยัด และทำได้จริง บทความนี้จะพาไปเปิด “สูตรอาหารเสริมภูมิ” ที่ใช้วัตถุดิบใกล้ตัว แต่มีงานวิจัยรองรับ และเกษตรกรสามารถนำไปปรับใช้ได้ทันที อย่างที่เกษตรกรทราบกันดี สัตว์เลี้ยงประเภทสัตว์ปีก อย่างไก่ เป็ด นกนั้น มักพบว่ามีโรคระบาดเกิดขึ้นเป็นประจำ จะเห็นได้จากข่าวการสูญเสียที่เกษตรกรจำเป็นต้องฆ่าเป็ด ไก่ นก ที่ป่วยด้วยโรคไข้หวัดนก H5N1 กันยกเล้า ที่ไม่เพียงจะติดต่อกันโดยสัตว์เท่านั้น ยังแพร่เชื้อสู่คนอีกด้วย การทำลายทิ้งจึงเป็นวิธีรับมือที่ช่วยยับยั้งการแพร่ระบาดได้ดีที่สุด ทำไม “ภูมิคุ้มกัน” จึงสำคัญกับสัตว์ปีก ระบบภูมิคุ้มกันคือด่านแรกที่ช่วยป้องกันเชื้อโรค ทั้งไวรัส แบคทีเรีย และปรสิต หากสัตว์มีภูมิคุ้มกันดี จะช่วยลดอัตราการป่วยและการตายได้อย่างมีนัยสำคัญ ในทางปฏิบัติ ฟาร์มที่จัดการอาหารดี มักพบว่า ไก่แข็งแรง โตไว ตอบสนองวัคซีนได้ดี อัตราการรอดสูงขึ้น ความสำคัญของภูมิคุ้มกันในสัตว์ปีก ระบบภูมิคุ้ม
ในยุคต้นทุนการผลิตสัตว์เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ โมเดลการเลี้ยงไก่กินไข่.. ออมทรัพย์รายวัน เลี้ยงเอง กินเอง ขายเอง ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ โดยเฉพาะการเลี้ยงไก่ไข่พื้นเมืองพันธุ์แดงดอกคูณ (DDK) ซึ่งมีลักษณะเด่นคือ ทนโรค ทนร้อนและให้ไข่ดก การเลี้ยงไก่แบบปล่อยแปลงอิสระ .. free range ใช้อาหารพื้นถิ่น เลี้ยงง่าย โตไว ไข่ดก คุณสมบัติเด่นคือ ไม่มีกลิ่นคาว มวลเนื้อไข่แน่น ไข่แดงเข้มข้น ไข่ขาวอร่อยกลมกล่อม พร้อมคุณค่าที่ต้องบอกต่อ รู้จักไก่ไข่พันธุ์แดงดอกคูณ สาขาวิชาสัตวศาสตร์ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ภายใต้การนำของ รศ.ดร.สจี กัณหาเรียง ประสบความสำเร็จในการปรับปรุงสายพันธุ์ “ ไก่ไข่พื้นเมืองพันธุ์แดงดอกคูณ” ที่มีต้นพันธุ์ มาจากไก่พื้นเมืองไทยแท้ พันธุ์ชีและไก่ไข่ทางการค้า พัฒนาสายพันธุ์ต่อเนื่องมากกว่า 5 ชั่วรุ่น โดยเน้นให้มีลักษณะการให้ผลผลิตไข่ที่สูงขึ้น คุณภาพไข่ดี ไข่ไก่แดงดอกคูณ มีสัดส่วนปริมาณไข่แดงสูง 26-28%ของไข่ทั้งฟอง และโปรตีนไข่ขาว มีสีขาวใส มีความยืดหยุ่นและคงตัวเป็นก้อนโปรตีนที่ดี ทำให้ไข่มีความสด เก็บได้นาน ไข่ขาวไม่มีกลิ่นคาว ที่มาของชื่อ “ ไก่ไข่พื้นเ
เลี้ยงสัตว์ 8 ชนิดเป็นอาชีพเสริม สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ ใครกำลังมองหาอาชีพเสริม การเลี้ยงสัตว์ก็เป็นอีกหนึ่งอาชีพที่น่าสนใจ ที่ควรศึกษา เพื่อสร้างอาชีพเป็นธุรกิจได้ บางคนอาจจะเริ่มจากสิ่งที่ชอบ จากสิ่งที่รัก ให้กลายเป็นอาชีพที่มีรายได้มากกว่างานประจำที่ทำก็เป็นได้ไม่ยาก เพียงแค่ลุย ลงมือทำ ก็สามารถประสบความสำเร็จได้ไม่ช้า วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้าน ได้รวบรวม “เลี้ยงสัตว์ 8 ชนิดเป็นอาชีพเสริม สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ” มาเป็นไอเดียให้สำหรับคนที่อยากเริ่มต้นเลี้ยงสัตว์สร้างรายได้ แต่ไม่รู้จะเลี้ยงอะไรดี ลองเอาไอเดียเหล่านี้ไปศึกษาการเลี้ยงเพิ่มเติม ทุกการเริ่มต้นอาจจะยากสำหรับมือใหม่ ปูนา หากใครอยากเลี้ยงปูนาให้ตัวเบิ้มๆ ตัวอวบ แข็งแรง ต้องเริ่มจากการเข้าใจพฤติกรรมของปูนา อาหารที่ใช้เลี้ยง รวมถึงสภาพแวดล้อมที่ใช้เลี้ยงปูนาเองก็สำคัญ เพราะสภาพแวดล้อมเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้ปูนาเจริญเติบโตได้อย่างสมบูรณ์ การเพาะเลี้ยงนั้น จะเลี้ยงในบ่อปูนซีเมนต์ มีการใส่ดินเพื่อป้องกันการหลุดของขาปู รวมทั้งควรมีที่หลบภัยเนื่องจากช่วงที่ปูลอกคราบปูมักจะกินกันเอง และต้องมีคอกป้องกันปูไต่หนี ส่วนอาหารจะให้เป็นอาห
กรมส่งเสริมสหกรณ์แปลงวิกฤตเป็นโอกาสแก้น้ำนมดิบล้นตลาด ผนึก กยท. ผลิต “น้ำหมักชีวภาพจากนมสด” ส่งขายสหกรณ์ทั่วไทย แก้ปัญหาปุ๋ยเคมีแพง ด้านรองประธานชุมนุมสหกรณ์โคนมฯ ชี้เดินมาถูกทาง แม้สหกรณ์ต้องแบกภาระต้นทุน ดีกว่าเทนมทิ้ง นายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เผยกรณีการแก้ปัญหาน้ำนมดิบล้นตลาดในส่วนของสหกรณ์โคนมฯ ที่มีปริมาณเฉลี่ยกว่า 200 ตันต่อวัน ในขณะนี้ว่า หลังมีการประชุมร่วมกับตัวแทนสหกรณ์โคนมฯ จำนวน 5 แห่ง ประกอบด้วย สหกรณ์โคนมไทย-เดนมาร์ค อ่าวน้อย จำกัด สหกรณ์โคนมไทย-เดนมาร์ก สวนมะเดื่อ จำกัด สหกรณ์โคนมชะอำ-ห้วยทราย จำกัด สหกรณ์โคนมพัฒนานิคม จำกัด และสหกรณ์โคนมศรีสะเกษ จำกัด เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา โดยระบุว่าขณะนี้กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมส่งเสริมสหกรณ์ร่วมกับการยางแห่งประเทศไทย ผลิตน้ำหมักชีวภาพจากน้ำนมดิบ เพื่อจำหน่ายให้กับสมาชิกสหกรณ์การเกษตรในราคาถูกนำไปใส่พืชชนิดต่างๆ ทดแทนปุ๋ยเคมีที่นับวันจะมีราคาแพงมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตของเกษตรกร ทั้งยังเป็นการตัดยอดน้ำนมส่วนเกินที่ล้นตลาดมาทำให้เกิดประโยชน์ โดยขณะนี้ได้ทำหนังสือเวียนแจ้งไปยังสำนักงานสห
แมลง BSF เป็นแมลงมหัศจรรย์ แถมมีโปรตีนสูง ที่สร้างประโยชน์ทุกช่วงวัย สร้างอนาคตให้เกษตรกร เป็นนักกำจัดขยะอินทรีย์ได้อย่างรวดเร็ว เลี้ยงภายใน 7 วัน ก็สามารถนำไปเป็นอาหารสัตว์ได้ นำไปเลี้ยงไก่ ปลา เป็ด หมู ช่วยเกษตรกรลดต้นทุนค่าอาหารสัตว์ต่อเดือนได้เยอะอีกด้วย คุณสิริ วงษ์พรสถิตย์ ผู้ก่อตั้งวิสาหกิจชุมชนสวนต้องก้าว เล่าว่า จุดเริ่มต้นการเลี้ยงแมลง BSF เกิดจากการที่อยากนำ zero waste to landfill มาใช้ในสวน เพื่อเป็นการลดการนำขยะไปทิ้งให้กับเทศบาล จึงทดลองเลี้ยงแมลง BSF ผลปรากฏว่ากำจัดขยะอินทรีย์ได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งมูลของตัวแมลง BSF สามารถนำมาผลิตเป็นวัสดุบำรุงดินหรือปุ๋ยอินทรีย์บำรุงพืชผักที่ปลูกในสวนได้ เชื่อว่าหลายๆ คนยังคงสงสัยว่าแมลง BSF นี้คือตัวอะไรกัน แล้วมันต่างจากแมลงวันยังไงนั้น คุณสิริ ได้อธิบายให้เห็นภาพว่า “แมลง BSF คือ Black Soldier Fly เป็นแมลงสปีชีส์เดียวกันกับตัวต่อ เป็นแมลง 2 ปีกเหมือนกัน แต่ว่าแมลง BSF จะมีลักษณะตัวยาวกว่า ถ้าเปรียบเทียบกับแมลงวันบ้าน แมลง BSF จะมีลักษณะตัวยาวแล้วที่แตกต่างก็คือวงจรของ BSF จะยาวกว่าแมลงวันบ้าน” ความมหัศจรรย์ของแมลง BSF เห็นตัวเล็ก จิ
ปัจจุบันกระแสเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) เป็นประเด็นที่ทั่วโลกให้ความสนใจ โดยเฉพาะประเด็นเรื่องลดขยะให้เป็นศูนย์ (Zero waste) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงกำหนดนโยบายให้สอดคล้องกับการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยมุ่งเน้นนโยบายขับเคลื่อนภาคเกษตรด้วยโมเดลเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (BCG Model) เป็นแนวทางที่บูรณาการเทคโนโลยีและนวัตกรรมชีวภาพเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและลดปริมาณของเหลือในภาคการเกษตรที่อาจก่อให้เกิดมลภาวะสิ่งแวดล้อม และช่วยลดการเผาเศษวัสดุทางการเกษตรที่เป็นสาเหตุสำคัญของปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 วิสาหกิจชุมชนเพียวพลัสฟาร์ม ฟาร์มโคพันธุ์ดี ปากน้ำโพ ตำบลพระนอน อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ เป็นวิสาหกิจชุมชนต้นแบบที่ขับเคลื่อนการดำเนินงานภายใต้ BCG Model โดยนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ผลิตอาหารเลี้ยงโคเนื้อจากเศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เช่น เปลือกทุเรียน ฟางข้าว และเศษอ้อย ผ่านกระบวนการหมักจุลินทรีย์ด้วยเทคโนโลยีพลาสมาพลังงานต่ำ เพื่อลดต้นทุนการผลิตและรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ซึ่งวิสาหกิจฯ เริ่มดำเนินการเมื่อปี 2561 โดยมี นางวิยะ
ผู้เขียน : คัคน ญานะวงศ์ษา “ไก่พื้นเมือง” ในอดีตอาจถูกมองว่าเป็นเพียงกิจกรรมของชุมชนหรือความชื่นชอบส่วนบุคคล แต่ในวันนี้ ภาพนั้นได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อคนรุ่นใหม่สามารถต่อยอดให้กลายเป็น “ธุรกิจเชิงเศรษฐกิจ” ที่สร้างรายได้หลักล้านต่อเดือน วันนี้ “เทคโนโลยีชาวบ้าน” จะพาไปรู้จักกับอีกหนึ่งตัวอย่างความสำเร็จของคนรุ่นใหม่ จักรภพ ภูวงศ์ หรือ คุณทีม เจ้าของภูวงศ์ฟาร์ม จังหวัดมหาสารคาม ฟาร์มไก่พื้นเมือง หรือภาษชาวบ้านเรียกกันว่า ไก่ชน คุณทีมที่เติบโตจากศูนย์ สู่การเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ที่มีลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ คุณทีม เริ่มต้นเส้นทางชีวิตในฐานะนักกีฬา แต่เมื่ออาการบาดเจ็บทำให้ไม่สามารถไปต่อในสายนี้ได้ ความผิดหวังจึงกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิต เขาตัดสินใจกลับมาเรียนให้จบ พร้อมกับมองหาธุรกิจเล็กๆ ที่สามารถเริ่มต้นได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องพึ่งงานประจำ “ตอนนั้นแค่อยากทำอะไรสักอย่างให้สำเร็จก่อนเรียนจบ” จากการลองทำธุรกิจออนไลน์หลายอย่างแต่ยังไม่เป็นรูปเป็นร่าง ในที่สุด “ไก่พื้นเมือง” ซึ่งเป็นสิ่งที่คุ้นเคยตั้งแต่วัยเด็ก กลายมาเป็นโอกาสที่เขาเลือกจริงจังตอนนี้ในวัย 25 ปี
ในยุคนี้ในเรื่องของวัตถุดิบที่นำมาประกอบอาหาร กำลังได้รับความใส่ใจมากขึ้นจากผู้บริโภคโดยมุ่งเน้นไปในเรื่องของการกินผักอินทรีย์ ตลอดไปจนถึงผักที่ปลอดภัยในการผลิต จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ทำให้เกษตรกรมีการปรับตัวในเรื่องของการผลิต เพื่อให้สินค้าของตนเองเป็นที่ต้องการของตลาดและจำหน่ายได้ราคาสูงขึ้น อย่างเกษตรกรทางด้านปศุสัตว์ก็ได้มีการผลิตอาหารให้ปลอดภัยมากขึ้น ด้วยการเลี้ยงสัตว์ให้ปลอดจากยาปฏิชีวนะต่างๆ หรือการเลี้ยงให้สัตว์มีอารมณ์ดี ก็จะช่วยให้ได้เนื้อสัตว์หรือวัตถุดิบที่มีคุณภาพ อย่างการเลี้ยงไก่ไข่อารมณ์ดีในปัจจุบันได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากจะช่วยให้ไก่ไม่เครียดแล้ว ยังส่งผลไปถึงคุณภาพของไข่ให้มีลักษณะที่พิเศษกว่าไข่ไก่ที่เลี้ยงในระบบทั่วไป ทำให้ไก่ไข่ที่ผ่านการเลี้ยงด้วยวิธีนี้เป็นสินค้าที่ตลาดมีความต้องการ คุณปัฐยาวดี แจงเชื้อ เกษตรกรชาวจังหวัดจันทบุรี ได้มีการปรับเปลี่ยนจากการเลี้ยงไก่ไข่อารมณ์ดี มาสู่การเลี้ยงไก่ไข่อินทรีย์ ไข่ทุกฟองแม้มีขนาดที่แตกต่างกัน แต่สามารถจำหน่ายได้ในราคาเดียวกัน ส่งผลให้การเลี้ยงไก่ไข่อินทรีย์นอกจากจะให้ราคาที่ดีแล้ว ยังช่วยในเรื่องของการกำ
นายว่าน สังข์คำ อายุ 38 ปี ครูสอนดำน้ำใน จ.ภูเก็ต ใช้พื้นที่ว่างจำนวน 5 ไร่ หันมาเลี้ยงไก่ซิลกี้ไก่สวยงามนาน 6-7 ปี ที่คาเฟ่ Silkie cottage Trang หรือที่ ชาวจังหวัดตรังเรียกกันว่า “คาเฟ่ไก่ซิลกี้” ตั้งอยู่หมู่ที่ 1 ต.นาโต๊ะหมิง อ.เมือง จ.ตรัง ในช่วงแรกมีไก่ซิลกี้เพียงไม่กี่ตัว ต่อมาจึงขยายพันธุ์เพิ่มมากขึ้น มีทั้งไก่ขนไหม ขนไหมย้อน ขนใบและขนใบย้อน รวมเกือบ 100 ตัว ทำให้แต่ละวันมีลูกค้าพาบุตรหลานและครอบครัวมาเลือกซื้อไก่ซิลกี้กันอย่างต่อเนื่อง เจ้าของร้านจึงผุดไอเดียเปิดขายกาแฟและน้ำโซดาต่างๆ ระหว่างนั่งรอ เพื่อให้ลูกค้าและเด็กๆ นั่งชมไก่ซิลกี้ ที่เดินโชว์ตัวกันอย่างเพลิดเพลิน หากลูกค้าถูกใจไก่ตัวไหนก็อุ้มกลับบ้านได้เลย ในราคาเริ่มต้นตัวละ 250-500 บาท หากเป็นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ราคาตัวละ 2,000-5,000 บาท ขึ้นอยู่กับความสวยงาม ไก่ซิลกี้ที่ฟาร์มแห่งนี้ฉีดวัคซีนและวิตามินตามกำหนด พร้อมปล่อยให้ออกมาเดินคุ้ยเขี่ยอาหารจากธรรมชาติเหมือนไก่ทั่วไปเพื่อให้ไก่มีสุขภาพแข็งแรง ขนฟูปุกปุย ทนทานต่อโรคและร่าเริง ไก่ซิลกี้มีลักษณะคล้ายไก่ดำ คือมีกระดูกดำ เนื้อดำ และขาดำ เป็นไก่ที่เชื่องมาก จนทุกคนอุ้มเล่นไ
กรมปศุสัตว์ส่งเสริมระบบ Biogas (ก๊าซชีวภาพ) ในฟาร์มสุกรเพื่อบำบัดน้ำเสีย ลดกลิ่นรบกวน และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้กว่า 2 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี โครงการนี้เปลี่ยนมูลสุกรเป็นพลังงานไฟฟ้าทดแทนในฟาร์มและสร้างรายได้จากการขายคาร์บอนเครดิต (Carbon Credit) ซึ่งช่วยสนับสนุนนโยบาย BCG Economy ของประเทศ ต่อมา กรมปศุสัตว์ได้ขยายผลสำเร็จระบบ Biogas ในฟาร์มสุกร มาประยุกต์ใช้ในฟาร์มโคนมอย่างเป็นรูปธรรม โดยดำเนินโครงการนำร่องเพื่อสร้าง “ฟาร์มโคนมต้นแบบ” ของกรมปศุสัตว์ ในปี 2567 จำนวน 20 ฟาร์ม ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน สระแก้ว และนครราชสีมา นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า สศก.โดยสำนักวิจัยเศรษฐกิจการเกษตร ได้ลงพื้นที่สำรวจระบบบำบัดน้ำเสียชนิดได้ก๊าซชีวภาพ (Biogas) ในฟาร์มโคนมที่เข้าร่วมโครงการนำร่องเพื่อสร้าง “ฟาร์มโคนมต้นแบบ” ของกรมปศุสัตว์ ในด้านความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ (Economic Viability) พบว่าระบบ Biogas มีศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนที่ชัดเจน โดยโครงการนำร่องนี้ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกรมปศุสัตว์ ซึ่งเมื่อรวมกับต้นทุนส่วนเกินของเกษ
