ปศุสัตว์
ชาวบ้านทั้งในและนอกพื้นที่จังหวัดพะเยา จะรู้ว่าในช่วงปลายฝนต้นหนาวนี้จะมีบรรดาจิ้งโกร่ง หรือจิ้งกุ่ง หรือจิ้งหรีดยักษ์ จะพากันออกมาผสมพันธุ์และอยู่ในรูกันเป็นจำนวนมาก ทำให้ชาวบ้านต่างพากันขุดหานำออกมาขาย สร้างรายได้วันละหลัก 100-1,000 กว่าบาท ต่อวัน โดยชาวบ้านที่ขุดหาได้นำมาจำหน่ายให้กับแม่ค้าในหมู่บ้านรับซื้อ ในราคาตัวละ 1.50-2 บาท แม่ค้าก็จะนำไปขายต่อตัวละ 2-2.50 บาท สร้างรายได้เป็นอย่างดี จิ้งโกร่ง เป็นจิ้งหรีดชนิดหนึ่งที่มีขนาดลำตัวใหญ่ที่สุด นิยมใช้ประกอบอาหารหลายเมนู อาทิ จิ้งโกร่ง คั่วเกลือ ป่นจิ้งโกร่ง แกงหน่อไม้ใส่จิ้งโกร่ง จิ้งโกร่ง ชุบแป้งทอด เป็นต้น นอกจากนั้น ยังนิยมใช้เป็นเหยื่อจับปลาหรือเหยื่อปักเบ็ดได้เช่นกัน ชื่อท้องถิ่น ภาคกลาง และทั่วไปเรียก จิ้งโกร่ง จิ้งหรีดหัวโต จิ้งหรีดหางสั้น อีสานเรียก จิโป่ม จิดโป่ม จิ๊หล่อ เหนือเรียก จิ้งกุ่ง แหล่งที่พบและการแพร่กระจาย จิ้งโกร่ง เป็นจิ้งหรีดชนิดหนึ่งที่พบได้ทั่วโลก สำหรับชนิดที่พบในประเทศไทยจะเป็นสกุล Brachytrupes ซึ่งมีเพียงชนิดเดียว คือ Brachytrupes portentosus หรือที่เรียก จิโป่ม หรือ จิ้งหรีดหางสั้น แต่จิ้งหรีดในสกุลนี้
ในช่วงที่บริเวณท้ายเขื่อนอุบลรัตน์ต้องประสบอุทกภัยอย่างหนัก นาข้าวบริเวณท้ายเขื่อนจมอยู่ใต้น้ำ เกษตรกรได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ กลุ่มผู้เลี้ยงโคกระบือก็ต้องปรับตัวให้ทันท่วงทีเนื่องจากช่วงนี้หญ้าหายากอันเนื่องมาจากปัญหาอุทกภัย คุณทองแดง อ่อนตาแสง อายุ 69 ปี อยู่บ้านเลขที่ 90 หมู่ที่ 10 บ้านโพธิ์ตาก ตำบลบ้านผือ อำเภอหนองเรือ จังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า เอาวัวมาไว้ที่นี่ 3-4 วันแล้ว เลี้ยงวัว 32 ตัว วันหนึ่งเตรียมหญ้าให้วัว 30 มัด แล้วก็ฟางให้ตอนเย็นอีก 5 มัด ตอนเช้า 09.00 น. จะให้หญ้าวัว 20 มัด เกี่ยว 3 คน มียายเต้อ พ่อใหญ่พา และฉัน แต่ละปีอัดฟางไว้เยอะไหมครับ ฟางอัดไว้ปีละหมื่นสอง ถ้าฟางเราเองจ้างเขาอัดก้อนละ 18 บาท แต่ถ้าซื้อก้อนละ 30 บาท ผู้เขียนถามว่าช่วงน้ำท่วมแก้ปัญหาอย่างไร คุณทองแดง ตอบว่า ถ้าน้ำไล่ที่ตรงนี้ก็ย้ายไปที่ใหม่ คอกอยู่ในสวนที่บ้านโนนฆ้อง หมู่ที่ 5 การดูแลวัวหนีน้ำให้อยู่บนที่สูง น้ำไม่ท่วมแล้วเราก็ต้องเกี่ยวหญ้าให้เพียงพอ หนีน้ำทั้งวัวทั้งควายมีแต่เกี่ยวหญ้าให้กิน ถ้าน้ำท่วมหญ้าหมด ก็ต้องไปหาที่อื่นไปหาขอเกี่ยว หญ้าเขาไม่ขายถือว่าช่วยกันยามเดือดร้อน ปีที่
เป็ดเป็นสัตว์ปีกอีกประเภทหนึ่งที่เลี้ยงดูง่าย สามารถกินอาหารตามธรรมชาติได้ และให้ผลผลิตไข่จำนวนมาก ด้วยเหตุนี้จึงเป็นที่นิยมเลี้ยงรองมาจากไก่ โดยเฉพาะในปัจจุบันมีพันธุ์เป็ดไข่เชิงการค้าและพันธุ์ที่ได้รับการพัฒนาให้สามารถปรับตัวกับสภาพแวดล้อมของประเทศไทยได้ดีขึ้น ส่งผลให้มีจำนวนเป็ดที่เลี้ยงในประเทศไทยในปัจจุบัน (มีนาคม พ.ศ. 2564) รวม 17,737,537 ตัว (เป็ดไข่ 16,819,398 ตัว และเป็ดเนื้อ 9,181,539 ตัว) ผลผลิตไข่เป็ดส่วนใหญ่ถูกนำไปใช้เป็นส่วนประกอบของขนมไทยและแปรรูปเป็นไข่เค็ม สายพันธุ์เป็ดน่าเลี้ยง พันธุ์กากีแคมเบลล์ เป็ดไข่เชิงการค้าที่ได้รับความนิยมมากที่สุด มีขนลำตัวสีน้ำตาล ในเพศผู้มีขนที่บริเวณส่วนอกเข้มกว่าลำตัว และมีขนที่ปลายหางม้วนงอ สามารถจำแนกเพศได้ง่าย โดยเพศผู้มีขนเป็นวงแหวนสีน้ำตาลอ่อนรอบคอ มีขนที่หัวสีเขียว เพศเมียให้ผลผลิตไข่ฟองแรกที่อายุประมาณ 18-20 สัปดาห์ และให้ผลผลิตไข่อย่างน้อย 280 ฟองต่อตัวต่อปี พันธุ์กบินทร์บุรี เป็ดไข่ที่พัฒนาพันธุกรรมจากเป็ดพันธุ์กากีแคมเบลล์โดยกรมปศุสัตว์ สามารถให้ผลผลิตไข่เมื่อมีอายุ 150-160 วัน โดยให้ผลผลิตไข่ประมาณ 280-300 ฟอง ต่อตัว ต่อปี พันธ
คุณนิกร แสงเกตุ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 8 สุราษฎร์ธานี (สศท.8) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า “โคขุน” นับเป็นสินค้าเกษตรทางเลือกที่มีศักยภาพการผลิตในพื้นที่ของจังหวัดสุราษฎร์ธานี สร้างรายได้ดีให้เกษตรกร ปัจจุบันเกษตรกรนิยมเลี้ยงเป็นอาชีพเสริมจากการทำการเกษตรเป็นหลัก โดยในปี 2565 (ข้อมูลจากสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสุราษฎร์ธานี ณ เดือนธันวาคม 2565) พบว่า พื้นที่การเลี้ยงครอบคลุมทั้ง 19 อำเภอ พบการเลี้ยงมากที่สุดในอำเภอกาญจนดิษฐ์ อำเภอคีรีรัฐนิคม และอำเภอไชยา โดยมีเกษตรกรผู้เลี้ยงที่ขึ้นทะเบียนกับสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสุราษฎร์ธานี รวม 200 ราย จำนวนโคขุนรวมทั้งจังหวัด 866 ตัว จากการลงพื้นที่ของ สศท.8 เพื่อติดตามสถานการณ์การผลิตโคขุนในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี พบว่า ปัจจุบัน เกษตรกรมีการเลี้ยงแบบรวมกลุ่ม และเลี้ยงแบบรายเดียว ซึ่งหนึ่งในตัวอย่างเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จในการเลี้ยงโคขุน คือ คุณปรีชา เรืองแสง เศรษฐกิจการเกษตรอาสา (ศกอ.) จังหวัดสุราษฎร์ธานี และเป็นสมาชิกของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้เลี้ยงโคขุนอำเภอท่าชนะ จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยจากการสัมภาษณ์ คุณปรีชา บอกว่
เกษตรกรสาวสวยบึงกาฬ ที่ชาวโซเชียลรู้จักในนาม “เด็กเลี้ยงควาย by ใบเตย” จากเด็กเลี้ยงควายไล่ทุ่งเริ่มจากเลี้ยงแก้เหงากลายมาเป็นความชอบ ทำรายได้สูงสุดหลักล้านต่อปี เพื่อที่จะพัฒนาให้เป็นควายงามส่งเข้าประกวด โดยเริ่มพัฒนาจากแม่พันธุ์ควายเนื้อ เป็นควายงาม แรงบันดาลใจที่ทำให้เปลี่ยนความคิดและมุมมองเกิดขึ้นตอนไปเห็นควายในสนามประกวด คุณสริฏา เดชา หรือ คุณใบเตย เจ้าของโขงนทีฟาร์มควายไทย ตั้งอยู่ที่ หมู่ 10 ตำบลโพธิ์หมาแข้ง อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ เรียกได้ว่าเป็นวัยรุ่นสาวดีกรีปริญญาตรี จบจากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ สาขาสัตวศาสตร์ เอกการผลิตสุกร ถึงแม้ว่าจะไม่ได้จบเอกสายโคกระบือโดยตรง คุณใบเตย เล่าว่า ยังไงก็สามารถพัฒนาได้เหมือนหมู หลังจากนั้นก็ได้ศึกษาและเลี้ยงพัฒนาให้เป็นควายงามที่ดี นิสัยความน่ารักของควาย เขาพูดไม่ได้แต่สามารถแสดงพฤติกรรมให้เห็น ความยากของการเลี้ยงควายที่พัฒนา คือ ความอดทน และระยะเวลา เนื่องจากควายที่พัฒนาจะใช้ระยะเวลาในการตั้งท้องเกือบปี กว่าจะได้แม่พันธุ์ต้องใช้ระยะเวลา 2-3 ปี เรื่องของความอดทนจึงมาก่อน จุดเริ่มต้นที่สนใจ เกิดจากการที่เราจะซื้อควายงามมาเลี้ยงแต่ไม่รู้ประวัติ
โคนมในประเทศไทย ได้รับความนิยมในการเลี้ยงอย่างแพร่หลาย เพราะเนื่องจากผลผลิตของโคนมนั้นได้ผลตอบแทนที่ดี จึงมีเกษตรกรหลายรายที่หันมาเลี้ยงโคนมเป็นอาชีพหลักและอาชีพเสริม สามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรได้เป็นอย่างดี เพราะประเทศไทยของเรานั้นมีพื้นที่และสภาพอากาศที่เหมาะสมแก่การเลี้ยงปศุสัตว์ ทั้งในเรื่องของอาหารสัตว์ เช่น ทุ่งหญ้าที่ใช้ในการเลี้ยง ข้าวโพด มันสำปะหลัง เปลือกข้าว รำข้าว เปลือกสับปะรด ยอดอ้อย กากน้ำตาล เป็นต้น ซึ่งมีราคาจำหน่ายที่ถูก สามารถใช้แทนกันได้ หากมีสิ่งใดสิ่งหนึ่งจำหน่ายในราคาที่เพิ่มขึ้น การเลี้ยงโคนมจึงเป็นการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยการสร้างมูลค่าเพิ่มของผลิตผลที่ผลิตได้ เช่น แทนที่จะผลิตมันสำปะหลังเพื่อส่งออก สำหรับการเลี้ยงปศุสัตว์ในต่างประเทศ ก็นำมาใช้ในการเลี้ยงสัตว์ภายในประเทศ เพื่อส่งออกเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ ซึ่งมีมูลค่าสูงกว่า เป็นต้น นอกจากนี้ ทางรัฐบาลก็ได้ให้การส่งเสริมทางด้านสินเชื่อการเกษตร การปรับปรุงพันธุ์สัตว์โดยการผสมเทียม การบริการสัตวแพทย์ และเกษตรกรสามารถขายน้ำนมดิบได้ในราคาประกันที่เป็นธรรม สำหรับ Cow scoring แอปพลิเ
เดนมาร์ก มีชื่อเสียงในด้านการผลิตนมและผลิตภัณฑ์นมมาเป็นร้อยปี เป็นเจ้าแห่งวงการนมเนยว่างั้น เกษตรกรวัวนมในเดนมาร์กส่วนใหญ่จัดเป็นรายย่อย แต่ละรายก็เป็นเจ้าของฟาร์มวัวไม่ใหญ่ มีวัวหลักสิบหลักร้อย แต่ละคนก็ดูแลฟาร์มตัวเองไป ช่วยกันเองในครอบครัว ไม่ค่อยมีลูกจ้าง เพราะค่าจ้างแพง แต่มีเครื่องไม้เครื่องมือทันสมัยเพื่อเบาแรงแบบจัดเต็ม พื้นที่ผลิตวัวนมของเดนมาร์ก กระจายไปทั่วทั้ง ภาคกลาง (Jylland) มีฟาร์มโคนมจำนวน 10,500 แห่ง และโคนมจำนวน 600,000 ตัว, ภาคตะวันตก (Vestjylland) มีฟาร์ม 6,500 แห่ง วัวนม 350,000 ตัว, ภาคตะวันออก (Østjylland) มีฟาร์ม 5,000 แห่ง วัว 250,000 ตัว และภาคเกาะ (Sjælland) มีฟาร์ม 2,000 แห่ง วัวนม 100,000 ตัว เดนมาร์กมีอากาศอบอุ่นชื้น แต่ฝนน้อย อันนี้ก็มีปัญหากับวัวเขาไม่น้อย แต่เขาแก้ปัญหาโดยการพัฒนาระบบโรงเรือนที่ทันสมัย ควบคุมสภาพอากาศภายในโรงเรือนให้เหมาะสมกับวัว มีระบบให้อาหารอัตโนมัติ ระบบจัดการสุขภาพวัว ระบบติดตามการผลิต ทั้งหมดเป็นระบบอัตโนมัติ ประหยัดแรงงาน และแม่นยำ ต้นทุนการผลิตนมของเขาสูงกว่าเรา และกว่าคู่แข่งในตลาดนมของโลกมาก ต้นทุนอาหารสัตว์ ยารักษาโรค และค่า
คุณรินทร์นภัทร กนกชัชวาล หรือ คุณกานต์ เกษตรกรจังหวัดนครราชสีมา ได้ปรับเปลี่ยนพื้นที่ทางการเกษตรจากพื้นไร่ มาแบ่งเป็นพื้นที่เลี้ยงแกะ เพราะมองว่าแกะค่อนข้างที่จะเป็นสัตว์ที่เลี้ยงและกินง่าย โดยที่เธอไม่ต้องเหนื่อยจากการดูแลมากนัก เมื่อเทียบกับการทำเกษตรด้านอื่นๆ จึงทำให้การเลี้ยงแกะนอกจากจะสร้างรายได้แล้ว ยังสร้างความสุขให้กับเธอเมื่อได้เห็นความน่ารักของแกะที่เลี้ยงในทุกๆ วัน คุณกานต์ เล่าถึงการทำเกษตรให้ฟังว่า เน้นการปลูกพืชไร่เป็นหลัก แต่ด้วยสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป ทำให้ปัญหาในเรื่องของน้ำในพื้นที่ไม่เอื้ออำนวย เวลาที่ผลผลิตออกมาจึงได้ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย พร้อมทั้งต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น ส่งผลให้การขายสินค้าทางการเกษตรแต่ละครั้งแทบจะไม่เหลือกำไร หรือบางช่วงขาดทุนเลยก็มี “พอหลังจากที่เรามองเห็นปัญหาของการทำพืชไร่ ก็เลยคุยกันกับแฟนว่าจะทำอะไรต่อดี ที่น่าจะมีรายได้ตอบโจทย์ ด้วยความที่แฟนสนใจในเรื่องของการเลี้ยงสัตว์ จึงได้ทดลองซื้อแกะมาเลี้ยง สิ่งที่เห็นได้ชัดเลย แกะใช้ทุนเลี้ยงไม่เยอะ น่าจะพอทำได้ ช่วงแรกซื้อแม่พันธุ์มาประมาณ 10 ตัว เลี้ยงไปเลี้ยงมาก็มีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้การเลี้ยงแก
กระบือ เป็นอีกหนึ่งสัตว์เลี้ยงที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรในหลายพื้นที่ เพราะการเลี้ยงสามารถกำหนดทิศทางและทำตลาดได้หลากหลายช่องทาง มีตั้งแต่การเพาะพันธุ์เพื่อส่งเข้าประกวด ตลอดไปจนถึงการผลิตเป็นลูกพันธุ์ดีจำหน่าย หรือส่งจำหน่ายไปยังตลาดเนื้อเพื่อบริโภคอีกหนึ่งช่องทาง จึงนับได้ว่ากระบือปัจจุบันไม่ได้เป็นเพียงสัตว์ที่คนทั่วไปมักมองว่าใช้แรงงานในเรื่องของการนำมาไถนา แต่ในเวลานี้เป็นอีกหนึ่งสัตว์เศรษฐกิจที่สำคัญสามารถเกิดประโยชน์และคุณค่าทางเศรษฐกิจให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงอย่างต่อเนื่อง คุณกิตติรัตน์ อินทนุ หรือ คุณโน่ เจ้าของ ก.กิตติรัตน์ ฟาร์มควายไทย ลำพูน เป็นอีกหนึ่งเกษตรกรที่ให้ความสนใจเรื่องของการเลี้ยงกระบือ โดยคุณโน่ได้หาซื้อพ่อพันธุ์กระบือที่มีโครงสร้างดีเข้ามาเลี้ยงในฟาร์ม เพื่อต่อยอดในการพัฒนาสายพันธุ์ให้ดียิ่งขึ้น จึงทำให้นอกจากการผสมพันธุ์กระบือภายในฟาร์มแล้ว ยังมีเพื่อนเกษตรกรในหลายพื้นที่ต้องการพัฒนากระบือภายในฟาร์มของตัวเอง นำแม่พันธุ์มาให้พ่อพันธุ์กระบือของคุณโน่ทำการผสม จึงช่วยให้คุณโน่เกิดรายได้ในช่องทางนี้ กระบือเลี้ยงง่าย ทำเป็นอาชีพเสริมได้ คุณโน่ เล่าให้ฟังว่า สาเหตุท
การเลี้ยงแพะสำหรับผู้คนทั่วไปอาจจะมองว่าต้องใช้ต้นทุนสูงในการเลี้ยง แต่ครั้งนี้เทคโนโลยีชาวบ้านจะพามาทำความรู้จัก การเลี้ยงแพะแบบลดต้นทุน กับ คุณสมยศ กาละสอน หรือ คุณลุงแดง เกษตรกรผู้เลี้ยงแพะในพื้นที่บ้านท่าข้าม ตำบลหัวนา อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี โดยเลี้ยงแพะเป็นอาชีพเสริมทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้น จากอาชีพหลักที่ทำงานบริษัทก่อสร้าง ทำให้มีรายได้เสริมมาเลี้ยงครอบครัวมากขึ้น แรกเดิมทีคุณลุงแดงได้สนใจการเลี้ยงแพะเป็นอาชีพเสริม จึงได้ศึกษาก่อนที่จะมาเริ่มเลี้ยง พอศึกษาได้ในระดับหนึ่งแล้ว เขาจึงได้ทำการซื้อแม่แพะมา 1 ตัว ต่อมาแม่แพะได้คลอดลูกจึงได้ทำการเลี้ยงจนมีคนมาขอซื้อต่อในราคาที่สูง ทำให้เกิดความคิดขึ้นมาว่าเลี้ยงแพะเป็นอาชีพเสริมคงจะมีรายได้ที่ดี ปัจจุบัน นี้คุณลุงแดงเลี้ยงแพะมาเข้าสู่ปีที่ 2 แล้ว แพะส่วนใหญ่ที่เลี้ยงจะเป็นแพะพันธุ์บอร์ลูกผสม คุณลุงแดง บอกว่า แพะพันธุ์บอร์ลูกผสมจะมีต้นทุนที่ไม่สูงมาก จึงเหมาะกับคนที่มีทุนน้อย ถ้าเป็นพันธุ์บอร์แท้จะมีราคาที่สูงกว่าพันธุ์บอร์ลูกผสม ส่วนเรื่องการเลี้ยงดูนั้นให้กินต้นกระถินเป็นหลัก คุณลุงแดง ได้บอกกับทางเทคโนโลยีชาวบ้านอีกด้วยว่
