ปศุสัตว์
เป็ดเป็นสัตว์ปีกอีกประเภทหนึ่งที่เลี้ยงดูง่าย สามารถกินอาหารตามธรรมชาติได้ และให้ผลผลิตไข่จำนวนมาก ด้วยเหตุนี้จึงเป็นที่นิยมเลี้ยงรองมาจากไก่ โดยเฉพาะในปัจจุบันมีพันธุ์เป็ดไข่เชิงการค้าและพันธุ์ที่ได้รับการพัฒนาให้สามารถปรับตัวกับสภาพแวดล้อมของประเทศไทยได้ดีขึ้น ส่งผลให้มีจำนวนเป็ดที่เลี้ยงในประเทศไทยในปัจจุบัน (มีนาคม พ.ศ. 2564) รวม 17,737,537 ตัว (เป็ดไข่ 16,819,398 ตัว และเป็ดเนื้อ 9,181,539 ตัว) ผลผลิตไข่เป็ดส่วนใหญ่ถูกนำไปใช้เป็นส่วนประกอบของขนมไทยและแปรรูปเป็นไข่เค็ม สายพันธุ์เป็ดน่าเลี้ยง พันธุ์กากีแคมเบลล์ เป็ดไข่เชิงการค้าที่ได้รับความนิยมมากที่สุด มีขนลำตัวสีน้ำตาล ในเพศผู้มีขนที่บริเวณส่วนอกเข้มกว่าลำตัว และมีขนที่ปลายหางม้วนงอ สามารถจำแนกเพศได้ง่าย โดยเพศผู้มีขนเป็นวงแหวนสีน้ำตาลอ่อนรอบคอ มีขนที่หัวสีเขียว เพศเมียให้ผลผลิตไข่ฟองแรกที่อายุประมาณ 18-20 สัปดาห์ และให้ผลผลิตไข่อย่างน้อย 280 ฟองต่อตัวต่อปี พันธุ์กบินทร์บุรี เป็ดไข่ที่พัฒนาพันธุกรรมจากเป็ดพันธุ์กากีแคมเบลล์โดยกรมปศุสัตว์ สามารถให้ผลผลิตไข่เมื่อมีอายุ 150-160 วัน โดยให้ผลผลิตไข่ประมาณ 280-300 ฟอง ต่อตัว ต่อปี พันธ
คุณนิกร แสงเกตุ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 8 สุราษฎร์ธานี (สศท.8) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า “โคขุน” นับเป็นสินค้าเกษตรทางเลือกที่มีศักยภาพการผลิตในพื้นที่ของจังหวัดสุราษฎร์ธานี สร้างรายได้ดีให้เกษตรกร ปัจจุบันเกษตรกรนิยมเลี้ยงเป็นอาชีพเสริมจากการทำการเกษตรเป็นหลัก โดยในปี 2565 (ข้อมูลจากสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสุราษฎร์ธานี ณ เดือนธันวาคม 2565) พบว่า พื้นที่การเลี้ยงครอบคลุมทั้ง 19 อำเภอ พบการเลี้ยงมากที่สุดในอำเภอกาญจนดิษฐ์ อำเภอคีรีรัฐนิคม และอำเภอไชยา โดยมีเกษตรกรผู้เลี้ยงที่ขึ้นทะเบียนกับสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดสุราษฎร์ธานี รวม 200 ราย จำนวนโคขุนรวมทั้งจังหวัด 866 ตัว จากการลงพื้นที่ของ สศท.8 เพื่อติดตามสถานการณ์การผลิตโคขุนในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี พบว่า ปัจจุบัน เกษตรกรมีการเลี้ยงแบบรวมกลุ่ม และเลี้ยงแบบรายเดียว ซึ่งหนึ่งในตัวอย่างเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จในการเลี้ยงโคขุน คือ คุณปรีชา เรืองแสง เศรษฐกิจการเกษตรอาสา (ศกอ.) จังหวัดสุราษฎร์ธานี และเป็นสมาชิกของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้เลี้ยงโคขุนอำเภอท่าชนะ จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยจากการสัมภาษณ์ คุณปรีชา บอกว่
เกษตรกรสาวสวยบึงกาฬ ที่ชาวโซเชียลรู้จักในนาม “เด็กเลี้ยงควาย by ใบเตย” จากเด็กเลี้ยงควายไล่ทุ่งเริ่มจากเลี้ยงแก้เหงากลายมาเป็นความชอบ ทำรายได้สูงสุดหลักล้านต่อปี เพื่อที่จะพัฒนาให้เป็นควายงามส่งเข้าประกวด โดยเริ่มพัฒนาจากแม่พันธุ์ควายเนื้อ เป็นควายงาม แรงบันดาลใจที่ทำให้เปลี่ยนความคิดและมุมมองเกิดขึ้นตอนไปเห็นควายในสนามประกวด คุณสริฏา เดชา หรือ คุณใบเตย เจ้าของโขงนทีฟาร์มควายไทย ตั้งอยู่ที่ หมู่ 10 ตำบลโพธิ์หมาแข้ง อำเภอบึงโขงหลง จังหวัดบึงกาฬ เรียกได้ว่าเป็นวัยรุ่นสาวดีกรีปริญญาตรี จบจากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ สาขาสัตวศาสตร์ เอกการผลิตสุกร ถึงแม้ว่าจะไม่ได้จบเอกสายโคกระบือโดยตรง คุณใบเตย เล่าว่า ยังไงก็สามารถพัฒนาได้เหมือนหมู หลังจากนั้นก็ได้ศึกษาและเลี้ยงพัฒนาให้เป็นควายงามที่ดี นิสัยความน่ารักของควาย เขาพูดไม่ได้แต่สามารถแสดงพฤติกรรมให้เห็น ความยากของการเลี้ยงควายที่พัฒนา คือ ความอดทน และระยะเวลา เนื่องจากควายที่พัฒนาจะใช้ระยะเวลาในการตั้งท้องเกือบปี กว่าจะได้แม่พันธุ์ต้องใช้ระยะเวลา 2-3 ปี เรื่องของความอดทนจึงมาก่อน จุดเริ่มต้นที่สนใจ เกิดจากการที่เราจะซื้อควายงามมาเลี้ยงแต่ไม่รู้ประวัติ
โคนมในประเทศไทย ได้รับความนิยมในการเลี้ยงอย่างแพร่หลาย เพราะเนื่องจากผลผลิตของโคนมนั้นได้ผลตอบแทนที่ดี จึงมีเกษตรกรหลายรายที่หันมาเลี้ยงโคนมเป็นอาชีพหลักและอาชีพเสริม สามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรได้เป็นอย่างดี เพราะประเทศไทยของเรานั้นมีพื้นที่และสภาพอากาศที่เหมาะสมแก่การเลี้ยงปศุสัตว์ ทั้งในเรื่องของอาหารสัตว์ เช่น ทุ่งหญ้าที่ใช้ในการเลี้ยง ข้าวโพด มันสำปะหลัง เปลือกข้าว รำข้าว เปลือกสับปะรด ยอดอ้อย กากน้ำตาล เป็นต้น ซึ่งมีราคาจำหน่ายที่ถูก สามารถใช้แทนกันได้ หากมีสิ่งใดสิ่งหนึ่งจำหน่ายในราคาที่เพิ่มขึ้น การเลี้ยงโคนมจึงเป็นการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยการสร้างมูลค่าเพิ่มของผลิตผลที่ผลิตได้ เช่น แทนที่จะผลิตมันสำปะหลังเพื่อส่งออก สำหรับการเลี้ยงปศุสัตว์ในต่างประเทศ ก็นำมาใช้ในการเลี้ยงสัตว์ภายในประเทศ เพื่อส่งออกเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ ซึ่งมีมูลค่าสูงกว่า เป็นต้น นอกจากนี้ ทางรัฐบาลก็ได้ให้การส่งเสริมทางด้านสินเชื่อการเกษตร การปรับปรุงพันธุ์สัตว์โดยการผสมเทียม การบริการสัตวแพทย์ และเกษตรกรสามารถขายน้ำนมดิบได้ในราคาประกันที่เป็นธรรม สำหรับ Cow scoring แอปพลิเ
เดนมาร์ก มีชื่อเสียงในด้านการผลิตนมและผลิตภัณฑ์นมมาเป็นร้อยปี เป็นเจ้าแห่งวงการนมเนยว่างั้น เกษตรกรวัวนมในเดนมาร์กส่วนใหญ่จัดเป็นรายย่อย แต่ละรายก็เป็นเจ้าของฟาร์มวัวไม่ใหญ่ มีวัวหลักสิบหลักร้อย แต่ละคนก็ดูแลฟาร์มตัวเองไป ช่วยกันเองในครอบครัว ไม่ค่อยมีลูกจ้าง เพราะค่าจ้างแพง แต่มีเครื่องไม้เครื่องมือทันสมัยเพื่อเบาแรงแบบจัดเต็ม พื้นที่ผลิตวัวนมของเดนมาร์ก กระจายไปทั่วทั้ง ภาคกลาง (Jylland) มีฟาร์มโคนมจำนวน 10,500 แห่ง และโคนมจำนวน 600,000 ตัว, ภาคตะวันตก (Vestjylland) มีฟาร์ม 6,500 แห่ง วัวนม 350,000 ตัว, ภาคตะวันออก (Østjylland) มีฟาร์ม 5,000 แห่ง วัว 250,000 ตัว และภาคเกาะ (Sjælland) มีฟาร์ม 2,000 แห่ง วัวนม 100,000 ตัว เดนมาร์กมีอากาศอบอุ่นชื้น แต่ฝนน้อย อันนี้ก็มีปัญหากับวัวเขาไม่น้อย แต่เขาแก้ปัญหาโดยการพัฒนาระบบโรงเรือนที่ทันสมัย ควบคุมสภาพอากาศภายในโรงเรือนให้เหมาะสมกับวัว มีระบบให้อาหารอัตโนมัติ ระบบจัดการสุขภาพวัว ระบบติดตามการผลิต ทั้งหมดเป็นระบบอัตโนมัติ ประหยัดแรงงาน และแม่นยำ ต้นทุนการผลิตนมของเขาสูงกว่าเรา และกว่าคู่แข่งในตลาดนมของโลกมาก ต้นทุนอาหารสัตว์ ยารักษาโรค และค่า
คุณรินทร์นภัทร กนกชัชวาล หรือ คุณกานต์ เกษตรกรจังหวัดนครราชสีมา ได้ปรับเปลี่ยนพื้นที่ทางการเกษตรจากพื้นไร่ มาแบ่งเป็นพื้นที่เลี้ยงแกะ เพราะมองว่าแกะค่อนข้างที่จะเป็นสัตว์ที่เลี้ยงและกินง่าย โดยที่เธอไม่ต้องเหนื่อยจากการดูแลมากนัก เมื่อเทียบกับการทำเกษตรด้านอื่นๆ จึงทำให้การเลี้ยงแกะนอกจากจะสร้างรายได้แล้ว ยังสร้างความสุขให้กับเธอเมื่อได้เห็นความน่ารักของแกะที่เลี้ยงในทุกๆ วัน คุณกานต์ เล่าถึงการทำเกษตรให้ฟังว่า เน้นการปลูกพืชไร่เป็นหลัก แต่ด้วยสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป ทำให้ปัญหาในเรื่องของน้ำในพื้นที่ไม่เอื้ออำนวย เวลาที่ผลผลิตออกมาจึงได้ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย พร้อมทั้งต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น ส่งผลให้การขายสินค้าทางการเกษตรแต่ละครั้งแทบจะไม่เหลือกำไร หรือบางช่วงขาดทุนเลยก็มี “พอหลังจากที่เรามองเห็นปัญหาของการทำพืชไร่ ก็เลยคุยกันกับแฟนว่าจะทำอะไรต่อดี ที่น่าจะมีรายได้ตอบโจทย์ ด้วยความที่แฟนสนใจในเรื่องของการเลี้ยงสัตว์ จึงได้ทดลองซื้อแกะมาเลี้ยง สิ่งที่เห็นได้ชัดเลย แกะใช้ทุนเลี้ยงไม่เยอะ น่าจะพอทำได้ ช่วงแรกซื้อแม่พันธุ์มาประมาณ 10 ตัว เลี้ยงไปเลี้ยงมาก็มีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้การเลี้ยงแก
กระบือ เป็นอีกหนึ่งสัตว์เลี้ยงที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรในหลายพื้นที่ เพราะการเลี้ยงสามารถกำหนดทิศทางและทำตลาดได้หลากหลายช่องทาง มีตั้งแต่การเพาะพันธุ์เพื่อส่งเข้าประกวด ตลอดไปจนถึงการผลิตเป็นลูกพันธุ์ดีจำหน่าย หรือส่งจำหน่ายไปยังตลาดเนื้อเพื่อบริโภคอีกหนึ่งช่องทาง จึงนับได้ว่ากระบือปัจจุบันไม่ได้เป็นเพียงสัตว์ที่คนทั่วไปมักมองว่าใช้แรงงานในเรื่องของการนำมาไถนา แต่ในเวลานี้เป็นอีกหนึ่งสัตว์เศรษฐกิจที่สำคัญสามารถเกิดประโยชน์และคุณค่าทางเศรษฐกิจให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงอย่างต่อเนื่อง คุณกิตติรัตน์ อินทนุ หรือ คุณโน่ เจ้าของ ก.กิตติรัตน์ ฟาร์มควายไทย ลำพูน เป็นอีกหนึ่งเกษตรกรที่ให้ความสนใจเรื่องของการเลี้ยงกระบือ โดยคุณโน่ได้หาซื้อพ่อพันธุ์กระบือที่มีโครงสร้างดีเข้ามาเลี้ยงในฟาร์ม เพื่อต่อยอดในการพัฒนาสายพันธุ์ให้ดียิ่งขึ้น จึงทำให้นอกจากการผสมพันธุ์กระบือภายในฟาร์มแล้ว ยังมีเพื่อนเกษตรกรในหลายพื้นที่ต้องการพัฒนากระบือภายในฟาร์มของตัวเอง นำแม่พันธุ์มาให้พ่อพันธุ์กระบือของคุณโน่ทำการผสม จึงช่วยให้คุณโน่เกิดรายได้ในช่องทางนี้ กระบือเลี้ยงง่าย ทำเป็นอาชีพเสริมได้ คุณโน่ เล่าให้ฟังว่า สาเหตุท
การเลี้ยงแพะสำหรับผู้คนทั่วไปอาจจะมองว่าต้องใช้ต้นทุนสูงในการเลี้ยง แต่ครั้งนี้เทคโนโลยีชาวบ้านจะพามาทำความรู้จัก การเลี้ยงแพะแบบลดต้นทุน กับ คุณสมยศ กาละสอน หรือ คุณลุงแดง เกษตรกรผู้เลี้ยงแพะในพื้นที่บ้านท่าข้าม ตำบลหัวนา อำเภอเดิมบางนางบวช จังหวัดสุพรรณบุรี โดยเลี้ยงแพะเป็นอาชีพเสริมทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้น จากอาชีพหลักที่ทำงานบริษัทก่อสร้าง ทำให้มีรายได้เสริมมาเลี้ยงครอบครัวมากขึ้น แรกเดิมทีคุณลุงแดงได้สนใจการเลี้ยงแพะเป็นอาชีพเสริม จึงได้ศึกษาก่อนที่จะมาเริ่มเลี้ยง พอศึกษาได้ในระดับหนึ่งแล้ว เขาจึงได้ทำการซื้อแม่แพะมา 1 ตัว ต่อมาแม่แพะได้คลอดลูกจึงได้ทำการเลี้ยงจนมีคนมาขอซื้อต่อในราคาที่สูง ทำให้เกิดความคิดขึ้นมาว่าเลี้ยงแพะเป็นอาชีพเสริมคงจะมีรายได้ที่ดี ปัจจุบัน นี้คุณลุงแดงเลี้ยงแพะมาเข้าสู่ปีที่ 2 แล้ว แพะส่วนใหญ่ที่เลี้ยงจะเป็นแพะพันธุ์บอร์ลูกผสม คุณลุงแดง บอกว่า แพะพันธุ์บอร์ลูกผสมจะมีต้นทุนที่ไม่สูงมาก จึงเหมาะกับคนที่มีทุนน้อย ถ้าเป็นพันธุ์บอร์แท้จะมีราคาที่สูงกว่าพันธุ์บอร์ลูกผสม ส่วนเรื่องการเลี้ยงดูนั้นให้กินต้นกระถินเป็นหลัก คุณลุงแดง ได้บอกกับทางเทคโนโลยีชาวบ้านอีกด้วยว่
“เกษตรทฤษฎีใหม่” คือแนวทางและหลักการในการทำเกษตรที่เน้นในเรื่องของการบริหารจัดการน้ำและที่ดิน เพื่อให้สามารถทำเกษตรบนที่ดินขนาดเล็กให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้ ทั้งยังให้ความสำคัญในด้านการพัฒนาให้เกษตรกรมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยการทำเกษตรแบบทฤษฎีใหม่นั้นจะต้องมีการจัดสรรที่ดินอย่างเป็นระบบและมีสัดส่วนชัดเจน คือต้องมีทั้งพื้นที่สำหรับทำนาข้าว ปลูกพืชผัก ผลไม้ต่างๆ พื้นที่สำหรับเลี้ยงสัตว์และทำเป็นที่พักอาศัย รวมถึงต้องมีน้ำในปริมาณที่เพียงพอสำหรับการเพาะปลูกอีกด้วย แต่เพื่อให้การปฏิบัติตามหลักของเกษตรทฤษฎีใหม่ประสบผลสำเร็จนั้น เกษตรกรเองก็จะต้องยึดถือและปฏิบัติตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงควบคู่ไปด้วย เนื่องจากทั้งสองสิ่งนั้นมีความเกี่ยวเนื่องกันอย่างขาดไม่ได้ กล่าวคือ หากเศรษฐกิจพอเพียงนั้นก็เปรียบเหมือนแนวทาง เกษตรทฤษฎีใหม่นั้นก็เปรียบเหมือนกับหลักการและขั้นตอนการนำเอาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในทางปฏิบัตินั่นเอง คุณกวางทอง ราษี อยู่ที่บ้านเลขที่ 164 บ้านโคกก่อง ตำบลโคกก่อง อำเภอเมือง จังหวัดบึงกาฬ เป็นอีกหนึ่งเกษตรกรที่ทำสวนโดยยึดถือและปฏิบัติตามหลักการและแนวทางของเกษตรทฤษฎีใหม่ โดยมีการแบ่งพื้นที
“ทรัพย์จำนงฟาร์ม” เป็นอาณาจักรฟาร์มโคเนื้อใหญ่ที่สุดของจังหวัดพะเยา เจ้าของฟาร์มชื่อ คุณจำนง มาคำ ชายผิวดำแดง รูปร่างเล็กสันทัด คนในวงการโคเนื้อระดับประเทศรู้จักกันในนาม “นายฮ้อยเมืองเหนือ” 30 ปีบนเส้นทางการค้าขายโคเนื้อ จากพ่อค้าระดับตำบลสู่การค้าขายโคเนื้อระหว่างประเทศ ที่ดินผืนเล็กบริเวณตำบลแม่ปืม อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา เติบโตเป็นอาณาจักรฟาร์มโคเนื้อครบวงจรบนผืนดินหลายร้อยไร่ ความคิด ความเห็น และทัศนะที่มีต่อวงการค้าโคเนื้อประเทศไทย จึงแหลมคม แม่นยำ ตรงต่อความเป็นจริง สายพันธุ์โคบาลพะเยา คุณจำนง เล่าว่า เกิดมาตระกูลของคนเลี้ยงโค ตอนอยู่โรงเรียนเห็นพ่อต้อนโคก็วิ่งออกจากโรงเรียนไปช่วยพ่อ เรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 อ่านออกเขียนได้ พอทำบัญชีเป็น เติบโตเป็นหนุ่มก็เริ่มค้าขายโคเนื้อ ตอนเช้ามืดขับรถมอเตอร์ไซค์ฮอนด้าดรีมเดินทางจากพะเยาถึงตลาดนัดโคกระบืออำเภองาว จังหวัดลำปาง “ตอนนั้นซื้อโคเนื้อจำนวน 5 ตัว ได้กำไรตัวละ 1,000 บาท การซื้อโคเนื้อที่ตลาดนัดโคกระบือมีข้อดีเรื่องการเปรียบเทียบราคา คนซื้อโคเนื้อสามารถคำนวณผลกำไรได้ก่อนการลงทุน แต่การซื้อโคเนื้อที่บ้านเกษตรกรไม่มีตัวเปรียบเทียบ มอ
