ปศุสัตว์
คุณเวสารัช ตรีโชติ หรือ พี่โจ้ อยู่บ้านเลขที่ 12/2 หมู่ที่ 5 ตำบลสามควายเผือก อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม ยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์นครปฐม เลือดนักสู้ ผู้ที่ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค ที่ถึงแม้ว่าจะยังไม่สำเร็จสายอาชีพที่เลือกเดิน แต่จะขอทำต่อไปเพื่อสานต่อเจตนารมณ์ของตนเองและเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร พี่โจ้ เล่าถึงจุดเริ่มต้นการทำเกษตรว่า ก่อนที่จะผันตัวมาเป็นเกษตรกรอย่างเต็มตัว ตนเรียนจบคณะอักษรศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยศิลปากร หลังจากเรียนจบมีโอกาสได้เข้าทำงานในตำแหน่งนักวิชาการแผนที่กรุงเทพฯ แต่ด้วยความที่มีนิสัยส่วนตัวที่ไม่ชอบทำงานอยู่ในกรอบเข้าออกเป็นเวลา จึงตัดสินใจลาออกจากงานมาเปิดร้านมินิมาร์ท เปิดได้สักระยะก็มีเหตุให้ต้องปิดกิจการกันไป จึงกลับมานั่งคิดทบทวนใหม่ว่าจะทำอะไรต่อไปดีให้เหมาะกับนิสัยส่วนตัวที่ชอบทำงานอิสระ และสามารถใส่ความคิดของตัวเองลงไปในงานได้ ก็มาประจวบเหมาะกับที่บ้านจังหวัดนครปฐมมีที่ดินว่างเปล่าของคุณพ่อที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์อยู่จำนวน 2 ไร่ครึ่ง จึงตัดสินใจที่จะมาลองทำอาชีพเกษตรกรรม ปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ ดูสักครั้ง ซึ่งในช่วงแรกของเส้นทางสายเกษตรก็เป็นไปด้วยความยากลำบาก เพราะ
อาชีพเกษตรหลายคนมองว่าเป็นเรื่องหมูๆ แต่สำหรับเกษตรกรมือใหม่แล้ว ถือเป็นเรื่องที่ไม่หมูเลย และยิ่งถ้าหากเป็นคนที่ไม่มีพื้นฐานด้านการเกษตรมาก่อนด้วยแล้ว ก็อาจจะต้องใช้เวลาล้มลุกคลุกคลานอยู่นานพอสมควร กว่าจะตั้งหลักได้ ในฉบับนี้ผู้เขียนจึงอยากที่จะเสนอ เรื่องราวการสู้ชีวิตของเกษตรกรสาวหน้าใสท่านหนึ่ง ที่กว่าจะมีทุกวันนี้ได้เธอต้องผ่านอุปสรรคมากมาย ทั้งโดนดูถูก โดนหลอกสูญเงินนับล้าน แต่ก็ยังสามารถก้าวข้ามผ่านวิกฤตที่เกิดขึ้นไปได้ คุณรสิตา จรดล หรือ คุณต๊อบ อาศัยอยู่ที่ เลขที่ 299 หมู่ที่ 17 ตำบลบ้านเพชร อำเภอบำเหน็จณรงค์ จังหวัดชัยภูมิ เกษตรกรสาวหน้าใสเจ้าของฟาร์มวัวนม “กาลครั้งหนึ่งฟาร์ม” จากอดีตลูกคุณหนูสู่เกษตรกรเลี้ยงวัว ล้มลุกคลุกคลานด้วยตนเอง จนประสบความสำเร็จในอาชีพที่ตั้งใจทำ สามารถสร้างรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 300,000-350,000 บาท พร้อมกับการค่อยๆ พัฒนานำระบบ AI เข้ามาใช้ยกระดับมาตรฐานฟาร์ม เพื่อสร้างความสะดวก ลดความเหนื่อย ลดต้นทุน และเป็นประโยชน์ในการพัฒนาขยายฟาร์มในอนาคต คุณต๊อบ เล่าถึงจุดเริ่มต้นจากลูกคุณหนูผันตัวมาเป็นเกษตรกรว่า เกิดจากที่พื้นฐานเดิมครอบครัวของตนเองทำธุรกิจเกี่ยว
งานราชมงคลรักษ์เหลืองจันท์ ณ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตจันทบุรีอำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี ผ่านไปแล้ว โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8-16 กุมภาพันธ์ 2563 ถึงแม้เป็นงานระดับภูมิภาค แต่ขอบอกว่า คนนิยมไปเที่ยวชมงานกันมาก จนรถติดยาว ไฮไลต์ของงานคือการประกวดกล้วยไม้เหลืองจันทบูร มีสวยๆ งามๆ ทุกปี ในงานมีการออกร้าน มีผู้ค้าไปจากกรุงเทพฯ จากสระบุรี นำต้นไม้ไปจำหน่ายบอกว่าขายดี จนแทบไม่เหลือกลับมา ส่วนงานวิชาการก็น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะบู๊ธของบริษัท เมอริทไพรม์ จำกัด ผู้ผลิตถั่งเช่าเขาคิชฌกูฏ ฟาร์มเห็ดถั่งเช่าเขาคิชฌกูฏ ตั้งอยู่เลขที่ 9/22 หมู่ที่ 10 ตำบลพลวง อำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี บริษัท เมอริทไพรม์ฯ ผลิตถั่งเช่าสีทองได้สารสำคัญคือคอร์ไดเซปินสูงมาก ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์เป็นผงพร้อมชงดื่มเพื่อสุขภาพและอื่นๆ ซึ่งเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมื่อครั้งออกบู๊ธ ในงานรักษ์เหลืองจันท์ที่ผ่านมา ดร.อรวดี อานามวัฒน์ กรรมการผู้จัดการบริษัท เมอริทไพรม์ จำกัด ให้ข้อมูลว่า ที่ผ่านมา มีการนำผลิตภัณฑ์โปรไบโอติกถั่งเช่าสีทอง ในชื่อการค้าคอร์ดี้โปรแม็กซ์ทีวัน (Cordypromax
ไก่ดำภูพาน ถูกพัฒนาสายพันธุ์ขึ้นจากไก่ดำลูกผสมกับไก่พื้นเมืองของจังหวัดสกลนคร จึงทำให้ไก่ดำภูพานมีคุณสมบัติโดดเด่นกว่าไก่ดำสายพันธุ์อื่นที่นำเข้ามาเลี้ยงในประเทศไทย เป็นไก่ที่เลี้ยงง่าย โตเร็ว ปล่อยให้หากินอิสระได้ หากินเก่ง ฟักไข่และเลี้ยงลูกได้เอง เนื้อแน่น รสชาติอร่อย และมีประโยชน์ต่อร่างกาย จากผลการศึกษาวิจัยพบว่า สารเมลานินซึ่งเป็นสารสีดำที่พบในไก่ดำภูพาน เป็นสารต้านอนุมูลอิสระตัวหนึ่ง มีคุณสมบัติในการชะลอความชราของเซลล์ และออกฤทธิ์ในการต้านเซลล์มะเร็งจึงทำให้ผู้ที่บริโภคไก่ดำได้รับสารอาหารที่มากกว่าไก่ทั่วไป และจัดเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ เหมาะสำหรับบำรุงร่างกาย หญิงมีครรภ์ เด็ก ผู้ป่วย และผู้สูงอายุ ซึ่งสอดคล้องกับหลัก “โภชนศาสตร์บำบัด” คือการกินเพื่อการป้องกันและรักษาโรค จึงทำให้มีผู้สนใจนำไปเลี้ยงและขยายพันธุ์เป็นจำนวนมาก เกษตรกรสามารถเลี้ยงไว้เพื่อบริโภค เป็นแหล่งอาหารโปรตีนตามวัตถุประสงค์ของโครงการพระราชดำริภายใต้แนวเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ การพัฒนาไก่ดำ KU-ภูพาน คิดค้นและพัฒนาสายพันธุ์ โดย อาจารย์ภานุวัฒน์ คัมภีราวัฒน์ (คณะทรัพยากรธรรมชาติและอุตสาหกรรมเกษตร
จากกระแสการใส่ใจในเรื่องของสุขภาพที่มีมากขึ้น ทำให้ผู้บริโภคยุคนี้ใส่ใจในเรื่องของอาหารการกินเป็นอย่างมาก โดยเลือกซื้อวัตถุดิบที่มาปรุงอาหาร เน้นเป็นวัตถุดิบที่ปลอดภัย ผ่านกระบวนการผลิตที่ใส่ใจทุกรายละเอียด เพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจได้ว่าเมื่อกินแล้วดีต่อสุขภาพ โดยสุขภาพที่ดีเริ่มจากการกินอาหารที่มีประโยชน์และปลอดภัยควบคู่ไปกับการออกกำลังกาย ไข่ เป็นอีกหนึ่งวัตถุดิบที่มีคุณประโยชน์ สามารถกินและนำมาประกอบอาหารได้ทุกวัน จึงได้มีการพัฒนาการเลี้ยงในแบบเป็นไก่ไข่อารมณ์ เพื่อให้ไก่ผลิตไข่ที่ดีมีคุณภาพ พร้อมทั้งเป็นสินค้าที่มีมูลค่า ตลาดมีความต้องการเหมือนเช่นไข่ไก่อารมณ์ดีของ คุณกชกร ช่วยณรงค์ ตั้งอยู่ที่ 27 หมู่ที่ 5 ตำบลบางพระ อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา มีการเลี้ยงแบบปล่อยอิสระทำให้ไข่ที่ได้เป็นสินค้าที่มีคุณภาพสูง ปริมาณผลผลิตมีไม่เพียงต่อความต้องการเลยทีเดียว คุณกชกร เล่าให้ฟังว่า เธอจบการศึกษาในสาขาวิชาสัตวศาสตร์ คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน และได้นำองค์ความรู้จากการเรียนมาช่วยครอบครัวดำเนินธุรกิจคือการเลี้ยงไก่ไข่และโคนม พร้อมทั้งต่อยอดการเลี้ยงไก่ไข่เป็นแบบไก่อารมณ
ปัจจุบัน กระแสสุขภาพกำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นสำหรับผู้ที่ใส่ใจในการดูแลตัวเอง โดยเลือกกินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ เช่น การกินอาหารคลีน หรืออาจจะเป็นอาหารที่ปรุงจากวัตถุดิบที่ปลูกแบบระบบอินทรีย์ก็เป็นความมั่นใจของผู้บริโภคมากขึ้น ซึ่งเดี๋ยวนี้นอกจากพืชที่ปลูกในระบบอินทรีย์แล้ว แม้แต่สัตว์บางชนิดก็สามารถนำมาเลี้ยงในระบบอินทรีย์ได้อีกด้วย โดยปล่อยให้อยู่ตามธรรมชาติมีการเลี้ยงด้วยอาหารที่ได้จากพืช ไม่มีการใช้ยาปฏิชีวนะในการเลี้ยง จึงส่งผลให้สัตว์ที่เลี้ยงด้วยระบบนี้สามารถทำราคาทางด้านการตลาดที่สูงกว่าการเลี้ยงแบบทั่วไปเป็นเท่าตัว อย่างเช่น ไข่ไก่ที่ผ่านการเลี้ยงในระบบอินทรีย์เป็นอีกหนึ่งสินค้าที่กำลังได้รับความนิยม เพราะสามารถหาซื้อเองได้ตามซุปเปอร์มาร์เก็ตและร้านค้าที่ขายสินค้าอินทรีย์ หรือถ้าหากอยากมีกิจกรรมยามว่างก็สามารถหาไก่ไข่มาเลี้ยงแล้วเก็บไข่ไว้กินภายในครัวเรือนเองก็เป็นอีกหนึ่งช่องทางในการประหยัดรายจ่าย คุณณธรา แย้มพิกุล อยู่ที่บ้านเลขที่ 16 หมู่ที่ 19 ตำบลด่านช้าง อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นเกษตรกรผู้มีความชอบการกินอาหารที่ปลูกในระบบอินทรีย์ โดยผลไม้และผักสวนครัวต่างๆ ที่ปลูกใ
แกะเป็นอีกหนึ่งสัตว์เลี้ยงเศรษฐกิจที่กำลังได้รับความนิยม เพราะตลาดผู้บริโภคในบ้านเราเริ่มให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ซึ่งแกะนอกจากจะเลี้ยงดูเพื่อความสวยงามแล้ว ยังสามารถนำมาประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู ส่งผลให้เมื่อความต้องการมีมากขึ้น การเลี้ยงเพื่อตอบสนองกลุ่มลูกค้าจึงเกิดขึ้นตามไปด้วย โดยมีการเลี้ยงแกะในหลายพื้นที่ของประเทศ พร้อมกับเกิดการรวมกลุ่มที่เข้มแข็งสร้างรายได้อย่างยั่งยืน คุณสุรีพร เซ็นกลาง อยู่บ้านเลขที่ 8 หมู่ที่ 15 ตำบลวังตะเคียน อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี ได้เห็นถึงการสร้างรายได้จากการเลี้ยงแกะ จึงได้นำมาเลี้ยงเพื่อสร้างรายได้ในพื้นที่ของเธอเอง โดยจัดสรรพื้นที่ให้มีความเหมาะสมคือ แบ่งพื้นที่โรงเรือน แปลงหญ้าสำหรับเดินเล่น และที่ขาดเสียไม่ได้นั้นก็คือการปลูกหญ้าอาหารสัตว์สำหรับเลี้ยงสัตว์ภายในฟาร์ม ช่วยให้การเลี้ยงแกะมีต้นทุนการผลิตที่ลดลง เกิดผลกำไร มีเงินเก็บจากการเลี้ยงมากขึ้น คุณสุรีพร เล่าพื้นเพเบื้องหลังของชีวิตเมื่ออดีตให้ฟังว่า กว่าจะมาเป็นเกษตรกรเหมือนเช่นทุกวันนี้ ได้ทำงานเป็นพนักงานโรงแรมมาก่อน โดยในระหว่างนั้นมีความสนใจในเรื่องของการทำเกษตรอยู่
แกะ ในปัจจุบันกำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในการเลี้ยงเพื่อจำหน่ายเป็นสัตว์เศรษฐกิจ โดยเฉพาะเกษตรกรในจังหวัดบุรีรัมย์ มีการรวมกลุ่มการเลี้ยงแพะแกะกันอย่างเข้มแข็ง เรียกชนิดที่ว่าสามารถต่อลองในเรื่องของการทำตลาดได้เป็นอย่างดี จึงทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงสามารถทำตลาดได้อย่างไม่ต้องกลัวในเรื่องของการถูกกดราคา และยิ่งไปกว่านั้นทางกลุ่มได้มีการจัดการเนื้อแกะให้มีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น ด้วยการนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ สามารถส่งจำหน่ายทำตลาดออนไลน์ได้เป็นอย่างดี คุณรดา แย้มโกสุมภ์ เกษตรกรเลี้ยงแกะ อยู่ที่ตำบลคูเมือง อำเภอคูเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ ได้แบ่งพื้นที่จากที่เคยทำเกษตรเชิงเดี่ยวเพียงอย่างเดียว มาทำปศุสัตว์เสริมอีกหนึ่งช่องทาง ทำให้สามารถสร้างรายได้มากขึ้น โดยเน้นปลูกพืชอาหารสัตว์ไว้ให้สัตว์ภายในฟาร์มกิน จึงทำให้สามารถประหยัดต้นทุนได้อีกหนึ่งช่องทาง เมื่อจำหน่ายแกะจึงเกิดรายได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย คุณรดา เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนเน้นทำการเกษตรแบบพืชไร่เพื่อเป็นการสร้างเงิน เมื่อเวลาผันผ่านมาถึงปี 2558 รายได้ที่ทำยังไม่ตอบโจทย์ที่ทำให้มีเงินเก็บได้มากนัก จึงตัดสินใจซื้อแกะเข้ามาเลี้ยงเริ่มแร
จากอดีตคนส่วนใหญ่จะมองว่าการเลี้ยงโคเนื้อจะต้องมีพื้นที่บริเวณบ้านกว้างขวางพอสมควร เพื่อให้การเลี้ยงสัตว์อยู่ในทุ่งหญ้า ให้สัตว์ได้เดินเล่น จึงทำให้คนส่วนใหญ่มองว่าการทำปศุสัตว์โดยเฉพาะการเลี้ยงโค เป็นเรื่องที่ไกลตัวสามารถทำได้ยาก จึงได้ไม่ให้ความสนใจกับการเลี้ยงโคมากนัก ซึ่งในปัจจุบันการเลี้ยงโคได้มีการปรับเปลี่ยนให้เข้ากับพื้นที่มากขึ้น เช่น ในบริเวณบ้านมีพื้นที่ไม่มากก็สามารถเลี้ยงให้ประสบผลสำเร็จได้หากมีการจัดการที่ดี และที่สำคัญสามารถเป็นอาชีพเสริมที่ช่วยสร้างรายได้ให้กับครอบครัวได้อีกด้วย คุณประดิษฐ์ พรมจันทึก อยู่บ้านเลขที่ 1 หมู่ที่ 1 ตำบลขนงพระ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ได้ทำการเลี้ยงโคแบบใช้พื้นที่น้อยแต่สามารถสร้างรายได้หลักแสนต่อปี จึงนับว่าการเลี้ยงโคไม่ใช่เรื่องไกลตัวที่หลายๆ คนมองว่ายุ่งยากในการเลี้ยงอีกต่อไป ทำให้เวลานี้ทุกคนในชุมชนได้มาทำการเลี้ยงโคเป็นอาชีพเสริม ทำให้ทุกครัวเรือนมีรายได้และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอีกด้วย มีอาชีพรับจ้างทั่วไป คุณประดิษฐ์ เล่าให้ฟังว่า มีอาชีพรับจ้างทั่วไปอยู่ในหมู่บ้านซึ่งสมัยก่อนยังไม่ได้มีการนำโคเข้ามาเลี้ยง ต่อมาเมื่อเก็บเงินได้จ
คุณอาทิตย์ จงย่อกลาง หรือ แอ้ม เดิมเป็นชาติพันธุ์ภูไท ไปมีครอบครัวอยู่ที่อำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา ปัจจุบันอยู่บ้านเลขที่ 24 หมู่ที่ 12 บ้านเหล่าพัฒนา ตำบลบ้านเหล่า เมื่อ 6 ปีที่ผ่านมา ก่อนนี้มีอาชีพทำนาตามบรรพบุรุษของภรรยา จนเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมามีเพื่อนที่เลี้ยงจิ้งหรีดในตำบลเดียวกันแบ่งพันธุ์มาให้เลี้ยง โดยศึกษาหาความรู้จากเพื่อนและเพิ่มเติมจากสื่อต่างๆ จนสามารถขายได้โดยขายภายในชุมชน จึงเพิ่มบ่อในการเลี้ยงโดยให้มีจิ้งหรีดออกจำหน่ายทุก 10 วัน ต่อมาจึงโพสต์ขายทางออนไลน์ ราคา 170 บาทต่อกิโลกรัม ใน 1 บ่อจะได้ผลผลิต 10-15 กิโลกรัม ต้นทุนการผลิต 600 บาทต่อบ่อ รายได้ 1,700-2,550 บาท ได้กำไร 1,100-1,950 บาท โดยใช้ระยะเวลาเลี้ยง 35-45 วัน แต่ถ้าเป็นฤดูหนาวจะใช้เวลานานถึง 55-60 วัน โดยใช้อาหารสำเร็จรูปเป็นหลัก แล้วใช้พืชผักสวนครัวหรือพืชที่มียาง เช่น มันสำปะหลังและผักไชยา เป็นอาหารเสริม ระยะเริ่มเลี้ยงที่ให้ไข่ฟักออกเป็นตัวจะใช้ใบตองสดวางให้ลูกจิ้งหรีดหลบ และสับต้นกล้วยวางเพื่อให้ลูกจิ้งหรีดดูดกินน้ำ แทนการใช้สำลีชุบน้ำ โดยต้นกล้วยสับจำนวน 2 ครั้งภายใน 20 วัน หากแห้งก็ให้เปลี่ยนใหม่ อีกวิธีหนึ่งค
