กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
กรมประมงยืนยันผลการตรวจชนิดสัตว์น้ำในผลิตภัณฑ์ปลากระป๋องเป็นไปตามหลักวิชาการและมาตรฐานสากล ชี้ผลตรวจที่แตกต่างอาจเกิดจากการใช้ตัวอย่างคนละรุ่นการผลิต ขณะเดียวกันยังเดินหน้าแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำอย่างต่อเนื่อง ทั้งการจำกัด กำจัด การใช้ประโยชน์ ตามนโยบายรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (นายวัชระพล ขาวขำ) และการบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า จากกรณีที่สังคมให้ความสนใจและมีข้อสงสัยเกี่ยวกับผลการตรวจชนิดสัตว์น้ำในผลิตภัณฑ์ปลากระป๋อง กรมประมงขอชี้แจงว่า การดำเนินการเป็นไปตามเทคนิคมาตรฐานห้องปฏิบัติการสากล โดยใช้หลักสัณฐานวิทยา (Morphology Identification) และหลักอนุกรมวิธาน (Taxonomy) ซึ่งเป็นวิธีเดียวกับที่กรมประมงใช้ตรวจสอบสินค้าสัตว์น้ำเพื่อการส่งออกและผ่านการประเมินจากประเทศคู่ค้า อาทิ สหภาพยุโรป สหรัฐอเมริกา สาธารณรัฐเกาหลี อย่างต่อเนื่อง สำหรับตัวอย่างผลิตภัณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ส่งมาให้ตรวจสอบเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 จำนวน 3 ชุดตัวอย่าง กรมประมงตรวจสอบโดยเจ้าหน้าที่ที่มีความเชี่ยวชาญด้านอนุกรม
สืบเนื่องจากวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 กรมประมงและสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครอง ผู้บริโภค (สคบ.) ได้สั่งอายัดปลากระป๋อง ที่ติดฉลากว่าเป็นปลาซาร์ดีนในซอสมะเขือเทศ ตราดอกตันหยง ของบริษัท ศรีรุ้งงามฟู้ดส์ จำกัด ในจังหวัดสมุทรสาคร หลังจากมีผู้บริโภคร้องเรียนผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า สินค้าไม่ตรงปก ไม่ใช่เนื้อปลาซาร์ดีน แต่เป็นปลาหมอคางดำ หลังจากกรมประมง ตรวจสอบสายพันธุ์ปลาได้ยืนยันว่า ปลาที่พบในปลากระป๋องคือปลานิล เพื่อให้เกิดความชัดเจนเรื่องสายพันธุ์ปลา นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชนและมูลนิธิชีววิถี (BIOTHAI) นำปลากระป๋องที่ผลิตในล็อตเดียวกับที่ สคบ. สั่งอายัดไว้ส่งไปให้ศูนย์ความเป็นเลิศนานาชาติวิทยาศาสตร์และนวัตกรรมอาหารทะเล คณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ตรวจสอบซ้ำด้วยวิธีสกัดดีเอ็นเอ เพิ่มปริมาณสารพันธุกรรม และวิเคราะห์ลำดับเบสด้วยเทคนิค Sanger Sequencing โดยใช้เครื่องหมายพันธุกรรม Mini16S และ UniCOI โดยเปรียบเทียบลำดับเบสกับฐานข้อมูล GenBank ของ NCBI พบว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเป็น ปลาหมอคางดำ (Sarotherodon melanotheron) จึงเรียกร้องให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมท
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมส่งเสริมสหกรณ์ ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ กรมการค้าภายใน เดินหน้าขับเคลื่อนมาตรการบริหารจัดการผลไม้ เตรียมจัดมหกรรมผลไม้ไทยครั้งใหญ่ “Thailand : The Land of Tropical Fruits” ภายใต้แนวคิด Fresh From Farm มหัศจรรย์ผลไม้ 4 ภาค ณ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร หวังกระตุ้นการบริโภค เพิ่มช่องทางการตลาด สร้างรายได้ ให้เกษตรกร พร้อมยกระดับภาพลักษณ์ผลไม้ไทยสู่เวทีโลก นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แถลงข่าวถึงการจัดงานมหกรรมผลไม้ไทย ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมส่งเสริมสหกรณ์ ร่วมกับกระทรวงพาณิชย์ กรมการค้าภายใน จัดงานมหกรรมผลไม้ไทยครั้งใหญ่ “Thailand : The Land of Tropical Fruits” ภายใต้แนวคิด Fresh From Farm มหัศจรรย์ผลไม้ 4 ภาค เพื่อรณรงค์ประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้เพื่อกระตุ้นการบริโภค ภายใต้มาตรการบริหารจัดการสินค้าผลไม้ปี 2569 ระหว่างวันที่ 12 – 16 กรกฎาคม 2569 ณ ลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เพื่อกระตุ้นการบริโภคผลไม้ไทย เพิ่มช่องทางการตลาด และเชื่อมโยงผลผลิตคุณภาพจากเกษตรกรสู่ผู้บริโภคโดยตรง งาน “Thailand : The Land of Tro
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดินหน้าสนับสนุนและเพิ่มช่องทางตลาดให้แก่ขบวนการสหกรณ์อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดยกขบวนความอร่อยและขนสินค้าอัตลักษณ์จากสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรมาจัดแสดงและจำหน่ายภายในรัฐสภา (สัปปายะสภาสถาน) ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ผลิตภัณฑ์และสินค้าดาวเด่นของสหกรณ์” ตั้งแต่วันนี้ ไปจนถึงวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ และคณะเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมสหกรณ์ ร่วมกิจกรรมเปิดบูธจำหน่ายสินค้าดาวเด่นจากสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร ณ บริเวณชั้น 1 โซน C (รอบสระมรกต) อาคารรัฐสภา พร้อมเปิดเผยว่า การจัดกิจกรรมในครั้งนี้กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้คัดสรรสินค้าของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรระดับดาวเด่นคุณภาพดีส่งตรงจากเกษตรกรผู้ผลิตสินค้าและสมาชิกสหกรณ์ มาร่วมออกบูธจำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์กันอย่างคับคั่งรวม 16 บูธ เพื่อให้สมาชิกผู้ทรงเกียรติ ข้าราชการ และบุคลากรในรัฐสภาได้เลือกชมและช้อปสินค้าคุณภาพในราคายุติธรรม โดยแบ่งผลิตภัณฑ์ออกเป็น 4 หมวดหมู่หลัก ได้แก่ 1. หมวดผลไม้สดและเครื่องดื่มคัดพิเศษ ไฮไลต์เด็ดอย่าง ทุเรียนน้ำแร่
คุณสำรวย บางสร้อย เกษตรกรจากจังหวัดร้อยเอ็ด อยู่บ้านเลขที่ 4 หมู่ที่ 12 บ้านสวนปอ ตำบลหนองแคน อำเภอปทุมรัตต์ จังหวัดร้อยเอ็ด อาชีพทำไร่นาสวนผสม โดยประสบความสำเร็จจากการจดบันทึกบัญชีอย่างต่อเนื่องและนำข้อมูลทางบัญชี มาวิเคราะห์เพื่อวางแผนการผลิตทางการเกษตรอย่างเป็นระบบ จนสามารถสร้างรายได้และลดต้นทุน รวมถึงสามารถชดใช้หนี้สินให้น้อยลงและมีฐานะที่มั่นคงมากขึ้น พร้อมทั้งสร้างเครือข่ายคนทำบัญชีและการเกษตรในชุมชน เพื่อเป็นการต่อยอดองค์ความรู้ด้านการจดบันทึกบัญชีและด้านการเกษตรให้แก่เกษตรกรในชุมชนนำไปปฏิบัติให้เกิดประโยชน์และเห็นผลจริง ทำบัญชีครัวเรือน ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ปลดหนี้เงินล้าน สำหรับความเป็นมาของคุณสำรวย บางสร้อย ก่อนจะหันมาทำบัญชีในการประกอบอาชีพจนประสบความสำเร็จในชีวิตในวันนี้ได้นั้น เป็นคนที่ประสบปัญหาหนี้สินเป็นหลักล้านบาท จากการนำมารักษาอาการเจ็บป่วยของตนเอง ซึ่งเคยมีปัญหาปลายประสาทตาอักเสบจนตาบอดเป็นเวลาหลายเดือน ทำให้ต้องทยอยขายสมบัติที่มีทั้งที่นา วัว และรถไถนา เพื่อนำเงินมารักษาตนเองจนหมดตัว จากวิกฤตชีวิต ดังกล่าวเป็นจุดเริ่มต้นในการจุดประกายความคิดในการหันมาจดบันทึกทำบ
เปิดข้อเท็จจริง WHO-FAO เผยความปลอดภัยของพืชดัดแปลงพันธุกรรม GMOs ยอมรับใช้บริโภคได้ ไม่กระทบสุขภาพ หวังสร้างความเข้าใจข้อขัดแย้งเรื่องการยอมรับของผู้บริโภคในไทย รายงานข่าวจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า หลังจากที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติพิจารณาอนุมัติให้มีการนำเข้าพืชดัดแปลงพันธุกรรม (Genetically Modified Organisms: GMOs) ซึ่งเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาขึ้นจากเทคโนโลยีชีวภาพสมัยใหม่ที่ได้รับการศึกษาวิจัยและกำกับดูแลอย่างต่อเนื่องในระดับสากล ซึ่งแม้ว่าจะยังมีข้อถกเถียงในประเด็นเศรษฐกิจ สังคม การยอมรับของผู้บริโภค และแนวทางกำกับดูแลในแต่ละประเทศ แต่ในประเด็นด้านความปลอดภัยนั้น ปัจจุบันมีข้อสรุปจากองค์กรสากลหลายแห่งที่สอดคล้องกัน ล่าสุดจากการตรวจสอบข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ล่าสุดพบว่า มีหลักฐานเพียงพอสำหรับใช้ประกอบการพิจารณาว่า การใช้พืช GMOs ที่ผ่านการประเมินตามมาตรฐานสากลมีความปลอดภัย โดยองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) และองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้เผยแพร่ข้อมูลยืนยันความปลอดภัยต่อสุขภาพของอาหารจากพืช GMOs ในหน้าเว็บไซต์ คำถามที่พบบ่อย (Frequently Asked Question: FAQ) ของ WHO
สืบเนื่องจาก นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มอบนโยบายให้กรมประมง คุมเข้มพื้นที่เพื่อป้องกันการแพร่กระจายปลาหมอคางดำ และนำปลาที่จับขึ้นได้มาใช้ประโยชน์สูงสุดนั้น ล่าสุดสำนักงานประมงจังหวัดในหลายพื้นที่ ตั้งแต่ กรุงเทพฯ ชลบุรี ระยอง สมุทรปราการ นนทบุรี ตราด เพชรบุรี ฯลฯ ต่างเร่งทำงานเชิงรุก เดินหน้าสำรวจหมอคางดำเพื่อนำมาใช้ประโยชน์สูงสุด ด้านจังหวัดจันทบุรี ที่มีกระแสข่าวพบปลาหมอคางดำในคลองส่งน้ำดี คุ้งกระเบน อำเภอท่าใหม่ ทางสำนักงานประมงจังหวัดจันทบุรี ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบพบปลาหมอคางดำในบริเวณแหล่งน้ำสาธารณะ ยังไม่เข้าบ่อเลี้ยง พร้อมแจ้งให้เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งขาวและกุ้งกุลาดำในบริเวณอ่าวคุ้งกระเบนและพื้นที่ใกล้เคียงเพิ่มความเข้มงวดของระบบกรองน้ำ (ถุงกรองตาข่าย) ก่อนสูบน้ำเข้าบ่อพักและบ่อเลี้ยงอย่างรัดกุมที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้ไข่หรือลูกปลาหลุดรอดเข้าไปสร้างความเสียหายต่อผลผลิต และขอความร่วมมือเครือข่าย หากพบการแพร่กระจายของปลาหมอคางดำสามารถแจ้งเบาะแสเข้ามาที่สำนักงานประมงจังหวัดจันทบุรีเพื่อประเมินความหนาแน่นของปลาหมอคางดำ และวางแนวทางกำจัดออกจา
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ติดตามสถานการณ์ส่งออกทุเรียนและมาตรการควบคุมคุณภาพผลไม้ เพื่อเร่งยกระดับมาตรฐานทุเรียนไทยท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นในตลาดโลก รัฐบาลตั้งเป้าผลักดันการส่งออกทุเรียนไทยปีนี้ให้มีมูลค่าทะลุ 150,000 ล้านบาท โดยมองว่า “คุณภาพและความเชื่อมั่น” จะเป็นปัจจัยชี้ขาดในการรักษาตลาดจีน ซึ่งเป็นตลาดส่งออกหลักของไทย นายสุริยะ กล่าวว่า วันนี้การแข่งขันของประเทศผู้ส่งออกไม่ได้วัดกันเพียงเรื่องราคา แต่แข่งขันกันที่มาตรฐานความปลอดภัยอาหาร ระบบตรวจสอบย้อนกลับ และความน่าเชื่อถือของสินค้า “ทุเรียนไทยไม่ใช่เพียงสินค้าเกษตร แต่เป็นเศรษฐกิจสำคัญที่เชื่อมโยงรายได้เกษตรกร ผู้ส่งออก โลจิสติกส์ และภาพลักษณ์อาหารไทยในตลาดโลก” ข้อมูลล่าสุด ไทยส่งออกทุเรียนสดแล้วกว่า 28,500 ชิปเมนต์ ปริมาณรวมกว่า 460,000 ตัน มูลค่ากว่า 52,500 ล้านบาท สะท้อนความต้องการของตลาดต่างประเทศที่ยังมีต่อทุเรียนไทยอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม กระทรวงเกษตรฯ ยอมรับว่า ปัญหาทุเรียนอ่อน การตรวจพบศัตรูพืช สารตกค้าง รวมถึงสาร Basic Yellow 2 (BY2) ยังคงเป็นความเ
โก โฮลเซลล์ (GO WHOLESALE) ศูนย์ค้าส่งวัตถุดิบอาหารที่มีความสดใหม่ตลอดเวลา เพื่อผู้ประกอบการ ภายใต้การดำเนินงานของบริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด โฮลเซลล์ จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เดินหน้าสนับสนุนเกษตรกรไทยอย่างต่อเนื่อง แม้ในยามภาวะวิกฤติเศรษฐกิจ ล่าสุด ร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จัดกิจกรรม “ชวนกินปลาไทย ยืนหยัดสนับสนุนเกษตรกรไทย” เร่งส่งเสริมการบริโภคปลาน้ำจืดในทุกมิติ ลดปัญหาล้นตลาดราคาตกต่ำ ดึงความเชี่ยวชาญ “นักแล่ปลา” (GO Expert) เพิ่มความหลากหลายสินค้า เปิดตัวปลาทับทิมราชา ที่มาทั้งแบบยกตัว และตัดแต่งพร้อมใช้งาน ตอกย้ำการเป็นโซลูชั่นเพื่อผู้ประกอบการ กิจกรรม “ชวนกินปลาไทย ยืนหยัดสนับสนุนเกษตรกรไทย” จัดขึ้นที่ โก โฮลเซลล์ สาขาศรีนครินทร์ โดยมี นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดงาน ร่วมด้วย นายมานพ หนูสอน รองอธิบดีกรมประมง และ นายนิกูล ธนวรเมธ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ พร้อมเยี่ยมชมจุดจำหน่ายสินค้าปลาน้ำจืดนานาชนิด ส่งสัญญาณการเริ่มต้นเทศกาลบริโภคปลาน้ำจืดไทยที่ โก โอลเซลล์ ทั้ง 14 สาขาทั่วประเทศ ไปพร้อมๆ กัน โดยมี นางสาวอรวรรณ ศิริโชติร
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช สั่งการให้สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เร่งกวดขันการควบคุมคุณภาพทุเรียนในช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยว เพื่อปกป้องรายได้เกษตรกรและรักษาชื่อเสียงทุเรียนไทยในตลาดโลก ผลการตรวจสอบโรงคัดบรรจุทุเรียน (ล้ง) พื้นที่ จันทบุรี ระยอง ระหว่างวันที่ 6–19 เมษายน 2569 ตรวจสอบทั้งหมด 760 แห่ง พบฝ่าฝืนนำทุเรียนอ่อนออกจำหน่าย 21 แห่ง สั่งคัดแยกและห้ามจำหน่ายทันที พบฝ่าฝืนซ้ำ 1 แห่ง สั่งพักใช้ใบอนุญาตผู้ผลิตสินค้าเกษตร (มกษ.2) ส่งผลให้ไม่สามารถรวบรวมและส่งออกทุเรียนได้ทั้งหมด ข้อกำหนดที่ผู้ประกอบการต้องปฏิบัติ โรงคัดบรรจุทุเรียนทุกแห่งต้องดำเนินการตามมาตรฐานบังคับ มกษ. 9070-2566 ครอบคลุมการตรวจสอบความแก่-อ่อนของผลทุเรียนก่อนออกจำหน่าย การจัดให้มี QC ที่มีความรู้ความสามารถ และการบันทึกข้อมูลการปฏิบัติงานอย่างครบถ้วน ผู้ฝ่าฝืนมีโทษพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาต แจ้งเบาะแส โทรศัพท์ 098-367-2111 Line ID: acfs2111 มกอช. พร้อมตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายโดยเด็ดขาด
