Featured พืชทำเงิน

เคล็ดลับ “ ทำน้อยได้มาก”ลงทุนเพาะเห็ดหลักร้อย เก็บขายทำเงินได้ทุกสัปดาห์

ในยุคเศรษฐกิจชะลอตัว ค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้น ทำให้หลายคนมองหาอาชีพเสริม เพื่อสร้างรายได้เพิ่มความมั่นคงให้ชีวิต “ การเพาะเห็ด” เป็นหนึ่งในอาชีพที่น่าสนใจเพราะสร้างแหล่งอาหารปลอดภัย (Food Safety) แล้ว การปลูกเห็ดกินเอง ช่วยลดค่าใช้จ่ายรายวันที่เห็นผลชัดเจนแล้ว เห็ดยังเป็นผักที่ขายดีเป็นที่ต้องการของตลาดตลอดทั้งปี


การเพาะเห็ด-ทำน้อยได้มาก

คุณชาญยุทธ์ ภาณุทัต สมาคมนักวิจัยและเพาะเห็ดแห่งประเทศไทย กล่าวว่า อาชีพการเพาะเห็ดเป็นหนึ่งในอาชีพที่น่าลงทุน เพราะการเพาะเห็ดเข้ากับแนวทางอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ (Green Product) ไม่ใช้สารเคมี เป็นอาหารที่ปลอดภัยทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค

การเพาะเห็ด ทำน้อยแต่ได้มาก ใช้เวลาดูแลสั้น ประมาณ  30-45 วัน แต่ได้ผลผลิตสูง ที่สำคัญเห็ดเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ ที่ตลาดมีความต้องการตลอดทั้งปี เกษตรกรมือใหม่สามารถคัดเลือกชนิดเห็ดที่มีความต้องการสภาพแวดล้อมใกล้เคียงกันมาเพาะด้วยกันในเวลาเดียวกัน โดยสามารถดูแลรักษาไปพร้อมกันได้  มือใหม่ก็สามารถเพาะเห็ดได้ง่ายๆ เพียงแค่ดูแล รดน้ำ เช้า-เย็น ตรวจดูโรค แมลงเท่านั้น

คุณชาญยุทธ์ ได้ถ่ายทอดประสบการณ์ตรงจากการปฏิบัติจริง วิธีการเพาะเห็ด  – ทำน้อยได้มาก มาเล่าสู่กันฟังว่า “ ผมเคยทดสอบปลูกเห็ดในโรงเรือนขนาด 2 x 3 เมตร โดยนำก้อนเห็ดมาเปิดดอกจำนวน 4 ชนิด ได้แก่ เห็ดยานางิ เห็ดหูหนู เห็ดนางฟ้า และเห็ดนางรม จำนวนรวม 120 ก้อน ปรากฏผลผลิตรุ่นแรกได้ผลดี ตลอดรุ่นได้ผลผลิตเฉลี่ยคือ เห็ดยานางิ ได้ผลผลิต 80 กรัม/ก้อน เห็ดหูหนู ได้ผลผลิต 300 กรัม/ก้อน เห็ดนางฟ้า ได้ผลผลิต 250 กรัม/ก้อน เห็ดนางรม ได้ผลผลิต 250 กรัม/ก้อน ต่อมาทำการเปิดดอกเห็ดแต่จำนวนน้อยลงเล็กน้อย ปรากฎว่า ผลผลิตที่ได้ก็มีค่าสูงขึ้นโดยมีผลผลิตเฉลี่ยคือ เห็ดยานางิ ได้ผลผลิต 80-100 กรัม/ก้อน  เห็ดหูหนู ได้ผลผลิต 380-400 กรัม/ก้อน เห็ดนางฟ้า ได้ผลผลิต 300 กรัม/ก้อน เห็ดนางรม ได้ผลผลิต 300-320 กรัม/ก้อน เห็ดหอม ได้ผลผลิต 200 กรัม/ก้อน มีเห็ดยานางิเพียงชนิดเดียวที่ไม่สามารถให้ผลผลิตได้ดี เนื่องจากสภาพแวดล้อมไม่เหมาะสมสำหรับเห็ด อันได้แก่อุณหภูมิและความชื้นไม่สัมพันธ์กันกับการดูแลเห็ดชนิดอื่นๆ  ”

เพาะเห็ดฟางในตะกร้า ใช้พื้นที่น้อย ได้ผลผลิตไว

อีกหนึ่งเทคนิคที่น่าสนใจคือ วิธีการเพาะเห็ดฟางในตะกร้า ซึ่งให้ผลผลิตเร็ว สามารถเพาะได้ทุกพื้นที่ เคลื่อนย้ายสะดวก ใช้แรงงานน้อย สามารถใช้วัสดุเพาะที่หลากหลาย สามารถเก็บผลผลิตได้ง่าย เก็บผลผลิตได้ไวภายใน 7-10 วันเหมาะสำหรับผู้สนใจเพาะเห็ดกินเองในครัวเรือนหรือเป็นอาชีพเสริมรายได้

ขั้นตอนการเตรียมวัสดุอุปกรณ์

การเตรียมพื้นที่เพาะเห็ด- ปรับพื้นที่ดินให้สม่ำเสมอ อยู่ในที่ร่มได้ต้นไม้ ชายคาหรือกลางแจ้ง เหมาะที่จะตั้งตะกร้าได้ พื้นดินควรมีความชุ่มชื้น หากใช้เพาะเป็นพื้นดิน จะให้ผลผลิตสูงกว่าที่เป็นคอนกรีต

ตะกร้าพลาสติก (ตะกร้าใส่ผลไม้)-ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 18 นิ้ว สูงประมาณ 11 นิ้วมีดาห่างประมาณ 1 นิ้ว มีจำนวนช่องเป็นแถวจากล่างขึ้นบน 7 ช่อง ก้นตะกร้าไม่ทึบ ช่วยให้ระบายน้ำได้ดี

วัสดุเพาะ-ที่นิยมได้แก่ ฟางข้าว ควรเลือกจากแปลงนาที่ไม่มีการใช้สารเคมีฉีดพ่นป้องกันกำจัดโรคแมลงศัตรูข้าวมาก่อน ฟางข้าวต้องแช่น้ำไว้ 12 ชั่วโมง หรือ 1 คืน ถ้าแช่น้อยกว่า 12 ชั่วโมงฟางจะแห้งเกินไป ก่อนที่จะเกิดดอกเห็ด

การเตรียมอาหารเสริม – ต้องเป็นวัสดุที่ย่อยได้ง่าย เป็นวัสดุที่ช่วยให้เชื้อเห็ดฟางช่วงแรกที่ใส่ลงวัสดุเพาะเจริญได้ดีก่อนที่ เชื้อเห็ดฟางจะเจริญในวัสดุเพาะ ได้แก่ ผักตบขวาสด โดยกำจัดก้านและใบที่เน่าเสียออกแล้วล้างน้ำให้สะอาด แล้วนำมาหั่นเฉียงยาวไม่เกิน 1 นิ้ว

อาหารกระตุ้นหัวเชื้อ-ใช้แป้งสาลี หรือแป้งข้าวเหนียว หรือใช้รำละเอียด นำมาคลุกเคล้ากับหัวเชื้อเห็ดฟาง 1 ถุง (ขนาดถุงปอนด์) ต่อแป้งสาลี1 ช้อนโต๊ะพูน ผสมคลุกเคล้ากันทิ้งไว้ครึ่งชั่วโมง

น้ำที่ใช้ในการเพาะเห็ด –  เป็นน้ำที่สะอาดที่ได้จากแอ่งน้ำ หนองน้ำ ห้วย คลอง บึง หรือน้ำบาดาล ไม่ควรใช้น้ำประปาที่ผสมคลอรีน

การเตรียมเชื้อเห็ดฟาง-เชื้อเห็ดฟางชนิดถุงปอนด์ ใช้อัตราส่วน 1 ถุง ต่อ 2 ตะกร้าหากจะเก็บรักษาเชื้อเห็ดฟางต้องเก็บไว้ในห้องที่มีอุณหภูมิ25-30 องศาเซลเซียส

วิธีการเพาะ

ขั้นตอนที่ 1   นำเชื้อเห็ดฟางขนาด 1 ปอนด์ ออกจากถุง  ฉีกหัวเชื้อเห็ดฟางเป็นชิ้นเล็ก ๆ นำไปคลุกกับแป้งสาลีพอติดผิวนอกของเชื้อเห็ด แป้งสาลีจะเป็นอาหารเบื้องต้นที่ช่วยกระตุ้นให้เชื้อเห็ดเจริญดีในระยะแรก ๆ และแบ่งเชื้อเห็ดออกเป็น 6 ส่วนเท่า ๆ กัน (ทำได้ 2 ตะกร้า)

ขั้นตอนที่ 2    นำวัสดุเพาะ ได้แก่ ฟางข้าวที่แช่น้ำ 12 ชั่วโมงมารองกันตะกร้า สูงประมาณ 2-3 นิ้ว หรือประมาณช่องที่สองของตะกร้า   ฟางข้าวที่แช่น้ำ 12 ชั่วโมงใส่ฟางให้กระจายให้ทั่วสม่ำเสมออัดให้แน่น

ขั้นตอนที่  3  โรยอาหารเสริมที่เตรียมไว้ ได้แก่ ผักตบชวา1 ลิตร โดยชิดข้างขอบตะกร้าหนาประมาณ 1 ฝ่ามือ เว้นตรงกลางไว้ อย่าโรยอาหารเสริมหนาเกินไปเพระเสี่ยงเกิดเน่าเสียได้

ขั้นตอนที่ 4  นำเชื้อเห็ดฟางที่เตรียมไว้ 1 ส่วน วางรอบตะกร้าให้ชิดขอบตะกร้าเป็นจุด ๆ เท่าหัวแม่มือ (เสร็จชั้นที่ 1) โดยให้เชื้อเห็ดฟางอยู่ตรงช่องว่างของตะกร้า

ขั้นตอนที่ 5  ทำตามข้อที่ 2-4 อีก 2 ครั้ง (เสร็จขั้นที่ 2 และ 3) โดยครั้งสุดท้ายให้โรยอาหารเสริมเต็มพื้นที่ด้านบนหนาประมาณ 1 นิ้ว แล้วโรยเชื้อเห็ดฟางเป็นจุด ๆ ระยะห่างเท่ากันให้เต็มพื้นที่ด้านบนตะกร้า

ขั้นตอนที่ 6  โรยวัสดุเพาะด้านบนอีกครั้ง หนาประมาณ1 นิ้ว รดน้ำให้ชุ่ม

ขั้นตอนที่ 7  นำตะกร้ามาเรียงกันบนวัสดุรอง เช่น อิฐบล็อก หรือโครงเหล็กที่เตรียมไว้ หากเป็นสุ่มไก่ให้วาง 4 ตะกร้า โดยวาง 3 ตะกร้าชิดกันแล้ววาง 1 ตะกร้าด้านบนตรงกลางระหว่างตะกร้าทั้ง 3 ตะกร้า และคลุมด้วยพลาสติกและชาแลน จากด้านบนถึงพื้น ต้องคลุมให้มิดชิดแล้วนำอิฐหรือไม้ทับขอบพลาสติกโดยรอบ

ขั้นตอนที่ 8  การควบคุมดูแล วันที่ 1-4 วันแรก (ในฤดูร้อนหรือฤดูฝน) ส่วนในฤดูหนาวช่วง 1-7 วัน ต้องควบคุมอุณหภูมิให้ได้ระดับ 37-40 องศาเซลเซียส ถ้าหากอุณหภูมิสูงเกินไปให้ค่อย ๆ เปิดช่องลมระบายอากาศด้านบน หรือรดน้ำรอบสุ่มไก่เพื่อลดอุณหภูมิลงก็ได้

ขั้นตอนที่ 9 บังคับให้เส้นใยเห็ดฟางเปลี่ยนเป็นดอกเห็ดวันที่ 5-8 วันหลังเพาะ ต้องควบคุมอุณหภูมิภายในโครงเหล็กหรือสุ่มไก่ให้อยู่ระหว่าง 28-32 องศาเซลเซียส เพื่อให้เส้นใยเห็ดฟางสร้างจุดกำเนิดดอกปกติ ห้ามเปิดพลาสติกบ่อยเพราะจะทำให้ดอกฝ่อ

ขั้นตอนที่ 10  การเก็บเกี่ยวผลผลิตเห็ด ประมาณวันที่ 7-8  ในฤดูร้อน หรือวันที่ 9-10 ในฤดูหนาว เห็ดฟางเริ่มให้ดอกที่มีขนาดโตสามารถเก็บเกี่ยวได้ ผลผลิตสามารถเก็บได้ 2-3 ครั้งต่อตะกร้า การเก็บ ให้ใช้หัวแม่มือกับนิ้วชี้จับดอกเห็ดฟางที่ได้ขนาดแล้วหมุนเล็กน้อยยกขึ้น ดอกเห็ดก็จะหลุดออกมาโดยง่ายถ้ามีดอกเห็ดขึ้นอยู่ติดกันหลายดอก ควรเก็บขึ้นมาพร้อมกันทั้งหมดทีเดียว ถ้าเก็บเฉพาะดอกเห็ดที่โตออกมาดอกที่เหลือจะไม่โตและฝ่อตายไป

แนะเทคนิคการขายเห็ดให้ได้กำไรงาม

เทคนิคการขายเห็ดให้ได้กำไรงาม ที่คุณชาญยุทธ์ มักแนะนำเกษตรกรมือใหม่ก็คือ เริ่มจากเปิดการขายเห็ดรอบๆ ฟาร์มก่อน เพราะขายปลีกได้กำไรดีกว่าขายส่งให้แม่ค้าที่ตลาด

คุณชาญยุทธ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ช่วงที่ทำงานอยู่กรมส่งเสริมการเกษตร มีลูกน้องคนหนึ่งตัดสินใจลาออกไปทำฟาร์มเห็ด โดยลงทุนเพาะเห็ดครั้งแรก 3 พันก้อน เก็บเห็ดส่งขายตลาดเป็นหลักในราคา กก.ละ 60 บาท  ต่อมาคุณชาญยุทธ์แนะนำให้ลูกน้องรายนี้ ไปสำรวจตลาดแถวบ้านว่า คนอยากซื้อเห็ดบ้างหรือเปล่า ปรากฎว่า มีเพื่อนบ้านหลายคนอยากซื้อเห็ด โดยฟาร์มจำหน่ายเห็ดในราคาขายปลีกที่ กก.ละ  80-100 บาท ทดลองเปิดตลาดขายปลีกที่หน้าฟาร์มสัก  20% ก่อน ปรากฎว่า มียอดสั่งซื้อเข้ามาต่อเนื่อง จึงปรับสัดส่วนการขายปลีกหน้าฟาร์มเป็น 40% ในเวลาต่อมา

คุณชาญยุทธ์ กล่าวสรุปว่า การเปิดตลาดขายปลีกหน้าฟาร์ม ให้ผลกำไรมากขึ้นกว่าการขายส่งแม่ค้า ถึง กก.ละ 40 บาททีเดียว  แต่การขายปลีกหน้าฟาร์มอาจมีขั้นตอนที่ยุ่งยากมากขึ้นเพราะส่วนใหญ่เป็นกลุ่มลูกค้ารายย่อย มียอดซื้อต่อครัวเรือนไม่ถึง 1 กิโลกรัม ทางฟาร์มจึงแพ็คเห็ดบนถาดโฟม น้ำหนักเฉลี่ยแพ็คละ 1 -2 ขีดเพื่อตอบโจทย์ตลาดกลุ่มนี้   

โอกาสทางการตลาด

เห็ดฟาง จัดอยู่ในกลุ่มอาหารเพื่อสุขภาพ เพราะมีโปรตีนสูง ไขมันต่ำ แคลลอรี่น้อย ไม่มีคลอเรสเตอรอล อุดมไปด้วยคุณค่าทางอาหารมากมายไม่ว่าจะเป็น วิตามินบี1 บี2 วิตามินซี ซีลิเนียม โพแทสเซียม การรับประทานเห็ดฟางเป็นประจำ ช่วยบำรุงโลหิต บำรุงตับ แก้ร้อนใน ลดความดัน ช่วยต้านมะเร็ง เห็ดฟางสามารถทำไปปรุงอาหารได้หลากหลายเมนูโอกาสทางการตลาดของเห็ดฟางจึงค่อนข้างสดใสเพราะเป็นสินค้าขายดี เป็นที่ต้องการของตลาดตลอดทั้งปี  

อนึ่ง กิจกรรมถ่ายทอดความรู้เรื่องการเพาะเห็ดในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง การเพาะเห็ดครบวงจรเพื่อความมั่นคงทางอาหารและการพัฒนาที่ยั่งยืน ภายใต้การสนับสนุนของกองทุนความร่วมมือพิเศษล้านช้าง – แม่โขง เพื่อสร้างรายได้หมุนเวียนและขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากในภูมิภาค จัดโดยศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับศูนย์พัฒนาการเกษตรภูสิงห์อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดศรีสะเกษ กรมป่าไม้ ณ สวนเห็ดตระการ อ.ตระการพืชผล จ.อุบลราชธานี ระหว่างวันที่ 1 – 2 กรกฎาคม 2569  

Related Posts