พืชทำเงิน เกษตรรอบด้าน

สตรอเบอรี่ ไม้ผลทำเงิน ปลูกง่าย  ขยายพันธุ์ได้ไม่ยาก 

สตรอเบอร์รี่ ผลสีแดงสดรสชาติเปรี้ยวหวาน เนื้อแน่น อร่อย มีกลิ่นหอมน่ารับประทาน เป็นหนึ่งในผลไม้ยอดนิยมของคนไทย จัดเป็นพืชเศรษฐกิจชนิดใหม่ ที่น่าสนใจลงทุน สตรอเบอร์รี่สามารถให้ผลผลิตได้ในระหว่างเดือนธันวาคมถึงเดือนมีนาคมรวมพื้นที่การผลิตทั้งประเทศมากกว่า 3,000 ไร่ต่อปี สตรอเบอร์รี่ ให้ผลผลิตสูง สร้างรายได้ดี เป็นที่ต้องการของตลาดอย่างมาก ทั้งการบริโภคผลสด และใช้ในเชิงอุตสาหกรรมแปรรูป

ปัจจุบัน ประเทศไทยสามารถปลูกสตรอเบอร์รี่ได้ในพื้นที่ราบและบนที่สูง ทางภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เช่น เชียงใหม่ เชียงราย อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ อำเภอภูเรือ จังหวัดเลย เทือกเขาในอำเภอทองผาภูมิและอำเภอสังขละ จังหวัดกาญจนบุรี ฯลฯ บนพื้นที่สูงของประเทศไทยซึ่งมีสภาพอากาศหนาวเย็นพอเหมาะตลอดทั้งปี มีศักยภาพสูงมากสำหรับการผลิตสตรอเบอร์รี่ ให้ผลออกนอกฤดูกาลได้  

มูลนิธิโครงการหลวง ได้ส่งเสริมให้ ชาวไทยภูเขาปลูกสตรอเบอร์รี่ เป็นพืชทางเลือก สร้างอาชีพและรายได้ให้ดีขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้รับทุนวิจัยในการศึกษาพัฒนาการปลูกสตรอเบอร์รี่ โดยนำสตรอเบอร์รี่พันธุ์ต่าง ๆ เข้ามามากมาย เพื่อทดลองปลูกตามสถานีทดลองเกษตรที่มีระดับความสูงที่ต่างกันเป็นจำนวนมากจนประสบความสำเร็จ


สายพันธุ์ สตรอเบอร์รี่

สตรอเบอร์รี่พันธุ์ Cambridge Favorite, Tioga และ Sequoia เป็นที่รู้จักกันในนามพันธุ์พระราชทานเบอร์ 13, 16 และ 20 เนื่องจากสามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมในจังหวัดเชียงใหม่และเชียงรายมากกว่าพันธุ์อื่น ๆ ต่อมาพบว่า พันธุ์ Tioga สามารถปรับตัวได้ดีทั้งพื้นที่ปลูกบนภูเขาสูงระดับ 1,200 เมตรและพื้นที่ราบของทั้งสองจังหวัด จึงนิยมใช้พันธุ์นี้ปลูกเป็นการค้ากันทั่วไป พันธุ์ Toyonokaเป็นพันธุ์พระราชทาน 70 ซึ่งตรงกับปี พ.ศ. 2540 ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงมีพระชนมพรรษาครบ 70 พรรษา และพันธุ์ B5 เป็นพันธุ์พระราชทาน 50 ในปี พ.ศ. 2539 ซึ่งเป็นปีฉลองศิริราชสมบัติครบ 50 ปี สตรอเบอร์รี่พันธุ์พระราชทาน 16, 20, 50 และ 70 นับเป็นพันธุ์สตรอเบอร์รี่ที่มีการปลูกเป็นการค้าอย่างแพร่หลายในประเทศไทย

โครงการหลวงเป็นผู้พัฒนาสายพันธุ์เหล่านี้ให้เหมาะกับสภาพอากาศไทย สร้างรายได้ให้เกษตรกรบนพื้นที่สูงโดย สตรอว์เบอร์รีไทยที่เกษตรกรนิยมปลูกส่วนใหญ่เป็นสายพันธุ์พระราชทาน ได้แก่

พันธุ์พระราชทาน 80 จุดเด่น รสหวานนำอมเปรี้ยว, เนื้อแน่นละเอียด, กลิ่นหอม, ผลสวย, เหมาะกับอากาศเย็น แต่ช้ำง่าย. 

พันธุ์พระราชทาน 89 เป็นสายพันธุ์ลูกผสมระหว่างพันธุ์ 329 (พ่อ) และ 80 (แม่), ขนาดใหญ่, สีแดงเข้ม, กลิ่นหอมหวาน, เนื้อแน่น

พันธุ์พระราชทาน 16 (ไทโอก้า) จุดเด่น ปรับตัวได้ดีทั้งที่สูงและที่ราบ, ผลใหญ่, เนื้อแดง, เมล็ดเหลือง, รสเปรี้ยว, นิยมใช้ในอุตสาหกรรมแปรรูป

พันธุ์พระราชทาน 70 คือสายพันธุ์ Toyonoka จากญี่ปุ่น, ให้ผลผลิตสูง, ผลใหญ่ทรงกรวย, ฉ่ำ, หวาน, ผิวและเนื้อแข็ง, ทนขนส่ง

พันธุ์ 329 จุดเด่น ปลูกง่ายกว่าพันธุ์ 80, รสหวานอมเปรี้ยว, กรอบ, เก็บได้นาน, เหมาะปลูกในเขตร้อน

วิธีขยายพันธุ์สตรอเบอรี่

วิธีขยายพันธุ์สตรอเบอรี่ ที่นิยมปฏิบัติกันอยู่ในปัจจุบัน คือวิธีการแยกไหล ไหล เป็นส่วนใช้ขยายพันธุ์ เช่นเดียวกับไหลบัว ต้นที่สมบูรณ์เต็มที่จะสร้างไหลเป็นสาย แพร่กระจายออกจากต้นแม่ เฉลี่ยใน 1 ต้น หรือ 1 กอ จะให้ไหล 15-20 สาย แต่ละสายแตกต้นอ่อนได้ ประมาณ 10 ต้น

แหล่งผลิตไหล ควรเลือกพื้นที่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 1,000 เมตร ขึ้นไป เริ่มปลูกต้นแม่ในเดือนพฤษภาคม ปลูกเป็นแถวเดี่ยว ด้วยการยกร่องเล็กๆ สูงขึ้นจากพื้น 15 เซนติเมตร ห่างระหว่างแถว 1 เมตร ระหว่างต้น 80 เซนติเมตร คัดเลือกต้นแม่พันธุ์ที่สมบูรณ์ จากแหล่งไม่มีโรคระบาด เลี้ยงต้นแม่ให้แตกกอ 4-5 ต้น ย่างเข้าเดือนกรกฎาคม จึงปล่อยให้ต้นแม่แทงไหลออกได้เป็นปกติ ต่อมาอีกไม่นานจะเกิดตุ่มแล้วพัฒนาเป็นต้นอ่อนพร้อมรากตามสายไหลเป็นระยะๆ คล้ายข้ออ้อย แต่ละต้นห่างกัน 10-15 เซนติเมตร

เตรียมจัดต้นอ่อนลงถุงเพาะชำ ด้วยการนำถุงสีดำ ขนาด 3×5 นิ้ว ที่บรรจุวัสดุปลูกที่สะอาด และร่วนซุย ระบายน้ำได้ดี วางสอดลงใต้ตำแหน่งของต้นอ่อนที่เกิดขึ้นตามสาย หรือ ไหล ใช้ลวดหรือไม้ไผ่โค้งเป็นง่าม กดและยึดบังคับให้ต้นอ่อนสัมผัสกับวัสดุปลูกในถุงเพาะชำ วางเป็นระยะไปตามสายไหลที่เลื้อยไปตามพื้นดิน ย่างเข้าเดือนสิงหาคม ต่อถึงเดือนกันยายน ต้นอ่อนจะเริ่มตั้งตัวได้ รากหยั่งลงในวัสดุปลูกเป็นที่เรียบร้อย จึงตัดต้นอ่อนแยกจากต้นแม่ จะได้ต้นอ่อนในถุงเพาะชำ ถุงละต้น โดยต้นที่อยู่บนสายไหลที่ห่างจากต้นแม่ อันดับที่ 2-5 เป็นต้นที่แข็งแรงที่สุด จากนั้นนำไปปลูกลงแปลงปลูกในเดือนตุลาคม คุณจะเก็บผลผลิตได้ในเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ ตามต้องการ

การเตรียมแปลง

ก่อนปลูกนั้นเกษตรกรบนที่สูงซึ่งส่วนมากจะเป็นชาวไทยภูเขาจะทำการยกแปลงปลูกและคลุมแปลงด้วยใบตองเหียงหรือใบตองตึง ต่อจากนั้นจึงเจาะรูโดยใช้กระป๋องนมที่ทำการเปิดปากออกแล้วกดลงไปบนวัสดุคลุมแปลงให้เป็นรูช่วงเวลาปลูกที่เหมาะสมเพื่อให้ได้รับผลผลิตสูงที่สุดคือก่อนปลายเดือนกันยายนเป็นอย่างช้าปกติจะปลูกเป็นแบบแถวเดี่ยวหรือแถวคู่ บางพื้นที่จะทำการปลูกเป็นแบบขั้นบันไดจึงทำให้แถวแคบกว่าการปลูกในพื้นราบ ผลผลิตจะเริ่มเก็บเกี่ยวได้ระหว่างต้นเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนพฤษภาคม

การปลูกสตรอเบอร์รี่

ปกติเกษตรกรจะทำแปลงปลูกต้นสตรอเบอร์รี่ให้อยู่ในแนวเหนือ-ใต้ ทั้งนี้เพื่อให้ต้นได้รับแสงเต็มที่เป็นการเพิ่มการเจริญเติบโต และสีของผลก็จะพัฒนาได้ดีขึ้น การปลูกสตรอเบอร์รี่ของประเทศไทย ต้นไหลจะถูกบังคับให้เกิดการพัฒนาของตาดอกและเพื่อความแข็งแรงก่อนปลูก โดยการปล่อยให้ได้รับอุณหภูมิเย็นในเวลากลางคืนบนที่สูง ซึ่งจะทำให้ออกดอกได้เร็วกว่าต้นไหลที่ผลิตบนพื้นราบ การปลูกบนพื้นราบ หลังจากเก็บเกี่ยวผลผลิตหมดแล้ว ตอนปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนเมษายน ต้นไหลทั้งหมดที่ออกมาจะถูกปลูกลงในถุงพลาสติกเล็กที่บรรจุดินแล้วขนาด 3 x 5 ซม. และปล่อยให้เจริญเติบโตในแปลงจนกระทั่งเดือนมิถุนายน จึงขนขึ้นไปปลูกบนที่สูงประมาณ1,200-1,400 เมตร เพื่อผลิตต้นไหลต่อไปซึ่งจะตรงกับช่วงฤดูฝน

หลังจากที่ปล่อยให้ต้นไหลที่เจริญอยู่ในถุงพลาสติก และได้รับความหนาวเย็นบนที่สูงจนเพียงพอแล้วจะนำลงไปปลูกในแปลงที่พื้นราบไม่เกินต้นเดือนตุลาคม เพราะถ้าหากปลูกช้าเกินไปจะทำให้ผลผลิตออกช้าตามไปด้วย ต้นไหลที่ผลิตได้จากบนที่สูงนี้จะสามารถตั้งตัวและออกดอกได้เร็วกว่า ปกติเกษตรกรจะใช้ระยะปลูก 30 x 40 ซม. สำหรับการปลูกแบบสองแถว และระยะปลูก 25 x 30 ซม. สำหรับการปลูกแบบสี่แถว ใช้จำนวนต้นไหลทั้งหมดประมาณ 8,000-10,000 ต้นต่อไร่

การคลุมแปลงนั้นจะใช้ฟางข้าว ใบตองเหียง หรือใบตองตึงอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือร่วมกันก็ได้คลุมระหว่างแถวในแปลงยกร่อง โดยจะทำการคลุมก่อนหรือหลังจากปลูกได้ 1-2 สัปดาห์แล้วแต่พื้นที่ ดอกแรกจะบานได้ในราวต้นเดือนพฤศจิกายน และสามารถเก็บเกี่ยวได้ตั้งแต่เดือนธันวาคมถึงเดือนมีนาคมในพื้นที่ปลูกของจังหวัดเชียงใหม่ ส่วนจังหวัดเชียงรายซึ่งมีสภาพอากาศที่เย็นกว่าจะเก็บเกี่ยวต่อไปได้อีกจนถึงเดือน เมษายน เมื่อถึงปลายฤดูการเก็บเกี่ยวซึ่งเป็นช่วงที่อุณหภูมิสูงขึ้น ต้นไหลที่เจริญออกมาก็จะถูกบังคับให้เจริญในถุงพลาสติกขนาดเล็กใส่ดิน เตรียมไว้ใช้เป็นต้นแม่สำหรับการขนขึ้นไปขยายต้นไหลบนที่สูงต่อไปเป็นวงจรเหมือนกันทุก ๆ ปี

การเก็บเกี่ยวสตรอเบอร์รี่นั้น ผลสดถูกแบ่งเกรดตาม การพัฒนาของสีออกเป็น 3 กลุ่ม คือ 61-80 % สำหรับจำหน่ายในท้องถิ่น 41-60 % สำหรับจำหน่ายให้แก่นักท่องเที่ยว ที่เหลือขนส่งเข้ากรุงเทพมหานคร เนื่องจากมีปัญหาเกี่ยวกับการขนส่งจากพื้นที่ปลูกบนที่สูงสู่ตลาดพื้นราบ ทำให้เกษตรกรบางราย เก็บเกี่ยวขณะที่สีของผลพัฒนาเพียง 10-15 % ตามร้านขายผลไม้ในตลาดสดและร้านจำหน่ายข้างทางจะจำหน่ายโดยชั่งน้ำหนักเป็นกิโลกรัมแล้วบรรจุลงในถุงพลาสติก สำหรับการจำหน่ายเป็นผลรับประทานสดของมูลนิธิโครงการหลวงนั้นผลจะถูกแบ่งเกรดตามน้ำหนักและคุณภาพแล้วบรรจุวางเรียงสองชั้นในถาดพลาสติกใส หุ้มด้วยพลาสติกบางเพื่อไม่ให้ผลเคลื่อนที่ในขณะเวลาขนส่งและใส่รวมกันชั้นเดียวในกล่องกระดาษแข็งสำหรับใส่ผลไม้ ปกติจะบรรจุถาดละ 250-260 กรัม เพื่อขายตามซุปเปอร์มาเกตหรือร้านค้าทั่วไป

อ้างอิงข้อมูลจากบทวิทยุ รายการ “จากแฟ้มงานวิจัย มก.”ออกอากาศวันเสาร์ ที่22  เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557เรื่อง  การพัฒนาการปลูกสตรอเบอร์รี่ในประเทศไทย บทวิทยุโดย  วิทวัส ยุทธโกศา

บทความเรื่องเทคนิคการขยายพันธุ์สตรอเบอรี่ โดยหมอเกษตร ทองกวาว เทคโนโลยีชาวบ้าน 15 มกราคม 2566    

Related Posts