พืชทำเงิน
คุณเรืองชัย วัจนสาร อายุ 69 ปี ข้าราชการวัยเกษียณ ดำเนินชีวิตบนแนวคิด “เป็นครูตลอดชีวิต-จิตอาสา” โดยใช้ที่ดินทำกิน 15 ไร่ของตัวเอง เปิดบ้านเป็นแหล่งเรียนรู้เกษตรผสมผสาน ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ ในชื่อ “เกษตรผสมผสานบ้านห้วยทรายทอง” เปิดโอกาสให้มีเกษตรกร ประชาชนที่สนใจ ตลอดจนหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเยี่ยมชมงานได้ตลอดทั้งปี จับมือภาคีเครือข่าย ทำงานเพื่อสังคม ที่ผ่านมา ครูเรืองชัยจับมือกับภาคีเครือข่าย เช่น สำนักงานประมงจังหวัดนครศรีธรรมราช สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดนครศรีธรรมราช กศน.ตำบลทุ่งใส กศน.อำเภอสิชล สำนักงาน กศน.จังหวัดนครศรีธรรมราช จัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย กับร่วมจัดทำหลักสูตรท้องถิ่น ส่งเสริมการเรียนรู้และร่วมจัดการเรียนการสอน แนะแนว บริการข่าวสาร ระบบฐานข้อมูลด้านแหล่งเรียนรู้ ภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างเป็นระบบ มีความพร้อมในการเผยแพร่ความรู้ด้านการทำการเกษตร การเลี้ยงโคขุน การเลี้ยงปลาน้ำจืด การปลูกปาล์มน้ำมัน การปลูกหญ้าเนเปียร์ และการทำพืชหมักอาหารสัตว์ การทำปุ๋ยหมักชีวภาพให้แก่นักเรียน นักศึกษา และประชาชนผู้สนใจมาเรียนรู้ศึกษาดูงาน ครูเรืองชัยชัก
จากสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงทางภาคใต้ ฝนตกยาว น้ำท่วมส่งผลต่อแหล่งอาหารผึ้งโพรงไทย ผึ้งโพรงไม่สามารถแยกรังสร้างนางพญาได้ จังหวัดพัทลุง แหล่งผลิตรายใหญ่น้ำผึ้งโพรง เหลือประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ หาย 70 เปอร์เซ็นต์ จากช่วงพีกประมาณ 12 ตันต่อปี กลุ่มเลี้ยงผึ้งพัทลุงจึงจำเป็นต้องหนีสภาพภูมิอากาศฝนตก อพยพปักหลักฝั่งอันดามัน จังหวัดกระบี่ พังงา และสุราษฎร์ธานี ส่งสัญญาณการเลี้ยงผึ้ง สภาพดินฟ้าอากาศ และสารเคมี ปัจจัยอุปสรรคต่อการเลี้ยงผึ้งโพรง โดยมีทางออกต้องสำรองแหล่งอาหาร พืชล้มลุก โดยเฉพาะข้าวโพด หากหมดโอกาสจริงคือผลของกล้วยสุกจะเป็นแหล่งอาหาร เพื่อความอยู่รอดของผึ้งโพรง คุณวีระพล ห้วนแจ่ม ประธานวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเลี้ยงผึ้งโพรงและชันโรงตำบลปันแต ผู้จัดการ ห้างหุ้นส่วนจำกัดแปลงใหญ่ผึ้งโพรงปันแต อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง บอกว่า การเลี้ยงผึ้งโพรงไทยปี 2565 ที่ผ่านมานี้ได้มีผลผลิตที่น้อยมาก เหลืออยู่ประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ซึ่งเทียบจากช่วงที่พีกนั้นสามารถเก็บผลผลิตได้กว่า 10 ตัน ซึ่งมีสาเหตุจากฝนตกยาวต่อเนื่อง ส่งผลกระทบจากการที่ผึ้งโพรงไม่สามารถจะแยกรังสร้างนางพญาได้ ประชากรผึ้งโพรงจึงไม่ขย
ถึงเดือนเมษายน-พฤษภาคม ฤดูทุเรียนเวียนมา ทางภาคตะวันออกอย่างจังหวัดจันทบุรี ก็ยังเป็นเจ้าแห่งวงการทุเรียนเหมือนเดิม ด้วยเป็นพื้นที่ปลูกมานาน จนกลายเป็นแหล่งที่มีพื้นที่ปลูกทุเรียนมากที่สุดในประเทศไทย มาช่วงหลายปีหลัง ทุเรียนเริ่มได้รับกระแสนิยมจากผู้บริโภคเป็นจำนวนมาก เกษตรกรในหลายพื้นที่ทั่วประเทศหันมาสนใจปลูกทุเรียนกันอย่างหนาแน่น รวมถึงจังหวัดปราจีนบุรี นับเป็นภาคตะวันออกที่อยู่ใกล้กรุงเทพฯ แต่ก็สามารถปลูกทุเรียนได้อร่อยไม่แพ้ทางจันทบุรี คุณวันเพ็ญ สนลอย เกษตรกรผู้ปลูกทุเรียน พ่วงด้วยตำแหน่งหมอดินอาสาประจำจังหวัดปราจีนบุรี อยู่บ้านเลขที่ 62/1 หมู่ที่ 5 ตำบลไม้เค็ด อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี เล่าว่า พ่อแม่ทิ้งมรดกที่ดินไว้ให้ 3 ไร่ พื้นที่เดิมพ่อกับแม่ใช้ปลูกทุเรียน แต่ไม่ค่อยได้ผล ดินไม่ดี เป็นกรดเยอะ ไม่สามารถสานต่อสวนทุเรียนได้ หลังเรียนจบจึงเข้าทำงานเป็นเสมียน แต่งงานมีครอบครัวมีลูก แต่เงินเดือนเสมียนกับเงินเดือนสามีรับข้าราชการในสมัยนั้นเลี้ยงลูกไม่พอ จึงตัดสินใจลาออกจากงานกลับมาทำเกษตรลองสู้อีกสักตั้งบนที่ดินมรดก ล้มมาแล้วหลายครั้ง ตั้งตัวใหม่ได้ เพราะสารชีวภาพ “กลับมาสู้อีกค
การบริโภคอาหารที่มีสารเคมีตกค้าง ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของมนุษย์อย่างมาก หลายคนพยายามหลีกเลี่ยงสารเคมีตกค้างโดยเลือกบริโภคพืชผลปลอดสารพิษที่ปลูกในระบบเกษตรอินทรีย์ แต่สินค้าเกษตรอินทรีย์ มีราคาค่อนข้างแพงสักหน่อย หากใครอยากปลูกผักกินเอง ลองคิดนอกกรอบดูบ้าง โดยทดลองปลูกผักไร้ดินบนต้นกล้วยเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง การเพาะต้นกล้า เมล็ดผักพันธุ์ดี มักมีราคาแพงมาก บางชนิดมีราคาแพงมาก เรียกว่า นับเมล็ดขาย วิธีเพาะเมล็ดพันธุ์โดยการหว่านเมล็ดพันธุ์ลงในแปลงกล้า จะได้ต้นกล้าที่มีคุณภาพดีน้อย และเสียหายค่อนข้างมาก เพราะต้นกล้าส่วนหนึ่งจะถูกทำลายโดยด้วงหมัดผัก ซึ่งเป็นศัตรูที่สำคัญมากของผักทุกชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระยะกล้า และเมื่อย้ายไปปลูกในแปลงปลูกต้นกล้าก็จะช้ำ หรือเหี่ยวเฉาหรือบางต้นอาจเน่าตายไปเลย ทำให้มีต้นทุนในการเพาะปลูกผักที่สูงมาก วิธีใช้เมล็ดพันธุ์อย่างประหยัดและมีประสิทธิภาพมากที่สุด คือ การตกกล้าลงในกระบะเพาะหลุมละ 1 เมล็ด ดินสำหรับเพาะกล้า อาจใช้ปุ๋ยหมักที่ได้จากการหมักมูลสัตว์ผสมกับเศษพืชผักที่เหลือจากการเก็บเกี่ยว ขุยมะพร้าวหรือขี้เลื้อย และหรือเศษวัสดุอื่นๆ หมักจนได้ที่แล้วจึงนำมาร่อน
“ฮอลแลนด์” เป็นพันธุ์มะละกอสุกที่มีลักษณะเด่นคือไม่มีกลิ่นยาง รูปลักษณ์ทรงกระบอกคล้ายผลฟักอ่อน เนื้อหนา มีสีแดงอมส้ม ไม่เละ เปลือกหนา ทนทานต่อโรค มีรสหวาน ทั้งยังสามารถปลูกได้ทุกสภาพพื้นที่ ยกเว้นพื้นที่น้ำขัง ใช้ได้ทั้งปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก และปุ๋ยวิทยาศาสตร์ ระยะเวลาเก็บเกี่ยว 7-8 เดือน น้ำหนักผลประมาณ 800-2,000 กรัม คุณสมบัติเช่นนี้จึงทำให้มะละกอฮอลแลนด์ได้รับความนิยมทั้งผู้ปลูกและผู้บริโภค และที่สำคัญมีตลาดรองรับแน่นอน คุณพิพัฒน์ วิริวรรณ์ หรือ คุณโหน่ง อยู่บ้านเลขที่ 32/1 บ้านยางใหญ่ ตำบลยางใหญ่ อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี มีอาชีพปลูก-ขายมะละกอฮอลแลนด์ส่งตลาดใหญ่เมืองกรุง รวมทั้งพ่อค้าแผงทั้งในพื้นที่และอีกหลายแห่ง ปัจจุบันคุณโหน่งอายุ 27 ปี แม้จะเข้าสู่วงการอาชีพปลูกมะละกอมาได้เพียงไม่กี่ปี แต่หนุ่มอุบลราชธานีคนนี้มีต้นทุนวิชาเกษตรมาจากพ่อ-แม่ ที่มีอาชีพเกษตรกรรมผสมผสานทั้งพืชไร่ พืชสวนสลับผลัดเปลี่ยนหมุนเวียน ทำให้คุณโหน่งมีโอกาสคลุกคลีกับกิจกรรมเกษตรมาตั้งแต่วัยเด็ก ช่วงเวลาหนึ่งคุณโหน่งได้ออกไปผจญกับชีวิตการทำงานแบบมนุษย์เงินเดือน จนเมื่อความคิดที่ต้องการกลับมาปักหลักชีวิตที่
นาข้าวที่เคยเป็นวิถีหล่อเลี้ยงชีวิตของผู้คนในตำบลนาตาล่วง อำเภอเมือง จังหวัดตรัง เมื่อครั้งสมัยก่อน ค่อยๆ เลือนหายไปพร้อมกับความเจริญเติบโตของเมืองใหญ่ จนปัจจุบันนาข้าวของตำบลนาตาล่วงได้เปลี่ยนแปลงไป เป็นพื้นที่สวนยาง สวนปาล์ม ตลอดจนบ้านเรือนและที่อยู่อาศัยของชุมชนเมือง ตำบลนาตาล่วง มีเรื่องเล่าขานตามชื่อของตำบลว่า ครั้งหนึ่ง มีชาวบ้านชื่อ นายล่วง ได้เดินทางผ่านมาในพื้นที่นี้เพื่อเอาเงินและทองมาทำบุญสร้างเจดีย์ วัดพระธาตุ จังหวัดนครศรีธรรมราช แต่แล้วต้องมาล้มป่วยลง ไม่สามารถเดินทางต่อไปได้ จึงได้มาทำนาหาเลี้ยงชีพอยู่ในพื้นที่นี้ ต่อมา ชาวบ้านจึงได้เรียกขานว่า “นาตาล่วง” และกลายมาเป็นชื่อตำบลเรื่อยมา ปัจจุบันที่ดินที่เคยเป็นผืนนาร้างแปลงหนึ่ง ไม่ไกลจากเขานาขา ได้มีการปลูกข้าว ทำนา แม้จะเป็นพื้นที่เล็กๆ เพียง 2 ไร่ 2 งาน แต่ก็เกิดจากความตั้งใจ มุ่งมั่น ของ ร.ต.ท. ธีรวุฒิ พานิช เจ้าของไร่คุ้มพานิช ในพื้นที่ 21 ไร่ ของหมู่ที่ 2 ตำบลนาตาล่วง อำเภอเมือง จังหวัดตรัง ที่มีการทำการเกษตรแบบไร่นาสวนผสม ปลูกพืชหลากหลายชนิดเพื่อให้เกิดรายได้หมุนเวียนให้กับครอบครัวหลังจากการลาออกจากราชการ ตั้งแต่ ปี
คงไม่ต้องเสียเวลาแนะนำกันอีกแล้ว สำหรับสับปะรดพันธุ์เพชรบุรี 1 หรือที่รู้จักกันดีในนามสับปะรดฉีกตา ผลงานการวิจัยของศูนย์วิจัยพืชสวนเพชรบุรี กรมวิชาการเกษตร ทั้งนี้เพราะมีปลูกและบริโภคกันมากขึ้นกว่าเดิมอย่างชัดเจน คุณบุญส่ง พูลพัฒน์ กับผลสับปะรดเพชรบุรี 1 ที่สุกแก่แล้ว คุณบุญส่ง พูลพัฒน์ อดีตนักวิชาการส่งเสริมการเกษตร ปัจจุบันคือเจ้าของ “ไร่ส่งตะวัน” บ้านห้วยเกษม ตำบลยางน้ำกลัดเหนือ อำเภอหนองหญ้าปล้อง จังหวัดเพชรบุรี ก็เป็นอีกผู้หนึ่ง ที่ปลูกสับปะรดพันธุ์นี้อย่างจริงจัง สามารถนำผลผลิตออกจำหน่ายหมุนเวียนทั้ง 12 เดือน เฉลี่ยเดือนละ 5 ตัน คุณบุญส่ง เป็นคนเพชรบุรีโดยกำเนิด หลังเรียนจบก็ทำงานคลุกคลีกับเกษตรกรมายาวนาน สุดท้ายได้ลงหลักปักฐาน ทำงานเกษตรที่บ้านห้วยเกษม ในพื้นที่ 100 ไร่ ปลูกไม้ดอกไม้ประดับอาทิจันท์ผา ลีลาวดี (ลั่นทม) เฮลิโคเนีย (ธรรมรักษา) ทางด้านไม้ผล มีขนุนทองประเสริฐ กล้วยหายากร่วม 100 สายพันธุ์ รวมทั้งพืชผักสมุนไพรหายาก เช่นข้าวไร่ในท้องถิ่น สมุนไพรเขยตายแม่ยายปก มะแข่วน(พริกพราน) เป็นต้น สำหรับสับปะรด คุณบุญส่งเรียนรู้มานานแล้ว ช่วงที่รับราชการอยู่ ได้แต่ศึกษาและวิจัย จนกร
การขายผลไม้ออนไลน์ถือเป็นการทำธุรกิจที่ต้องบริหารความเสี่ยงสูง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการควบคุมอายุของผลผลิต การแพ็ก และระบบการขนส่ง ล้วนแต่เป็นปัญหาใหญ่ที่เจ้าของธุรกิจต้องแบกรับ แต่แทบไม่เชื่อว่าบรรดาผู้ประกอบธุรกิจขายผลไม้ออนไลน์กลับนำสิ่งเหล่านั้นมาสร้างโอกาสแล้วปรับสภาพความเหมาะสมทั้งกลยุทธ์และสภาพทางธรรมชาติของไม้ผลแต่ละชนิดฝ่ากำแพงปัญหาได้อย่างลงตัว เช่นเดียวกับ คุณฉราวุฒิ ก่อน้อย หรือ คุณเอส ที่เข้ามาจับธุรกิจขายทุเรียนออนไลน์ ด้วยเทคนิคการขายที่เน้นการการันตีคุณภาพ มีการคัดเกรดทุเรียน ตลอดจนรับประกันสินค้าทุกกรณีหากไม่พอใจแล้วคืนเงินให้เต็มจำนวนโดยไม่มีเงื่อนไข ถือเป็นวิธีสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า สร้างยอดขายที่ส่งผลต่อรายได้จำนวนมากจนก่อให้เกิดแรงกระตุ้นให้ชาวสวนทุเรียนในพื้นที่หลายรายเริ่มหันมาใส่ใจกับการขายทุเรียนออนไลน์มากขึ้น คุณเอสทำธุรกิจนี้มาประมาณ 10 ปี เป็นรายแรกที่เปิดช่องทางขายทุเรียนแบบออนไลน์ เพราะมีสวนทุเรียนภูเขาไฟอยู่บนเนื้อที่กว่า 5 ไร่ อยู่ที่บ้านซำขี้เหล็ก ตำบลพราน อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ ปลูกมากว่า 30 ปี อีกทั้งตัวเองมีประสบการณ์ประกอบธุรกิจมาก่อนจึงมอ
ผักตบชวา เป็นไม้น้ำที่ขยายพันธุ์อย่างรวดเร็ว มีลำต้นสั้นแตกใบเป็นกอลอยไปตามน้ำ มีความทนทานต่อความแห้งแล้งได้ดี แต่จะไม่ทนน้ำเค็ม คลองมหาสวัสดิ์ ตำบลศาลายา อำเภอพุทธฆณฑล จังหวัดนครปฐม เป็นอีกแหล่งที่มีปริมาณต้นผักตบชวา แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาสำหรับคนในชุมชน เพราะคนในชุมชนได้พลิกวิกฤติเป็นโอกาส นำผักตบชวาที่หลายคนมองว่าไร้ค่า มาแปรรูปเป็นดินผสมพร้อมปลูกจำหน่ายสร้างรายได้ คุณวันชัย สวัสดิ์แดง ประธานกลุ่มวิสาหกิจกลุ่มผู้ใช้น้ำบ้านศาลาดิน เล่าว่า เนื่องจากผักตบชวา เป็นปัญหาต่อการสัญจรในคลอง เลยมองเห็นว่าถ้านำมาใช้ประโยชน์ก็น่าจะได้ช่วยกำจัดได้อีกทางหนึ่ง จึงขึ้นป้ายรับซื้อผักตับชวาตากแห้ง จากนั้นก็นำมาผสมรวมกับวัสดุอื่น บรรจุถุงเป็นดินพร้อมปลูก สำหรับการนำผักตบชวาที่เก็บได้จากแม่น้ำหรือคลองต่างๆ มาใช้ในการทำดินพร้อมปลูกผสมผักตบชวาของกลุ่มบริหารการใช้น้ำชลประทานมหาสวัสดิ์ นั้น จะเริ่มจากการรับซื้อผักตบชวาตากแห้งจากชาวบ้าน ที่นำผักตบชวาไปสับก่อนนำไปตากแดดเป็นเวลา 3 วัน ในราคากิโลกรัมละ 20 บาท จากนั้นนำผักตบชวาตากแห้งมาผสมกับกาบมะพร้าวสับ แกลบดิบ ขี้เถ้าแกลบ และดินบดละเอียดในอัตราส่วนที่เท่ากัน เช่
เมื่อการตลาดไม่ชัดเจน การเกษตรจึงต้องวางแผน เพื่อความยั่งยืนของตัวเอง ปัญหาของพี่น้องเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบทุกครั้ง เมื่อต้องการจะปลูกพืชหรือเลี้ยงสัตว์หรือแม้จะทำกิจการใดๆ ด้านการเกษตร เพื่อดำรงชีวิตให้รอดและความยั่งยืนของตนเองตามมา ซึ่งปัจจุบันมีปัจจัยหลายอย่างที่ต้องพึ่งพาข่าวสารที่เห็นในโซเชียลมากมายหลายครั้งหลายครา ก็คือ ปลูกแล้ว ขายใคร เลี้ยงแล้วขายที่ไหน ทำแล้วขายได้เงินเยอะไหม ปลูกอะไรนะปลูกแล้วจะขายที่ไหน คำถามเหล่านี้มีให้ได้คิดทุกยุค ทุกสมัย ยิ่งหลังวิกฤตโรคระบาดโควิด-19 แล้ว ผู้คนปรับตัวเข้ากับวิถีดั้งเดิม คือวิถีเกษตรมากขึ้น ปลูกแล้วกิน ปลูกแล้วขายใคร เมื่อมีจุดเริ่มต้น เมื่อดีมานและซัพพลายไม่เท่ากันก็มีปัญหา อุปสงค์ ในความหมายแบบเข้าใจง่ายๆ คือ “ความต้องการซื้อ” และอุปทาน คือ “ความต้องการขาย” เมื่อความต้องการซื้อและความต้องการขายมาพบเจอกันที่ระดับราคา (Price) และประมาณ (Quantity) ที่ต่างฝ่ายต่างพอใจ ณ จุดใดจุดหนึ่ง ตรงจุดนั้นจะเกิด “จุดดุลยภาพ” ของตลาดขึ้น แต่วิถีบ้านบ้านเราไม่ต้องมากมายขนาดนั้น เอาว่าเราจะรอดกับวันเดือนปีครบ 365 ได้อย่างไร การวางเเผนเพื่อให้รอดในสังคมวิ
