พืชทำเงิน
“กระท่อมเห็ดฟาร์มไทรน้อย” (Mushroom Cottage) ชื่อนี้เปิดตัวอย่างเป็นทางการผ่านสื่อมวลชนเมื่อช่วงปี 2560 ปัจจุบัน “กระท่อมเห็ดฟาร์มไทรน้อย” ประสบความสำเร็จอย่างมาก จนทำให้ คุณนัยนา ยังเกิด ลาออกจากพนักงานธนาคารแห่งหนึ่ง มาทำกระท่อมเห็ดฟาร์มไทรน้อยอย่างเต็มตัว เพื่อเนรมิตให้เป็นศูนย์เรียนรู้ที่เน้นแนวทางให้ความรู้กับคนเมืองที่สนใจการทำเกษตร หรือบางคนที่กำลังมองหางานด้านเกษตรกรรมเป็นอาชีพเสริม เพื่อพัฒนาให้เป็นอาชีพหลักต่อไป ด้วยการเริ่มต้นเกษตรจากจุดเล็กๆ ในการเพาะเห็ด และขยายสู่การทำฟาร์มเห็ดต่อไป สำหรับคุณนัยนามีประสบการณ์ทำงานอยู่ในส่วนประชาสัมพันธ์ ฝ่ายสื่อสารและบริหารแบรนด์ โดยมีประสบการณ์เป็นพนักงานประจำมา 3 ธนาคาร แต่เมื่อถึงจุดที่ทำให้คุณนัยนาต้องทบทวนการเป็นพนักงานประจำ โดยในปี 2554 เกิดการควบรวมกิจการของธนาคาร เธอจึงมองเห็นความไม่แน่นอนในงานประจำ จึงเริ่มเตรียมตัวและเตรียมอาชีพไว้รองรับ ในจังหวะนั้นเธอผันตัวเองมาเรียนรู้การเพาะเห็ดฟาร์ม และเริ่มทำฟาร์มเห็ดอย่างจริงจัง คุณนัยนา เล่าว่า ตอนแรกมองหาธุรกิจที่เหมาะกับเรา เช่น ร้านเสริมสวย ร้านอาหาร และร้านกาแฟ แต่ก็มองว่ามีคนเปิดเยอ
นอกจากเงินแล้ว ปัจจุบันคนเรารู้จักแสวงหาสุขภาพกันมากกว่าเก่า เพราะรู้ว่าเงินบางครั้งก็ซื้อสุขภาพที่ดีไม่ได้ แต่ซื้อของดีๆ มาบำรุงสุขภาพได้ เงินซื้อการออกกำลังกายไม่ได้ แต่ก็ซื้อเครื่องออกกำลังกายมาใช้ที่บ้านหรือเป็นสมาชิกคลับออกกำลังกายได้เช่นกัน อายุขึ้นเลขสี่ก็ควรลดเนื้อสัตว์ให้น้อยลง หันมากินผักให้มากขึ้น ผักที่กินก็ควรดูผักที่ปลอดสารเคมี ช่วงนี้ผักที่ตลาดส่วนใหญ่จะมาจากจีน เมื่อหลายปีก่อน ผู้เขียนได้มีโอกาสนำเสนอ คะน้าเม็กซิโก จนบัดนี้เป็นที่แพร่หลายไปทั่วประเทศ และมีกำขายเป็นผักพื้นบ้านทั่วไปตามตลาดนัด ผู้คนก็เริ่มนำมาประกอบอาหารได้หลายอย่างแทนคะน้าในปัจจุบัน เช่น ผัดไฟแดง ลวกกินกับน้ำพริก ผัดซีอิ๊ว ผัดราดหน้า ตอนนี้ได้มีโอกาสเจอผักคะน้าอีกอย่างหนึ่ง มีคุณค่าทางอาหารมาก แต่ปลูกไม่ง่ายเหมือนคะน้าเม็กซิโก คราวนี้ไม่แนะนำให้ปลูกเหมือนคะน้าเม็กซิโกที่ปลูกทิ้งปลูกขว้างอย่างไรก็ได้ แต่แนะนำให้กินมากกว่า ผักเคล (Kale) หรือ ผักคะน้าใบหยิก เป็นพืชตระกูลเดียวกับผักจำพวก บร็อกโคลี่ คะน้า และดอกกะหล่ำ รวมๆ กัน ต้นและใบมีสีเขียวเข้ม ใบหยิก เป็นที่นิยมอย่างมากในต่างประเทศ และถูกยกให้เป็น ‘Super
คุณน้ำมนต์ หรือ คุณมณฑา มานะ อดีตมนุษย์เงินเดือน ตัดสินใจกลับบ้านเกิดเพื่อทำเกษตรร่วมกับครอบครัวในชื่อ “สวนปริญญาชาวไร่” ปลูกพืชมาหลายชนิด แต่ไม่ประสบความสำเร็จ จนกระทั่งหันมาทดลองปลูกอะโวกาโด 10 ต้นก่อน ปรากฏว่าได้ผลดี จึงขยายพื้นที่ปลูกจนเต็มพื้นที่ 8 ไร่ กลายเป็นพืชทำเงินที่สร้างอาชีพและอนาคตที่มั่นคงให้กับครอบครัว ที่มาของชื่อ “สวนปริญญาชาวไร่” คุณน้ำมนต์ เล่าให้ฟังว่า สวนแห่งนี้เป็นที่ดินทำกินของครอบครัวมาตั้งแต่คุณยาย คุณแม่ โดยพี่สาวของคุณน้ำมนต์ถือเป็นแรงงานหลักในการทำสวนแห่งนี้ตั้งแต่อายุ 15 ปี จนถึงทุกวันนี้ เป็นระยะเวลากว่า 40 ปี เธอทำงานหารายได้ส่งน้องสาว ลูกและหลานเรียนจบปริญญาได้ถึง 3 คน ขณะที่ประสบกาณ์การทำงานของพี่สาวคุณน้ำมนต์ ถือเป็น “ปริญญาชีวิต” ของเธอด้วยเช่นกัน จึงเป็นที่มาของชื่อ “สวนปริญญาชาวไร่” แห่งนี้ จุดเริ่มต้นปลูกอะโวกาโด คุณน้ำมนต์ เล่าว่า ในอดีต สวนแห่งนี้ใช้ปลูกข้าวโพดไร่มาก่อน หลังจากนั้นเปลี่ยนมาปลูกน้อยหน่าพันธุ์พื้นเมือง น้อยหน่าเนื้อ น้อยหน่าหนัง แต่มีรายได้น้อย จึงเปลี่ยนมาปลูกทุเรียนก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ จนกระทั่งเมื่อ 7 ปีก่อน ญาติคนหนึ่งปลูกอ
เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ศาลาประชาคมบ้านด่านโลด หมู่ที่ 3 บ้านด่านโลด ตำบลแม่ขรี อำเภอตะโหมด จังหวัดพัทลุง คุณวราภรณ์ ชายเกตุ เกษตรอำเภอตะโหมด และเจ้าหน้าที่เกษตรอำเภอตะโหมด พร้อม คุณมโณศักดิ์ ทักษิณาวาณิชย์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 3 บ้านด่านโลด และ ผู้ช่วยผู้ใหญ่ คุณกฤษฎา ลำปัง ประธานกลุ่มเกษตรมังคุดแปลงใหญ่ตำบลแม่ขรี สมาชิกสภาเทศบาลตำบลควนเสาธง พร้อมชาวสวนมังคุด โดยชาวสวนมังคุดบางรายมีประมาณ 70 ต้น และบางรายมีประมาณ 200 ต้น จากจำนวนภาพรวมมังคุด อำเภอตะโหมด ที่มีกว่า 11,000 ต้น ประมาณ 700 ไร่ โดยเฉลี่ยประมาณ 16 ต้นต่อไร่ สำหรับการจัดตั้งกลุ่มมังคุดแปลงใหญ่จะดำเนินการอย่างเข้มข้นในปี 2566 ซึ่งการจัดตั้งมังคุดแปลงใหญ่ เป้าหมายเพื่อรวมกลุ่มพัฒนาปรับปรุงให้มังคุดมีคุณภาพ ลดต้นทุนการผลิต และการบริหารจัดการตลาดเพื่อให้ได้ราคาที่ดี ทั้งยังมีเป้าหมายเพื่อผลิตมังคุด GAP ส่งออกต่างประเทศ ได้ราคาดี โดยปกติแล้วมังคุดของพื้นที่ตำบลแม่ขรี มีการส่งออกไปยังต่างประเทศทุกปี เช่น เวียดนาม เป็นต้น ที่ประชุมชาวสวนมังคุดแปลงใหญ่ได้เสนอแนวทางการพัฒนาปรับปรุงมังคุดเป็นหลักสำคัญคือ เรื่องผลผลิตที่ได้ตามปริมาณตามฤดูกาล ลด
ชมพู่ เป็นผลไม้ที่มีอยู่ทั่วทุกภาคของประเทศไทย มีมากมายหลากหลายสายพันธุ์ รสชาติเปรี้ยวฝาดบ้างหวานบ้าง แต่ชมพู่โดยทั่วไปจะไม่หวานมากและฉ่ำน้ำ แต่อร่อยไปอีกแบบ แต่ปัจจุบันการพัฒนาที่ไม่หยุดยั้งของไม้ผลชนิดนี้ โดยเฉพาะไต้หวัน ที่มีการพัฒนาพันธุ์ให้มีสีเข้มและแดงชมพู ยังมีรสชาติหวาน กรอบ ฉ่ำน้ำอีกด้วย ดังเช่น ชมพู่อี้เหวินดำและแดง คำว่า อี้เหวินดำ จะไม่ดำมาก แต่จะมีสีที่คล้ำคล้ายเปลือกมังคุด ถ้าให้แก่จัดและถูกแดดมากๆ จากอี้เหวินแดงที่ออกแดงชมพู ยิ่งถ้าถูกแสงแดดมากก็จะทำให้สีจัด แต่ถ้าห่อมากสีก็จะซีดขาวชมพูจางๆ ที่ สวนสุวรรณีปรางทอง ของ อาจารย์วิเชียร บุญเกิด ปราชญ์พื้นบ้านที่นำพันธุ์พืชไม้ผลหลายอย่างมาต่อยอดให้ได้ผลผลิตสูง ที่สร้างรายได้แก่อาจารย์เป็นสวนผสมที่มีรายได้หมุนเวียนทั้งปี อาจารย์ในวัย 77 ปี ที่อายุเป็นเพียงตัวเลข วัยที่ไม่หยุดยั้งในการต่อยอดพันธุ์ไม้ผล ให้ลูกค้าได้รับประทานผลไม้ที่มีคุณภาพและปลอดภัย โดยใช้ธรรมชาติในการกำจัดวัชพืชและแมลง เช่น ถ้าผลไม้อันไหนเปราะบาง ก็ห่อผล หรือปล่อยให้แมลงตามธรรมชาติกัดกินบ้าง เพราะปลูกไว้หลากหลาย และผลิตผลไม้ตามฤดูกาลก็จะมีการรบกวนจากแมลงต่างๆ น
หากกล่าวถึงทุเรียนนนท์ เชื่อว่าหลายคนคงต้องนึกถึงทุเรียนก้านยาวเป็นสายพันธุ์แรกๆ ประวัติของทุเรียนนนท์มีมาแต่ช้านานแล้ว ดั้งเดิมนั้นพื้นที่จังหวัดนนทบุรี อยู่ใกล้กับแหล่งน้ำสำคัญทางประวัติศาสตร์ อย่างแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้บ้านชาวจังหวัดนนทบุรีสามารถทำการเกษตร การค้าได้ดี และเกษตรกรนนทบุรีนิยมทำสวนแบบผสมผสานเพื่อมีรายได้ตลอดทั้งปี ทุเรียนนนท์มีความเป็นมากว่าร้อยปี ถือเป็นไม้ผลที่อยู่คู่กับชาวนนทบุรีมาอย่างช้านาน และทุเรียนนนท์ยังมีรสชาติอร่อย อย่างเป็นเอกลักษณ์ ทุเรียนนนท์จึงถูกยกให้เป็นทุเรียนที่ครองใจใครหลายคน แต่ต้องยอมรับเลยว่าทุเรียนนนท์นั้น มีราคาที่สูงกว่าทุเรียนในราคาท้องตลาดทั่วไป หลายคนอาจสงสัยว่าเหตุผลที่แท้จริงแล้วคืออะไรกันที่ทำให้ทุเรียนนนท์มีราคาสูงกว่าทุเรียนตามท้องตลาดทั่วไป คุณสำเริง สุนทรแสง อายุ 61 ปี อาศัยอยู่ที่ซอยบางกร่าง 45 (วัดแคใน) ตำบลบางกร่าง อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี ประกอบอาชีพเป็นเกษตรกรปลูกทุเรียนและเกษตรผสมผสาน เจ้าของสวนทุเรียนนนท์ ยายละมัย ที่เปิดเป็นศูนย์เรียนรู้ด้านไม้ผล และสวนตัวอย่างในการปลูกทุเรียนนนท์ คุณสำเริง กล่าวว่า ตนเองและครอบครัวเป็น
“ทุเรียน” ได้ชื่อว่าเป็นผลไม้ที่ปลูกยากชนิดหนึ่ง เนื่องจากต้องอาศัยความใส่ใจในการปลูกสูง และยังมีปัจจัยเรื่องสภาพอากาศ ที่ส่งผลกระทบต่อการให้ผลผลิตโดยตรง ทำให้เกษตรกรต้องใช้ประสบการณ์ในการสังเกต ดูแล วางแผนการจัดการอย่างเหมาะสม เพื่อให้ทุเรียนสามารถออกผลผลิตได้อย่างราบรื่น ปกติแล้วทุเรียนจะเริ่มให้ผลผลิตหลังปลูกประมาณ 4-5 ปี แต่ที่แปลงของ เฮียสิน-คุณนิสิน จิตวิสุทธิ์ศรี ตำบลตรอกนอง อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี สามารถปลูกทุเรียนให้ออกผลผลิตในเวลา 3 ปี เท่านั้น คุณนิสิน เผยว่า การปลูกทุเรียนให้ได้ผลผลิตเร็ว มีพื้นฐานตั้งแต่การคัดเลือกกิ่งพันธุ์ การบำรุงต้น-ใบให้สมบูรณ์ รวมถึงการตัดแต่งกิ่งให้อยู่ในสภาพเหมาะสมสำหรับการออกดอก ซึ่งช่วงที่เรียกได้ว่าเป็นหัวเลี้ยวหัวต่อเลยก็คือ “ช่วงติดดอก” เพราะเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่าทุเรียนนั้นจะให้ผลผลิตได้มาก-น้อยแค่ไหน ยิ่งในระยะหลังนั้นมีปัญหาเรื่องสภาพอากาศที่แปรปรวน ก็ยิ่งส่งผลกับดอกทุเรียนโดยตรง หากเกษตรกรไม่สามารถดูแลได้อย่างเหมาะสม ดอกอาจจะร่วงหมดจนไม่เหลือให้ติดผลเลยก็ได้ ปัจจุบัน คุณนิสินมีพื้นที่ปลูกทุเรียนประมาณ 60 ไร่ สามารถมีผลผลิตออกสู่ตลาดไม่น้อ
“ข้าวโพดหวานกินดิบที่ “ไร่ชมเดือน” นั้น จะมีทั้งหมด 2 สายพันธุ์ คือ สายพันธุ์ราชินีทับทิมสยาม ฝีมือการวิจัยของคนไทย และสายพันธุ์นมสดฮอกไกโด นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น มีวิธีการปลูกที่เหมือนกับข้าวโพดหวานทั่วไป นับเวลาปลูกตั้งแต่หยอดเมล็ดพันธุ์ถึงหักกินดิบ 58-63 วัน หรือนับหลังออกไหม 18-21 วัน” คุณเจริญพร ตราชัย และ คุณวัชรากรณ์ ธเนศวรมีชัย สองตายาย เจ้าของสวน “ไร่ชมเดือน” ในพื้นที่หมู่ที่ 4 บ้านหนองเนิน ตำบลหัวถนน อำเภอท่าตะโก จังหวัดนครสวรรค์ ที่ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ด้วยการผันตัวเป็นเกษตรกร ใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างมีความสุขในพื้นที่ต่างจังหวัด ด้วยการปลูกพืชหลากหลายชนิด ทำเกษตรแบบผสมผสาน จนกลายเป็นแลนด์มาร์กที่สำคัญอีกหนึ่งที่ของจังหวัดนครสวรรค์ คุณวัชรากรณ์ เล่าว่า จุดเริ่มต้นของ “ไร่ชมเดือน” เกิดขึ้นจากความตั้งใจของคุณตาและคุณยาย ที่อยากจะทำไร่เกษตรแบบผสมผสานในพื้นที่ต่างจังหวัด รวมถึงครั้งที่คุณตาอยู่ต่างประเทศ คุณยายอยู่ประเทศไทย มีหนึ่งสิ่งที่ทั้งคุณตา คุณยาย สามารถมองเห็นด้วยกันได้ คือ “พระจันทร์” อีกทั้งปีที่คุณตาและคุณยายเริ่มรู้จักกันยังเป็นปีที่พระจันทร์ยิ้มและดวงใหญ่ จึงเป็น
สวัสดีค่ะ จากการเรียนในรายวิชาส่งเสริมการเกษตร ของ อาจารย์ธนากร เที่ยงน้อย ในบทเรียนการเขียนบทความเพื่อเผยแพร่ข้อมูลด้านการเกษตร อาจารย์ให้งานพวกเราลงพื้นที่เพื่อสัมผัสชีวิตเกษตรกร รวมทั้งสัมภาษณ์ถ่ายภาพเกษตรกรที่น่าสนใจในเรื่องแนวคิด วิธีการทำสวน ทำไร่ แล้วนำมาเขียนบทความส่งให้อาจารย์พิจารณา กลุ่มของเราจึงสืบเสาะค้นหาเกษตรกรหัวก้าวหน้า ที่ทำการเกษตรได้ประสบความสำเร็จ จนได้พบกับข้อมูลในอินเตอร์เน็ต ไม่รอช้าเรารีบบึ่งไปหาทันที ที่ “สวนองุ่นคาเฟ่” ไร่องุ่นศิวริทธิ์ (SV. Vineyard) ตำบลหนองบัว อำเภอเมืองกาญจนบุรี นับเป็นตำบลหนึ่งในจังหวัดกาญจนบุรี ที่มีการทำการเกษตรทั้งพืชไร่และพืชสวน รวมไปถึงยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางการเกษตรที่มีคนให้ความนิยม และให้ความสนใจอีกเป็นจำนวนมาก รวมไปถึงการทำ “สวนองุ่นคาเฟ่” ซึ่งเป็นธุรกิจที่คนรุ่นใหม่หันมาให้ความสนใจและเรียนรู้ที่จะทำธุรกิจ ส่งเสริมการท่องเที่ยวทางด้านการเกษตร นับเป็นความโชคดีของทีมนักศึกษามหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี ที่คุณวริทธิ์ กลมศิลา เจ้าของไร่องุ่นศิวริทธิ์ (SV. Vineyard) จังหวัดกาญจนบุรี โทร. 081-420-0586 ให้เกียรติสละเวลาพาทีมนั
สวนซะป๊ะ คือผืนดินอุดมสมบูรณ์ ใต้ร่มเงาผืนป่าต้นน้ำดอยหลวง มีสายน้ำแม่กาหลวงไหลผ่านสามารถเพาะปลูกพืชผลทางการเกษตรได้ตลอดปี คุณชวฤทธิ์ งามจิตร์ เจ้าของสวน อดีตเป็นพนักงานดีเด่น ตำแหน่งหัวหน้างานโรงงานอุตสาหกรรม เขากำลังนั่งพรวนดิน ทดลองสูตรปุ๋ยอินทรีย์ อยู่ในโรงเรือนระบบปิดของบ้านสวนซะป๊ะ ตำบลแม่กา อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา ประเทศไทย ที่นี่มีผลผลิตทางการเกษตรปลอดสารพิษ จัดจำหน่ายให้ร้านอาหารหลายแห่งในพะเยา พวกเขาซื้อขายพืชผักผลไม้อินทรีย์ทางโซเชียลมีเดียเป็นหลัก นับเป็นมิติใหม่ทางการเกษตรอินทรีย์ของประเทศไทย พนักงานดีเด่นของบริษัทอุตสาหกรรมยานยนต์ คุณชวฤทธิ์ เล่าว่า เรียนช่างกลโรงงาน เพราะไม่ชอบทำการเกษตร ตอนเด็กมองเห็นพ่อแม่ลำบาก ทำไร่ข้าวโพดกลางแดดร้อน เขาจึงเลือกเป็นมนุษย์เงินเดือน สมัครทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งหนึ่งที่จังหวัดระยอง ทุ่มเททำงาน จนได้รับรางวัลพนักงานดีเด่นของบริษัท มีโอกาสศึกษาต่อและดูงานต่างประเทศ ได้รับโอกาสเลื่อนเป็นหัวหน้างานดูแลในส่วนของสายงานซ่อมบำรุงเครื่องจักรโรงงานอุตสาหกรรม (PM) แต่เบื้องลึกในใจยังไม่พบความต้องการของตัวเองอย่างแท้จริง เขาอยากมีชีวิตเป็
