พืชทำเงิน
การปลูกพืชผักสวนครัวเพื่อการบริโภคในบ้าน เป็นเรื่องราวของคนไทยทั่วไป ขอเพียงให้มีพื้นดินเพียงเล็กน้อยข้างบ้านก็สามารถทำกันได้ไม่ยาก ยิ่งเป็นบ้านต่างจังหวัดคนส่วนใหญ่ก็นิยมทำกัน แต่มีคนอีกส่วนหนึ่งไม่เคยนึกทำ หนำซ้ำมาเที่ยวขอบ้างไม่ขอบ้าง จนบางครั้งเป็นที่เอือมระอาของคนปลูกถึงขั้นรื้อแปลงทิ้งกันทีเดียว บ้างถึงกับโค่นต้นมะม่วง มะละกอ ทิ้งยังเคยเห็นอยู่ ต่อมาผู้คนอพยพย้ายจากเขตชนบทเพื่อเข้ามาทำงานในเมือง อาศัยอยู่ในพื้นที่แคบๆ ประกอบกับการเดินทางไปทำงานเสียเวลาไปหลายชั่วโมง ทำให้หมดแรงที่จะทำการปลูกผัก และการอยู่ในห้องเช่าแค่มีที่ซุกหัวนอนก็ไม่สามารถปลูกผักได้ แต่ในส่วนที่พอมีพื้นที่เหลือบ้างก็พอคิดที่จะทำได้ จากการศึกษาในสื่อออนไลน์ก็ไม่ยากนัก คุณวันสกาว โชติมัน หรือ คุณฮั้น อาศัยอยู่ที่บ้านสุเหร่าคลองใหม่ ตำบลคลองด่าน อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ มีอาชีพเป็นนางพยาบาล ในโรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่งในจังหวัดสมุทรปราการ คุณฮั้น เล่าให้เราฟังว่า เป็นนางพยาบาลที่มีหน้าที่ดูแลคนไข้ NCDs (non-communicable diseases) หรือคนไข้ที่เป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง คือไม่ได้เกิดจากเชื้อโรคและไม่สามารถแพร่กระจายจ
ช่วงเทศกาลวันหยุดยาวหลายวัน หากใครยังไม่มีแผนท่องเที่ยวที่ไหน อยากชวนไปท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ด้านการเกษตร ในแหล่งวิจัยพืชสวน 24 แห่งทั่วไทยของกรมวิชาการเกษตร ซึ่งเป็นการท่องเที่ยวธรรมชาติที่ได้รับความรู้ ความสุข เพลิดเพลิน เสมือนการพักผ่อนที่ได้รับการลับสมองไปในตัว กรมวิชาการเกษตร มีศูนย์วิจัยตั้งอยู่ในแหล่งธรรมชาติที่สวยงาม กระจายอยู่ในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ ศูนย์วิจัยฯ ทุกแห่งมีภารกิจสำคัญด้านการศึกษาวิจัย พัฒนาแปลงการผลิตพืช ขยายพันธุ์ การอารักขาพืช การแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร แปลงต้นแบบการผลิตพืชทฤษฎีใหม่ แปลงรวบรวมและอนุรักษ์ความหลากหลายทางพันธุกรรมพืช เรียกว่าเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตรอย่างครบวงจร ดร.ชูชาติ วัฒนวรรณ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยพืชสวน กรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า ในแต่ละปีมีเกษตรกร นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไปสนใจเข้าเยี่ยมชมศูนย์วิจัยทั่วประเทศกว่าแสนราย เป็นการท่องเที่ยวเชิงเกษตรแบบครบวงจรที่สนุกได้ความรู้ นำไปพัฒนาต่อยอดพัฒนาอาชีพหรือใช้ในชีวิตประจำวัน นักท่องเที่ยวสามารถใช้บริการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ด้านการเกษตรได้ตลอดทั้งปี โดยศูนย์วิจัยฯ มีการจัดกิจกรรมต่างๆ เพ
“ขมิ้นชัน” เป็นสมุนไพรพื้นบ้านที่คนไทยรู้จักและคุ้นเคยกันดีในทุกภาค มีการนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน โดยนิยมนำมาปรุงช่วยเพิ่มสีสันแต่งกลิ่นและรสชาติของอาหาร มีตำรับอาหารและตำรับยามากมายเป็นทั้งยาภายนอกและยาภายใน สำหรับยาภายในใช้เป็นยาอายุวัฒนะ บำรุงร่างกาย บำรุงธาตุ แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ เป็นต้น ส่วนยาภายนอก เชื่อว่าขมิ้นชันช่วยรักษาและสมานแผล ทำให้แผลไม่เป็นหนอง และขมิ้นชันยังเป็นสมุนไพรเครื่องสำอางได้ดีอีกด้วย “ขมิ้นชัน” เป็นสมุนไพรพื้นบ้านที่ใช้กันมายาวนานของคนไทย กล่าวได้ว่าคนในตระกูลไตที่กระจายกันอยู่แถบเอเซีย ทั้งในรัฐอัสสัม พม่า ไทย จีน ลาว ต่างรู้จักในชื่อเดียวกันทั้งสิ้น “ขมิ้นชัน” ไม่ใช่ยารักษาโรคแต่ขมิ้นชันเป็นสมุนไพรเครื่องเทศ ที่ใส่ในอาหารในชีวิตประจำวัน โดยนำมาปรุงแต่งและใช้ประกอบอาหารซึ่งพบมากทางภาคใต้ จะเห็นได้ว่าอาหารปักษ์ใต้มักมีสีออกเหลืองแทบทุกอย่าง สำหรับคนใต้ขมิ้นชันเป็นเครื่องเทศที่แทบจะขาดไม่ได้เลย เพราะนอกจากช่วยในการดับกลิ่นคาวได้ดีแล้ว ยังเป็นสมุนไพรปรุงรส และช่วยสมานแผลได้อีกด้วย คนใต้ส่วนใหญ่จะใช้เหง้าใต้ดินของขมิ้น (หัวขมิ้น) มาผสมในเครื่องแกงต่างๆ รวมทั้งใช้ปร
ต้นไม้ก็เหมือนคนเรานั่นแหละ ต้องมีการเสริมแต่ง อาจจะเพื่อความสวยงาม เพื่อความเหมาะสม ลองนึกภาพดูว่า หากคนปล่อยผมยาวกันทั้งประเทศ ไม่มีการตัดแต่ง เส้นผมคงพันกันยุ่ง หรือไม่ก็อาจเหยียบเส้นผมกันวุ่นวาย ต้นไม้จําเป็นต้องมีการตัดแต่งกิ่งให้ เพื่อความสวยงาม เพื่อความสมบูรณ์ รวมทั้งความสามารถในการออกดอกติดผล กิ่งมะม่วงที่ควรตัดมีดังนี้ – กิ่งที่อยู่ตรงปลายและผ่านการเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว เจ้าของมะม่วงบางคน เวลามีผลผลิตก็เก็บเฉพาะผลผลิต ไม่ได้ตัดขั้วผลออก ทั้งที่ตรงขั้วผลไม่สามารถเจริญต่อได้อีก แต่หากมีการตัดปลายกิ่งเข้ามา 4-5 นิ้ว จะช่วยให้แตกยอดใหม่เร็วขึ้น – กิ่งแห้งรวมทั้งกิ่งที่โรคแมลงทําลาย นอกจากไม่สวยงามแล้ว อาจจะเป็นตัวแพร่เชื้ออีกด้วย – กิ่งที่ทํามุมแคบกับทรงพุ่ม กิ่งในทรงพุ่มแทบไม่ติดผล ควรตัดทิ้งดีกว่า – เมื่อปลูกไปนานๆ ต้นมะม่วงอายุมากอาจจะตัดกิ่งออกมากๆ ให้แตกยอด ขึ้นมาใหม่ เลี้ยงกิ่งไว้ไม่ต้องมากนัก เรียกว่า “ทําสาว” ให้กับมะม่วงก็ได้ โดยทั่วไปแล้วเกษตรกรมักตัดแต่งกิ่งมะม่วงตรงปลายยอด เรียกว่า “เปิดกระหม่อม” ให้ข้างในทรงพุ่มโปร่ง แสงอัลตราไวโอเลตส่องเข้าถึง
น้อยหน่า (sugar apple) คำว่าน้อยหน่าใครๆ ก็รู้จัก เป็นผลไม้ที่ราคาไม่ตก คนไทยนิยมบริโภคกันอยู่แล้ว แต่การพัฒนาพันธุ์ก็มีมาตลอดเวลา ต้องยอมรับนักพัฒนาสายพันธุ์ที่ทำให้สีสันและรสชาติที่หวานกลมกล่อม บางสายพันธุ์หวานอมเปรี้ยว บางสายพันธุ์กลิ่นเหมือนสับปะรดก็มี น้อยหน้าที่น่าพูดถึงที่สวนของ คุณสุพัฒนา นิรังกูล คือน้อยหน่าสายพันธุ์เรดอิสราเอล ที่รวมเอาข้อดีของน้อยหน่า คือหลากสีสัน เช่น ม่วง แดง เปลือกแดงในขาว นอกจากนี้ ยังมีจุดเด่นคือ ต้นเตี้ย กลิ่นหอมเฉพาะตัว เนื้อนุ่มไม่เหนียว เนื้อเยอะ รสชาติดี โดยเฉพาะสีสัน เปลือกม่วงแดง กำลังเป็นที่ต้องการของตลาด ขนาดของลูกไม่ใหญ่จนเกินไป ลักษณะผลสวย มีปุ่มเรียงสวยงาม จุดเด่นของสายพันธุ์เรดอิสราเอล เรดอิสราเอล เป็นลูกผสมชั้นยอดของน้อยหน่า ชื่อสามัญ เรียกว่า แอนโนน่าอะเตโมญ่า เป็นลูกผสมของแอนโนน่า สคัวโมซ่า และแอนโนน่า เชอริโมล่า (Annona atemoya, or Annona squamosa x Annona cherimola) จากวิกิพีเดีย เรื่องกินเป็นเรื่องใหญ่เสมอ สหประชาชาติ หรือยูเอ็น ได้คาดการณ์เอาไว้ว่าในอนาคตข้างหน้า เราอาจจะเกิดภาวะขาดแคลนอาหารเพราะคนมากขึ้น และยังมีการเปลี่ยนแปลงทางภูม
เชื่อหรือไม่…ผึ้งและชันโรง แมลงตัวเล็กๆ จะมีบทบาทเปลี่ยนแปลงโลกและสิ่งแวดล้อม แถมสร้างอาชีพและรายได้อย่างน่าทึ่งทีเดียว สิบปากว่าไม่เท่ากับตาเห็น อยากให้ทุกท่านมาพิสูจน์ความจริงกัน ที่ศูนย์วิจัยผึ้งพื้นเมืองและแมลงผสมเกสร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ราชบุรี (มจธ.ราชบุรี) เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานการเรียนรู้เรื่องผึ้ง หรือ “Bee Park” ตั้งอยู่ภายในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ตำบลรางบัว อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี อยากรู้เรื่องผึ้ง ต้องมาที่ “Bee Park” ศูนย์วิจัยฯ แห่งนี้ ศึกษาเรื่องผึ้งมากว่า 15 ปี เน้นศึกษาเรื่องการใช้ประโยชน์จากผึ้งพื้นเมืองเอเชีย การประยุกต์ให้เกิดประโยชน์ทางด้านเศรษฐกิจ มีบริการถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่กลุ่มเกษตรกรที่สนใจพัฒนาการเลี้ยงผึ้งพื้นเมืองอย่างยั่งยืน ปัจจุบัน หัวหน้าศูนย์วิจัยฯ คือ รศ.ดร.อรวรรณ ดวงภักดี เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านพฤติกรรมผึ้งและภาษาผึ้งคนแรกของไทย ล่าสุด ยังเป็นคนไทยคนแรกที่ได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งอันทรงเกียรติ “Regional President of Asia” ของสภาบริหารของสมาคมผึ้งโลก รศ.ดร.อรวรรณ กล่าวว่า ทางศูนย์มุ่งศึกษาวิจัยเรื่องผึ้งใน 4 ป
“หมามุ่ย” ได้ยินชื่อแล้วหลายคนอาจจะไม่กล้าเข้าใกล้ เพราะกลัวว่าจะคันจนเกาไม่หยุด แต่จริงๆ แล้วสรรพคุณที่ซุกซ่อนอยู่นั้นมากมายกว่าที่คิด คุณอนงค์นุช ต๊ะคำ เจ้าของบริษัท คอสเม่ อินโนเวชั่น ในพื้นที่ตำบลแม่คำ อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย ได้รับการสนับสนุนและความร่วมมือจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เห็นถึงประโยชน์สรรพคุณที่สำคัญจึงสนับสนุนทุนวิจัยแก่ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อำภา จิมไธสง สำนักวิชาวิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง คิดค้นและพัฒนา “ผลิตภัณฑ์เซรั่มบำรุงผมจากสารสกัดหมามุ่ย” โดย บริษัท คอสเม่ อินโนเวชั่น จำกัด ได้พัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเส้นผมให้กลับมาดกดำ ทดแทนการใช้ผลิตภัณฑ์การย้อมสีผม ด้าน รศ.ดร.ชยาพร วัฒนศิริ อธิการบดี มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง กล่าวว่า ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อำภา จิมไธสง สำนักวิชาวิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง และ คุณอนงค์นุช ต๊ะคำ แห่งบริษัท คอสเม่ อินโนเวชั่น จำกัด ได้ร่วมกันพัฒนาผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเส้นผมให้กลับมาดกดำ เพื่อทดแทนการใช้ผลิตภัณฑ์ย้อมสีผม และเนื่องจากปัจจุบันมีการแข่งขัน
ชื่อวิทยาศาสตร์ Burmannia coelestris D. Don ชื่อวงศ์ BURMANNIACEAE ชื่ออื่นๆ ดอกดิน (ภาคกลาง) หญ้าแลไข่กา, จำปีบะ (อุบลราชธานี) กล้วยเล็บมือนาง (ชุมพร) หญ้าหนวดเสือ (สุราษฎร์ธานี) เลื้อมนกเขา หญ้านกเขา “มิใช่ดอกฟ้าสุดาสวรรค์ มิใช่แจ่มจันทร์พิมานแดนใดได้ แต่เป็นหญิงที่มีจิตใจมั่นคง แจ่มใสเหมือนเช่นคุณ มิใช่นางหงส์อ่าองค์สะคราญ สิงสู่สถานแห่งเนื้อนาบุญ ปรารถนาก็มีเหมือนคุณ หวังความเกื้อกูลหวังความอุ่นใจ หากเป็นเช่นดอกฟ้า คงคู่นภา มิมาเคียงใกล้ คงเคียงคู่หมู่ดาวไสว เคียงคู่ไฉไลแห่งรัชนี แต่ฉันก็เป็นเพียงหญิง ใจมั่นรักจริงฝังในฤดี เพียงคุณเอ่ยเปิดเผยวจี มอบใจภักดี นี้ให้กับคุณ” บทเพลงแทนความรู้สึกของ “หญิง” ที่ทั้งรักทั้งชอบเพลงบทนี้อย่างสุดซึ้ง เพราะตรงใจ ถ่อมตัวสำนึกว่าตนคือใคร ชั้นสกุลใด แม้จะมีชื่อเรียกขาน เป็นดาวจรัสฟ้า คู่เวหากับดวงจันทร แต่ก็มิอาจเอื้อมยอมรับโดยตรง ยังเตือนตัวตนว่าเป็นเพียงหญิงที่มีใจรักจริง รอรับคำเปิดใจส่งรักมาด้วยวจีที่จะรับไว้ด้วยใจภักดีกับคุณคนนั้น อยากจะขอเชิดชูครูเพลง ทั้งท่านผู้ประพันธ์คำร้อง-ทำนอง คือ ครูเนรัญชรา และท่านผู้ขับร้อง คือ คุณสวลี ผกาพันธุ์ ซึ่ง
อาจารย์วิเชียร บุญเกิด ในวัย 75 ปี แห่งสวนสุวรรณีปรางทอง จังหวัดกำแพงเพชร ปราชญ์พื้นบ้านผู้คร่ำหวอดกับมะยงชิด ซึ่งแต่เดิมได้ทำให้มะยงชิดทั้งต้นเป็นแฝดหมด ซึ่งฮือฮามากเมื่อสิบกว่าปีก่อน จนได้ลงในคอลัมน์นายเกษตร ของหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ตอนนั้นกระแสเรื่องหนังสือ นิตยสาร กำลังมาแรง นักข่าวต่างก็มาทำข่าวที่สวนอาจารย์วิเชียร มาปีนี้มะยงชิดที่สวนสุวรรณีปรางทอง มีกว่า 250 ต้น ที่ขายทั้งผลผลิตและต้นพันธุ์ สมกับเป็นสวนที่ขึ้นชื่อเรื่องการพัฒนาสวนและความสมบูรณ์ของไม้ผลทุกชนิด ที่มีเคล็ดลับการดูแลโดยแทบจะไม่ใช้สารเคมีเลย เคล็ดลับที่ทำให้ผลทั้งดกและมีขนาดใหญ่ จากประสบการณ์ตรงกว่า 30 ปี วันนี้เคล็ดลับจะกลายเป็นเคล็ดที่ไม่ลับอีกต่อไป เพราะอาจารย์ยินดีที่จะมาเปิดเผยเรื่องของการทำให้ลูกมะยงชิดพันธุ์เจ้าจอมมีขนาดใหญ่เกือบทั้งต้น เรียกว่า เอ็กซ์ตร้าไซซ์ หรือจัมโบ้ไซซ์ก็ว่าได้ และทำให้สมบูรณ์แข็งแรง “มะยงชิดปีนี้ดกจริงๆ ผมคิดว่าที่ไหนก็ดก เป็นปีที่ได้กินมะยงชิดกันถ้วนหน้า แต่จะแตกต่างกันก็เรื่องของสายพันธุ์ รสชาติ การให้ผลผลิต เมล็ดในเล็กกว่าพันธุ์อื่น ก็คือพันธุ์เจ้าจอม ที่วัดความหวานเฉพาะตัวของมะยงชิดแล้ว
เมื่อช่วงหลายวันที่ผ่านมาเราเห็นผลไม้รูปร่างหน้าตาสีชมพูหวาน จากชาวเน็ตท่านหนึ่งที่ตั้งข้อสงสัยว่ามันคือผลอะไร? ทานได้หรือไม่ได้กันนะ?? ซึ่งไอ้เจ้าผลไม้สีหวานหน้าตากลมน่ารักที่เราเ็นมันคือผลของต้น “เครือสามแฉก” เป็นตระกูลไม้เถาคันอยู่ในสายเดียวกับองุ่น เมื่อมันสุกผลจะคล้ายกับลูกองุ่น ซึ่งโดยส่วนมากจะพบได้ที่ฝั่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในหลายประเทศ โดยส่วนมากมันจะถูกเรียกว่าเป็นองุ่นป่า แต่!! ถึงจะถูกเรียกแบบนั้นมันก็ผลไม้ที่ ‘กินไม่ได้!’ เพราะภายในผลของมันจะแฝงไปด้วยเข็มเล็กๆ หลายเข็มเมื่อกันเข้าไปมันจะไปแทงเยื่อบุในช่องปาก และเกิดอาการคันยิบๆ ก่อเกิดการอักเสบ เรียกว่าเป็นผลไม้สีหวานที่แม้แต่พวกสัตว์กินพืชน้อยใหญ่ยังหลีกเลี่ยงนั้นเองค่ะ
