พืชทำเงิน
ฝรั่ง เป็นผลไม้ที่มีรสชาติอร่อย กินง่าย กินได้ทุกเพศทุกวัย และดีต่อสุขภาพอย่างมาก เพราะเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิด ฝรั่งจัดเป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงที่สุดในบรรดาผลไม้ทุกชนิด โดยฝรั่งมีวิตามินซีสูงกว่ามะนาวถึง 4 เท่า และยังมีวิตามินอื่นๆ ที่ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานให้กับร่างกาย และมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระสูงมาก ช่วยชะลอวัย ลดริ้วรอย บำรุงผิวพรรณให้สวยงาม ฝรั่งอุดมไปด้วยกากใยอาหาร เมื่อรับประทานแล้วจะทำให้อิ่มนาน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดความอ้วน หรือควบคุมน้ำหนัก นิติกรหนุ่ม มีใจรักอาชีพเกษตรกรรม คุณธีรธรรม แก้วเพ็ญศรี บ้านเลขที่ 130 หมู่ที่ 2 ตำบลหนองขาม อำเภอแก้งคร้อ จังหวัดชัยภูมิ ดำเนินอาชีพนิติกรเทศบาลมานาน 15 ปี เนื่องจากคุณธีรธรรมมีใจรักชื่นชอบอาชีพเกษตรกรรม จึงใช้เวลาว่างปลูกฝรั่งเป็นรายได้เสริม โดยเลือกปลูกฝรั่งพันธุ์กิมจู เพราะเป็นสายพันธุ์ฝรั่งที่ปลูกดูแลง่าย และตลาดมีความต้องการสูง คุณธีรธรรม บอกว่า ยุคนี้เป็นตลาดของคนรักสุขภาพ ฝรั่งอยู่ในกลุ่มผลไม้ขายดี เพราะมีรสชาติอร่อย กินง่าย แถมมีประโยชน์มากมาย ฝรั่งเป็นไม้ผลที่ปลูกดูแลง่าย โดยเฉพาะฝรั่งกิมจูเป็นพ
มะละกอแขกนวลดำเนิน เป็นมะละกอที่ตลาดมีความต้องการสูง เนื่องด้วยเป็นมะละกอที่มีเนื้อสีขาว กรอบ เหมาะกับการนำไปตำส้มตำมากกว่าทุกสายพันธุ์ จึงเป็นมะละกอสายพันธุ์กินดิบที่เกษตรกรส่วนใหญ่นิยมปลูกเพื่อสร้างรายได้ คุณธงชัย ศิริโภคารัตนา หรือ คุณแบงค์ อยู่บ้านเลขที่ 172/1 หมู่ที่ 8 บ้านเกาะ ตำบลจันเสน อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ เกษตรกรรุ่นใหม่ที่เข้ามาสานต่องานเกษตรของครอบครัว คุณแบงค์ เล่าว่า ตนเองเป็นลูกหลานเกษตรกรอยู่แล้ว คุณพ่อคุณแม่ทำสวนมะละกอมาก่อน แต่เลิกทำไปเพราะตนเองและพี่ชายให้เลิกทำ เพราะอยากให้พ่อกับแม่ได้พักแล้วตนเองจะมาสานต่อ โดยขอวิชาความรู้การปลูกมะละกอจากพ่อ คือ คุณนพพันธ์ ศิริโภคารัตนา หรือในวงการมะละกอรู้จักกันในชื่อ เฮียไล้ เซียนมะละกอ เนื่องจากสมัยก่อนพ่อเป็นผู้คิดค้นวิธีการตอนมะละกอส่งเข้าประกวดจนได้รับรางวัลเกษตรกรดีเด่นประจำจังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งในตอนนั้นยังไม่มีใครที่คิดวิธีการตอนแบบพ่อได้ พ่อเป็นคนแรกๆ ที่เริ่มทำเริ่มมีชื่อเสียงก็มีหนังสือมาขอสัมภาษณ์จึงกลายเป็นที่รู้จักและพูดต่อๆ กันไปว่าพ่อผมเป็นเซียนมะละกอ พลิกที่ดิน 40 ไร่ ปลูกมะละกอเป็นอาชีพสร้างตัว โชคดีมีพ่อเป
ความรู้เรื่องการใช้เทคโนโลยีทางการเกษตร เกษตรกรไทยไม่เป็นสองรองใคร การพัฒนาเครื่องมือและเทคโนโลยีเกิดจากหลายภาคส่วน ไม่ว่าส่วนราชการ เอกชน หรือจากตัวเกษตรกรเอง ต่างก็มีส่วนร่วมทำให้การพัฒนาการเกษตรรุดหน้าก้าวไกล นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่กำเนิดนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน ในเครือมติชน การเผยแพร่ข้อมูลทางด้านการเกษตรเป็นหน้าที่ของเราที่จะนำมาเสนอเพื่อเป็นแนวความคิดให้ต่อยอด หรือเป็นตัวอย่างให้ปฏิบัติตาม จากการยืนหยัดมาร่วม 32 ปีแล้ว ทำให้ข้อมูลต่างๆ เข้มข้นขึ้น และเห็นความเปลี่ยนแปลงในวิถีภาคเกษตรพัฒนาก้าวหน้าไปมากมาย ข้อเขียนบางครั้งผ่านไป 10-20 ปีแล้วยังนำมาใช้ประโยชน์ได้ แต่บางข้อเขียนผ่านไปแค่ปีเดียวกลายเป็นสิ่งที่ล้าสมัยแล้วในปัจจุบัน เราคุ้นเคยกับเห็ดฟางกองเตี้ยที่เพาะกลางแจ้งเมื่อหลายสิบปีก่อน กาลเวลาผ่านไปกลายเป็นเห็ดฟางในโรงเรือนที่มีหลายๆ ชั้น เห็ดนางฟ้า เห็ดแครง เห็ดขอน ถูกบรรจุใส่ถุงอันมีส่วนผสมของขี้เลื่อยเป็นหลักนำมาเปิดดอกในโรงเรือนล้วนเป็นวิวัฒนาการทางความคิดของชาวเกษตรทั้งสิ้น ผู้เขียนมีโอกาสได้พบกับเทคโนโลยีระดับชาวบ้านแต่ซ่อนไว้ด้วยความไม่ธรรมดาที่จะนำเสนอ เจอาร์ฟาร์ม Jr Mushro
นายยอดชาย รังสีธนกุล วัย 35 ปี เกษตรกรชาวตำบลมดแดง อำเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี เปิดเผยว่า ตนเรียนจบปริญญาตรีคณะรัฐศาสตร์ การปกครอง จากมหาวิทยาลัยรัฐชื่อดัง หลังจากเรียนจบก็ผันตัวเองมาเป็นเกษตรกรแบบเต็มตัว เพื่อสืบสานอาชีพของครอบครัวที่แม่ทำนากว่า 50 ไร่ มาหลายสิบปี แต่ช่วงระยะหลังประสบปัญหาเรื่องน้ำ ศัตรูพืช และราคาข้าวตกต่ำ เลยคิดลองไปเรียนรู้ศึกษาการทำเกษตรกรในรูปแบบอื่นดูบ้าง เลยตัดสินใจเลิกทำนา และหันมาทำเกษตรแบบผสมผสาน และตั้งใจเรียนรู้อย่างจริงจัง ใช้พื้นที่กว่า 50 ไร่ ปลูกคะน้า เป็นหลัก ส่วนรอบๆ ก็ปลูกผักชีและพริกเสริมรายได้ อีกทาง โดยลองผิดลองถูกมานับไม่ถ้วน นายยอดชาย กล่าวอีกว่า ช่วงแรกที่เรียนจบปริญญาตรี แม่ขอให้มาช่วยกิจการของครอบครัว โดยเริ่มต้นจากการมาเป็นชาวนาก่อน แต่ตอนนั้นราคาข้าวก็ตกต่ำ และทำได้เพียงปีละ 2 ครั้ง อีกทั้งยังประสบปัญหาเรื่องน้ำอีก ตนจึงคิดว่าน่าจะลองหันไปปลูกผักชนิดอื่นดูบ้างที่ให้ราคาดี และลงทุนไม่มาก จึงได้ไปศึกษาเรียนรู้ด้วยตนเองจากตำราและดูงานจากเกษตรกรที่อื่นบ้าง จึงพบว่า การปลูกคะน้า ก็มีรายได้ดี จึงหันมาปลูกคะน้า ในเนื้อที่กว่า 50 ไร่ ทำมากว
“คุณเบิร์ด” หรือ คุณยุทธนา คามบุตร ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งเจ้าพนักงานการเกษตร ศวพ.เพชรบูรณ์ มาเป็นเกษตรกรทำไร่ทำสวนอย่างเต็มตัว ปลูกฝรั่งพันธุ์กิมจู และฝรั่งพันธุ์หงเป่าสือ บนที่ดิน 3 ไร่ ที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน GAP ภายใต้แบรนด์ “สวนลุงเบิร์ด” มีรายได้เดือนละ 7,000-8,000 บาทตลอดทั้งปี เกษตรกรรุ่นใหม่ (YSF) จังหวัดชัยนาท “คุณเบิร์ด” วัย 33 ปี นับเป็นเป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ของอำเภอหนองมะโมง จังหวัดชัยนาท ที่กลับมาสานต่ออาชีพทำไร่ของครอบครัว ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์มาหลายปี แต่ผลผลิตที่ได้ไม่แน่นอน เนื่องจากขาดการบริหารจัดการน้ำ จึงได้มีการนำความรู้ทางวิชาการ เทคนิควิธีการต่างๆ จากประสบการณ์ในการเรียน และการฝึกงานเกษตรที่ประเทศอิสราเอล ในโครงการจัดการเรียนการสอน พืชศาสตร์ ระบบทวิภาคี ไทย-อิสราเอล (ARAVA) นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาใช้ในกระบวนการผลิต ทำให้บริหารจัดการฟาร์มได้ดีขึ้น สามารถเพิ่มรอบการผลิตได้มากกว่าเดิม จึงได้รับรางวัลเกษตรกรดีเด่น สาขาอาชีพทำไร่ ระดับจังหวัดชัยนาท ประจำปี 2565 นอกจากนี้ คุณเบิร์ด ยังเข้าร่วมโครงการพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ (Young Smart Farmer : YSF) ของจังหวั
ส้มเขียวหวานเมืองลอง เมื่อครั้งอดีตมีชื่อเสียงอันลือเลื่องในรสชาติ ความอร่อย ผลผลิตมีการส่งออกไปทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศสหพันธรัฐมาเลเซีย และสาธารณรัฐสิงคโปร์ ย้อนไปเมื่อช่วงปี พ.ศ. 2525 ผู้เขียนได้ไปเยือนเมืองลอง (อำเภอลอง จังหวัดแพร่) เห็นรถบรรทุกสิบล้อจอดเรียงรายริมถนนหน้าโรงพยาบาลลอง คนงานกำลังขนถ่ายส้มเขียวหวานจากรถบรรทุกสี่ล้อ ทราบว่ากำลังจะขนส่งไปยังปลายทาง ณ ประเทศสหพันธรัฐมาเลเซีย จึงได้เข้าไปดูแหล่งผลิตต้นทางสวนส้มเขียวหวานแถบริมฝั่งแม่น้ำยม ซึ่งมีสวนส้มเขียวหวานเต็มพื้นที่ บนต้นกำลังติดผลดก มีทั้งผลเล็ก ผลใหญ่ ทั้งสีเขียวและสีทอง ถัดจากนั้นมา 25 ปี ให้หลัง หลายพื้นที่กลายเป็นสวนส้มร้าง ทราบว่าสภาพดินเป็นกรด ดินขาดอินทรียวัตถุ ต้นส้มเขียวหวานอายุมากแล้ว ต้นโทรม ผลผลิตตกต่ำจากโรคและแมลง จึงไม่สามารถคัดเกรดของผลส้มได้ เกษตรกรที่สู้ต่อไปไม่ไหว ก็วางมือ แต่ปัจจุบันเมื่อสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไป ปริมาณผลผลิตส้มเขียวหวานในตลาดมีน้อยลง ราคาสูงขึ้น และหาซื้อได้ยาก จึงมีเกษตรกรรุ่นต่อๆ มา ได้หันมาปรับพื้นที่ปลูกส้มเขียวหวานมากรายขึ้น และได้นำบทเรียน ปัญหาจากอดีตมาปรับเปลี่ยนทั้
“ไส้เดือน” สัตว์มหัศจรรย์ที่มีความสำคัญอย่างมากต่อระบบนิเวศ มีความสำคัญอย่างมากในการย่อยอินทรีย์สารในดิน และการเคลื่อนที่ในดินของไส้เดือน ถือเป็นการพรวนดิน ทำให้ดินมีช่องว่างที่จะเพิ่มปริมาณออกซิเจนให้แก่ดิน ซึ่งมีความสำคัญต่อการปลูกพืช อีกทั้งยังใช้ในการผลิตปุ๋ยหมักและน้ำหมักชีวภาพจากไส้เดือนได้ สอดคล้องกับเทรนด์รักสุขภาพที่กำลังมาแรง ผู้คนหันมาใส่ใจเรื่องอาหารการกินมากขึ้น ส่งผลทำให้การเพาะเลี้ยงไส้เดือนเพื่อผลิตปุ๋ยอินทรีย์ กลายเป็นอีกหนึ่งช่องทางสร้างเงินให้กับเกษตรกรได้ไม่น้อย คุณศิวภรณ์ นภาวรานนท์ หรือ พี่แต้ อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 53/5 หมู่ที่ 3 ตำบลเชิงกลัด อำเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี สาวนักเรียนนอก จบการศึกษาระดับปริญญาโท จาก University of La Verne ; California ; USA คณะ MBA บริหารธุรกิจ สาขาวิชา Supply chain management สู่วิถีชีวิตการเป็นเกษตรกรเพาะเลี้ยงไส้เดือน เพื่อผลิตและพัฒนาผลิตภัณฑ์จากไส้เดือน และปัจจัยพื้นฐานในการทำการเกษตร เช่น มูลไส้เดือนสด ดินพร้อมปลูก น้ำสกัดมูลไส้เดือน สร้างรายได้มากถึงหลักแสนต่อเดือน พี่แต้ เล่าถึงสาเหตุของการผันตัวเป็นเกษตรกรให้ฟังว่า เกิดขึ้นจ
สำนักงาน กศน. ร่วมขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลด้านการส่งเสริมการปลูกไม้มีค่าทางเศรษฐกิจ ตลอดจนส่งเสริมการปลูกต้นไม้ในพื้นที่ราชการ รวมถึงการส่งเสริมความรู้เรื่องการปลูกไม้มีค่าทางเศรษฐกิจให้กับเกษตรกรที่สนใจปรับเปลี่ยนอาชีพจากการปลูกพืชเชิงเดี่ยวมาปลูกไม้มีค่าทางเศรษฐกิจ รวมทั้งกำหนดแนวทางส่งเสริมการตลาดในด้านดังกล่าวไปพร้อมๆ กัน สำนักงาน กศน. ภายใต้การนำของ นายวัลลพ สงวนนาม เลขาธิการ กศน. จึงได้มอบนโยบายให้สถานศึกษาทุกแห่ง จัดกิจกรรมฝึกอาชีพ “เพาะพันธุ์ไม้พื้นถิ่น สร้างอาชีพ สร้างรายได้” เพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้ประชาชนที่มีความสนใจในการฝึกอาชีพด้านเกษตรกรรมเกิดกระบวนการเรียนรู้ การเพาะพันธุ์ การปลูก การบำรุงรักษา การอนุรักษ์ไม้พื้นถิ่นอันเป็นการเพิ่มพื้นที่สีเขียว และส่งเสริมให้ประชาชนในชุมชนมีช่องทางในการประกอบอาชีพจากการเพาะพันธุ์และการปลูกไม้พื้นถิ่น ระหว่างเดือนกรกฎาคม-กันยายน 2565 ทั้งนี้ พบว่ามีสถานศึกษาในสังกัดสำนักงาน กศน. จัดกิจกรรมหลักสูตรฝึกอาชีพด้านเกษตรกรรม ภายใต้โครงการศูนย์ฝึกอาชีพชุมชน จำนวน 813 แห่ง โดยมีหลักสูตรฝึกอาชีพเพาะพันธุ์กล้าไม้พื้นถิ่นระดับจังหวัด รุ่นที่ 1 ทั้
“วริศ มันตาวลี” หนุ่มอาข่า วัย 39 ปี เจ้าของธุรกิจ “เฮราโมน คอฟฟี่ ฟาร์ม” หมู่บ้านดอยช้าง ตำบลวาวี อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย ได้รับรางวัลชนะเลิศการประกวด “สุดยอดกาแฟไทย” ถึง 2 ปีซ้อน ในประเภทกาแฟอาราบิก้า Semi-Dry กระบวนการแปรรูป Honey Process ปี 2564 และประเภทกาแฟโรบัสต้า ปี 2565 มฟล. ร่วมพัฒนาอาชีพ ชาวสวนกาแฟเชียงราย เบื้องหลังความสำเร็จของ “เฮราโมน คอฟฟี่ ฟาร์ม” เกิดจากโครงการการพัฒนาขีดความสามารถของเกษตรกรและผู้ประกอบการกาแฟอาราบิก้าในชุมชนจังหวัดเชียงรายตลอดห่วงโซ่อุปทาน ของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.) ที่มี ดร.ชลิดา ธนินกุลภรณ์ หัวหน้าส่วนจัดการทรัพย์สินทางปัญญาและนวัตกรรม มฟล. เป็นหัวหน้าโครงการและคณะนักวิจัย ประกอบด้วย ผศ.ดร.สิทธิ ดวงเพชร ดร.กิติพงษ์ คงพินิจบรรจง อาจารย์ประจำสำนักวิชาวิทยาศาสตร์ โครงการฯ ของ มฟล.มุ่งพัฒนาเกษตรกรให้มีองค์ความรู้ในการยกระดับผลผลิตกาแฟอาราบิก้าที่มีคุณภาพตลอดห่วงโซ่อุปทาน เพื่อพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันทางด้านธุรกิจของผู้ประกอบการกาแฟอาราบิก้าในชุมชนจังหวัดเชียงรายให้ดีขึ้นกว่าเดิม คุณวริศ มันตาวลี เจ้าของเฮราโมน คอฟฟี่ ฟาร์ม เป็นหนึ่งในเกษ
นายบุญคอย สำราญรส อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน (อกม.) หมู่ที่ 5 บ้านนาน้อย ตำบลม่วงนา อำเภอดอนจาน จังหวัดกาฬสินธุ์ ทำเกษตรในลักษณะไร่นาสวนผสมเกษตรทฤษฎีใหม่สร้างรายได้ทุกวัน โดดเด่น เรื่องการอนุรักษ์ควายด่อน ไร่นาสวนผสมแห่งนี้ มีพื้นที่ทำนาข้าว 60 ไร่ ได้ผลผลิตปีละ 30,000 กิโลกรัม แปลงหญ้าเลี้ยงสัตว์ 10 ไร่ ไก่พื้นเมือง รุ่นละ 100-150 ตัว สุกรพ่อแม่พันธุ์ 10 ตัว สุกรป่าเลี้ยงแบบปล่อย รุ่นละ 20-30 ตัว ไว้เก็บเศษพืช ต้นกล้วย ไก่ไข่ 10 ตัว พื้นที่หนองน้ำเลี้ยงปลากินพืช หลากหลายชนิด ไว้บริโภคในครัวเรือน กิจกรรมที่มีอยู่ ทำให้เกิดรายได้รายวัน 200-500 บาท รายสัปดาห์ 3,000-5,000 บาท รายเดือน 15,000-20,000 บาท นายบุญคอย บอกว่า เขาได้รับการสนับสนุนจากสำนักงาน เกษตรอำเภอดอนจาน จังหวัดกาฬสินธุ์ และเจ้าหน้าที่เกษตรตำบลม่วงนา ให้ปรับเปลี่ยนพื้นที่นาแบบเดิมเข้าสู่ “เกษตรทฤษฎีใหม่” มีนาข้าว แหล่งน้ำ พื้นที่ปศุสัตว์ ไม้ผล ไม้ยืนต้น ฟาร์มแห่งนี้ เลี้ยงกระบือเผือกจำนวนมาก เป็นศูนย์กลางการอนุรักษ์กระบือเผือก ที่น่าสนใจอีกแห่งหนึ่ง เป็นไร่นาสวนผสมแบบเปิด “เพื่อเกษตรกร” ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ในอนาคต เป็นศูนย์เครือ
