พืชทำเงิน
คุณอำนาจ ศรีบัวทอง อยู่บ้านเลขที่ 114 หมู่ที่ 2 ตำบลคำหยาด อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง ยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์จังหวัดอ่างทอง ที่เป็นทั้งเกษตรกรนักสู้ และเป็นทั้งนักคิดนักพัฒนาจนประสบผลสำเร็จในอาชีพที่ทำมาตั้งแต่จำความได้ ทุกวันนี้มีกิน มีใช้ มีเงินเก็บ ส่งลูกเรียน ทั้งหมดนี้ล้วนมาจากรายได้จากอาชีพเกษตรกรรม มาดูกันว่าคุณอำนาจจะมีเทคนิคทำเกษตรอย่างไร ให้ประสบผลสำเร็จเป็นที่น่าพอใจได้ขนาดนี้ คุณอำนาจ ศรีบัวทอง เล่าถึงจุดเริ่มต้นของการเป็นเกษตรกรว่า ตนเริ่มเป็นเกษตรกรมาตั้งแต่สมัยเด็กๆ ซึ่งการทำเกษตรของตนนั้นได้มีการปรับเปลี่ยนวิธีการให้ทันยุคทันสมัยและสอดคล้องกับเทคโนโลยีสมัยใหม่อยู่ตลอดเวลา โดยเริ่มต้นจากการเป็นชาวนา ทำนาปลูกข้าวแบบทั่วไปตามที่สมัยบรรพบุรุษได้สืบทอดทำกันมา แต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะสภาพดินฟ้าอากาศที่เปลี่ยนไปจากเดิม จึงเริ่มที่จะเปลี่ยนแปลงการทำนาแบบเดิมๆ มีการเรียนรู้เทคนิคการทำนาสมัยใหม่มากขึ้น พร้อมทั้งศึกษาปัจจัยและองค์ประกอบที่มีผลในด้านการผลิต ทั้งเรื่องของดิน น้ำ อากาศ เพื่อนำมาปรับประยุกต์ใช้ในนาข้าวของตัวเอง ซึ่งหลังจากการที่ได้ศึกษาทดลอง
ชื่อวิทยาศาสตร์ Euphorbia tithymaloides L. ชื่อวงศ์ EUPHORBIACEAE ชื่อสามัญ Slipper flower, Jew-Bush, Zigzag Plant ชื่ออื่นๆ กะแหยก ว่านสลี เคียะไก่ไห้ นางกวัก ตาสี่กะมอ (แม่ฮ่องสอน) ย่าง แสชู กวักเงินกวักทอง มหาประสาน (ปราณบุรี) ฉันไม่แปลกใจเลยที่หลายๆ คนอ่านชื่อฉันไม่ถูก เพราะชื่อฉันเขียนแปลกกว่าชื่อใครๆ ชื่อฉันเรียกกันมากจนจำที่มาไม่ได้ พ่อค้าแม่ค้าขายต้นไม้จึงเรียกชื่อฉันเป็นมงคลว่า “กวักเงินกวักทอง” แต่ใครๆ ยังเรียกผิดว่า “แส-ยก” อยู่ดี จนกระทั่งตีความกันว่า “ยก” คือ “ชู” ฉันจึงถูกเรียกชื่อว่า “แสชู” อีกชื่อ อันนี้ก็แล้วแต่คิด แต่ที่ฉันชอบมากคือหมอพื้นบ้านนิยมเอาใบและยอดโขลกละเอียดพอกแผลสด เป็นยาประสานเนื้อดีนัก นี่ซิชาวบ้านปราณบุรี จึงเรียกฉันว่า “มหาประสาน” อันนี้แหละเป็นกำลังใจที่ดีเยี่ยม จนอยากจะยิ้มให้หยาดเยิ้มหยดย้อย แต่พอยิ้มก็ยังกระแนะกระแหนฉันว่า “สะแหยะยิ้ม” ก็ยังดีนะมันใกล้ๆ กับชื่อที่เรียกฉันอย่างถูกต้อง ว่า “สะแหยก” พูดถึง “ยิ้ม” ที่สร้างสรรค์ไม่ใช่ “สะแหยะ” ทำให้ฉันคิดถึงบทเพลงหนึ่ง ชื่อเพลง “ยิ้มพิมพ์ใจ” ขับร้องโดย คุณธานินทร์ อินทรเทพ ประพันธ์เนื้อร้องทำนองโดย ครูเ
คุณเล็ก เบญจวรรณ เกษตรกรจังหวัดสุพรรณบุรี ทำสวนมะม่วงเขียวเสวยเป็นอาชีพเสริม เป็นงานที่สร้างรายได้ให้กับเธอได้เป็นอย่างดี เป็นอีกหนึ่งเกษตรกรที่มีความชำนาญปลูกมะม่วงเขียวเสวยตัวยง อาชีพหลักทำนา ทำสวนมะม่วงเสริมรายได้ คุณเล็ก เล่าให้ฟังว่า เริ่มทำสวนมะม่วงเขียวเสวยมาตั้งแต่ปี 2529 ซึ่งขณะนั้นก็มีอาชีพหลักคือ ทำนา แต่มะม่วงเป็นรายได้เสริมหลังว่างจากทำนา โดยหาซื้อกิ่งพันธุ์มาปลูกภายในสวนจนเจริญเติบโตได้ผลผลิตจำหน่ายเป็นที่น่าพอใจ เมื่อทำมาได้ประมาณปี 2553 เกิดน้ำท่วมในพื้นที่สวนทำให้มะม่วงเขียวเสวยที่ปลูกตายเกือบหมด จึงต้องเริ่มสั่งกิ่งพันธุ์มาปลูกใหม่ทดแทนอีกครั้ง “มะม่วงนี่ถือว่าดีมาก เมื่อเทียบกับการทำสวนอื่นๆ เพราะว่าเราสามารถทำออกนอกฤดูได้ ที่ปลูกไปก็มีตายช่วงนั้นที่เกิดน้ำท่วม พอน้ำยุบไปได้สองเดือนตายหมด เลยต้องหามาปลูกใหม่ ก็ปลูกใหม่รอให้ผลผลิตอีกครั้งประมาณ 3-5 ปี” คุณเล็ก เล่าถึงความเป็นมา วิธีการปลูก มีขั้นตอนดังนี้ คุณเล็ก บอกว่า ในขั้นตอนแรกก่อนที่จะปลูกมะม่วงเขียวเสวยให้ขุดพื้นที่สวนให้มีร่องน้ำ จากนั้นปรับพื้นที่ปลูกให้เรียบร้อย ขนาดของพื้นที่ปลูกจะให้มีขนาดใหญ่มากน้อยแค่ไหน
ถึงเดือนมิถุนายนเข้าสู่ฤดูกาลของอินทผลัม ผลไม้ประโยชน์สูงอุดมไปด้วยเส้นใยอาหาร ช่วยลดอาการท้องผูก รวมถึงให้พลังงานสูง บำรุงร่างกายที่อ่อนล้าให้กลับมีกำลัง ปัจจุบัน ในประเทศไทยเริ่มมีการปลูกอย่างแพร่หลาย ด้วยผลตอบแทนที่คุ้มค่า ราคาต่อกิโลกรัมค่อนข้างสูง บางสายพันธุ์สูงถึงหลักพัน แต่ถ้าหากในอนาคตกลไกการตลาดอาจมีการเปลี่ยนแปลงเนื่องจากพื้นที่ปลูกมากขึ้น ผลผลิตเพิ่มขึ้นตามราคา ย่อมตกลงเป็นเรื่องธรรมดา เพราะฉะนั้นประเด็นสำคัญคือจะทำอย่างไรให้อยู่ได้ และยังมองเห็นกำไรในยามที่ผลผลิตราคาถูกลง ที่นี่มีคำตอบ คุณธีรภัทร มีชัย หรือ พี่น้ำ เจ้าของสวนอินทผลัมบ้านสวนมีสุข ตั้งอยู่เลขที่ 41 หมู่ที่ 9 ตําบลโนนแหลมทอง อําเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ อดีตวิศวกรดูแลอาคารในเมืองหลวง วางแผนทำการเกษตรก่อนลาออกจากงานประจำ มุ่งมั่นตั้งใจศึกษาหาข้อมูลพืชที่จะนำมาปลูกไว้สำหรับเลี้ยงตนเองและครอบครัวในยามแก่เฒ่า สุดท้าย มาลงเอยที่การปลูกอินทผลัม และฝรั่งหงเป่าสือ เป็นผลไม้สร้างรายได้ โดยการนำความรู้จากงานด้านวิศวกรมาปรับประยุกต์ใช้ในสวน ในส่วนของการจัดการระบบน้ำ ระบบไฟ ให้มีแบบแผน ช่วยลดต้นทุน แม้ในวันที่ผลผลิตรา
“ฤดูกาลผลไม้ภาคตะวันออก” เริ่มมาตั้งแต่เดือนเมษายน-พฤษภาคม-มิถุนายน บางสวนอาจจะยาวถึงสิงหาคม ภาคตะวันออก 3 จังหวัด จันทบุรี ระยอง ตราด ทยอยเปิดสวนผลไม้ให้เยี่ยมชม ลิ้มรสผลไม้ในสวนและซื้อกลับบ้าน เป็นช่องทางที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวได้ดีอีกทางหนึ่ง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานจันทบุรี ระยอง ตราด ได้รวบรวมสวนผลไม้และประชาสัมพันธ์ทำให้บรรยากาศการท่องเที่ยวภาคตะวันออกคึกคักมาก นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางท่องเที่ยว ชม ชิมผลไม้อย่างปลอดภัยในสถานการณ์โควิด-19 สวนผลไม้ที่เปิดบริการปี 2565 จังหวัดจันทบุรี 16 สวน จังหวัดตราด 14 สวน และจังหวัดระยอง 31 สวน ผลไม้เด่นๆ มีทุเรียน มังคุด เงาะ ลองกอง สละ แต่ละสวนเปิดรับนักท่องเที่ยวในรูปแบบและราคาต่างๆ ให้นักท่องเที่ยวสายทานวางแผนมาเที่ยวแบบไปเช้ากลับเย็น หรือเป็นเส้นทางทัวร์ และแพ็กเกจทัวร์ สวนสาวสุดใจ เปิดรับนักท่องเที่ยวยาวนานกว่า 10 ปี “สวนสาวสุดใจ” 1 ใน 16 สวนผลไม้ของจังหวัดจันทบุรี ตั้งอยู่เลขที่ 22/3 หมู่ที่ 1 ตำบลพลิ้ว อำเภอแหลมสิงห์ ห่างจากตัวเมืองจันทบุรีเพียง 14 กิโลเมตร เป็นเส้นทางผ่านไปจังหวัดตราด แยกจากถนนสุขุมวิทไปเพียง 1
ในงาน ‘Healthcare 2022 จักรวาลผู้สูงวัย’ เครือมติชนจัดมาให้ชมและทดลองกันเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI (Artificial intelligence) เทคโนโลยีสำคัญในยุคดิจิทัลที่เข้ามามีบทบาทเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตผู้คนหลากหลายด้าน โดยเฉพาะในด้านการแพทย์ โดยในงานนี้ โรงพยาบาลบ้านแพ้วนำสุดยอดนวัตกรรม AI มาตรวจคัดกรองมะเร็งปอดในระยะเริ่มต้นเป็นครั้งแรก นอกจากนี้ยังมีนวัตกรรมเพื่อการอยู่อาศัย ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนในปัจจุบัน รวมถึงอำนวยความสะดวกสบายให้ผู้สูงอายุในชีวิตประจำวันและในยามเจ็บป่วย สอดรับกับเทรนด์สังคมสูงวัยที่เกิดขึ้นทั่วโลก ตามด้วยนวัตกรรมที่ต้องใช้ในชีวิตทั่วไปอย่างเครื่องใช้ไฟฟ้ารุ่นใหม่ๆ นวัตกรรมที่เป็นไลฟ์สไตล์อย่างสมาร์ทวอทช์ และเครื่องออกกำลังกายอัจฉริยะ ‘Healthcare 2022 จักรวาลผู้สูงวัย’ 30 มิถุนายน-3 กรกฎาคม 2565 ณ สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ ชั้น 5 สามย่านมิตรทาวน์ เวลา 10.30-20.00 น. เดินทางสะดวก MRT สถานีสามย่าน ทางออกที่ 2 #เครือมติชน #Healthcare2022 #จักรวาลผู้สูงวัย ‘10 นวัตกรรมเด็ด’ ในงาน ‘Healthcare 2022 จักรวาลผู้สูงวัย’ #เครือมติชน #Healthcare2022 #จักรวาลผู้สู
นางอังคณา พุทธศรี ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 7 ชัยนาท (สศท.7) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยถึงผลสำเร็จการรวมกลุ่มของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่ข้าวโพดช็อป ตำบลหัวลำ อำเภอท่าหลวง จังหวัดลพบุรี ในการปลูกข้าวโพดต้นสดพร้อมฝักและนำไปผลิตเป็น “ข้าวโพดช็อป” จำหน่ายแบบครบวงจรเพื่อส่งจำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยทางกลุ่มได้มีการพัฒนาศักยภาพการผลิตอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านองค์ความรู้ของสมาชิกและเกษตรกรเครือข่าย การนำเครื่องจักรเข้ามาใช้ในกระบวนการผลิต เพื่อยกระดับคุณภาพของสินค้าให้ได้มาตรฐานตรงกับความต้องการของตลาด จากการลงพื้นที่ของ สศท.7 เพื่อติดตามผลการดำเนินงานของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่ข้าวโพดช็อป พบว่า เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2561 โดยมี นางสุริยา เลิศสรานนท์ เป็นประธานกลุ่ม ปัจจุบันมีพื้นที่ปลูกรวม 3,000 ไร่ สมาชิกเกษตรกรและเครือข่ายรวม 227 ราย ด้านการดำเนินงานในช่วงที่ผ่านมา ทางกลุ่มได้รับการสนับสนุนเงินทุนจากโครงการยกระดับแปลงใหญ่ด้วยเกษตรสมัยใหม่และเชื่อมโยงตลาด ภายใต้การดำเนินงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อจัดซื้อเครื่องม้วนข้าวโพดหมัก รถคี
เนื่องจากกระทรวงสาธารณสุข สนับสนุนนโยบายกัญชาเพื่อการแพทย์และกัญชงเพื่อเศรษฐกิจของรัฐบาล โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรในฐานะผู้ปฏิบัติงาน ได้ดำเนินเรื่องกัญชาอย่างถูกต้องตามกฎหมายและหลักวิชาการมาตั้งแต่พฤษภาคม พ.ศ. 2562 เป็นต้นมา โดยทั่วไปการปลูกกัญชา 1 ต้น จะได้ช่อดอกสดเป็นขั้นต่ำคือ ครึ่งกิโลกรัม คิดเป็นน้ำหนักกิโลกรัมแห้ง คิดเป็น 20% ได้ประมาณ 0.12 กิโลกรัม และได้ใบสด กิ่ง ก้าน ราก ใบ ประมาณ 2 กิโลกรัม หากปลูก 6 ต้น ได้ช่อดอกสด 3 กิโลกรัม คิดเป็นน้ำหนักกิโลกรัมแห้ง คิดเป็น 20% ได้ประมาณ 0.6 กิโลกรัม และได้ใบสด กิ่ง ก้าน ราก ใบ ประมาณ 2 กิโลกรัมต่อต้น (การประมาณการนี้ต้องเป็นต้นตัวเมียทั้ง 6 ต้น) โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ทดลองปลูกกัญชาในตู้คอนเทนเนอร์พบว่า ตู้คอนเทนเนอร์มีขนาดเล็ก ดูแลจัดการยาก จึงเปลี่ยนมาปลูกกัญชาในห้องขนาดใหญ่ขึ้น สามารถวางระบบควบคุมการทำงานได้ดีขึ้น ปัจจุบันได้พัฒนาการปลูกในรูปแบบโรงเรือนระบบปิดขึ้นมาใหม่ โดยแบ่งเป็นตู้ผลิตกับตู้อนุบาล สามารถรองรับการทำงานต่างๆ ได้ดีขึ้น ข้อดีของการปลูกระบบปิดคือ เหมาะกับสายพันธุ์ลูกผสม ต้นไม่สูงมาก ปลูกได้ 3-4 รอบต่อปี (สายพั
การทำการเกษตรมีหลากหลายอย่าง เกษตรกรมือใหม่ หรือผู้ที่จะทำการเกษตร ควรศึกษาหาความรู้และลงมือปฏิบัติ เมื่อมีปัญหาหรือข้อขัดข้องสามารถปรึกษาหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง หรือเกษตรกรที่ทำก่อนหน้าเพื่อแก้ไข ให้การทำการเกษตรหรือกิจกรรมที่เราดำเนินการประสบผลสำเร็จ คุณดอน ไชยลังกา หรือ ลุงยอด ที่ชาวบ้านเรียกกัน อยู่บ้านเลขที่ 29 หมู่ที่ 1 บ้านท่าฟ้า ตำบลสระ อำเภอเชียงม่วน จังหวัดพะเยา เล่าให้ฟังว่า เดิมมีอาชีพทำการเกษตรอยู่แล้ว ซึ่งทำมาหลายอย่าง ตั้งแต่การปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ การปลูกมะละกอ และการปลูกไม้ไผ่ไต้หวัน และมาจบที่การปลูกฝรั่งพันธุ์กิมจู โดยเริ่มปลูกเมื่อปี พ.ศ. 2554 หรือประมาณ 11 ปีที่แล้วมา โดยสั่งซื้อต้นพันธุ์มาจากนครปฐม เริ่มแรกปลูก 3 ไร่ ต่อมาจึงขยายเป็น 11 ไร่ โดยขยายพันธุ์ด้วยการตอนกิ่งเอง การทำสวนฝรั่งกิมจูของตนเองจะทำแบบเกื้อกูลกันกับการเลี้ยงวัว โดยจะตัดหญ้าที่ขึ้นในแปลงไปให้วัวกิน เมื่อวัวถ่ายมูลออกมาก็จะนำไปตากและหมัก แล้วนำกลับไปเป็นปุ๋ยบำรุงต้นฝรั่ง ทำให้ดินร่วนซุยและฝรั่งงาม มีความอุดมสมบูรณ์ดี อีกทั้งเป็นการลดต้นทุนการผลิตเนื่องจากใช้ปุ๋ยเคมีน้อยลงเมื่อเทียบกับสวนอื่นที่
พื้นที่บ้านห้วยส้ม ตำบลในเตา อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง เป็นพื้นที่ที่มีการปลูกไม้ผลหลากหลายชนิด เช่น มังคุด ทุเรียน ลองกอง ลางสาด และเงาะ โดยมีพื้นที่เพาะปลูกมากกว่า 4,000 ไร่ ไม้ผลถือเป็นอาชีพเสริมสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรนอกจากการกรีดยางพารา ซึ่งปัจจุบันมีราคาผันผวนและตกต่ำ อย่างไรก็ตาม การจัดการแปลงไม้ผลเกษตรกรส่วนใหญ่นิยมใช้ปุ๋ยเคมีและสารเคมี มีราคาสูงทำให้เกษตรกรมีต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น อีกทั้งการใช้ปุ๋ยเคมีต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานทำให้โครงสร้างดินเสื่อมลง จะส่งผลกระทบทำให้ดินแน่น ทำลายสัตว์หน้าดินและจุลินทรีย์ในดิน คุณสิทธิชัย ฑีฆะ ประธานกลุ่มปุ๋ยอินทรีย์ เล่าว่า กลุ่มเกิดจากการร่วมมือร่วมใจของคนในชุมชน โดยชุมชนบ้านห้วยส้ม ดังนั้น เกษตรกรในชุมชนจึงมีการรวมกลุ่มวิสาหกิจชุมชนคนรักถิ่นบ้านห้วยส้ม ผลิตปุ๋ยอินทรีย์ที่มีคุณภาพ เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มรายได้ รวมถึงการผลิตพืชอย่างยั่งยืนให้แก่สมาชิกในชุมชน เอกลักษณ์ที่โดดเด่น วัสดุที่นำมาใช้ในการผลิตปุ๋ยอินทรีย์เป็นวัสดุและมูลสัตว์ที่มีอยู่ในชุมชน ทำให้เกษตรกรในพื้นที่มีรายได้จากการขายวัสดุให้แก่กลุ่ม รวมถึงปุ๋ยอินทรีย์ได้รับมาตรฐานจากกรมวิชา
