พืชทำเงิน
ข้าวโพดหวานอุดมไปด้วยวิตามินเอที่มีมากเป็นพิเศษ มีกรดไขมันที่จำเป็นต่อร่างกาย เส้นใยอาหารและเกลือแร่ชนิดต่างๆ ทั้งฟอสฟอรัส แคลเซียม และเหล็ก ช่วยบำรุงสุขภาพทำให้ร่างกายสดชื่น ช่วยบำรุงสายตา ช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดี และเป็นอีกหนึ่งพืชทางเลือกสร้างรายได้เสริมที่น่าสนใจให้กับเกษตรกรได้เป็นอย่างดี เนื่องจากข้าวโพดหวานเป็นพืชที่ใช้น้ำน้อย อายุการเก็บเกี่ยวสั้นเพียง 70-75 วัน สร้างรายได้หมุนเวียนได้ตลอดทั้งปี คุณสวัสดิ์ เต็งเฉี้ยง หรือ ลุงหวัด เกษตรกรหมู่ที่ 5 บ้านยางงาม ตำบลนาท่ามใต้ อำเภอเมือง จังหวัดตรัง เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดหวานสร้างรายได้เสริมจากการทำสวนยางพาราที่เจอทั้งปัญหาราคายางพาราตกต่ำ รายได้ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ปรากฏว่าปลูกง่ายมีรายได้ดีกว่ายางพาราหลายเท่าตัว จึงหันมาเลือกปลูกข้าวโพดหวานเป็นพืชสร้างรายได้เสริม ด้วยความที่ข้าวโพดหวานนั้นปลูกได้ดีมีราคา ระยะเวลาในการปลูกไม่นานเกินไป ใช้น้ำน้อย ปลูกได้ตลอดทั้งปี สร้างรายได้หมุนเวียนได้ตลอดและสามารถนำไปแปรรูปได้หลายอย่าง จึงเป็นเหตุผลที่เลือกปลูกและยึดเป็นอาชีพมาจนถึงปัจจุบัน โดยพันธุ์ที่เลือกปลูกคือ ข้าวโพดหวาน
“ส้มโอ” หรือ มะโอ บะโอ หม่ะโอ หม่าโอ ชื่อเรียกตามภาษาพื้นถิ่นเมืองเหนือ แต่ละจังหวัดเรียกแตกต่างกันไป ภาษาอังกฤษ เขียน pomelo ส้มโอเป็นผลไม้มงคล และเป็นผลไม้อีกชนิดหนึ่งนอกจากนิยมบริโภคกันแล้ว ยังนำไปประกอบพิธีกรรมที่เป็นพิธีมงคลต่างๆ รวมทั้งการบูชา และยังเก็บรักษาไว้ได้นาน จังหวัดแพร่ มีเกษตรกรปลูกส้มโอทุกอำเภอ ปริมาณและคุณภาพมากน้อยแตกต่างกันไป สายพันธุ์ที่นิยมปลูกเพื่อการค้า อย่างเช่น พันธุ์ขาวใหญ่ พันธุ์ขาวน้ำผึ้ง สายพันธุ์อื่นๆ ที่ปลูกไว้บริโภคก็มีพันธุ์ทองดี พันธุ์ขาวแตงกวา เป็นต้น แต่ในพื้นที่อำเภอลอง มีปลูกกันมากราย และพื้นที่ปลูกมีมากหลายตำบล ผู้เขียนได้โฟกัสไปที่ตำบลแม่ปาน ที่มีเกษตรกรปลูกส้มโอขาวน้ำผึ้ง ได้ผลผลิตดีที่ตลาดต้องการ ส้มโอขาวน้ำผึ้ง ที่นำมาเสนอยังท่านผู้อ่านนี้ แม้จะเป็นผลไม้พื้นถิ่นของจังหวัดนครปฐม ซึ่งมีลักษณะเฉพาะที่มีอยู่ในแหล่งภูมิศาสตร์ ภูมิอากาศตามที่ธรรมชาติบ่งชี้ แต่ส้มโอสายพันธุ์นี้ถูกนำไปปลูกได้ทุกพื้นที่ทั่วถิ่นแดนไทย ตามวัตถุประสงค์ของผู้ปลูกว่า จะปลูกไว้เป็นไม้มงคลตามบ้านเรือนและบริโภค หรือจะปลูกเพื่อการค้าอย่างเป็นระบบ อันอาจนำมาซึ่งความแตกต่างของป
“ทุเรียนอินทรีย์หากเริ่มทำตั้งแต่เล็กจะง่าย เพราะสารชีวภัณฑ์ที่ใช้เป็นสิ่งมีชีวิต ยิ่งใช้ในระยะเวลานานสารเหล่านี้ก็จะแข็งแรงเปรียบเสมือนเป็นเกราะป้องกันโรคและแมลงให้แก่ทุเรียนได้ในระดับหนึ่ง” คุณอาภรณ์ พรหมมาศ (พี่ภรณ์) เกษตรกรทำสวนทุเรียนอินทรีย์ เจ้าของ เขาอองฟาร์ม อาศัยอยู่ที่บ้านเขาออง อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร เล่าว่า ก่อนหน้านี้ตนเองได้ทำสวนทุเรียนเคมี 100 เปอร์เซ็นต์ การฉีดพ่นสารต่างๆ สามี คุณจเร พรหมมาศ จะเป็นผู้ฉีดพ่นด้วยตนเองทั้งหมด พออายุมากขึ้นเริ่มพบปัญหาสุขภาพเจ็บป่วยง่ายหายใจหอบเหนื่อย เนื่องจากสารพิษเข้าไปสะสมในร่างกาย จึงมีแนวคิดชักชวนสามีให้ลองเปลี่ยนมาทำสวนทุเรียนอินทรีย์ อาศัยแสวงหาความรู้จากสวนทุเรียนอินทรีย์แปลงต่างๆ ที่เปิดให้เข้าชม ซึ่งกระบวนการทำของแต่ละสวนจะไม่เหมือนกัน บางวิธีเมื่อนำมาปรับใช้อาจไม่ได้ผลจึงต้องทดลองทำเพื่อให้ได้แนวทางที่เหมาะสมกับสวนทุเรียนแปลงนี้มากที่สุด ในช่วงแรกประสบปัญหาอยู่บ้าง เนื่องจากสามีมองว่าการทำเกษตรอินทรีย์ไม่น่าจะประสบความสำเร็จและไม่สามารถเลี้ยงปากท้องได้ กอปรกับทุเรียนภายในแปลงเป็นสายพันธุ์หมอนทองที่มีอายุกว่า 50 ปี ได้รับผลแล
“อ้อยคั้นน้ำ” หรือ “น้ำอ้อยสด” ที่บรรจุในขวดแช่เย็นไว้ดื่มยามอากาศร้อน ยามร่างกายเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานหรือการเดินทาง น้ำตาลจากน้ำอ้อยสดๆ สามารถทำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่นได้ทันทีที่ดื่ม “อ้อย” เป็นพืชทนแล้งที่ใช้น้ำน้อย บางพันธุ์นำผลผลิตส่งโรงงานแปรรูปเป็นน้ำตาล บางพันธุ์เหมาะจะนำมาบริโภคสด ด้วยการหีบเป็นน้ำอ้อยสดพร้อมดื่ม การปลูกอ้อยมีทั้งปลูกแบบสวนหลังบ้านและปลูกในเชิงการค้า อ้อยเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญที่ช่วยยกระดับรายได้สู่ความมั่นคง “อ้อยคั้นน้ำสุพรรณบุรี 50” มีลักษณะลำต้นสีเขียวอมเหลือง ลำปล้องทรงกระบอก หัวท้ายเสมอค่อนข้างยาวถึงยาวมาก ไม่มีร่องหรือรอยบุ๋มบริเวณตาหรือข้อ อายุเก็บเกี่ยว 8-10 เดือน หลังปลูก ซึ่งถือว่าเป็นระยะให้น้ำ คุณภาพและปริมาณมากที่สุด สามารถปลูกได้ในทุกภาคของประเทศและปรับตัวเข้ากับสภาพอากาศตามท้องถิ่นได้ดี เจริญเติบโตเร็ว อัตราการแตกกอดี แตกได้มาก 12,000-12,500 ลำ ต่อไร่ มีความต้านทานโรคแส้ดำ โรคราใบขาว โรคลำต้นหรือไส้เน่าแดงและหนอนกออ้อยได้ดี คุณศิวาพัชร์ มั่นคงจรัลศรี อยู่บ้านเลขที่ 49 หมู่ที่ 10 ตำบลเที่ยงแท้ อำเภอสรรคบุรี จังหวัดชัยนาท ปัจจุบัน ทำการเกษตรแบบผส
เชื่อว่าหลายท่านคงคุ้นเคยกับผลไม้เมืองหนาวที่มีสีสันสดใส รสชาติเปรี้ยวอมหวาน แหล่งรวมวิตามินผิวใสอย่างไม้ผลตระกูลเบอร์รี่กันเป็นอย่างดี และก็ยังเชื่อว่าอีกหลายท่านคงยังติดอยู่กับข้อมูลชุดเดิมที่ว่า ไม้ผลเหล่านี้เป็นไม้ผลเมืองหนาว ไม่สามารถปลูกได้ในพื้นที่เขตร้อนอย่างประเทศไทย และหากแม้ว่าจะปลูกได้ก็คงต้องเป็นพื้นที่มีอากาศหนาวเย็น หรืออยู่บนดอยที่มีอากาศหนาวเหน็บอย่างโซนภาคเหนือ แต่รู้หรือไม่ว่าตอนนี้ไม้ผลเมืองหนาว พืชตระกูลเบอร์รี่ ไม่ว่าจะเป็น สตรอเบอรี่ แบล็คเบอร์รี่ และราสป์เบอร์รี่ สามารถนำมาปลูกในพื้นที่ใกล้กรุงเทพฯ ได้แล้ว ใช้เวลาขับรถเพียง 2 ชั่วโมงกว่า ก็สามารถมาเด็ดชิมเบอร์รี่หลากหลายชนิด ที่สวน BerryCU คุณอนุรีย์ สงขลา หรือ พี่หน่อย เจ้าของสวน BerryCU ตั้งอยู่ที่ 248 หมู่ที่ 11 บ้านนิคมลำตะคลอง ตำบลหนองสาหร่าย อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา เล่าถึงจุดเริ่มต้นการเป็นเกษตรกรวันว่างให้ฟังว่า เมื่อก่อนเคยทำธุรกิจส่งออกผัก ผลไม้ ไปขายทางยุโรป ประเทศเยอรมนี สืบเนื่องมาจากคุณแม่มีร้านอาหารอยู่ที่เยอรมนี และมีร้านซุปเปอร์มาร์เก็ตที่ขายของไทย นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นพลิกผันชีวิตการทำงาน
สะเดา “มันทะวายยอดแดง” หนึ่งปีออกดอกถึงสามครั้ง รสชาติดี ขมน้อย หนึ่งเดียวที่กลางดง เจ้าของ คุณสุธิชาญ สุขจันทา เริ่มปลูกขยายพันธุ์เพียงต้นเดียว คุณสุธิชาญ สุขจันทา อยู่บ้านเลขที่ 135/4 หมู่ที่ 11 ตำบลกลางดง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา คุณสุธิชาญ เล่าว่า ตนเป็นคนปลูกสะเดามันทะวายยอดแดง คนแรกของอำเภอกลางดง จนมาถึงปัจจุบันก็ยังหาคนปลูกสะเดาพันธุ์นี้ได้น้อยมากอยู่เหมือนเดิม ด้วยความที่พันธุ์ค่อนข้างหายาก ได้พันธุ์มาจาก อาจารย์ประเวช ไชยวงศ์ ท่านเป็นอาจารย์สอนอยู่ที่วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีนครราชสีมา ที่ตนได้เรียนจบออกมา อาจาร์ยท่านให้มาแค่ 1 ต้น ตอนนั้นยังไม่คิดอะไร เห็นแม่ชอบกินสะเดาจึงเอาไปให้แม่ปลูก พอโตแม่เก็บมากิน รสชาติกลับดี กินสดๆ ได้ ไม่ขม ปลูกไว้ข้างรั้วเพื่อนบ้านมาเก็บกินยังติดใจ คุณสุธิชาญ สุขจันทา “มันทะวายยอดแดง” พลิกชีวิต จากมนุษย์เงินเดือนสู่เกษตรกรเต็มตัว เจ้าของบอกว่า หลังจากที่ได้ลองชิมสะเดา ตอนนั้นก็คิดเพียงว่าอร่อยดี ยังไม่มีวี่แววว่าอยากจะปลูกหรือขยายพันธุ์เพิ่ม เนื่องจากตัวเจ้าของเองยังทำงานประจำเป็นมนุษย์เงินเดือนอยู่ แต่เมื่อถึงจุดอิ่มตัวของการทำงานเริ่มรู้สึก
ระยะนี้จะมีฝนตกต่อเนื่องและฝนตกหนักบางพื้นที่ กรมวิชาการเกษตรเตือนเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมัน เฝ้าระวังหนอนหน้าแมวระบาด สามารถพบหนอนหน้าแมวเข้าทำลายได้ในทุกระยะการเจริญเติบโตของต้นปาล์มน้ำมัน ตัวหนอนหน้าแมวจะกัดทำลายใบปาล์มน้ำมัน หนอนตัวเล็กจะกัดกินผิวใบ เมื่อตัวหนอนโตขึ้นจะกัดกินจนใบขาด หากระบาดรุนแรง ใบจะถูกกัดกินจนเหลือแต่ก้านใบ ทำให้ผลผลิตลดลง ต้นปาล์มน้ำมันชะงักการเจริญเติบโต และต้นปาล์มน้ำมันจะใช้เวลาในการฟื้นตัวนาน การระบาดของหนอนหน้าแมวในแต่ละครั้งจะต้องใช้เวลาการกำจัดนาน เนื่องจากหนอนหน้าแมวมีหลายระยะในเวลาเดียวกัน เช่น ระยะหนอนและระยะดักแด้ ทำให้ไม่สามารถกำจัดให้หมดในเวลาเดียวกันได้ หากพบการเข้าทำลายของหนอนหน้าแมว เกษตรกรควรใช้วิธีป้องกันกำจัดแบบผสมผสานคือ การใช้วิธีกล การใช้ชีววิธี และการใช้สารเคมี สำหรับการใช้วิธีกล ให้เกษตรกรตัดทางใบปาล์มน้ำมันที่มีหนอน หรือจับผีเสื้อที่เกาะนิ่งในเวลากลางวันตามใต้ทางใบ หรือเก็บดักแด้ตามซอกโคนทางใบรอบต้นมาทำลายทิ้งนอกแปลงปลูก จากนั้นให้ใช้กับดักแสงไฟ black light หรือหลอดนีออนธรรมดาวางบนกะละมังพลาสติกที่บรรจุน้ำผสมผงซักฟอก โดยให้หลอดไฟอยู่เหนื
เวลานี้หากจะเอ่ยถึงชื่อไม้ที่มีราคาแพงที่สุดในโลก เชื่อว่าท่านทั้งหลายคงจะนึกถึง ไม้พะยูง รวมอยู่ด้วยอย่างแน่นอน ทั้งนี้เนื่องจาก ไม้พะยูง เป็นไม้เนื้อแข็ง เนื้อไม้มีสีสันและลวดลายที่สวยงาม เป็นที่ต้องการของตลาดโลก โดยเฉพาะจีน สิงคโปร์ ฮ่องกง ไต้หวัน นำไปสู่ปัญหาการลักลอบตัดไม้ภายในประเทศ ประกอบกับไม้พะยูงหายาก และเป็นไม้หวงห้าม “ปลูกได้แต่ตัดยาก” มีการประเมินกันว่า การลักลอบซื้อขายไม้พะยูงขณะนี้ ลูกบาศก์เมตรละ 200,000-600,000 บาท เลยทีเดียว อย่างไรก็ตาม ถึงแม้การตัดใช้สอยหรือตัดจำหน่ายจะยุ่งยากก็ตาม แต่มีเกษตรกรจำนวนหนึ่ง ได้ปลูกต้นพะยูงเพื่อเป็นการปลูกป่า สร้างความสมดุลทางธรรมชาติและเป็นเงินออมแก่ตนเองหรือลูกหลาน อย่างเช่น คุณทรงเดช บุญอุ้ม อายุ 65 ปี อยู่บ้านเลขที่ 153 หมู่ที่ 7 บ้านศิลามงคล ตำบลหนองสวรรค์ อำเภอเมืองหนองบัวลำภู จังหวัดหนองบัวลำภู โทร. 087-061-6891 ซึ่งเป็นประธานศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ด้วย คุณทรงเดช บุญอุ้ม เจ้าของสวนพะยูง ร่วม 20,000 ต้น คุณทรงเดช เล่าให้ฟังว่า มีพื้นที่การเกษตรหลายแปลง รวมกันประมาณ 89 ไร่ มีอาชีพหลักคือ ทำการเกษตร
ทุเรียน มีสายพันธุ์มากมาย มีรสชาติและเอกลักษณ์เฉพาะตัวแตกต่างกันออกไป ความหวาน มัน ขนาดของทุเรียนก็ไม่เหมือนกัน ที่มาของแต่ละสายพันธุ์ก็เยอะไปหมด ไม่ว่าจะมีต้นกำเนิดมาจากประเทศไทยของเราเอง หรือแม้กระทั่งมีต้นกำเนิดมาจากต่างประเทศอีกด้วย ดังนั้น จะแยกออกได้อย่างไร ว่าอะไรเป็นอะไร เทคโนโลยีชาวบ้านของเราได้รับความกรุณาจาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์พิเศษแสวง ภูศิริ จากจังหวัดตรัง มาแนะนำ ทุเรียนนก ให้ท่านทุกคนได้เข้าใจกันผู้ช่วยศาสตราจารย์พิเศษแสวง ภูศิริ เกิดเมื่อ วันที่ 30 มิถุนายน 2468 ณ จังหวัดฉะเชิงเทรา สำเร็จการศึกษาจากเตรียมอุดมศึกษาเกษตรศาสตร์แม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่ และวิทยาศาสตรบัณฑิต (เกษตรศาสตร์) จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน เนื่องจากที่ทำงาน คือกองการยาง กรมวิชาการเกษตร มีหน่วยงานย่อยอยู่จังหวัดตรัง ท่านจึงได้ลงไปตั้งถิ่นฐานที่จังหวัดตรัง พร้อมกับประกอบอาชีพเกษตรกรรม ซึ่งเป็นการบุกเบิกงานด้านการเกษตรที่ทำเป็นแบบอย่างและเผยแพร่แก่เกษตรกรทั่วไป อาทิ เป็นบุคคลแรกที่ปลูกข้าวโพดหวานของจังหวัดตรัง ในที่สุดข้าวโพดหวานได้เป็นที่นิยมบริโภคของชาวจังหวัดตรัง และเผยแพร่ไปสู่จังหวัดต่างๆ ทั่วภา
ขนุน ไม้ผลเศรษฐกิจส่งออกของประเทศไทย ที่มีตลาดหลักส่งออกอยู่ที่ประเทศจีน แต่สถานการณ์ส่งออก ณ ปัจจุบันนี้ ถือว่าเข้าขั้นวิกฤต จากสถานการณ์ที่เกิดไวรัสโควิด-19 ทำให้การส่งออกชะงัก ส่งผลกระทบมาถึงราคาที่ต่ำลง จากเคยขายได้ กิโลกรัมละ 20-40 บาท เมื่อเกิดโรคระบาดขึ้น ราคาลดเหลือเพียงกิโลกรัมละ 7-8 บาท แต่ลุงอี๊ดบอกว่า ยังสามารถประคับประคองให้พ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้ ด้วยการหาตลาดรองรับ ตัดส่งพ่อค้าแม่ค้าในประเทศ ปลูกพืชอย่างอื่นแซมบ้าง ก็ยังพอที่จะทำให้อยู่รอดผ่านพ้นวิกฤตช่วงนี้ไปได้ คุณเจริญ เสน่ห์ (ลุงอี๊ด) อยู่บ้านเลขที่ 49 หมู่ที่ 6 ตำบลวังจันทร์ อำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง เล่าว่า เป็นเกษตรกรมานานกว่า 10 ปี ปลูกไม้ผล ขนุน ทุเรียน และทำสวนยางพารา มีพืชหลักทำเงินเป็นขนุน ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปี ที่ผ่านมา ขนุน มีราคาดีมาตลอด มาแย่ช่วงที่เกิดไวรัสโควิด-19 ราคาขนุนตกฮวบ ตามหลักช่วงตรุษจีนขนุนจะขายได้กิโลกรัมละ 30 บาท มาปีนี้ลดเหลือกิโลกรัมละ 4-5 บาท แต่ก็ยังโชคดี เพราะที่ผ่านมาลุงทำตลาดส่งขายในประเทศเป็นส่วนใหญ่ ทำให้ได้รับผลกระทบในเรื่องของราคาน้อย แต่สินค้ายังพอมีที่ส่ง พอได้เงินคืนทุนให้ผ่าน
