พืชทำเงิน
ผักพื้นบ้านเป็นสิ่งที่ธรรมชาติประทานให้มาเป็นอาหารของมนุษย์ ผักพวกนี้จะมีความแตกต่างกันตามสภาพแวดล้อมทางภูมิศาสตร์ ทนทานต่อสภาพแวดล้อมและโรคแมลงในถิ่นกำเนิดเนื่องจากเป็นผักที่แพร่พันธุ์เองในธรรมชาติ ในประเทศไทยเราแต่ละภาคมีผักส่วนหนึ่งที่แตกต่างกันทำให้มีความหลากหลายในการนำมาบริโภค ผักกูดเป็นผักพื้นบ้านที่มีแหล่งกำเนิดในธรรมชาติทั่วทุกภาคของประเทศไทยและในภูมิภาคนี้ ทำให้ผักกูดจึงเป็นผักพื้นบ้านที่นำมากินกันมานานแล้ว ก่อนจะมาเข้าเรื่องผักกูด ผู้เขียนเห็นเพจหนึ่งในเฟซบุ๊กชื่อ ป๋าสนธิ์ ป๋าสนธิ์ ได้ลงรูปสวนผักกูดและมีเรื่องราวเกี่ยวผักกูดมากมาย จึงได้ติดข้อมูลความเป็นไปมานาน จนกระทั่งได้มีโอกาสคุยกับเจ้าของเพจ ที่ชื่อ คุณสนธิ์ นันตรี หรือให้เรียกนิคเนมว่า ป๋าสนธิ์ โดยได้เล่าให้ฟังเรื่องราวชีวิตนักสู้ให้ฟังว่า หลังจากเรียนจบมัธยมศึกษาตอนปลายก็ได้เข้าทำงานเป็นพนักงานของบริษัทผลิตและบรรจุเมล็ดพันธุ์ยี่ห้อหนึ่งในกรุงเทพฯ ทำอยู่ได้ประมาณ 1 ปี ญาติทางฝั่งภรรยาได้ชักชวนให้ทำงานในบริษัทโฟมแห่งหนึ่ง ซึ่งกิจการของบริษัทคือทำชนวนกันความร้อนด้วยโฟมตามหลังคารอาคารต่างๆ อยู่หลายปีจนมีความชำนาญ จึงหันมาป
ประเทศไทยมีสภาพแวดล้อมเหมาะสมต่อการปลูกโกโก้เป็นอย่างมาก เกษตรกรไทยหันกลับมาให้ความสนใจปลูกโกโก้มากขึ้นในช่วงนี้เนื่องจากผลตอบแทนดีกว่าพืชเศรษฐกิจหลายชนิด โดยพื้นที่เพาะปลูกทั่วประเทศ อยู่ที่ 5,464.39 ไร่ และพื้นที่เก็บเกี่ยว 4,090.66 ไร่ ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในภาคเหนือ คิดเป็นพื้นที่ 3,957.59 ไร่ ซึ่งจังหวัดที่ปลูกมากคือ จังหวัดน่าน จังหวัดเชียงราย จังหวัดลำปาง และจังหวัดตาก ขณะที่ภาคตะวันออกก็ปลูกมากเช่นกันโดยมีพื้นที่เพาะปลูก 586.48 ไร่ จังหวัดที่ปลูกมากคือ จังหวัดจันทบุรี ขณะที่ผู้ผลิตช็อกโกแลตในประเทศไทยยืนยันว่า ความต้องการบริโภคช็อกโกแลตของคนไทยอยู่ที่ 120 กรัม ต่อคน ต่อปี เมื่อเทียบกับประเทศเบลเยียมอยู่ที่ 8 กิโลกรัม ต่อคน ต่อปี โกโก้สามารถป้อนเข้าสู่อุตสาหกรรมได้หลายผลิตภัณฑ์ ทั้งบริโภคเป็นอาหารทำเป็นช็อกโกแลตโอวัลติน หรือไมโล และยังใช้เป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพเครื่องสำอาง ปัจจุบันมีบริษัทเอกชนรับซื้อเมล็ดตากแห้งในราคากิโลกรัมละ 50 บาท เพื่อส่งออกไปยังประเทศญี่ปุ่น ประเทศฝรั่งเศส ประเทศเยอรมนี และประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งถือว่าตลาดโกโก้ในไทยยังมีโอกาสขยายตัวได้อีกมาก ทั้งนี้ คุ
จากสถานการณ์การผลิตอ้อยในปัจจุบันมีพื้นที่ปลูกมาก ผลผลิตออกมากเป็นเงาตามตัว ราคาค่อนข้างต่ำ ทำให้รายได้ต่อไร่ต่ำ มีเกษตรกรรายย่อยหลายรายปลูกอ้อยแล้ว เมื่อถึงระยะจะตัดอ้อยส่งโรงงานกลับไม่ตัดเอง เพราะไม่คุ้มค่าตัด แรงงานหายาก จึงขายเหมาให้พ่อค้ามาตัดส่งโรงงาน ในราคาไร่ละ4,000-5,000 บาท (เกษตรกรบางรายบอกขาย ไร่ละ 3,500 บาท ก็มี) และมีพ่อค้าจำนวนหนึ่งต้องเผาอ้อยเพื่อให้สะดวกต่อการตัด ทำให้ลดค่าใช้จ่ายในการตัด เช่นเดียวกับเกษตรกรบางรายก็เผาก่อนตัด โดยไม่ได้รับผิดชอบต่อผลกระทบที่เกิดขึ้น จึงเกิดฝุ่นละออง เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ประกอบกับในการปลูกอ้อยนั้นทำรายได้ปีละครั้ง และในระยะแรกเกษตรกรยังต้องใช้สารกำจัดวัชพืชค่อนข้างมาก ส่งผลให้ตกค้างในดิน บางส่วนถูกฝนชะล้างพัดพาลงสู่แหล่งน้ำ และเกิดผลกระทบอื่นๆ มากมาย คุณลักษณู หาริพงษ์ อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 61 หมู่ที่ 4 บ้านฝั่งแดง ตำบลฝั่งแดง อำเภอนากลาง จังหวัดหนองบัวลำภู โทร. 089-160-9889 เป็นอีกคนหนึ่งที่ปลูกอ้อย ต่อมาลดพื้นที่การปลูกลงแล้วหันมาปลูกดาวเรือง ข้าวโพดข้าวเหนียว และพืชผัก เพียงไม่กี่ไร่ สร้างรายได้ตลอดปี ปีละกว่า 2 แสนบาท คุณลักษณู ใ
ไม่ว่าจะเดินทางไปภูมิภาคไหน มักเห็นชาวบ้านต้มข้าวโพดขายริมถนน ผู้คนก็นิยมซื้อกินกัน ข้าวโพด เป็นที่นิยมของผู้ปลูกและผู้บริโภคมานานหลายปีแล้ว นอกจากปลูกแล้วซื้อขายกันในประเทศ ทราบว่า ยังปลูกแปรรูปส่งไปต่างประเทศอีกด้วย เมื่อไม่นานมานี้ มีโอกาสสัมภาษณ์ คุณพิรุณ แสงดวง คุณอุไรพรรณ แสงดวง เกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดพันธุ์สวีทไวโอเล็ท ประสบผลสำเร็จ อยู่บ้านเลขที่ 13 หมู่ที่ 2 ตำบลสันมหาพน อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ คุณพิรุณ เล่าว่า “ปัจจุบัน ประกอบอาชีพทำนา หลังจากทำนาก็จะปลูกข้าวโพดข้าวเหนียวพันธุ์สวีทไวโอเล็ทของศรแดง เป็นพันธุ์ต้านทานโรคได้ดี ทนแล้ง รสชาติอร่อย คนนิยม ลูกค้าเขาชอบพันธุ์สวีทไวโอเล็ทนี้มาก…ข้าวโพดพันธุ์นี้ มีรสชาติหวานเหนียวอยู่ในฝักเดียวกัน เวลาเรารับประทานเข้าไปจะหวานเหนียวอยู่ในปากเลย” เทคนิคการปลูก คุณพิรุณ เล่าว่า หลังจากเก็บเกี่ยวข้าวแล้วก็ล้มตอซัง จ้างรถไถมาไถ จากนั้นก็ยกร่องแปลง แล้วก็ขุดหลุม ความกว้างหลังแปลงประมาณ 75 เซนติเมตร ระหว่างต้นระหว่างแถวปลูกข้าวโพด 70 คูณ 70 เซนติเมตร หลุมหนึ่งหยอดเมล็ด 2 เมล็ด หยอดเมล็ดแห้งลงไป กลบดิน ใส่น้ำ ปล่อยน้ำซึมให้ไหลเข้าไปในแ
งาขี้ม้อน เป็นชื่อที่ไม่คุ้นหูสำหรับคนทั่วไป แต่คนในภาคเหนือคุ้นเคยกับชื่อนี้ดี งาขี้ม้อนเป็นพืชพื้นเมืองของทางภาคเหนือ มีการเพาะปลูกกันมาช้านาน งาขี้ม้อนพบการแพร่กระจายตั้งแต่พื้นที่เขตภูเขาหิมาลัย พื้นที่ภูเขาในจีนถึงเอเชียตะวันออก เมื่อมีการอพยพย้ายถิ่นฐานของคนเอเชียเข้าไปตั้งรกรากในประเทศสหรัฐอเมริกาปลายปี พ.ศ. 2343 (ค.ศ. 1800) ผู้อพยพได้นำเมล็ดงาขี้ม้อนไปปลูกด้วย งาขี้ม้อนสามารถเจริญเติบโตปรับตัวได้ดีเข้ากับสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมที่นั่น ในประเทศไทยพบงาขี้ม้อนได้ทั่วไปในภาคเหนือ ตั้งแต่ระดับความสูง 300-1,000 เมตร จากระดับน้ำทะเล แหล่งปลูกอยู่ที่เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน พะเยา แพร่ น่าน ลำพูน ลำปาง เริ่มมีการปลูกกันบ้างที่สุโขทัย งาขี้ม้อน เป็นพืชน้ำมันที่สำคัญชนิดหนึ่งที่เพิ่งมาเป็นที่รู้จักในหมู่คนรักสุขภาพเมื่อไม่นานมานี้ เนื่องจากงาขี้ม้อนมีคุณค่าทางโภชนาการสูง มีประโยชน์ต่อร่างกายหลายด้าน งาขี้ม้อนได้กลายเป็นพืชอุตสาหกรรมน้ำมันพืชชนิดใหม่กำลังเป็นที่ต้องการอย่างมาก งาขี้ม้อน มีชื่อเรียกตามแต่ละท้องถิ่นได้อีกหลายชื่อ เช่น งาปุก งานก (คนเมือง) งาม้อน งาหอม งามน (แม่ฮ่อง
“พื้นที่ภาคกลางน้ำดี อยู่ใกล้ตลาด…ใช้การตลาดนำหน้าการผลิต” การเกษตรในภาคกลางมีหลายรูปแบบ ตั้งแต่ปลูกพืช เลี้ยงปศุสัตว์ ประมง ท่องเที่ยวเชิงเกษตร และอื่นๆ ภูมิภาคนี้สามารถปลูกพืชอายุสั้น เช่น ข้าว (โดยเฉพาะการปลูกข้าวนาปรัง) พืชไร่ พืชผักมากกว่า 1 ครั้งในรอบปี โดยจังหวัดที่มีความถี่ของการใช้พื้นที่เพื่อเพาะปลูกค่อนข้างสูงคือ ชัยนาท สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา และอ่างทอง ส่วนการทำการเกษตรแบบผสมผสานนั้นสิ่งที่จะต้องมีและพร้อมมากที่สุดคือ ที่ดิน ทุน แรงงาน ที่เหมาะสมกับการทำการเกษตร จะต้องมีความอดทนสูง มีความขยัน จึงจะสามารถที่จะประสบความสำเร็จในการวางแผนและการจัดการทรัพยากรต่างๆ ให้ดีและมีประสิทธิภาพ แม้ว่าธุรกิจเกษตรพืชไร่ในภาคกลางจะเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่มีความน่าสนใจ แต่ผู้ประกอบการควรที่จะศึกษาถึง จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรคของการดำเนินธุรกิจอย่างรอบคอบ เพื่อนำมาประกอบการตัดสินใจลงทุนและการวางแผนต่อยอดธุรกิจต่อไปในระยะยาว กองบรรณาธิการนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน มีโอกาสสัมภาษณ์พิเศษ คุณทวี มาสขาว ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 1 จังหวัดชัยนาท กรมส่งเสริมการเกษตร ซ
หัวไชเท้าเป็นพืชผักอายุเก็บเกี่ยวสั้น มีรายได้เร็วจึงเกิดกลุ่มเกษตรกรปลูกหัวไชเท้าขนาดใหญ่คือกลุ่มเกษตรกรบ้านสว่าง หมู่ที่ 8 ตำบลหินตั้ง อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น มีจำนวนสมาชิก 40 ราย ปลูกแบบมีคุณภาพได้มาตรฐาน GAP ได้ผลผลิต 7-9 ตัน ต่อไร่ ส่งขายให้กับห้างค้าปลีกรายใหญ่ เทสโก้ โลตัส รวมถึงพ่อค้าทั่วไป ทำให้ทุกครัวเรือนมีรายได้ที่แน่นอน มั่นคง แทนการรอขายผลผลิตตามฤดูกาล คุณคำสอน เชิดโกทา ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 8 ตำบลหินตั้ง อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น โทรศัพท์ (061) 945-2066 บอกว่า ในพื้นที่ประสบปัญหาปริมาณน้ำสำหรับใช้ทางเกษตรกรรม อาชีพหลักของชาวบ้านคือทำนาและปลูกพืชไร่ใช้น้ำน้อยอย่างมันสำปะหลังและอ้อย แต่เดิมหัวไชเท้าเป็นพืชผักที่ชาวบ้านในหมู่บ้านปลูกกันไว้อยู่แล้ว ไม่ได้เน้นปลูกขายจึงไม่ได้ใส่ใจเรื่องคุณภาพ ปลูกไว้รับประทานในครอบครัวแล้วที่เหลือนำไปขาย พอมีรายได้เสริมเข้ามา ปลูกจำนวนมาก-น้อยต่างกัน ตามความเหมาะสมของครัวเรือน แต่หลังจากมีการรวมกลุ่มกัน พร้อมกับได้รับการสนับสนุนทั้งความรู้ เทคโนโลยี อุปกรณ์จากภาคราชการหลายหน่วยงาน ทำให้ชาวบ้านได้พัฒนาการปลูกหัวไชเท้าให้มีมาตรฐานมากขึ้น โดย
จากการส่งเสริมให้เกษตรกรหันมาปลูกทุเรียนคุณภาพอย่างเป็นระบบ ทำให้วันนี้จังหวัดยะลา เมืองงามใต้สุดสยามแห่งนี้มีศักย์ภาพที่พร้อมจะเป็นเมืองแห่งทุเรียนคุณภาพที่มีความเข้มแข็งและใหญ่ที่สุดในพื้นที่ภาคใต้ #ต้องลองสักครั้งทุเรียนยะลา #ใต้สุดสยามเมืองงามชายแดน
หลายคนคงคุ้นเคยและรู้จักผักสวนครัวรั้วกินได้ที่เป็นผักกินใบต่างๆ อาทิ กะเพรา โหระพา ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นพืชทางเลือกสำหรับเกษตรกรที่ต้องการอาชีพเสริม โดยเกษตรกรหลายคนพลิกวิกฤตเป็นโอกาส เลิกทำนาหันมาปลูกพืชผักเหล่านี้ รับทรัพย์เข้ากระเป๋ากันทุกวัน สำหรับผักสวนครัวตระกูลกะเพรา โหระพา และใบแมงลัก เป็นพืชล้มลุก ใบเป็นรูปไข่ บางและนุ่ม ลำต้นและใบมีขนปกคลุม มีรสเผ็ดร้อน ช่อดอกตั้งตรง มีดอกติดรอบแกนช่อเป็นชั้นๆ จัดเป็นเครื่องเทศที่ยอดนิยม ถือว่าเป็นราชาแห่งเครื่องเทศเลยก็ว่าได้ โดยในปัจจุบันนิยมนำมาใช้ปรุงอาหารและนำมาทานเป็นผักเคียงกับอาหารชนิดต่างๆ ป้ามณี วงศ์มหิง เกษตรกรผู้ปลูกใบกะเพรา โหระพา และใบแมงลัก จำหน่ายที่ อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.สระบุรี เล่าให้ฟังว่า ก่อนหน้านี้เคยทำนา แต่สู้กับภาวะแล้งไม่ไหว เลยหันมาปลูกผักสวนครัว ซึ่งทำรายได้ทุกวัน ตกวันละ 500 บาท โดยบอกว่า แค่ 1 ไร่ ก็ตัดขายไม่ทันแล้ว “อย่างกะเพรา เป็นผักสวนครัวที่ปลูกง่าย ชอบดินร่วนซุย ระบายน้ำได้ดี ส่วนการปลูกก็ง่ายมาก ขุดหลุมตื้นๆ ปลูก รดน้ำ แล้วใส่ปุ๋ยคอก จากนั้น รดน้ำวันละครั้ง” สำหรับกะเพราที่ปลูกกันทั่วไปมีอยู่ 2 ชนิด คือ กะเ
