พืชทำเงิน
จ.อ. สิทธิเดช อ่องเภา เจ้าของ “บ้านสวนจ่ามด” ตำบลท่าบัว อำเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตร โทร. 083-535-4559, 080-099-9361 หรือผ่านช่องทาง เฟซบุ๊ก “มะนาวคาเวียร์ บ้านสวนจ่ามด” อธิบายการดูแลรักษาต้นมะนาวนิ้วมือ การใส่ปุ๋ยในช่วงแรก ก็เน้นการใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก ใส่ร่วมกับปุ๋ยสูตรเสมอ เช่น สูตร 15-15-15, 16-16-16 หรือบวกปุ๋ยสูตรตัวหน้าเล็กน้อยในบางครั้ง เช่น สูตร 46-0-0, 30-0-0, 15-0-0 เพื่อกระตุ้นการแตกใบอ่อน พอต้นได้อายุ 1 ปีครึ่ง ต้นมีความพร้อมที่เริ่มจะออกดอกและติดผล ก็จะเปลี่ยนใส่ปุ๋ย สูตร 8-24-24 เพื่อเป็นการสะสมอาหารให้กับต้นมะนาวนิ้วมือ เพิ่มความสมบูรณ์ให้กับต้นมะนาวนิ้วมือก่อนการออกดอก หลังการออกดอกและติดผลก็จะกลับมาใช้ปุ๋ยสูตรเสมอ เพื่อบำรุงผลเพิ่มความสมบูรณ์ให้กับต้น โดยการใส่ปุ๋ยจะเน้นการใส่ปริมาณน้อยแต่บ่อยครั้ง เช่น ใส่ปุ๋ยให้เดือนละ 1 ครั้ง นั่นเอง ส่วนปุ๋ยและฮอร์โมนทางใบก็ช่วยเสริมความสมบูรณ์ให้ต้นเจริญเติบโตและมีความสมบูรณ์ โดยปุ๋ยทางใบก็ใช้สูตรให้สอดคล้องกับปุ๋ยทางดิน เช่น ใช้ปุ๋ยทางใบ สูตรเสมอยืนพื้นสลับกับปุ๋ยทางใบที่มีสูตรตัวหน้าสูง เช่น 12-12-12, 18-6-6, 30-0-0 เป็นต้น ส่วน
กาแฟที่ปลูกในพื้นที่จังหวัดยะลา กำลังจะกลายเป็นพืชทางเลือก ที่สร้างอัตลักษณ์เฉพาะตัว และสร้างรายได้ให้กับพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ชายแดนใต้ ด้วยจุดเด่นของเมล็ดกาแฟโรบัสต้าที่ปลูกในพื้นที่จังหวัดยะลาจะมีค่าความหวาน และความเข้มข้นในระดับที่สูงกว่าและเหมาะสมกว่าเมื่อเทียบกับกาแฟชนิดอื่น
ตำบลตะเคียนเลื่อน ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของอำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ ทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา อาชีพหลักส่วนใหญ่ของประชาชนในตำบลคือ การทำไร่ ทำสวนผลไม้ ซึ่งมีหลากหลายชนิดตามฤดูกาล ต่อมามีการนำพันธุ์กล้วยไข่จากจังหวัดกำแพงเพชรมาปลูก และมีการขยายพื้นที่ปลูกออกไป จึงเกิดการเรียนรู้ การปรับปรุง การพัฒนาคุณภาพการผลิตขึ้น จนเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคทั่วประเทศ ต่อมาได้รับคำแนะนำ รวมทั้งเงินทุนในด้านการบริหารจัดการจากทางราชการ จึงมีการจัดตั้งเป็นกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกกล้วยไข่ และกลุ่มแม่บ้านแปรรูปอาหารจากผลไม้ตามฤดูกาลขึ้น รวมถึงการผลิตและการจำหน่ายผลไม้สดตามฤดูกาลทั้งในพื้นที่อำเภอ จังหวัด จังหวัดใกล้เคียง และต่างประเทศ ปัจจุบัน กล้วยไข่ตะเคียนเลื่อน นับเป็นผลไม้อีกชนิดหนึ่งที่มีชื่อเสียงของจังหวัดนครสวรรค์ นับเป็นผลไม้ที่หายากตลาดมีความต้องการสูง ด้วยจุดเด่นที่กล้วยไข่ของที่ตำบลตะเคียนเลื่อนมีขนาดผลที่ใหญ่ ผิวสวย รสชาติดี เพราะมีแหล่งน้ำที่อุดมสมบูรณ์และสภาพพื้นที่เหมาะสมในการปลูกกล้วยไข่เป็นอย่างยิ่ง ซึ่งเคยมีการทดลองนำกล้วยไข่ตะเคียนเลื่อนไปปลูกที่อื่นก็ไม่ได้ผลดีเหมื
“ส้มโอพันธุ์ทับทิมสยาม” ต้นกำเนิดสายพันธุ์จากภาคใต้ เปลือกบาง มีเนื้อสีแดงเข้มเหมือนสีทับทิม รสชาติหอมหวาน เนื้อนุ่มน่ารับประทาน ซึ่งส้มโอพันธุ์นี้แตกต่างจากส้มโอพันธุ์อื่นอย่างชัดเจน มีลักษณะประจำพันธุ์ที่โดดเด่น คือ เนื้อผลมีสีชมพูเข้มจนถึงแดงเหมือนสีทับทิม ผิวผลส้มโอและหลังใบมีขนอ่อนนุ่มปกคลุมคล้ายกำมะหยี่ มีความเฉพาะเจาะจงกับสภาพพื้นที่ จึงปลูกกันไม่แพร่หลาย ปัจจุบันพบว่าส้มโอพันธุ์นี้เป็นที่ต้องการของตลาดอย่างต่อเนื่อง และจำหน่ายได้ในราคาสูง ราคาจากในสวนเฉลี่ยแล้ว ผลละ 200-300 บาท และเป็นที่ต้องการของตลาดมากขึ้นทั้งในและต่างประเทศ จนไม่เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภค คุณสุธาทิพธ์ อิ่มสำราญ อายุ 48 ปี และ คุณประดิษฐ อิ่มสำราญ อายุ 54 ปี อยู่บ้านเลขที่ 12/2 หมู่ที่ 9 ตำบลพักทัน อำเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี เจ้าของสวนชื่อ “ส้มโอทับทิมสยาม ตามรอยพ่อ” ซึ่งปลูกต้นส้มโอพันธุ์ทับทิมสยาม จำนวน 16 ไร่ คุณสุธาทิพย์ ได้เล่าว่า เดิมตนทำงานอยู่ธนาคาร เพิ่งลาออกมาได้ประมาณ 8 เดือน เป็นคนจังหวัดนครศรีธรรมราช ส่วน คุณประดิษฐ ทำงานอยู่ที่การไฟฟ้านครหลวง และเป็นคนจังหวัดสิงห์บุรี และยังคงทำงานอย
เดินผ่านรั้วสังกะสีแถวออฟฟิศสายตาไปปะทะกับ “มะอึก” ผักเคียงที่เด็กรุ่นใหม่ไม่ค่อยรู้จัก ยกเว้นคอน้ำพริก แค่ฝานเป็นแว่น โขลกกับน้ำพริก ช่วยเพิ่มรสชาติได้อย่างวิเศษ ไม่เพียงแค่นั้น ความเริ่ดของมะอึกยังมีบทบาทสำคัญในการรักษาสุขภาพ เสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย นอกจากมีเบต้าแคโรทีนสูง (สารตั้งต้นของวิตามินเอ) มะอึก 100 กรัม จะให้พลังงานต่อร่างกาย 53 กิโลแคลอรี แบ่งเป็นเส้นใย 3.6 กรัม แคลเซียม 26 มิลลิกรัม ฟอสฟอรัส 41 มิลลิกรัม เหล็ก 0.8 มิลลิกรัม วิตามินบี 1-0.07 มิลลิกรัม วิตามินบี 2-0.05 มิลลิกรัม ไนอะซิน 4.9 มิลลิกรัม วิตามินซี 3 มิลลิกรัม “ผลสด” ช่วยบรรเทาอาการไอ ละลายเสมหะ “ดอก” ช่วยรักษาอาการคัน “ราก” ซึ่งมีรสเย็นและเปรี้ยวเล็กน้อยมาปรุงเป็นยาแก้ปวด ลดไข้ แก้ไขที่มีอาการชักกระตุก แก้ไขสันนิบาต แก้น้ำลายเหนียว กัดฟอกเสมหะ ดับพิษร้อนภายใน ช่วยกระทุ้งพิษไข้ให้ออกตุ่มอย่างอีสุกอีใส เหือด หรือหัดเยอรมัน หัด และอื่นๆ อีกมากมาย แม้กระทั่ง “ขน” มะอึก ขูดรวมกันผสมกับไข่ นำไปทอดเป็นไข่เจียวแก้พยาธิได้ดี ฉะนั้น ขอแนะนำให้หามาปลูกไว้ข้างรั้วสักต้น แค่มีดินปนทราย น้ำไม่ต้องมาก แมลงก็ไม่ค่อยกวน
คุณเสน่ห์ และ คุณบุญยัง ร่มโพธิ์ (ภรรยา) อยู่บ้านเลขที่ 61/3 หมู่ที่ 11 ตำบลเขาดิน อำเภอเก้าเลี้ยว จังหวัดนครสวรรค์ เคยประสบปัญหาหนี้สินจำนวนมากจากการทำเกษตรเชิงเดี่ยว กระทั่งมาประสบความสำเร็จด้วยการทำไร่นาสวนผสมแบบเศรษฐกิจพอเพียง ควบคู่กับแนวทางเกษตรทฤษฎีใหม่มาใช้จนสามารถปลดหนี้ได้เป็นอิสระ มีชีวิตครอบครัวอย่างมีความสุข จนได้รับการยกย่องให้เป็นต้นแบบไร่นาสวนผสมที่มีความสมบูรณ์อย่างแท้จริง ทำเกษตรเชิงเดี่ยวขาดทุน หันมาทำไร่นาสวนผสม แต่เดิม คุณเสน่ห์ มีอาชีพทำนาในพื้นที่ 14 ไร่ แต่ราคาข้าวไม่ดี จึงปรับมาปลูกมะละกอฮอลแลนด์อย่างเดียว พร้อมกับมีอาชีพรับจ้างรถเกี่ยวข้าว และรถดำนาด้วย ระหว่างทำอาชีพรถดำนารับจ้างเกิดปัญหาลูกค้าติดค้างค่าจ้างเป็นเงินจำนวนมาก จึงต้องนำผลผลิตมะละกอกับต้นกล้าที่เพาะไว้ออกขายเพื่อบรรเทาปัญหาการเงิน แล้วตัดสินใจรื้อแปลงมะละกอออก เพื่อเปลี่ยนเป็นสวนเกษตรผสมผสานแบบเศรษฐกิจพอเพียงแทน คุณเสน่ห์ ไม่มีความรู้เรื่องทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง หรือเกษตรทฤษฎีใหม่เลย แต่ได้แรงบันดาลใจจากผู้ที่ประสบความสำเร็จหลายท่าน รวมทั้งยังแสวงหาความรู้จากนักวิชาการ และผู้มีประสบการณ์จากเอกสาร แ
กองบรรณาธิการนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน มีโอกาสสัมภาษณ์พิเศษ คุณบุญมี แท่นงาม เกษตรจังหวัดนครสวรรค์ ถึงสถานการณ์ทางด้านการเกษตรภายในจังหวัด จากบทสัมภาษณ์มีความน่าสนใจไม่น้อย ลองติดตามดู นครสวรรค์เป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ทางตอนบนของภาคกลางหรือบางหน่วยงานจัดให้อยู่ทางตอนล่างของภาคเหนือ ซึ่งถ้าเป็นภาคส่งเสริมการเกษตรนี้จังหวัดนครสวรรค์ ถือว่าอยู่ภาคเหนือแต่ถ้าเป็นของกรมอุตุนิยมวิทยาจะอยู่ภาคกลาง สรุปแล้วคือเป็นจังหวัดภาคกลางติดต่อทางเหนือ นครสวรรค์ทำนา 2.3 ล้านไร่ แต่ส่วนใหญ่อยู่นอกเขตชลประทาน คุณบุญมี เล่าว่า จังหวัดนครสวรรค์มีพื้นที่ค่อนข้างใหญ่ มีพืชเศรษฐกิจหลักอยู่ 3-4 ชนิดด้วยกัน พืชตัวแรกคือ “ข้าวนาปี” โดยนครสวรรค์มีพื้นที่ปลูกข้าวนาปีทั้งหมด 2.3 ล้านไร่ โดยเฉพาะในปีนี้ในช่วงนี้อยู่ในช่วงฤดูกาลทำนา เกษตรกรทำนาไปแล้ว 80 เปอร์เซ็นต์ ตกอยู่ประมาณ 2 ล้านไร่ ก็จะเหลืออีกบางส่วนนิดหน่อย ทีนี้พื้นที่ทำนาทั้งหมด 2.3 ล้านไร่นี้เป็นพื้นที่ในเขตชลประทานจริงๆ ประมาณ 4 แสนไร่ ที่เหลือเป็นพื้นที่ที่ใช้น้ำฝนอย่างเดียวในการทำนา ฉะนั้น เมื่อเทียบอัตราส่วนระหว่างพื้นที่ชลประทานกับพื้นที่ทำนาโดยอาศัยน้ำฝน&#
อากาศร้อนชื้นและมีฝนตกบางพื้นที่ อาจส่งผลกระทบต่อการปลูกดาวเรือง กรมวิชาการเกษตร แนะเกษตรกรผู้ปลูกดาวเรืองเฝ้าระวังการระบาดของโรคดอกเน่า มักพบได้ในระยะติดดอกดาวเรือง โดยจะพบแสดงอาการเริ่มแรกที่กลีบดอกมีลักษณะฉ่ำน้ำ ต่อมาเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลจากปลายกลีบดอกไปหาโคนดอก จากนั้นจะเน่าลุกลามเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลทั่วทั้งดอก ทำให้ดอกดาวเรืองเสียคุณภาพ หากเชื้อราเข้าทำลายในระยะดอกตูม ดอกจะไม่สามารถบานได้ กรณีเชื้อราเข้าทำลายรุนแรงในระยะที่ดอกบานแล้ว เชื้อราจะขยายลุกลามไปสู่ต้น ทำให้ต้นเน่าและยืนต้นตายในที่สุด สำหรับในสภาพที่มีฝนตกชุกและอากาศมีความชื้นสูง ให้เกษตรกรหมั่นสำรวจตรวจแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ หากเริ่มพบอาการของโรคที่ดอก ให้เกษตรกรตัดดอกที่เป็นโรคหรือตัดส่วนที่เป็นโรคไปทำลายหรือฝังดินนอกแปลงปลูกทันที เพื่อลดปริมาณเชื้อราสาเหตุโรค อีกทั้งควรกำจัดวัชพืชในแปลงปลูก และตัดแต่งใบแก่ออก เพื่อให้ต้นโปร่ง อากาศถ่ายเทสะดวก ซึ่งถือเป็นการลดความชื้นในดิน ทำให้ไม่เป็นแหล่งสะสมของเชื้อราสาเหตุโรค กรณีที่พบโรคดอกเน่ายังคงระบาด ให้เกษตรกรพ่นด้วยสารป้องกันกำจัดโรคพืชไดฟีโนโคนาโซล 25% อีซี อัตรา 15 มิลลิลิตรต่
ในวงการเกษตรไส้เดือนถือเป็นสัตว์ที่ทำประโยชน์ให้มากมาย การคืบคลานชอนไชในดินของสัตว์ชนิดนี้ช่วยทำให้ดินร่วนซุย การถ่ายเทน้ำและอากาศดี ดินอุ้มน้ำได้ดีขึ้น เพิ่มช่องว่างในดินทำให้รากพืชหาอาหารได้ง่าย ไม่เพียงเท่านั้นไส้เดือนยังเหมือนเครื่องชี้วัดสารเคมีในดิน เพราะถ้าดินบริเวณนั้นมีสารเคมีตกค้าง จะไม่พบไส้เดือนสักตัว อาจกล่าวได้ว่าบริเวณใดมีไส้เดือน บริเวณนั้นมีความอุดมสมบูรณ์ สำหรับนักตกปลาแล้วไส้เดือนถือเป็นอาหารอันโอชะของบรรดาปลาทุกชนิด อีกทั้งยังพบว่าในตัวไส้เดือนมีปริมาณเปอร์เซ็นต์โปรตีนที่สูงมากหากนำมาใช้เลี้ยงสัตว์ จะช่วยลดค่าใช้จ่าย ถ้าใช้ไส้เดือนเป็นอาหารแก่นกแข่งเสียงแล้วจะทำให้มีเสียงไพเราะ มีขนสวย หรือถ้านำไปเลี้ยงหมูแล้วพบว่าคุณหมูทั้งหลายจะมีการผสมพันธุ์ที่ดี ไม่เพียงเท่านั้นมูลไส้เดือนยังเกิดประโยชน์ต่อวงการเกษตรด้วย ด้วยเหตุผลทั้งหลายทั้งปวงจึงเกิดมีอาชีพเพาะ-เลี้ยงไส้เดือนขึ้นเพราะต้องการนำไปใช้เป็นอาหารสัตว์ และนำมาใช้ย่อยสลายวัสดุเหลือทิ้งจากภาคการเกษตรและอาหาร เช่น เศษผัก ผลไม้หรือมูลสัตว์ เพื่อผลิตเป็นปุ๋ยอินทรีย์ “ฟาร์มไส้เดือนเดช” ตั้งอยู่เลขที่ 3 หมู่ที่ 11 ตำบลอ้อม
ความนิยมบริโภคอินทผลัมในบ้านเราขยายวงกว้างออกไปเรื่อยๆ เนื่องจากได้รับความสนใจจากตลาดผู้บริโภคในทุกระดับ นำไปสู่การสร้างรายได้ให้ผู้ปลูกเป็นอย่างดี ผู้ปลูกอินทผลัมในระยะแรกยังมีไม่มาก เป็นรุ่นบุกเบิกที่กล้าได้กล้าเสีย เพราะคิดว่าเป็นพืชตัวใหม่ที่ต้องเติบโตในอนาคต แต่ภายหลังตลาดมีความชัดเจนและมีราคาขายที่สู้ได้ จึงทำให้เกิดผู้ปลูกรายใหม่หลายพื้นที่ทั่วประเทศ แล้วยังพัฒนาเป็นกลุ่มก้อนคนรุ่นใหม่ที่ศึกษาวิธีปลูกอย่างละเอียด พร้อมดึงสื่อโซเชียลนำการขาย ตลอดจนสร้างมูลค่าอินทผลัม จากเพียงบริโภคผลสดไปสู่ผลิตภัณฑ์แปรรูปอื่นๆ ตอบโจทย์ตลาดผู้บริโภคได้ทุกความต้องการ “เทพสถิต สวนอินทผาลัม” ตั้งอยู่ เลขที่ 212 หมู่ที่ 12 ตำบลวะตะแบก อำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ ดูแลโดยคุณภีมพัฒน์ ภาณุพลเพชรรัตน์ หรือ คุณแจ็ค เป็นสวนอินทผลัมบนพื้นที่ จำนวน 15 ไร่ ปลูกอินทผลัมผลสดพันธุ์บาฮีเป็นหลัก นับเป็นสวนที่ดูแลบริหารจัดการได้อย่างมีระบบ ทั้งเรื่องปุ๋ย น้ำ การป้องกันศัตรูพืช จนทำให้สวนอินทผลัมน้องใหม่แห่งนี้สามารถสร้างผลผลิตได้อย่างสมบูรณ์ มีคุณภาพ แม้สภาพอากาศในปีนี้จะแปรปรวน คุณแจ็ค ทำธุรกิจทัวร์ที่นำนักท่องเที่ย
