พืชทำเงิน
ถั่วลิสง เป็นผลผลิตทางการเกษตรประเภทหนึ่ง ที่ผู้คนนิยมบริโภคในหลายรูปแบบ เช่น ถั่วลิสงต้มสุก ถั่วลิสงคั่ว นำไปแปรรูปอาหารได้หลากหลายชนิด เป็นส่วนผสมของขนมคาวหวาน เช่น แกงฮังเล น้ำพริกคั่ว ถั่วลิสงต้มกระดูกหมู ไก่สามอย่าง เมี่ยงคำ ส้มตำไทย ส่วนผสมของน้ำจิ้มต่างๆ ถั่วลิสงชุบแป้งทอด สกัดเป็นน้ำมันถั่วลิสง ส่วนที่เหลือจากการสกัดน้ำมัน นำไปทำเป็นอาหารสัตว์ ฯลฯ ทั้งนี้ เพราะถั่วลิสงมีคุณค่าทางอาหารสูง เป็นแหล่งโปรตีนและพลังงาน มีโปรตีนเท่ากับถั่วแดง ถั่วดำ และถั่วเขียว นอกจากประโยชน์มากมายแล้ว ในทางตรงกันข้ามก็มีโทษเช่นกัน คือถั่วลิสงมักเกิดเชื้อราชนิดหนึ่งที่เรียกว่า อะฟลาท็อกซิน ซึ่งเป็นสารพิษร้ายแรงต่อสุขภาพ หากได้รับในปริมาณมาก อาจเป็นสาเหตุเกิดโรคมะเร็งที่ตับ หัวใจ สารพิษนี้สามารถเกิดขึ้นได้ทุกขั้นตอนของการปลูก การเก็บเกี่ยว การตากแห้ง รวมถึงการเก็บรักษาก่อนถึงมือผู้บริโภค โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูฝน เชื้อราชนิดนี้จะเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว จะเริ่มปนเปื้อนในระยะการสร้างฝัก จังหวัดลำปาง มีพื้นที่ปลูกถั่วลิสงอยู่หลายอำเภอ อาจจะเรียกได้ว่าเป็นพืชเศรษฐกิจชนิดหนึ่งของจังหวัดก็ว่าได้ ส่วนใ
เรียน คุณหมอเกษตร ทองกวาว ที่นับถือ ผมปลูกมังคุดไว้ในสวนจำนวนหนึ่ง ร่วมกับไม้ผลอื่นๆ อีกสองสามชนิด ปรากฏว่าในบางปีมังคุดที่ผมปลูกไว้เป็นเนื้อแก้ว ไม่ทราบว่าเกิดจากสาเหตุอะไร และจะแก้ไขได้อย่างไร ขอคำแนะนำด้วยครับ ขอแสดงความนับถือ ประวิทย์ รักษาผล จังหวัดชุมพร ตอบ คุณประวิทย์ รักษาผล อาการมังคุดเนื้อแก้ว มีเนื้อสีขาวใส อาจเกิดขึ้นเพียงบางเมล็ด หรือเป็นทั้งผลก็มี หากสังเกตให้ดีจะพบรอยปริที่ผิวของผล มียางสีเหลืองไหลออกมาตามรอยปริ มักเกิดขึ้นกับผลที่แก่เกือบเก็บเกี่ยวได้แล้ว อาการดังกล่าวเกิดขึ้นเนื่องจากการได้รับน้ำไม่สม่ำเสมอ หรือขาดน้ำในระยะใดระยะหนึ่งขณะมังคุดติดผลแล้ว เมื่อเกิดมีฝนตกลงมา หรือให้น้ำมากเกินไปในระยะดังกล่าว ซึ่งเป็นระยะหิวกระหาย เมื่อต้นมังคุดได้น้ำมันจะดูดน้ำเข้าไปอย่างรวดเร็วและส่งต่อไปยังผล ทำให้เนื้อผลขยายตัวอย่างรวดเร็ว ในขณะที่เปลือกผลพัฒนาไม่ทัน เมื่อการขยายตัวไม่เท่ากัน เปลือกของผลปริแตกออกในช่วงเดียวกัน เนื้อผลจะเปลี่ยนสีขาวใสหรือโปร่งใสปรากฏให้เห็น วิธีแก้ไข ต้องให้น้ำในสวนอย่างสม่ำเสมอ ปัจจุบัน เกษตรกรชาวสวนที่จังหวัดจันทบุรีและระยอง จะขุดร่อง กว้าง 30-50 เซนต
โรคผลเน่าในทุเรียน สภาพอากาศแปรปรวน ที่มีทั้งภาวะอากาศร้อนปนฝน เสี่ยงเจอโรคผลเน่าในทุเรียน พบได้ตั้งแต่ระยะผลอ่อน ช่วง 1 เดือน ก่อนที่จะเก็บเกี่ยวผลผลิตทุเรียน หรือในระยะเก็บเกี่ยวผลผลิตทุเรียน และหลังการเก็บเกี่ยวผลผลิตทุเรียนแล้ว อาจพบโรคผลเน่าในระหว่างการบ่มผลทุเรียนให้สุก โดยอาการเริ่มแรกจะพบเปลือกผลทุเรียนเกิดจุดแผลขนาดเล็กสีน้ำตาลดำ ต่อมาจุดแผลจะลุกลามขยายใหญ่มากขึ้นตามการสุกของผลทุเรียน กรณีที่สภาพอากาศมีความชื้นสูง อาจพบเส้นใยสีขาวของเชื้อราสาเหตุโรคบริเวณแผล ซึ่งสามารถพบอาการของโรคได้ตั้งแต่ผลทุเรียนที่ยังอยู่บนต้น ถ้าอาการรุนแรงมาก ผลทุเรียนจะเน่าและร่วงหล่นก่อนกำหนด แนวทางป้องกันโรคผลเน่า เกษตรกรควรหมั่นตรวจผลทุเรียนในแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ ควรตัดผลทุเรียนที่เป็นโรคและเก็บผลทุเรียนเน่าที่ร่วงหล่นใต้ต้นนำไปเผาทำลายนอกแปลงปลูก เพื่อลดปริมาณเชื้อสะสมในแปลง หลีกเลี่ยงการนำเครื่องมือตัดแต่งที่ใช้กับต้นที่เป็นโรคไปใช้ต่อกับต้นปกติ และควรทำความสะอาดอุปกรณ์การเกษตรเมื่อใช้กับต้นที่เป็นโรคก่อนนำกลับมาใช้ใหม่ทุกครั้ง อีกทั้งโรคผลเน่าจะมีเชื้อสาเหตุโรคชนิดเดียวกับโรครากเน่าและโคนเน่า เก
เรียน คุณหมอเกษตร ทองกวาว ที่นับถือ ผมสนใจอยากปลูกต้นลิลลี่ เพราะสวยงาม ทั้งลำต้นและดอก ไม่ทราบว่าแถบจังหวัดนครสวรรค์จะปลูกได้หรือไม่ ที่ผ่านมาเคยเห็นนำมาจัดแสดงที่จังหวัดเชียงใหม่หลายครั้ง อีกทั้งเคยเห็นตามร้านขายดอกไม้ใน กทม. เขาเก็บในตู้ปรับอากาศ จึงมีความสงสัยอยู่หลายอย่าง จึงขอความรู้เรื่องลิลลี่จากคุณหมอเกษตร กรุณาแนะนำด้วยครับ ขอแสดงความนับถืออย่างสูง สุวิทย์ วุฒิมงคลชัย นครสวรรค์ ตอบ คุณสุวิทย์ วุฒิมงคลชัย ลิลลี่ เป็นไม้ดอกมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ลักษณะดอกมี 6 กลีบ แยกจากกัน ช่อดอกตั้งตรง ดอกมีหลายสี ตั้งแต่สีขาว แดง ชมพู และม่วง พันธุ์ที่นิยมปลูกในประเทศไทย มีพันธุ์คาซาบลังก้า ดอกสีขาว พันธุ์สีขาว พันธุ์อาคาปุลโก้ ดอกสีชมพู และพันธุ์โซลีมีโอ้ ดอกสีม่วงอมน้ำตาล แหล่งปลูกที่เหมาะสมกับลิลลี่ต้องมีอุณหภูมิกลางวัน 20-25 องศาเซลเซียส ส่วนกลางคืน 13-18 องศาเซลเซียส ความชื้นสัมพัทธ์ 70-75 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้น การปลูกลิลลี่ที่ให้ผลดีจึงปลูกบนที่สูง เหนือจากระดับน้ำทะเลปานกลาง อย่างน้อย 400 เมตร ช่วงปลูกที่ดีคือในช่วงอากาศหนาว การเตรียมแปลงปลูก ปรับปรุงดินที่มีส่วนผสมของดินร่วน 2 ส่วน ปุ๋ยคอก
1.โรคผลเน่าในทุเรียน สภาพอากาศแปรปรวน ที่มีทั้งภาวะอากาศร้อนปนฝน เสี่ยงเจอโรคผลเน่าในทุเรียน พบได้ตั้งแต่ระยะผลอ่อน ช่วง 1 เดือน ก่อนที่จะเก็บเกี่ยวผลผลิตทุเรียน หรือในระยะเก็บเกี่ยวผลผลิตทุเรียน และหลังการเก็บเกี่ยวผลผลิตทุเรียนแล้ว อาจพบโรคผลเน่าในระหว่างการบ่มผลทุเรียนให้สุก โดยอาการเริ่มแรกจะพบเปลือกผลทุเรียนเกิดจุดแผลขนาดเล็กสีน้ำตาลดำ ต่อมาจุดแผลจะลุกลามขยายใหญ่มากขึ้นตามการสุกของผลทุเรียน กรณีที่สภาพอากาศมีความชื้นสูง อาจพบเส้นใยสีขาวของเชื้อราสาเหตุโรคบริเวณแผล ซึ่งสามารถพบอาการของโรคได้ตั้งแต่ผลทุเรียนที่ยังอยู่บนต้น ถ้าอาการรุนแรงมาก ผลทุเรียนจะเน่าและร่วงหล่นก่อนกำหนด แนวทางป้องกันโรคผลเน่า เกษตรกรควรหมั่นตรวจผลทุเรียนในแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ ควรตัดผลทุเรียนที่เป็นโรคและเก็บผลทุเรียนเน่าที่ร่วงหล่นใต้ต้นนำไปเผาทำลายนอกแปลงปลูก เพื่อลดปริมาณเชื้อสะสมในแปลง หลีกเลี่ยงการนำเครื่องมือตัดแต่งที่ใช้กับต้นที่เป็นโรคไปใช้ต่อกับต้นปกติ และควรทำความสะอาดอุปกรณ์การเกษตรเมื่อใช้กับต้นที่เป็นโรคก่อนนำกลับมาใช้ใหม่ทุกครั้ง อีกทั้งโรคผลเน่าจะมีเชื้อสาเหตุโรคชนิดเดียวกับโรครากเน่าและโคนเน่า
กรมวิชาการเกษตร เฝ้าระวังหนอนกระทู้ fall armyworm ระบาดข้ามพรมแดน จากการที่ประเทศไทยได้รับการแจ้งเตือนจาก FAO เรื่องการระบาดของหนอนกระทู้ fall armyworm ซึ่งเป็นแมลงศัตรูพืชที่สำคัญของข้าวโพด โดยล่าสุดได้สำรวจพื้นที่ปลูกข้าวโพดในประเทศไทยตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2561 เป็นต้นมา โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยง ได้แก่ จังหวัดตาก แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ และเชียงราย เนื่องจากรายงานล่าสุดของ FAO ระบุว่าหนอนกระทู้ระบาดที่ West Bengal ประเทศอินเดีย โดยอยู่ห่างจากชายแดนไทยทางด้านทิศตะวันตกประมาณ 1,200 กิโลเมตร ซึ่งผลการสำรวจเพื่อเฝ้าระวังในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ยังไม่พบหนอนกระทู้ fall armyworm เข้ามาระบาดในประเทศไทย หนอนกระทู้ fall armyworm เป็นแมลงศัตรูพืชที่สามารถบินได้ไกล โดยตัวเต็มวัยสามารถบินได้เฉลี่ย 100 กิโลเมตร ต่อคืน ขยายพันธุ์ได้รวดเร็วมากจำนวน 30-40 วัน ต่อรุ่น และมีพืชอาหารจำนวนมากกว่า 80 ชนิด ซึ่งนอกจากข้าวโพดแล้วยังมีพืชอาศัยอื่นที่เป็นแหล่งอาหาร เช่น ข้าว อ้อย ข้าวฟ่าง ข้าวสาลี ฝ้าย ทานตะวัน ถั่วเหลือง หญ้า และพืชผักอีกหลายชนิด ลักษณะการเข้าทำลายของหนอนกระทู้ fall armyworm การทำลายพื
การทำเกษตรแบบผสมผสาน หรือไร่นาสวนผสม ไม่มีคำจำกัดความ ไม่มีกติกาหรือกฎตายตัว ว่าต้องเป็นพืชชนิดใด เลี้ยงสัตว์ชนิดใด ทั้งนี้ เพราะแต่ละพื้นที่และท้องถิ่นมีสภาพทางธรรมชาติที่แตกต่างกัน เพียงแต่การผสมผสานนี้ขอให้ยึดหลัก สร้างความร่มรื่น แล้วให้พืชหลายชนิดที่ปลูกอยู่ในพื้นที่เดียวกัน มีการเกื้อกูลกันทางธรรมชาติให้มากที่สุด และสำคัญที่สุดคือ ผู้ปลูกต้องได้ประโยชน์มากที่สุด แล้วยังสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนด้วยเช่นกัน คุณจินดา ฟั่นคำอ้าย อยู่บ้านเลขที่ 43 หมู่ที่ 2 ตำบลผาปัง อำเภอแม่พริก จังหวัดลำปาง อดีตศึกษานิเทศก์ จังหวัดลำปาง เป็นอีกท่านหนึ่งที่สนใจการทำเกษตรผสมผสาน แล้วตั้งใจเดินตามแนวทางนี้ในบั้นปลายชีวิต จึงวางแผนล่วงหน้าก่อนจะเกษียณอายุราชการเมื่อปี 2558 ที่ผ่านมา อดีตศึกษานิเทศก์ท่านนี้ให้เหตุผลที่เลือกแนวทางการทำเกษตรกรรมแบบผสมผสาน เนื่องจากสมัยที่รับราชการได้มีโอกาสเดินทางไปดูงาน ตลอดจนศึกษาหาความรู้ด้านการทำเกษตรหลายแห่ง หลายด้าน ล้วนพบว่าการทำเกษตรกรรมแบบปลูกพืชเชิงเดี่ยวจะเกิดความเสี่ยงต่อความเสียหายมาก เพราะรายได้ของการมีชีวิตแบบชาวไร่ ชาวนา ส่วนใหญ่เกิดจากการทำเกษตรกรรม
ข้อดีของการปลูกผักสวนครัวแบบผสม คือไม่จำเป็นต้องใช้พื้นที่มาก จะเลือกปลูกที่ไหนก็ได้ขอเพียงแต่มีดินและน้ำที่อุดมสมบูรณ์ ขณะที่ผักแต่ละชนิดมีอายุเก็บเกี่ยวสั้น ผู้ปลูกจึงต้องอาศัยทักษะบริหารจัดการวิธีปลูกแบบหมุนเวียนเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด ก็สามารถสร้างรายได้อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี คุณสำรวย แตงขาว บ้านเลขที่ 30 หมู่ที่ 3 ตำบลทวีวัฒนา อำเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี ความจริงแล้วชายผู้นี้เป็นคนทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ แหล่งปลูกมะพร้าวแห่งใหญ่ แต่กลับมายึดอาชีพปลูกผักขาย ด้วยการตระเวนไปตามจังหวัดต่างๆ ที่มีแหล่งดินและน้ำอุดมสมบูรณ์ มีถนนสะดวกต่อการสัญจร มีแหล่งความเจริญที่มีผู้คนจับจ่ายใช้สอยกันมากเพื่อหาทำเลปักหลักปลูกผักขาย กระทั่งล่าสุดตอนนี้กลับมาปักหลักยังพื้นที่อำเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี ที่มีเนื้อที่ประมาณ 3 ไร่ ซึ่งเคยปลูกผักขายมาแล้วเป็นเวลานานกว่า 7 ปีได้เงินทุนเป็นล้าน ส่งลูกเรียนจนจบปริญญาตรี ปรับพื้นที่ยกแปลงปลูกเป็นร่อง ผักที่ปลูก ได้แก่ คะน้า ขึ้นฉ่าย ผักชี พริก มะระจีน ซึ่งผักเหล่านี้ล้วนได้รับความสนใจจากตลาดผู้บริโภค ลักษณะการปลูกแบบยกร่องสวน โดยจะปรับพื้
อากาศร้อน และมีฝนตกในบางพื้นที่ระยะนี้ กรมวิชาการเกษตร เตือนเกษตรกรชาวสวนเงาะเฝ้าระวังการเกิดโรคราแป้ง มักพบได้ในระยะที่ต้นเงาะสร้างช่อดอกและเริ่มติดผลอ่อน เริ่มแรกจะพบผงสีขาวหรือสีเทาอ่อนคล้ายแป้งเกาะบนช่อดอกและตามร่องขนของผลเงาะ ทำให้ต้นเงาะติดผลน้อยหรือไม่ติดผล กรณีที่ต้นเงาะติดผลจะมีผลขนาดเล็กไม่สมบูรณ์ ผลหลุดร่วงง่ายหรือทำให้ผลเน่าแห้งติดคาที่ก้านช่อ หากเป็นโรคราแป้งในระยะผลโต จะทำให้ขนที่ผลแห้ง แข็ง ผิวผลมีสีคล้ำไม่สม่ำเสมอ ถ้าอาการรุนแรงจะทำให้ขนกุด เรียกว่า เงาะขนเกรียน สำหรับในระยะที่ผลเงาะกำลังสุก ส่วนที่มีเชื้อราปกคลุมจะมีสีซีดกว่าปกติ อาจพบอาการของโรคได้ที่ส่วนยอดและใบ หากอาการรุนแรงจะทำให้ใบอ่อนร่วง สำหรับแนวทางในการป้องกันโรคราแป้ง ให้เกษตรกรกำจัดวัชพืชในแปลงปลูก และตัดแต่งทรงพุ่มต้นเงาะให้โปร่ง อากาศถ่ายเทสะดวก เพื่อเป็นการลดความชื้นในทรงพุ่ม และลดแหล่งสะสมของเชื้อสาเหตุโรค จากนั้น เกษตรกรควรหมั่นตรวจแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ หากพบโรค ให้เกษตรกรตัดแต่งและเก็บส่วนที่เป็นโรคนำไปเผาทำลายนอกแปลงปลูก เพื่อลดปริมาณเชื้อสาเหตุโรค ส่วนเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการเกษตรเมื่อใช้ในแปลงที่
“ส้มโอทับทิมสยาม” เป็นไม้ผลประจำถิ่นของอำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช แตกต่างจากส้มโอพันธุ์อื่นอย่างชัดเจน เพราะมีลักษณะประจำพันธุ์ที่โดดเด่น คือเนื้อผลหรือที่เรียกว่า กุ้ง มีสีชมพูเข้มจนถึงแดงเหมือนสีทับทิม ผิวผลส้มโอมีขนอ่อนนุ่มปกคลุมคล้ายกำมะหยี่ มีเนื้อสีแดงเข้ม (สีทับทิม) รสชาติหวาน หอม นุ่ม น่ารับประทาน ปัจจุบันปลูกมากกว่า 2,000 ไร่ ในพื้นที่ 3 ตำบล คือ ตำบลคลองน้อย ตำบลเกาะทวด และตำบลปากพนังฝั่งตะวันตก จำหน่ายได้ราคาสูง ประมาณ ผลละ 200-300 บาท เกษตรกรผู้ปลูกส้มโอทับทิมสยามมีรายได้จากการจำหน่ายผลผลิตไม่ต่ำกว่าไร่ละ 100,000 บาท ทีเดียว ปัจจุบัน “ส้มโอพันธุ์ทับทิมสยาม” กลายเป็นไม้ผลเศรษฐกิจตัวใหม่ของจังหวัดระยอง เจ้าของสวนส้มโอพันธุ์ทับทิมสยามแปลงใหญ่ 100 ไร่ คือ กำนันประยุทธ์ พานทอง หรือที่หลายคนเรียกกันติดปากว่า “กำนันตุ๊ก” เจ้าของรางวัลกำนันยอดเยี่ยม (กำนันแหนบทอง) เล่าเกี่ยวกับเทคนิคการปลูก ดูแล และช่องทางการจำหน่ายส้มโอสายพันธุ์ทับทิมสยามในภาคตะวันออก ให้ได้ผลผลิตที่ดีและมีคุณภาพในระดับส่งออกให้ฟังได้อย่างน่าสนใจ กำนันตุ๊ก รักอาชีพเกษตรกรรม เขามีสวนทุเรียนแปลงใหญ่ ปลูกทุเรี
